27 เมษายน 2009 / 1 ความคิดเห็น » / โดย สายลมครับ
อ่าน: 335
ขอเชิญผู้มีจิตอันเป็นกุศล
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ
สานฝัน แบ่งปันกำลังใจให้น้อง ๆ ผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็ง
ณ วันที่ 9 พฤษภาคม 2552 นี้ที่ ตึก ง. โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น คร้าบบบบ
กิจกรรมเริ่มเวลาประมาณ 09.30 น. เป็นต้นไปครับ
น้อง ๆ จะได้พบกับ กิจกรรมที่เรียกเสียงฮา สร้างความสุขสนุกสนานให้กับน้อง ๆ ไม่ว่าจะเป็น
การเล่นนิทานให้น้อง ๆ ได้ชมจาก คณะนิทานออมสินอาสา ( อิอิ ตั้งมาเฉพาะกิจเพื่องานนี้โดยเฉพาะครับ)
กิจกรรมวาดรูปสร้างความสุขเติมวัคซีนให้ชีพจรความฝันของน้อง ๆ ได้เข้มแข็ง
แจกกระปุกออมสินให้น้อง ๆ เอาไว้ออมหัวใจให้แข็งแรงและชุ่มชื้น
แจกตุ๊กตา และ ของเล่นให้น้อง ๆ ได้ใช้จินตนาการเพื่อเติมต่อความแข็งแรงให้กับภูมิคุ้มกัน
และกิจกรรมต่าง ๆ อีกมากมาย
ขอเชิญสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับน้อง ๆ ผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งด้วยกันนะครับ
ใครมีตุ๊กตา ของเล่น หนังซีดีการ์ตูน สมุดวาดรูประบายสี
หรือจะร่วมบริจาคเป็นเงินช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการรักษาก็ยินดีอย่างยิ่งครับ
หรืออื่น ๆ ที่คิดว่าเมื่อเด็ก ๆ ได้รับแล้วมีความสุข ช่วยเพิ่มกำลังใจสานต่อชีวิตของน้อง ๆ
ให้แข็งแรงและยืนยาวขึ้น ก็ขอเชิญเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมดี ๆ ในครั้งนี้กันนะครับ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
089-7157297 มะเดี่ยว นายสายลม อักษรสุนทรีย์ ครับ หรือ
http://gotoknow.org/blog/paula-story/257573?page=1 คุณพรหล้า แห่งชาวหน้าตาดี
http://gotoknow.org/blog/cancernurse/257559 พี่แก้ว อุบล จ๋วงพานิช บล็อกเกอร์สุดจ๊าบ
http://gotoknow.org/blog/deang2009 พี่แดง แห่ง รพ.ศรีนครินทร์
http://gotoknow.org/profile/kai_jazz พี่ไก่ ประกาย
แล้วทุกท่านจะได้เข้าใจคำว่า
น้อยนิด แต่ มหาศาล ยิ่งใหญ่เพียงไหน
ขอบคุณคร้าบบบบบบบบบ

ตุ๊กตาหมีตัวนี้คุณป้าหมอสุถักเองกับมือเพื่อมอบไว้ให้เป็นกำลังใจกับน้อง ๆ ผู้ป่วย
และยังบอกอีกว่าจะส่งตามมาให้อีกหลายตัวเลยครับ กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ
ในหมวดหมู่: Uncategorized
คำสำคัญ: การจัดการความรู้, ความรัก, จิตอาสา, นายสายลม, นายสายลม อักษรสุนทรีย์, โรงพยาบาลศรีนครินทร์
25 มีนาคม 2009 / ไม่มีความคิดเห็น » / โดย สายลมครับ
อ่าน: 259

ใช่ครับ .. เมื่อผมกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง ผมก็จะได้กรรมสิทธิ์ในความเป็นมนุษย์ของผมกลับคืนมา
หลังจากที่ผมได้เรียนรู้ตลอดเส้นทางเดินของชีวิตที่ผ่านมา เมื่อมองย้อนกลับไปผมได้ผ่านโลกผ่านประสบการณ์ต่าง ๆ มาทุกรูปแบบทั้งด้านมืดและด้านสว่างซึ่งตัวผมเองถือได้ว่าเป็นกำไรสุด ๆ ของการใช้ชีวิต
เมื่อผมเติบโตขึ้น .. ผมมีแนวคิดที่ไม่ค่อยจะเหมือนชาวบ้านชาวช่องเค้าเหมือนกับตอนเป็นวัยสะรุ่นเลยครับ
คำถามต่าง ๆ ก็ผุดขึ้นตามมาเรื่อย ๆ ในทุกย่างก้าวของการเดินทางและผมก็ได้พิสูจน์ความเชื่อของผมอีกเช่นเดิม ในความเชื่อที่ว่า “ผมจะเรียนเพื่อที่จะแบ่งปัน”
ในมุมคิดของผมที่ฝังอยู่ในหัวตลอดเวลาว่าพัฒนาการของระบบสังคมเรากำลังก้าวมาผิดทาง สังคมกำลังสร้างแนวคิดค่านิยมที่ไม่ถูกต้องทำให้คนในสังคมต่างหลีกหนีและห่างหายจากรากเหง้าแห่งตัวตน ห่างหายจากความเป็นมนุษย์ ระบบสังคมที่ผมเจอกำลังสร้างอสุรกายที่หิวโหย พร้อมที่จะกอบโกยและทำลายเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอย่างเฉยชา “การศึกษาที่ผมศรัทธา กลับไม่สามารถตอบสนองต่อการพัฒนาสังคมและพัฒนามนุษย์ได้อย่างที่ผมคิด”
เมื่อระบบสังคมที่เป็นอยู่ต้อนให้ผมจนมุมทางความคิดและตีกรอบการกระทำ ผมจึงตัดสินใจแหกคอกอย่างบ้าคลั่งด้วยการสถาปนาตัวเองเป็นนักกิจกรรม ทำกิจกรรมทั้งในและนอกสถานศึกษาเพื่อที่ผมจะหาพื้นที่ที่ผมสามารถยืนอยู่ได้อย่างภาคภูมิว่า..ผมสามารถแตกต่างและดีได้ ในภาวะกระแสสังคมและระบบที่ผมไม่เข้าใจ ในช่วงวันแห่งวัยอุดมศึกษาของผม ทุกที่ที่ผมย่างก้าว ทุกจุดที่ผมหยุดยืน ผมมักจะบอกกับเหล่าเพื่อนนักเรียนนักศึกษาของผมว่า
“เพื่อนไปทำกิจกรรมที่นั่น ที่โน่น ที่โน้นกันเถอะ”
“เพื่อนเอ๋ย ไปออกค่ายด้วยกันมั้ย”
“เพื่อนเอ๋ย ออกจากกรอบบ้างก็ได้นะ”
“เพื่อนเอ๋ย โลกยังต้องการให้เราไปเยี่ยมเยือนอีกหลายแห่ง”
“เพื่อนเอ๋ย สังคมกำลังเน่า เราน่าจะไปช่วยกันนะ”
“เพื่อนเอ๋ย พ่อแม่พี่น้องเรากำลังแย่ อย่ามัวแต่เห็นแก่ตัวกันอยู่เลย”
คำพูดเหล่านี้กลับกลายเป็นคำถามที่กลับมาทิ่มแทงผมอยู่เสมอว่าเพราะอะไรและทำไมถึงต้องทำอย่างที่ว่านั้นด้วยทั้ง ๆ ที่หลาย ๆ คนรวมทั้งผมสามารถที่จะกอบโกยเก็บเอาผลประโยชน์ต่าง ๆ ใส่ตัวเองให้อิ่มเอมจนพุงกางแก้มป่องและท้องอ้วน
เมื่อผมจบการศึกษา ณ วันนั้น ผมและเพื่อนของผมทุกคนอยู่ในชุดครุยสีขาวที่สง่างาม ด้วยความภาคภูมิ ผมไม่รู้หรอกว่าในใจของเพื่อนผมแต่ละคนคิดอะไรอยู่ ผมไม่รู้หรอกว่าชีวิตของแต่ละคนจะเป็นอย่างไร ผมไม่รู้เลยครับว่าเพื่อนของผมคนไหนจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานตำแหน่งอะไรบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้ได้ในความเชื่อมันของผมคือ ผมจะก้มเก็บเพื่อที่จะแบ่งปันและผมจะไม่เกี่ยวกำเพื่อที่จะกอบโกยอย่างแน่นอน
หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาผมก็เข้าสู่สนามรบแห่งชีวิต ผมได้ทำงานในองค์กรที่มั่นคงในสายงานที่ผมพอใจและที่สำคัญผมไม่ลืมคำถามต่าง ๆ ที่ได้ตามทิ่มแทงผมอยู่จนถึงทุกวันนี้ หากแต่การแสวงหาคำตอบของผมนั้นมีวิธีการที่เปลี่ยนไป ตอนนี้ผมไม่ใช่คนที่ทำกิจกรรมอย่างบ้าคลั่งแต่ผมกลับเป็นคนที่คอยสร้างขวัญและกำลังใจให้กับรุ่นน้อง ๆ ที่กำลังก้าวเดินสู่วัยแห่งการแสวงหา ผมหันมาหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งแรงบันดาลใจให้กับผู้คนที่พานพบในรอยทางแห่งชีวิต ผมชื่นชอบที่จะสร้างและเข้าร่วมเครือข่ายทางสังคมเพื่อที่จะช่วยกันสร้างสรรค์สังคมให้อุดมและงดงาม ผมมักจะทำตัวเป็นพลังเงียบคอยผลักดันและช่วยเหลือให้กิจกรรมของบรรดาเหล่าผู้ก่อการดีสำเร็จลุล่วงตามความสามารถและโอกาสอำนวย และผมรักที่จะเห็นรอยยิ้มของผู้คนที่ผมพบเจอและอ้อมกอดที่อบอุ่นอารี

ถึงวันนี้ผมรู้ได้อยู่หนึ่งอย่าง หนึ่งอย่างที่ตอบคำถามทั้งหมดของผมได้ในพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงในดวงใจของคนไทยทุกคน ว่า ” หากไม่มีใครปิดทองหลังพระ พระจะสวยและงามเต็มองค์ได้อย่างไร ”
ต่อไปนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นผมยังเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ในสิ่งที่ผมคิดในสิ่งที่ผมทำ และผมจะทำจะสร้างสิ่งเหล่านั้นต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหมดเรี่ยวแรง จนกว่าจะหมดปัญญาที่จะคิดจะเดิน
เพราะผมเชื่อและผมกล้าที่จะแตกต่างในวันนั้น ผมจึงได้กรรมสิทธิ์ในความเป็นมนุษย์กลับคืนมาในวันนี้
เพราะผมคือผม
สายลม ไร้ตัวตน แต่รู้ว่ามี
สายลม ไร้ตัวตน แต่รู้ว่ามี………………
ในหมวดหมู่: Uncategorized
คำสำคัญ: ความรัก, นายสายลม, นายสายลม อักษรสุนทรีย์, ไผเป็นไผ
20 มีนาคม 2009 / ไม่มีความคิดเห็น » / โดย สายลมครับ
อ่าน: 307
นานแล้วที่ตั้งใจจะไปไหว้นมัสการองค์พระธาตุพนม
เจดีย์คู่บ้านคู่เมืองของชาวอิสานและพี่น้องชาวลาว แต่ก็ไม่มีโอกาสไปซักที
และวันนี้ก็มาถึงจริง ๆ ครับ วันว่าง ๆ ของผมซึ่งนาน ๆ จะได้พักผ่อนตามอัธยาศัยตัวเองเหมือนชาวบ้านเค้าซักวันสองวัน อิอิ ผมเลยตั้งใจจะไปนมัสการองค์พระธาตุตามที่ได้สัญญาไว้กับหัวใจของตัวเอง
การเดินทางของผมในครั้งนี้กะว่าจะแวะโน่น นี่ นั่น ไปตามใจแหละครับ กะว่าจะไปค้างที่ในตัวจังหวัดนครพนม ตื่นเช้ามาเดินตลาดดูวิถีชีวิตของผู้คนแถบลุ่มน้ำโขงยุคใหม่ ซึมซับความงดงามของธรรมชาติและวัฒนธรรมที่ผมถือว่าเป็นรากเหง้าของชีวิตของผมเอง
การตามเก็บเกี่ยวความรู้สึกและความทรงจำของผมเองในแต่ละครั้งก็แตกต่างกันไปตามเวลา โอกาสและสถานที่รวมทั้งผู้คนที่อยู่รอบและระหว่างเส้นทางที่ก้าวผ่าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนให้ผมยิ่งชื่นชอบจังหวะและท่วงทำนองของแต่ละชีวิตมากยิ่งขึ้น
บางทีความเรียบง่ายของชีวิตก็ไม่ได้ง่ายเสมอไปในแง่ของจังหวะและท่วงทำนองของการก้าวเดิน
บางครั้งการเดินอยู่บนถนนแห่งชีวิตกับการพานพบคนแห่งความรู้สึกล้วนมีอยู่ทั่วทุกหนแห่ง
บางคนแม้แต่การที่จะก้าวเดินไปในวิถีแห่งการต่อสู้ก็ยังไม่กล้าหาญพอที่จะเดินออกจากกระดองในความคิด
แต่กับบางคน กลับถูกถีบยันให้เข้าสู่วิถีแห่งการต่อสู้ในถนนแห่งชีวิตอย่างโหดร้ายและไม่เคยหยุดพัก
เอ………………………..
ผมแค่ตั้งใจจะเดินทางไปไหว้องค์พระธาตุพนม แต่ทำไมผมถึงได้เพ้อเจ้อถึงโน่น นี่ นั่น ไปซะเรื่อย
อิอิ เอาแบบนี้แล้วกันนะครับ ขอแค่ว่าถ้าหากบุญของพวกเรามีร่วมกัน ก็ขอให้ได้เจอกันที่นครพนม .. นะครับ
ถ้าหากใครเจอผมแล้วจำได้ .. ผมจะเลี้ยงข้าวซักหนึ่งมื้อเป็นรางวัล แล้วตั้งวงสนทนาร่ำกับบรรยากาศยามเย็นแห่งริมฝั่งโขง ที่ นครพนม..ครับ
ในหมวดหมู่: Uncategorized
คำสำคัญ: นครพนม, นายสายลม, นายสายลม อักษรสุนทรีย์, พระธาตุพนม
10 มีนาคม 2009 / 2 ความคิดเห็น » / โดย สายลมครับ
อ่าน: 324
การตามหาความหมายของชีวิตของผม ตั้งแต่ผมเริ่มเติบโตพอที่จะคิด ค้นหาความหมายในตัวเองได้
คำถามที่ผมถามตัวเองตลอดมาคือ “กูจะเรียนไปทำไมวะ” สำหรับคำถามนี้หลายคนอาจจะว่าผมบ้า
ว่าผมเป็นจอมขบถ ขวานผ่าซาก ขวางสังคมและต่าง ๆ นานา แต่ผมก็ไม่เคยสะทกสะท้านแม้แต่นิดเดียว
“กูจะเรียนไปทำไมวะ” เป็นคำถามที่พุ่งปรู๊ดดด เข้ามาในต่อมกระแดะของผมทันทีหลังจากที่ผมได้เรียนรู้
เมื่อตอนเริ่มเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นว่า “ยิ่งเรียนกูยิ่งเห็นแก่ตัวมากขึ้นทุกที ๆ “
ช่วงที่ผมเข้าเรียนในระดับ ปวช. ผมได้ซึมซับกระแสสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลงแบบรวดเร็วและรุนแรง กระแสวัตถุนิยมกำลังถาโถมเข้าสู่กลุ่มวัยรุ่นในยุคของผม คำว่า นักเรียนนักศึกษา มีความหมายที่แต่งต่างออกไปจากที่ผมเข้าใจอย่างมากมายมหาศาล โรงเรียนสอนแค่ในตำราหลักสูตรที่ยกย่องเทิดทูลว่าคือที่สุดของที่สุด ผมต้องอดทนจำในสิ่งที่ถูกบังคับให้เรียน ผมต้องอดทนกับการสอบที่ถูกติ๊ต่างว่านี่คือการวัดคุณภาพของความเป็นมนุษย์ในคอกของสถานศึกษาว่าใครมีคุณภาพมากกว่ากัน
ใช่ครับ ในกรอบของการศึกษาที่ผมเข้าใจในยุคนั้น ผมรู้สึกว่าผมเหมือนเป็นสัตว์เลี้ยงประเภทหนึ่งที่ถูกเลี้ยงถูกฝึกมาเพื่อใช้งานต่าง ๆ รึไม่ก็เลี้ยงให้อ้วนเพื่อรอเข้าโรงเชือดอย่างเดียว
ในยุคนั้นหลังจากที่ลำต้นของคำถามที่ว่า “กูจะเรียนไปทำไมวะ” เติบโตขึ้นอย่างช้า ๆ ในหัวของผม
จากที่ผมไตร่ตรองเพ่งพินิจพิจารณาดูอย่างถี่ถ้วนแล้วของสมองของเด็กตัวเล็ก ๆ ในวันนั้น ผมเลยทึกทักเอาเองว่า “ผมต้องการที่จะเรียนรู้อะไรมากกว่านี้และผมสามารถเรียนรู้ได้มากกว่าที่ระบบให้ได้” ผมจึงเริ่มภารกิจค้นหาความหมายตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
เอาล่ะสิครับ .. พอตัวเองทึกทักตั้งคำถามขึ้นมาเลยต้องคิดหาวิธีเพื่อจะพิสูจน์ทฤษฎีของตัวเอง
ผมจึงรวบรวมเพื่อนฝูงที่พอจะมีแนวคิดในทิศทางเดียวกัน ณ ตอนนั้น ทั้งที่เข้าใจและไม่เข้าใจของเพื่อน ๆ ผมได้นำสมาชิกในกลุ่มพร้อมเพื่อน ๆ กลุ่มใหญ่ ทำกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในและนอกสถานศึกษา จนกลายเป็นหัวโจกในด้านกิจกรรมไปโดยปริยาย
ผมกับผองเพื่อนร่วมกันออกเดินทางด้วยการโบกรถท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ เพื่อเรียนรู้โลกกว้าง เรียนรู้วิถีชีวิต เรียนรู้วิถีสังคม เรียนรู้ถึงกระแสแห่งมนุษย์ การใช้ชีวิตในช่วงนี้ถือได้ว่าผมใช้ชีวิตเสี่ยงที่สุดของความเป็นวัยรุ่น แต่ผลที่ได้รับก็ถือได้ว่าคุ้มค่าที่สุดเช่นกัน (เอาไว้จะเล่าให้ฟังเล่น ๆ ฮา ๆ วันหลังนะครับ)
สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ในช่วงแห่งชีวิตวัยรุ่น คือ
ผมได้เรียนรู้ว่า หากผมกล้าที่จะทำตัวเองให้แตกต่าง ผมก็สามารถแตกต่างได้ด้วยตัวเอง
ผมได้เรียนรู้ว่า ถ้าผมกล้าที่จะยืนหยัดต่อความเชื่อของตัวเอง ผมจะค้นพบอะไรบางอย่าง
ผมได้เรียนรู้ว่า ถ้าผมเดินออกนอกเส้นทางบ้าง ผมจะเห็นโลกที่ผมไม่เคยเห็นและไม่เคยสัมผัสอย่างแน่นอน
ผมได้เรียนรู้ว่า คำว่าเพื่อน จะเรียกให้มันได้ความฟิวส์มากที่สุดคือตอนผมเรียกเพื่อนที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน
ผมได้เรียนรู้ว่า ผมสามารถสร้างประโยชน์และแบ่งปันความสุขให้กับสังคม คนรอบข้างได้ซึ่งมันทำให้ผมมีความสุข สุขใจที่ได้ทำ
ผมได้เรียนรู้ว่า การทำตัวให้ติดดินที่สุดทำให้สามารถเรียนรู้ผู้คนรอบข้างได้ดีที่สุด
ผมได้เรียนรู้ว่า ผมจะต้องเรียนต่อให้สูงที่สุดเท่าที่สติปัญญาของผมจะทำได้ เพราะคนจะฟังผมมากที่สุดก็คือตอนที่ผมเป็นคุณเดี่ยว คนที่มีเครื่องการรันตีความรู้ความสามารถโชว์อยู่ข้างฝาบ้าน ซึ่งต่างจาก ไอ้เดี่ยว ที่ไม่มีเครื่องการันตีมาตรฐานทางสังคมใดใดเลย
และ ผมได้เรียนรู้ว่า ถ้าผมกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเองผมก็จะได้กรรมสิทธิ์ในความเป็นมนุษย์กลับคืนมา..แน่นอน
อิอิ โปรดติดตามตอนต่อไป เด้อครับ ตอนเรียนต่อนี่ มันส์โคตร ๆ อิอิ
“”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”"”

ในหมวดหมู่: Uncategorized
คำสำคัญ: การจัดการความรู้, นายสายลม, ไผเป็นไผ
2 มีนาคม 2009 / 7 ความคิดเห็น » / โดย สายลมครับ
อ่าน: 581
ไผเป็นไผ
นายสายลม อักษรสุนทรีย์ เป็นไผ

อ่านต่อ…
ในหมวดหมู่: ลานสายลม
คำสำคัญ: นายสายลม อักษรสุนทรีย์, มะเดี่ยว, เฉลิมเกียรติ สอนคำแก้ว, เฮฮาศาสตร์, ไผเป็นไผ
12 กุมภาพันธ 2009 / 4 ความคิดเห็น » / โดย สายลมครับ
อ่าน: 335
หลายครั้งที่ผมได้มาร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่สวนป่ามหาชีวาลัยอิสานแห่งนี้ และในทุก ๆ ครั้งผมได้เรียนรู้อะไรต่อมิอะไรหลาย ๆ อย่างเพิ่มขึ้นเสมอ และครั้งนี้ก็เช่นกันครับ
11 กุมภาพันธ 2009 / 5 ความคิดเห็น » / โดย สายลมครับ
อ่าน: 338
เช้าวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2552
ผมตื่นตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ ขึ้นมาทำภาระกิจส่วนตัวในตอนเช้า เพื่อมุ่งหน้าเดินทางเข้าสวนป่าพ่อครูบาสุทธินันท์ ด้วยหัวใจที่มุ่งตรงไปถึงก่อนล่วงหน้าแล้วครับ วันนั้นเป็นวันคล้ายวันเกิดของผมและทุก ๆ ปีสิ่งแรกที่ผมจะทำคือ ขอพรจากคุณพ่อคุณแม่ และท่านทั้งสองก็ให้พรผ่านคลื่นโทรศัพท์ลอยข้ามท้องฟ้ามาให้ผมมากมายเลยครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วตัวผมเองไม่ค่อยจะให้ความสำคัญกับวันคล้ายวันเกิดของตัวเองมากมายเท่าใดนักหรอกครับ อิอิ
อ่านต่อ…
ในหมวดหมู่: Uncategorized
คำสำคัญ: การจัดการความรู้, นายสายลม, มหาชีวาลัยอิสาน, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, สวนป่า, เฉลิมเกียรติ สอนคำแก้ว
2 กุมภาพันธ 2009 / 7 ความคิดเห็น » / โดย สายลมครับ
อ่าน: 819
อาทิตย์ก่อนกลับบ้านอีกครั้ง อิอิ ช่วงนี้ต้องลับบ้านบ่อยเพราะว่าต้องไปดูแลคุณแม่ครับ
สำหรับหลายคนที่ถามถึงอาการของคุณแม่ของผมที่ป่วย ตอนนี้อาการดีขึ้นตามลำดับครับแต่ยังไม่หายดีและต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ต้องระดมกำลังพลังใจทุกอย่างส่งให้คุณแม่หายป่วยในเร็ววันครับ อิอิ การกลับบ้านในอาทิตย์ก่อนนั้น อิอิ ตอนเย็นผมทำสะเดาน้ำปลาหวานกับพะโล้ให้คุณพ่อ แม่ และน้อง ๆ ที่บ้านกินกันครับ อร่อยรึไม่อร่อยดูหลักฐานจากภาพถ่ายได้เลยครับ ..เกลี้ยงชามเลยอ่ะ อิอิ วันนั้นแม่ทานข้าวได้เยอะกว่าปกติ ทานผลไม้และน้ำผลไม้ได้เยอะ เห็นแม่ทานได้เยอะก็รู้สึกสบายใจขึ้นครับ สู้ ๆ ครับแม่

อ่านต่อ…
ในหมวดหมู่: ลานสายลม
คำสำคัญ: นายสายลม, นายสายลม อั, นายสายลม อักษรสุนทรีย์, เฉลิมเกียรติ สอนคำแก้ว
15 มกราคม 2009 / 3 ความคิดเห็น » / โดย สายลมครับ
อ่าน: 407
วันนี้ ผมนึกยังไงก็ไม่รู้ นั่งมองหนังสือที่อยู่บนชั้นหนังสือของผมเอง
และแล้วสายตาก็ไปสะดุดกับหนังสือเก่า ๆ อยู่เล่มหนึ่ง ซึ่งจำไม่ได้ว่าได้มายังไง ใครให้มา หรือว่าซื้อมาจากที่แห่งใด
ผมเปิดไปเปิดมา จนมาเจอกับบทกลอนบทนี้ครับ
อ่านต่อ…
ในหมวดหมู่: ลานสายลม
คำสำคัญ: นายสายลม, อักษรสุนทรีย์, เฉลิมเกียรติ สอนคำแก้ว
26 ธันวาคม 2008 / 5 ความคิดเห็น » / โดย สายลมครับ
อ่าน: 1603
จากระยะเวลากว่าสี่ปีที่ผมได้มีโอกาสคลุกคลีและได้สัมผัสกับโครงการ “กองทุนหมู่บ้าน” เห็นความเป็นไปของพ่อแม่พี่น้องชาวบ้านชนบทเราที่เข้ามาเป็นสมาชิกโครงการฯ จากการที่ได้เข้าไปสัมผัส ผมได้เห็นความเปลี่ยนแปลง ความเคลื่อนไหวและแนวความคิดของชาวบ้านเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก มากซะจนผมอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ถึงอนาคตของประเทศไทยเรา ซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ผมคิดว่ามันจะทำให้เกิดเป็นปัญหาที่เรื้อรังไม่รู้จบต่อไปในอนาคตอย่างแน่นอน ซึ่งผมขอสรุปปัญหาที่คาดว่าจะเรื้อรังนี้เล็กน้อยและอย่างคร่าว ๆ นะครับ
อ่านต่อ…
ในหมวดหมู่: ลานสายลม
คำสำคัญ: กทบ., นายสายลม, เฮฮาศาสตร์