วันครูปี ๒๕๕๔

อ่าน: 1860

“เทิดพระเกียรติทั่วหล้า บูชาครูของแผ่นดิน ภูมินทร์ภูมิพล”

คือ คำขวัญวันครูปี ๒๕๕๔

     ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการทูลเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญา “พระผู้ทรงเป็นครูของแผ่นดิน” แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันครู ๑๖ มกราคม ๒๕๕๔ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา รวมทั้งเพื่อยกย่องวิชาชีพครูให้เป็นวิชาชีพชั้นสูง และจัดตั้งกองทุนครูของแผ่นดินขึ้นมา พร้อมการประกาศการเป็นปีคุณภาพครู  เพื่อการตระหนักในหน้าที่อันยิ่งใหญ่ของการเป็นครูที่ดี ช่วยกันพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นไป ในอนาคตจะได้มีครูที่ดีและเก่งเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในส่วนของภาครัฐจะสร้างขวัญและกำลังใจให้กับครู เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการดูแลในเรื่องของรายได้ ความเป็นอยู่ รวมไปถึงเรื่องของวิทยฐานะ

      ขอแสดงความยินดีกับคุณครูคุณภาพ ครูที่ดีและเก่งทั้งหลายด้วยครับ และหวังว่าคงจะได้รับการดูแลจากรัฐ ตามที่ได้ประกาศไว้อย่างจริงจัง   ทุกคนมีความรู้อยู่ในตัว ทุกคนสามารถถ่ายทอดความรู้ได้ ดังนั้นทุกคนจึงเป็นครู ขอจงเป็นครูคุณภาพตาม “พระผู้ทรงเป็นครูของแผ่นดิน” ของปวงชนชาวไทย


อาม่าเล่าเรื่อง (๑๘) จองบ้านให้อาม่า

4 ความคิดเห็น โดย Panda เมื่อ 28 ธันวาคม 2010 เวลา 23:50 ในหมวดหมู่ ข้อคิดชีวิต ปรัชญา ศาสนา, สังคม ครอบครัว ชุมชน #
อ่าน: 1809

       วันนี้ออกจากบ้านแต่เช้า เพื่อไปรับและดูการตกแต่งบ้านใหญ่ (ตั๋วฉู่) ที่ลูกหลานจองไว้สำหรับอาม่า ตามคำแนะนำของอากู๋และการเห็นชอบจากอาม่า เฝ้าดูตั้งแต่การเดินทางจาก กทม. มาถึงโคราชในเวลาประมาณ ๙.๓๐ น. จนกระทั่งทาสีแดงและตกแต่งเรียบร้อยในเวลาบ่ายประมาณ ๑๕.๓๐ น. จึงนำภาพกลับไปให้อาม่าดูที่ปักธงชัย  หลังจากการดื่มกาแฟและทานขนมและได้ดูภาพแล้ว อาม่าเล่าให้ฟังว่า เมื่อวานนี้คิดว่าจะออกมาดูบ้านด้วยตัวเองที่โคราช แต่เมื่อคืนเกิดอาการแน่นท้องจนเกิดการอาเจียน คิดในใจว่าพอรู้ว่าบ้านจะมาถึงก็จะไปเลยหรือยังไง ผมฟังแล้วก็พูดอะไรไม่ออก จนอาโกที่นั่งอยู่ด้วยพูดว่า เมื่ออาเจียนออกมาแล้วก็ดีขึ้นและวันนี้ก็ถ่ายออกตามปกติแล้วหลังจากเมื่อคืนให้รับประทานยาระบายไป วันนี้สบายดีขึ้นมากแล้ว ทำให้ผมสบายใจขึ้นได้ครับ
          อ่านต่อ »


อาม่าเล่าเรื่อง (๑๖) อากงของเรา

2 ความคิดเห็น โดย Panda เมื่อ 2 ธันวาคม 2010 เวลา 21:05 ในหมวดหมู่ ข้อคิดชีวิต ปรัชญา ศาสนา, สังคม ครอบครัว ชุมชน #
อ่าน: 1601

          ในโอกาสใกล้วันพ่อ ( ๕ ธันวาคม ๒๕๕๓)  เลยขอนำเรื่องที่เกี่ยวกับคุณพ่อ (อากง) ที่อาม่าเล่าให้ฟังเพิ่มเติมครับ
          อากงเป็นลูกคนโตของครอบครัว มีน้องชายนึ่งคน (อาเจ็ก) และน้อสาวหนึ่งคน (อาโก)  และเนื่องจากเล่ากง (พ่อของอากง) เสียชีวิตตั้งแต่อากงมีอายุเพียง๑๖ ปี อากงในฐานะลูกชายคนโตจึงต้องรับภาระในการช่วยเหลือเล่าม่า (คุณแม่) ในการทำมาหาเลี้ยงครอบครัว ตั้งแต่อายุยังไม่มาก แต่ก็ยังโชคดีที่เจ้าของโรงงานใหญ่ในสมัยนั้น (ร้านตงอาว) ที่มีโรงงานต้มกลั่นสุรา ที่อาม่าเรียกว่า “โรงต้ม” และมีร้านจำหน่ายสุรา (เหล้าขาว) หลายสาขา  เป็นคนที่มาจากเมืองจีนที่เป็นบ้านเดียวกันกับเล่าม่า จึงรับอากงเข้าทำงานที่ร้านจำหน่ายสุรา แม้ว่าอากงจะไม่ได้เรียนหนังสือสูง แต่ด้วยความขยันเรียนรู้ด้วยตนเองจึงมีความรู้ความสามารถในการอ่านและเขียนเป็นอย่างดี พร้อมทั้งมีความสามารถในการใช้ลูกคิด มีความละเอียดรอบครอบ จึงได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ด้านทำบัญชีของร้าน

         อาม่าบอกว่า อากงรักน้องทั้งสองคนมาก พยายามให้น้องทั้งสองได้เรียนหนังสือสูง ๆ  โดยเฉพาะอาเจ็กซึ่งเป็นน้องชาย ถึงกับลงทุนส่งให้ไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ  เรื่องของความรักและช่วยเหลือน้องของอากงนี้มีมาอย่างต่อเนื่องแม้ว่าน้องทั้งสองจะมีครอบครัวแล้วก็ตาม  อ่านต่อ »


อาม่าเล่าเรื่อง (๑๕) ในโชคร้ายยังมีโชคดี

อ่าน: 1515

     คุยกับอาม่าหลังกินกาแฟในตอนบ่ายวันนี้ อาม่าเล่าว่า  การประสบภัยน้ำท่วมปีนี้เสียหายมากที่สุดเท่าที่เคยประสบมาในชีวิต แต่ก็นับว่าโชคดีหลายอย่างที่ได้รับความช่วยเหลือต่าง ๆ เป็นอย่างดีจาก ทั้งลูก ๆ หลาน ๆ และญาติพี่น้อง รวมทั้งเพื่อนบ้านอีกด้วย   เรื่องการช่วยเหลือจากลูก ๆ หลาน ๆ นั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะทุกคนทำเต็มที่อยู่แล้ว แต่การช่วยเหลือที่อาม่าและอาโกได้รับจากเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันในช่วงวันที่น้ำท่วมสูงสุด (วันที่ ๑๗ ตุลาคม)  คือระดับน้ำในบ้านสูงเกือบเมตรครึ่ง ในขณะระดับน้ำนอกบ้านที่ถนนสูงเกือบสองเมตรและไหลเชี่ยวมาก การนำน้ำและอาหารมาส่งโดยทางเรือของหน่วยช่วยเหลือยังไม่มีมา  เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันเป็นสามีภรรยาที่อายุอยู่ในวัย ๔๐ ต้น ๆ (ผมคาดเดาเอง) สามีที่แข็งแรงจึงสามารถลุยน้ำออกไปนำอาหารกลับเข้ามาได้ และยังมีน้ำใจนำมาเผื่ออาม่ากับอาโกอีกด้วย โดยการปีนออกทางหน้าต่างชั้นสองของบ้านตนเอง ออกมาที่กันสาดแล้วปีนข้ามมายังบ้านอาม่า นำอาหารมาให้ถึงสองครั้ง ครั้งแรกเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จ ๒ ห่อ และครั้งต่อมาเป็น ข้าวผัด ๒ กล่อง  แม้ราคาจะไม่กี่บาทแต่คุณค่าของมันในยามวิกฤตเช่นนี้ประเมินค่าไม่ได้ครับ  ผมซาบซึ้งในน้ำใจเป็นอย่างยิ่งครับ ชื่อเล่นของเพื่อนบ้านที่มีน้ำใจท่านนี้ชื่อหมูครับ อาม่าบอกว่าเป็นคนดีจริง ๆ และบอกอีกว่าเป็นลูกเขยเจ้าของร้านถ่ายรูปวิจิตรศิลป์ ที่อยู่บนถนนเดียวกันนี้เอง

             อ่านต่อ »


อาม่าเล่าเรื่อง (๑๔) อาหารในงานงิ้ว

อ่าน: 2066

      ในงานงิ้วประจำปีของปักธงชัยนอกเหนือจากการแสดงงิ้ว และมหรสพหลาย ๆ อย่างแล้ว  สิ่งที่เป็นที่ชื่นชอบและตั้งตารอของผู้คนต่าง ๆ โดยเฉพาะเด็ก ๆ ก็คือการได้มาเที่ยวชิมอาหารหลากหลายชนิดที่ในบางอย่างจะมีจำหน่ายเฉพาะในงานนี้เท่านั้น ในช่วงงานที่มีด้วยกัน ๕ วัน  ที่บ้านของหลาย ๆ ครอบครัวรวมทั้งครอบครัวของเราด้วยก็จะไม่ทำอาหารเย็นเองเพื่อรับประทานเหมือนวันปกติ แต่จะออกไปหาอาหารอร่อย ๆ รับประทานแทน บางทีก็ออกไปซื้อมารับประทานด้วยกันที่บ้าน

 

        อ่านต่อ »


อาม่าเล่าเรื่อง (๑๐) ของฝากเมืองจีน

อ่าน: 2809

       อาม่าได้กลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่เมืองจีนเมื่ออายุ ๖๐ ปี พอดี โดยเดินทางไปพร้อมกับน้องชาย (อากู๋) โคราช และ น้องสาว (อาอี้) กรุงเทพฯ ซึ่งทั้งคู่เคยเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่เมืองจีนมาก่อนแล้ว การไปครั้งนี้จึงเป็นไปได้ด้วยดี โดยเดินทางด้วยเครื่องบินจากท่าอากาศยานกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) ไปลงที่เกาะฮ่องกงก่อน แล้วนั่งรถยนต์ต่อไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ ด้วยการใช้บริการเรือขนส่งขนาดใหญ่ ที่สามารถนำรถยนต์ลงไปในเรือแล้วเมื่อเดินทางไปถึงจีนแผ่นดินใหญ่ก็เดินทางต่อไปด้วยรถยนต์คันเดิมจนถึงโรงแรมที่พักในซัวเถา  ต่อจากนั้นญาติที่เมืองจีนก็จะมารับเพื่อเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านเกิด  สำหรับอาม่านั้น อากู๋ ซึ่งเป็นน้องชายแท้ ๆ ของอาม่าเป็นผู้เดินทางมารับ และได้พักอยู่ที่บ้านอากู๋คนนี้ในช่วงที่อยู่ที่เมืองจีน  และอากู๋คนนี้ต่อมาก็ได้เดินทางมาเยี่ยมอาม่าที่เมืองไทยด้วยในปี พ.ศ. ๒๕๔๕

 

อากู๋น้องชายแท้ ๆ ของอาม่าเดินทางจากเมืองจีนมาเยี่ยมอาม่าที่เมืองไทย เมื่อ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๕

           อ่านต่อ »


อาม่าเล่าเรื่อง (๙) ต้องย้ายที่อยู่อีกครั้ง

1 ความคิดเห็น โดย Panda เมื่อ 6 ตุลาคม 2010 เวลา 12:02 ในหมวดหมู่ สังคม ครอบครัว ชุมชน #
อ่าน: 2073

       การทำมาหาเลี้ยงชีพและสร้างครอบของอากงอาม่าที่ห้องเช่าบ้านไม้สามชั้นก็เป็นไปด้วยดีมาตามลำดับโดยมีลูก ๆ โดยเฉพาะลูกชายคนโตเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือ และมีอายุเข้าสู่วัยรุ่น  อาม่าเล่าว่าเจ้าของบ้านไม้สามชั้นที่ให้เช่าก็มีลูกชายคนหนึ่งที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกชายคนโตหรือตั๋วเฮียของพวกเรา  เนื่องจากเป็นลูกชายคนเดียวของผู้มีอันจะกิน จึงมีนิสัยค่อนข้างเกเร ชอบเอาเปรียบและรังแกคนอื่น ๆ ในระแวกนั้นอยู่เป็นประจำ รวมทั้งตั๋วเฮียและยี่เฮียของพวกเราก็ไม่เว้น จนมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ตั๋วเฮียมีเรื่องกับลูกชายเจ้าของบ้านรุนแรงจนถึงขั้นชกต่อยกัน ตั๋วเฮียถูกลูกชายเจ้าของบ้านกัดจนเลือดออก อาม่าจึงเข้าไปห้ามพร้อมต่อว่าลูกชายเจ้าของบ้าน ต่อมาพี่สาวของเขาก็เข้ามาช่วย ในที่สุดก็นำเรื่องไปฟ้องแม่ของตน ที่เป็นเจ้าของบ้านเช่า เป็นเหตุให้เกิดการต่อว่าต่อขานกันตามมา และเกิดความบาดหมางกันระหว่างสองครอบครัว จนถึงขั้นที่เจ้าของบ้านออกปากไล่ให้ครอบครัวของเราไปหาที่อยู่ใหม่ อาม่าจึงขอให้อากงหาที่อยู่ใหม่ ซึ่งในที่สุดก็ได้บ้านเช่าใหม่ที่เป็นบ้านไม้แถวชั้นเดียว โดยพื้นบ้านเป็นดินอัดแน่นแล้วปูด้วยไม้กระดานเป็นแผ่น ๆ อยู่ด้านบนอีกที อาม่าเล่าว่าตามร่องระหว่างไม้กระดานพื้นและใต้กระดานมักจะมีพวกตะขาบและแมงป่องอาศัยอยู่จำนวนมาก  ต้องคอยระวังไม่ให้ถูกสัตว์พิษพวกนี้กัดเอา  แม้กระนั้นก็โดนกันไปหลายครั้ง  ห้องเช่านี้ต่อมาเจ้าของที่ก็สร้างเป็นห้องแถวไม้สองชั้นให้เช่าต่อ ในช่วงก่อสร้างทำให้ครอบครัวของเราต้องย้ายไปอยู่ที่ห้องเช่าชั่วคราว ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอ ซึ่งในสมัยนั้นเรียกว่า “ตลาดใหม่” ในขณะที่บริเวณบ้านเช่าเดิมเรียกกันว่า “ตลาดเก่า”

รูปครอบครัว ที่หน้าบ้านสามชั้น เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๒

      เมื่อการก่อสร้างเสร็จ ครอบครัวเราก็ย้ายมาเช่าอยู่ที่ห้องเช่าเดิม ต่อมาลูกของเจ้าของที่เดิมก็ขาย  ครอบครัวของเราจึงได้ซื้อบ้าน(ห้องแถวไม้สองชั้นสองคูหา) เป็นของตนเอง เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและทำมาค้าขายมาจนถึงปัจจุบัน และเปลี่ยนแปลงเป็นบ้านตึกแถวสามชั้นไปแล้วในขณะนี้


เหตุเกิดเพราะแมวไม่สบาย

3 ความคิดเห็น โดย Panda เมื่อ 3 ตุลาคม 2010 เวลา 16:24 ในหมวดหมู่ สุขภาพ การแพทย์ และ สุขภาวะ #
อ่าน: 1543

       เมื่อแมวแสนรักของอาม่าไม่สบายก็เลยต้องทำหน้าที่ พขร. นำเจ้าเหมียวไปพบหมอตามที่ได้ทราบจากเจ้าของมาตามลำดับแล้ว วันนี้ระหว่างรอคิวเข้าพบหมอหมาหมอแมว (สัตวแพทย์)  เจ้าของแมวอยากจะซื้อข้าวเม่าทอดเจ้าประจำที่หน้าตลาดหมู่บ้านการเคหะ เลยรับอาสาเดินไปซื้อให้ แต่ไม่ได้กลับมาเนื่องจากเขาขายดีจนทำไม่ทัน  สอบถามคนขาย เขาบอกว่าต้องรอนาน เพราะพอดีกล้วยขาด แต่ถ้าเป็นกล้วยทอดก็รอประมาณ ๕ นาที จึงตัดสินใจว่า ไม่ได้ข้าวเม่าทอด (กล้วยเคลือบข้าว)แต่ได้กล้วยทอดไปแทนก็ยังดี และแถมเต้าหู้ทอดไปให้อีกด้วย ระหว่างที่ยืนรอเขาทำกล้วยทอดอยู่นั้นก็ต้องสะดุ้ง เมื่อเห็นคนทอดกล้วยนำถุงน้ำมันพืชสองถุงมาเติมน้ำมันเพิ่มลงไปในกะทะที่ใช้ทอดด้วยวิธีที่รวดเร็วโดยไม่ต้องแกะปากถุง คือถือถุงน้ำมันพืชทั้งสองแล้วหย่อนให้ก้นถุงลงไปถูกกะทะที่มีน้ำมันกำลังเดือดอยู่ ให้ก้นถุงละลายแล้วน้ำมันก็ไหลลงกะทะได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ระหว่างถือถุงกล้วยแขกและเต้าหู่ทอดเดินกลับมาคลีนิก ก็ไม่คิดอะไรมากครับกับสิ่งที่เห็นมา 

 

       อ่านต่อ »


งานมุฑิตาจิตกับผู้เกษียณ

3 ความคิดเห็น โดย Panda เมื่อ 30 กันยายน 2010 เวลา 22:04 ในหมวดหมู่ สังคม ครอบครัว ชุมชน #
อ่าน: 1945

        ในช่วงเดือนกันยายนของทุก ๆ ปีก็จะมีงานในหน่วยงานราชการต่าง ๆ เพื่อแสดงมุฑิตาจิตให้กับผู้เกษียณอายุราชการ ซึ่งแต่ละแห่งก็จะมีการจัดที่แตกต่างกัน สำหรับมหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งมานานแล้ว ก็จะมีผู้เกษียณไปแล้วจำนวนมาก งานแสดงมุฑิตาจิตจึงอาจจะมีการเชิญผู้เกษียณไปก่อนแล้วมาร่วมงานด้วย  สำหรับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ที่เพิ่งมีอายุครบ ๒๐ ปีในปีนี้ จึงมีผู้เกษียณก่อนหน้านี้ไม่มาก แต่ก็เป็นที่น่ายินดีที่ในงานแสดงมุฑิตาจิตของสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ปีนี้ ซึ่งมีผู้เกษียณอายุจำนวน ๓ ท่าน ทางสำนักวิชาได้เชิญผู้เกษียณอายุของสำนักวิชาในปีก่อน ๆ มาร่วมงานด้วยเป็นครั้งแรก  ผมเองซึ่งเกษียณมาแล้วหลายปีจาก มทส. ก็ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานในครั้งนี้ด้วย แต่ก็น่าเสียดาย ที่ในที่สุดก็พลาดโอกาสไปร่วมงาน เนื่องจากมีการเปลี่ยนวันจัดงานกระทันหัน จากวันที่ ๓๐ มาเป็นวันที่ ๒๙ กันยายน โดยทราบในบ่ายวันที่ ๒๘

งานฉลอง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) มีอายุครบ ๒๐ ปี ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓

         งานแสดงมุฑิตาจิตของมหาวิทยาลัยใหม่ ๆ กับมหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งมานานแล้วมักจะมีความแตกต่างกัน ก็คงเป็นเรื่องของยุคสมัยและเรื่องความผูกพันกันมานานมากน้อยแตกต่างกันไป การให้ความสำคัญในการจัดงานจึงแตกต่างกันไปด้วย

        เกษียณอายุราชการ…..ไม่ใช่เกษียณอายุการทำงาน….แต่ละท่านก็ยังคงสามารถทำงานหรือทำประโยชน์ต่อไปได้…..มองการเกษียณเป็นโอกาส…..ทำให้…มีโอกาสทำตามที่ใจตนเองต้องการอย่างมีอิสระมากขึ้น….. มีโอกาสสร้างประโยชน์ให้สังคมและประเทศชาติอย่างอิสระมากขึ้น…..ยินดีต้อนรับทุกท่าน…สู่ชีวิตใหม่….ชาว สว. ครับ


วุฒิอาสาร่วมพัฒนาชุมชน (๕) แบ่งกลุ่มแนะนำตามความเชี่ยวชาญ

อ่าน: 2496

      ในช่วงท้ายของการทำประชาคมกับชุมชนบ้านใหม่ในครั้งนี้ หลังจากการสอบถามถึงปัญหาและความต้องการของชุมชนแล้ว  ท่านประธานวุฒิอาสาฯ ได้จัดให้มีการแบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ เพื่อให้วุฒิอาสาให้คำแนะนำตามความเชี่ยวชาญของวุฒิอาสา เช่น กลุ่มการทำบัญชีและบริหารธุรกิจ กลุ่มการเขียนโครงการ กลุ่มการเกษตร กลุ่มงานประดิษฐ์ เป็นต้น เพื่อให้สามารถปรึกษาหารือและให้คำแนะนำได้อย่างใกล้ชิด รวมทั้งการวางแผนที่จะลงพื้นมาให้การสนับสนุนในครั้งต่อไปได้ตรงประเด็นความต้องการของชุมชนมากขึ้น

        อ่านต่อ »



Main: 0.084419965744019 sec
Sidebar: 0.031814098358154 sec