๗๔.ระโหยโรยแรงแห่งอิหร่าน

โดย อัยการชาวเกาะ เมื่อ 17 กุมภาพันธ 2009 เวลา 8:18 ในหมวดหมู่ เสริมสร้างสังคมสันติสุข #
อ่าน: 18806

ถึงดูไบแล้วครับ วีรกรรมวีรเวรของสองหนุ่มมากๆและคณะนักศึกษาเสริมสร้างสังคมสันติสุขรุ่นที่ ๑ ที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลฝ่าดงทะเลทรายไปยังประเทศอิหร่านและสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือดูไบ พวกเราเพิ่งเดินทางมาถึงดูไบเมื่อกี้นี้เอง พ่อครูบาบอกว่ากลัวลูกหลานและพี่น้องที่นี่เป็นห่วงก็จะหาทางเอาเรื่องขึ้นบล็อกให้ได้ แต่อยู่ที่อิหร่านจนปัญญาเพราะในโรงแรมมีบริการแต่ไม่มีภาษาไทยกลัวส่งข้อมูลแล้วญาติๆจะนึกว่าเราเก่งไปไม่กี่วันเขียนบันทึกเป็นภาษาเปอร์ซี(ภาษาทางการของอิหร่าน)ได้ อิอิ  เอาละครับพ่อแม่พี่น้องตามมาสนุกกับเราได้ทั้งในบล็อกของอัยการชาวเกาะที่ลานสันติสุขและของครูบาสุทธินันท์นะขอรับ

เราออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิตอนตีหนึ่งเศษ หลังจากที่ทัวร์นัดเราเจอกันที่สนามบินตอนสามทุ่ม แต่ผมต้องแหกขี้ตามาจากภูเก็ตตั้งแต่ ๖ โมงเย็น นั่งพูดคุยกันไปเดินไปเดินมา สาวของๆพวกเราก็ลองคลุมศีรษะกันดูเพราะเมื่อจะเข้าเตหะรานผู้หญิงทุกคนไม่ว่าชาติไหนก็ต้องคลุมศีรษะ

 

เดินไปเดินมาจนได้เวลาขึ้นเครื่อง บนเครื่องครูบานั่งแถวสหน้าผมหยิบหนังสือพิมพ์อิหร่านมาทำเท่ห์ ดูแต่รูป…ฮา.ก๊าก…ดูรูปพ่อครูอ่านหนังสือพิมพ์อิหร่านสิ

ตอนหลังถูกย้ายมานั่งขนาบหลวงพี่ติ๊กด้านหนึ่ง ผมขนาบอีกข้างหนึ่ง พอกำลังเคลิ้มหลับ แอร์ก็มาปลุกกินอาหารตอนตีสองครับพี่น้อง พวกเรารำคาญก็เลยซัดกันหมดบะหมี่ผัดหมดไป ๑ จาน ฮ่าๆ  ส่วนหลวงพี่ติ๊กนั่งทำตาปริบๆ ไม่รู้จะทำไงได้ ก็เลยสั่งน้ำส้มมาถวาย แถมด้วย เซเว่นอัพอีก ๑ กระป๋อง นึกอยู่ในใจว่าบาปไหมตู กินยั่วพระอยู่ได้..อิอิ 

ระหว่างเดินทางพวกเราดูหนังกันบ้าง เล่นเกมส์บ้าง หลับกันไปบ้าง ผมไม่ค่อยกล้าหลับเพราะชอบกรนกลัวกัปตันนึกว่ามีสิงโตคำรามบนเครื่อง แต่ก็วูบหลับจนได้เราไปถึงดูไบตอนมืดตีสี่กว่า แต่ยังต้องรอเครื่องไปเตหะรานตอนเวลา ๐๗.๕๕ น. ปรากฏว่าเวลาที่นี่ห่างกับเมืองไทย ๓ ชั่วโมง แสดงว่าเราได้เวลาเพิ่ม   ๗  โมงเช้าจึงเท่ากับ ๑๑.๕๕ น.ของบ้านเรา มีหรือมาถึงดูไบแล้วจะอยู่เฉยๆเพราะสนามบินเขากว้างใหญ่ ว่ากันว่าคนออกแบบคือคนที่ออกแบบสนามบินสุวรรณภูมิ สังเกตุดูรูปทรงก็คล้ายๆกันมีโค้งๆ…นั่งหลับกันที่สนามบินกันไป ซื้อของกันไป หากาแฟกินกันไป ดูท่าทางหลวงพี่ติ๊กจะหิว ผมก็เลยไปหาซื้อขนมกับกาแฟมาถวาย ต้องไปเข้าแถวแลกเงินดูไบ แล้วมาเข้าแถวซื้อกาแฟกับขนม คิดเป็นเงินไทยก็ตกสองร้อยกว่าเกือบสามร้อย โอ้โฮเฮะ…จากนั้นเมื่อได้เวลาเราขึ้นเครื่อง  แต่พอเครื่องออกได้แป๊บเดียวกินอีกแล้วครับพี่น้องเป็นอาหารเช้า แล้วเราก็หลับไปกันคุยกันไป แต่ส่วนใหญ่หลับเพราะเพลียจากการเดินทาง เราถึงสนามบินอิหม่ามโคมัยนี่ ซึ่งเป็นสนามบินใหม่ ผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองไม่ค่อยยุ่งยาก ถึงสนามบินตอนเวลา ๙.๓๕ น. ไปถึงโรงแรมที่พักก็เป็นเวลาบ่ายโมง เท่ากับบ้านเราคือ ๔ โมงเย็นเศษ กินอีกแล้วครับพี่น้องแต่เป็นการกินมื้อเที่ยงเมื่อเวลาสี่โมงเย็นของบ้านเรา เอาภาพมาให้ดูความงามของเตหะรานเพียงบางส่วนก่อนนะครับ 


 
ทานข้าวเสร็จก็เช็คอิน ผมเตรียมตัวมาดีจึงมีปลั๊กไฟสำหรับใช้ที่อิหร่านแถมยังเอาสายต่อที่มีปลั๊กย่อยอีก ๓ ช่อง ครูบาจึงได้อาศัยชาร์ตแบตเพิ่ม จากนั้นเขาก็พาเราไปดูพิพิธภัณฑ์พรมเปอร์เซีย สวยงามมาก ไกด์เล่าว่าพรมบางผืนเด็กหญิงอายุ ๖-๗ ขวบเริ่มทอ และทอไปจนกระทั่งเป็นสาวจึงเสร็จพอแต่งงานก็จะเอาพรมไปขายมาเป็นรายได้ ผมสังเกตความละเอียดของพรมสวยมากถ่ายภาพมาฝากหลายภาพ ในพิพิธภัณฑ์เขาห้ามใช้กล้องถ่ายรูปที่มีแฟลช แต่กล้องผมมีฟังชั่นดีพอสมควรจึงทำให้ได้ภาพงามๆในสายตาผมมาหลายภาพ พรมที่นี่เขาใช้เส้นไหมอิหร่านทอจะไม่ใช้ไหมจากที่อื่นมาทออย่างเด็ดขาด  พรมที่ดีแม้บุหรี่ตกลงไปบนพรมก็จะไม่ไหม้ แต่ก็นั่นแหละพี่น้อง จะซื้อพรมมาทิ้งก้นบุหรี่หรือไง เขาอธิบายว่าพรมนั้นเขาดูที่ไหมที่ทอ ดูลวดลาย ดูที่ปมข้างผืนทองยิ่งปมมากก็ยิ่งแสดงถึงความละเอียดมาก ดูเวลา ยิ่งพรมมีอายุยาวนานเท่าไหร่ก็เหมือนเป็นมูลค่าเพิ่ม ราคาก็จะยิ่งสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ลองดูความงามของพรมเปอร์เซียดูนะครับ

เสร็จแล้วมีเวลาเหลือเขาจึงพาเราไปทิ้งที่ห้างให้เดินช้อบปิ้งแต่ไม่ถูกใจโก๋เพราะไม่มีอะไรให้ซื้อเหมือนห้างบ้านเราสักเท่าไหร่ จากนั้นจึงขึ้นรถไปสถานฑูตไทยในเตหะราน เราได้พบกับท่านอุปฑูตเนื่องจากท่านเอกอัครราชฑูตไม่อยู่ไปราชการที่กทม. เราได้รับการพูดคุยพิเศษกับท่านอุปฑูต ตัวแทนจากปตท.ที่มาลงทุนสำรวจและขุดเจาะน้ำมัน และโครงการผลิตและนำเข้าแก๊ส ซึ่งพบว่าเป็นแก๊สซึ่งมีอยู่ประมาณ ๓๐ เปอร์เซนต์ของพื้นที่ที่ได้รับสัมปทาน กับตัวแทนจากกลุ่มปูนซิเมนต์ไทยซึ่งมีโครงการร่วมทุนผลิตเม็ดพลาสติกผมๆได้สอบถามตัวแทนจากปตท.ว่าจริงที่คนอิหร่านจะเติมน้ำมันต้องจำกัดปริมาณแต่ราคาน้ำมันราคาถูกมากจริงๆ ลิตรหนึ่งตกประมาณ ๓ บาท เพราะรัฐจ่ายส่วนต่างค่ากลั่นน้ำมันให้ประชาชนแทน  ผมเกิดความสงสัยว่าทำไมไม่กลั่นน้ำมันเองก็ในเมื่อดาวเทียมทำได้ ทำไมแค่โรงกลั่นน่าจะทำได้ ยังไม่มีเวลาถามคนอิหร่าน อิอิ..  แล้วเราย้ายเข้าไปนั่งโต๊ะวีไอพี ที่ทางสถาบันกำหนดตัวผู้ที่เข้านั่งไว้แล้วมีผมรวมอยู่ด้วย  อาหารก็อร่อยดี ทานเสร็จ ไกด์พาเราไปฟันที่รานขายพรม อิอิ พรมของเขาสวยจริงแต่ราคาก็แพงเหมือนกัน ดูพรมดูข้าวของที่จตุรัสที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากเทียนอันเหมิน แล้วกลับโรงแรม แต่พวกเราหมดฤทธิ์แล้วครับต่างคนต่างแยกย้ายเข้าห้อง ไม่ได้ยินว่าใครไปต่อที่ไหนเลย อิอิ แถมมีบางคนไม่อาบน้ำด้วย ก๊าก…รออ่านตอนต่อไปนะครับ

« « Prev : ๗๓.ปัญหาความมั่นคงของประเทศ๒

Next : ๗๕.ระโหยโรยแรงแห่งอิหร่าน ๒ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

996 ความคิดเห็น


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 1.9388020038605 sec
Sidebar: 0.13169503211975 sec