๗๒.ปัญหาความมั่นคงของประเทศ
อ่าน: 2177 วันนี้(๖ ก.พ.๒๕๕๒) เรามีโอกาสดีที่ได้ฟังอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ หรือพ่อใหญ่ของชาวอีสาน หรือบิ๊กจิ๋ว ที่คนกรุงเรียกกัน ท่านได้มาเล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับปัญหาความมั่นคงในประเทศไทย ท่านบอกว่าสิ่งที่ท่านจะพูดเป็นความคิดเห็นส่วนตนที่ได้จากประสบการณ์การทำงานและมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

ปัญหาความมั่นคงของชาติก็คือความมั่นคงในองค์ประกอบของชาติไม่ใช่เฉพาะเรื่องทางการทหาร ตำรวจ หรือหน่วยงานที่มีอาวุธ
ชาติ คือ พี่น้องประชาชน อาจจะเชื้อชาติเดียวหรือหลายเชื้อชาติรวมกันอยู่บนแผ่นดินหนึ่ง มีขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรม มีระบบเศรษฐกิจ มีการเมืองการปกครองที่สามารถดำเนินการไปได้ มีกองกำลังปกป้องเอกราชอธิปไตยบูรณภาพดินแดน
องค์ประกอบของชาติ ในหลักการใหญ่ จะแบ่งเป็นความมั่นคงทางด้านสังคมของชาติ เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง และความมั่นคง
องค์ประกอบที่มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ คือ ทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง เศรษฐกิจสำคัญที่สุด บนความสำคัญนั้นจะต้องมีการเมืองที่ชอบธรรมด้วย
ในอดีตการทำมาหากินเป็นการเกษตรโบราณ ใช้แรงงานสัตว์ คน การเมืองการปกครอง จะต้องมีผู้นำที่มีความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว บังคับให้สะสมอาหารเพื่อการสงครามได้ การเมืองยุคนี้จึงต้องเป็นระบอบเผด็จการ (การเมืองต้องสอดคล้องกับระบบเศรษฐกิจ)
ต่อมาพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ก็จะมีการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรม เครื่องจักรไอน้ำ เป็นการผลิตจำนวนมาก เป็น Line production ผู้ผลิตมีความสำคัญที่ทัดเทียมกัน เกิดประเด็นเสมอภาค เสรีภาพ มีชนชั้นกลางเกิดขึ้นมาก พาณิชยกรรม การขนส่ง ทำให้เกิดระบบเศรษฐกิจ ใช้ทุนมากขึ้น กลายเป็นระบอบทุนนิยม เป็นการเมืองการปกครองนะบอบประชาธิปไตย
เศรษฐกิจจะดีได้ ก็ขึ้นอยู่กับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
ประเทศที่เจริญแล้ว กำลังพัฒนา หรือยังเป็นประเทศที่ล้าหลัง ก็จะดูว่ามีการปฏิวัติหรือไม่ ถ้ายังมีการปกครองด้วยการปฏิวัติก็ถือว่ายัง under develop เป็นประเทศที่ยังไม่พัฒนา ดังนั้น การจะดูว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วหรือไม่ จึงไม่ใช่ดูว่าประเทศนี้เศรษฐกิจดีหรือไม่
การเมืองที่ดีนั้นจะต้องเป็น ของประชาชน Of the people โดยประชาชน By the people เพื่อประชาชน For the people ตามลำดับ
ประเทศจีน การเมืองการปกครองเป็นของพรรคคอมมิวนิสต์ ทำไมประเทศเจริญก้าวหน้า เพราะเขาทำที่ For the people
เราลองมองที่สังคม ถ้าอำนาจทางการเมืองเป็นของใคร ผลประโยชน์ที่ได้ก็จะเกิดกับของชนชั้นนั้น
ตั้งแต่สมัยพระนารายณ์ มีอยุธยาเป็นราชธานี บ้านเมืองเจริญก้าวหน้ามาก มีการวางแผนดำเนินการ เช่น ชลประทาน แต่ของเราในปัจจุบันกลับล้าหลัง หกเดือนแรกขนน้ำมาหาคน หกเดือนหลังขนคนมาหาน้ำ ฮา……
สมัยรัตนโกสินทร์ ต่อเรือกำปั่นไปขายญี่ปุ่น ประเทศไทยปัจจุบันกองเรือพาณิชย์นาวีมีแต่เรือขนาดเล็ก แต่เรือใหญ่ที่ข้ามมหาสมุทรต้องซื้อจากที่อื่น (ประเทศอื่นเขามีแต่พัฒนา แต่ประเทศข้าฯถอยหลังเข้าคลอง อันนี้ผมว่าของผมเอง อิอิ)
เราพยายามต่อสู้เพื่อการสร้างประชาธิปไตย เอาอำนาจมาให้ประชาชน ถามว่าวันนี้เรามีอำนาจของประชาชนหรือยัง ขณะนี้เราต่างฝ่ายต่างชี้หน้า ทั้งเสื้อแดงเสื้อเหลือง ถ้าเป็นประชาธิปไตยจริงไม่น่าจะมีอย่างนี้
ถ้าเรามองภาพรวมเศรษฐกิจของคนไทยเป็นรูปสามเหลี่ยม ที่เป็นคนรวยอยู่ยอด แต่คนจนอยู่ข้างล่าง(ฐานกว้าง) เมื่อดูที่ความสูงของสามเหลี่ยม ความสูงเดิม ๑๒ เท่า แต่ปัจจุบันถึง ๒๐ เท่าแล้ว ถ้าถูกต้องต้องเป็นรูปไข่ไม่ใช่สามเหลี่ยม
หลักการของการปกครองประชาธิปไตยมี ๕ หลัก
๑.อธิปไตยเป็นของปวงชน
๒.เสรีภาพของบุคคล
๓.ความเสมอภาค
๔.นิติธรรม
๕.รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
ที่อ้างว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป็นประชาธิปไตย จริงๆแล้วจะต้องประกอบกันทั้งห้าหลักไม่ใช่หลักใดหลักหนึ่งแล้วบอกว่าเป็นประชาธิปไตย (นี่…บอกผ่านไปถึงพรรคการเมืองบางพรรคที่บอกว่าฉันเป็นพรรคที่ได้มาจากเสียงของประชาชนสูงสุดในประเทศ ฉันมาจากการเลือกตั้ง ฉันจึงชอบธรรมที่จะจัดตั้งรัฐบาล นี่คือประชาธิปไตย นั้นมาฟังพ่อใหญ่พูดอีกทีไหม..ฮี่ๆ)
การเรียกร้องรัฐธรรมนูญในประเทศไทย ทำกันมานานและเวลาปฏิวัติรัฐประหารก็อ้างแบบเดียวกันว่าการปกครองไม่เป็นธรรม
ที่พระบรมรูปทรงม้า ที่หางม้า มีการตอกหมุดทองเหลือง มีข้อความ ณ ที่แห่งนี้ คณะราษฎร์ได้ยึดอำนาจและสร้างรัฐธรรมนูญขึ้นมา ทำให้เป็นการปลูกฝังความเข้าใจว่าต้องรัฐธรรมนูญเท่านั้นที่จะสร้างประชาธิปไตย เราจึงฉีกรัฐธรรมนูญแล้วสร้างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ เรียกร้องจะเอาแต่รัฐธรรมนูญ แต่ไม่เคยเรียกร้องในการสร้างประชาธิปไตยเลย
เสื้อเหลืองเวลาเสนอต่อสังคมก็จะบอกว่า ให้ดำเนินคดีต่อผู้ประพฤติไม่ชอบที่บ้านพลเอกเปรม ต้องไม่เปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ให้รัฐบาลลาออก ไม่มีข้อเสนอว่าต้องสร้างประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นให้ได้
เสื้อแดง ให้ดำเนินการกับเสื้อเหลือง เอากษิต ออก ให้นำรัฐธรรมนูญปี ๔๐ มาใช้ รัฐบาลต้องลาออก แต่ไม่มีข้อเสนอว่าต้องสร้างประชาธิปไตย
เราเกิดข้อขัดแย้งในสังคมมานานมาก ถึงปัจจุบัน ๗๖ ปีแล้ว ในปี ๑๗ เข้าป่ายิงกัน แต่ในที่สุดเราแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนไทยได้ เราแก้ปัญหาพื้นฐาน การเมืองที่เป็นธรรม เพื่อประชาชนต้องทำให้เกิดให้ได้
ปัญหาวันนี้ยังเบากว่าสมัยก่อน เพราะสมัยก่อนเข้าป่าใช้ปืนยิงกัน แต่วันนี้ใช้ไม้หน้าสามตีกันแสดงว่าเบากว่า…(แฮ่ะๆ พ่อใหญ่…สมัยก่อนยิงกับเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ตอนนี้ชาวบ้านลุกมาตีกันเองนะพ่อใหญ่…) ยังมีต่อ….
« « Prev : ๗๑.ศึกษาดูงานภาคเหนือ เชียงราย-หลวงน้ำทา-สิบสองปันนา(๔)
Next : ๗๓.ปัญหาความมั่นคงของประเทศ๒ » »
8 ความคิดเห็น
พ่อใหญ่ แกมีนัยยะซ่อนอยู่ในใจ แต่ไม่พูดออกมาตรงๆ แต่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สำคัญที่ว่าท่านจะประสบผลสำเร็จในการเคลื่อนไหวแค่ไหน
เคลื่อนอะไร กระซิบหน่อย อิอิ. อาเหลียง
มาเรียนรู้หลักการที่น่าสนใจครับ
ไม่มีอะไรใหม่เลย ด้วยความเคารพ ตอนที่ท่านเป็ุผู้นำ ท่านทำอะไรให้ประเทศชาติ ในฐานะประชาชนเพื่อประชาชน อย่างที่คนมีมีอำนาจ เคยเป็นขงเบ้งของกองทัพ ……
หลักการของการปกครองประชาธิปไตยมี ๕ หลัก
๑.อธิปไตยเป็นของปวงชน
๒.เสรีภาพของบุคคล
๓.ความเสมอภาค
๔.นิติธรรม
๕.รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
แต่คงลืมไปว่าหลักการจะใช้ได้ก็ต่อเมื่ออยู่บนฐาน ของความรู้ความเข้าใจของภาคประชาชน และการมีความจริงใจที่ในการสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้เป็นรูปธรรมเสียที่ ไม่ใช่แค่พูดหรือเป็นนโยบาย พูดกันมาตั้งแต่ ปี 2475 ก็ยังคงพูดเรื่องเดิมที่ไม่ก้าวหน้า สงสารก็แต่ภาคประชาชนที่ยากไร้ แค่จะมีชีวิตรอดในแต่ละฤดูกาลก็แสนลำบากแล้ว ภาคประชาชนที่เขามีการศึกษามีความรู้มีความเข้าใจ เขาสามารถถ่ายทอดความรู้อย่างเป็นระบบและสื่อสารสองทางค่ะ
อิอิ เฮียเหลียง
เพราะพ่อใหญ่พูดไปซ่อนไปนี่แหละ ทำให้คนฟังเขางงกันไปทั้งบาง
แต่ที่ท่านมาพูด มาเล่าประสบการณ์ให้ฟัง ท่านก็เล่าในมุมของท่าน เล่าถึงเรื่องการหลุดออกจากตำแหน่งแต่ละครั้งด้วย อิอิ
พี่บู้ธครับ
พ่อใหญ่มาเล่าประสบการณ์เสียเป็นส่วนใหญ่ เล่าให้ฟังว่าการแก้ปัญหาได้พยายามทำอะไรบ้าง แต่ผู้มีอำนาจไม่เข้าใจจึงทำให้การทำงานสะดุด
พวกเราถามคำถามหลายข้อ แต่ท่านก็ตอบแบบนักการเมืองครับก็คือ อืมม์..ใครรู้ช่วยตอบที….ฮา…
เปรี้ยงๆดังเสียงฟ้าฟาด…ฮ่าๆๆ อ.หลินฮุ่ยครับ
วันนี้ อาจารย์มาแบบดุดันเลยนะครับ อิอิ ฟาดตรงๆ ตรงแสกหน้าเลย อิอิอิ ชัดเจนไม่ต้องอธิบาย แฮ่ะๆ
เพราะความจริงใจ ไม่ใช่น้ำเชื่อมที่มียาพิษ สังคมไทยอ่อนแอในเรื่องของความจริงไม่กล้าพูดความจริงกันตรงๆ ชอบลูบหน้าปะจมูก ยกย่องคนที่มีและเคยมีอำนาจและเงิน แต่ไม่ใส่ใจที่มาและที่ไปของสิ่งเหล่านั้น หาได้ยกยกย่องคนดีคนที่เสียสละเพื่อชาติที่เป็นชาวบ้านธรรมดา ผู้รักษาแผ่นดินไทยมาทุกยุคทุกสมัย ชอบประดิษฐ์ประดอยคำพูด คิดอย่างพูดอย่าง ทำอย่างประเทศชาติเสียหายมามากแล้ว แค่หยุดเป็น ประเทศชาติก็พอที่จะพัฒนาต่อไปในทิศทางที่ดีได้ค่ะ
ขอบพระคุณอาจารย์หลินฮุ่ยครับ ที่มากระตุกต่อมความคิดให้เรากล้าพูดตรงๆในสิ่งที่ควรจะเป็น ในการเรียนวันนั้นถัดจากพ่อใหญ่จิ๋ว ก็มีการนำเสนอการลงพื้นที่ภาคใต้ มันมากเพราะมีคนในพื้นที่พูดให้ฟังว่าความจริงคืออะไร ทำไมเราจึงต้องพูดแบบเอาอกเอาใจมุสลิม แต่ไม่มีใครพูดถึงไทยพุทธที่สูญเสีย ตำรวจทหารที่สูญเสีย แล้วผมจะเอามาเล่าให้ฟังครับ