อาม่าเล่าเรื่อง (๑๘) จองบ้านให้อาม่า

โดย Panda เมื่อ 28 ธันวาคม 2010 เวลา 23:50 ในหมวดหมู่ ข้อคิดชีวิต ปรัชญา ศาสนา, สังคม ครอบครัว ชุมชน #
อ่าน: 1908

       วันนี้ออกจากบ้านแต่เช้า เพื่อไปรับและดูการตกแต่งบ้านใหญ่ (ตั๋วฉู่) ที่ลูกหลานจองไว้สำหรับอาม่า ตามคำแนะนำของอากู๋และการเห็นชอบจากอาม่า เฝ้าดูตั้งแต่การเดินทางจาก กทม. มาถึงโคราชในเวลาประมาณ ๙.๓๐ น. จนกระทั่งทาสีแดงและตกแต่งเรียบร้อยในเวลาบ่ายประมาณ ๑๕.๓๐ น. จึงนำภาพกลับไปให้อาม่าดูที่ปักธงชัย  หลังจากการดื่มกาแฟและทานขนมและได้ดูภาพแล้ว อาม่าเล่าให้ฟังว่า เมื่อวานนี้คิดว่าจะออกมาดูบ้านด้วยตัวเองที่โคราช แต่เมื่อคืนเกิดอาการแน่นท้องจนเกิดการอาเจียน คิดในใจว่าพอรู้ว่าบ้านจะมาถึงก็จะไปเลยหรือยังไง ผมฟังแล้วก็พูดอะไรไม่ออก จนอาโกที่นั่งอยู่ด้วยพูดว่า เมื่ออาเจียนออกมาแล้วก็ดีขึ้นและวันนี้ก็ถ่ายออกตามปกติแล้วหลังจากเมื่อคืนให้รับประทานยาระบายไป วันนี้สบายดีขึ้นมากแล้ว ทำให้ผมสบายใจขึ้นได้ครับ
                เรื่องนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อต้นเดือนธันวาคมนี้ที่อาม่าไม่สบายจนต้องเข้าไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอยู่ประมาณหนึ่งสัปดาห์ มีญาติพี่น้องมาเยี่ยมทุกวันโดยเฉพาะอากู๋(น้องชาย) มักมาถึงวันละสองครั้งคือเช้าและเย็น และพูดคุยกับอาม่าในเรื่องต่าง ๆ มากมาย รวมทั้งหาหนังจีนมานั่งดูกับอาม่าด้วย อยู่มาวันหนึ่งผมจึงได้ทราบว่าอากู๋คุยกับอาม่า เรื่องการจองบ้านใหญ่(ตั๋วฉู่) ทำด้วยไม้สักสำหรับอาม่า และฝากไว้ก่อนที่มูลนิธิสว่างเมตตาธรรมโคราช และอาม่าก็เห็นชอบ ในวันรุ่งขึ้นอากู๋ก็ดำเนินให้ทันที จึงเป็นที่มาของการนำมาให้ดูในสภาพก่อนทาสี เพื่อให้เห็นเนื้อไม้สัก แล้วจึงดำเนินการทาสีแดงพร้อมตกแต่งจนเรียบร้อยในวันนี้ และมีการห่อไว้ด้วยผ้าแดงอีกชั้นพร้อมการทำพิธีวางดอกไม้ กล่าวคำอธิฐานและติดป้ายไว้ให้เรียบร้อย ดังภาพโดยสรุปดังต่อไปนี้

สภาพโลงศพจีนเมื่อเดินทางมาถึงมูลนิธิสว่างเมตตาธรรมโคราชโดยทางรถยนต์

 

การขนย้ายจากรถลงไปยังสถานที่เก็บรักษาเพื่อการทาสีตกแต่ง

 

สภาพหลังจากทาสีแดง ตกแต่งเสร็จเรียบร้อย ห่อผ้าแดงและติดป้ายไว้

« « Prev : ภาพงานเทศกาลผ้าไหมปักธงชัย ครั้งที่ ๑๑

Next : สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๔ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

4 ความคิดเห็น

  • #1 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 29 ธันวาคม 2010 เวลา 14:01

    โอ้โห วางแผนไว้เรียบร้อยเฉียบขาดมากเลยนะครับ พระอาจารย์

  • #2 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 29 ธันวาคม 2010 เวลา 14:41

    อาม่าสอนธรรมได้ชัดเลยค่ะพี่แพนด้า ลูกหลานได้เรียนรู้แบบอย่างที่ดีนะคะเนี่ย…เบิร์ดยังไม่ได้เขียนพินัยกรรมเลย มีทรัพย์สินอยู่แค่ร่างกายจะยกให้เป็นอาจารย์ใหญ่น่ะค่ะ เพราะตา ไต ปอด ตับ หัวใจ ม้าม ไขกระดูก บริจาคหมดแล้ว คริคริคริ

  • #3 Panda ให้ความคิดเห็นเมื่อ 29 ธันวาคม 2010 เวลา 22:35
    อาม่าวางแผนไว้เรียบร้อยจริง ๆครับ พ่อครูบาฯ แม้แต่เสื้อผ้าชุดที่จะใส่ไป พร้อมสิ่งที่ต้องมีประกอบที่ชาวจีนเรียกว่า เตี๊ยบ หรือ ใบประวัติและสิ่งประกอบที่จัดทำเป็นการเฉพาะของผู้หญิงจีน ที่เสียชีวิต ก็จัดเตรียมไว้ในกล่องเรียบร้อย คนที่รู้เรื่องต่าง ๆ มากที่สุดก็คือ ลูกสาวคนโต (โกใหญ่) ที่ดูแลอาม่าอยู่ตลอดมาครับ
    ช่วงนี้เมื่อผมไปช่วยโกใหญ่ดูแลอาม่า อาม่ามักจะเล่าเรื่อง การแบ่งมรดกของลูกหลานของคนที่รู้จักที่จากไปแล้ว ว่าบางครอบครัวทำไม่ค่อยจะถูกต้อง รวมทั้งเรื่องราวของการแย่งชิงมรดกกันของลูก ๆ ผมก็รับฟังและเข้าใจได้ว่า อาม่าพยายามจะสอนเราทางอ้อม บางจังหวะผมก็จะบอกว่า ครอบครัวเราไม่น่าจะมีปัญหา เพราะทุกคนสามารถเลี้ยงตนเองได้อยู่แล้ว อาม่าก็พูดในเชิงตลกว่า “ครอบครัวเราคงไม่มีปัญหาหรอก เพราะอาม่าไม่มีสมบัติอะไรเลย เงินก็ไม่มีมาก แค่เก็บไว้พอใช้จ่ายในการจัดงานศพตามประเพณีเท่านั้น”
    สำหรับที่ฝังศพของอาม่านั้น มีรออยู่แล้วที่สุสานโคราช เคียงข้างกับ อากง ที่ไปรออยู่แล้วหลายปีครับ น้องเบิร์ด
  • #4 Lin Hui ให้ความคิดเห็นเมื่อ 30 ธันวาคม 2010 เวลา 10:33

    เรื่องนี้เป็นพุทธแท้ ที่มีการเตรียมตัว…..เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก ที่น่าจดจำยิ่ง…อาม่าหลินฮุ่ยเคยเรียนรู้ทั้งธรรมเนียมจีนแท้ และวัฒนธรรมชาวบาบาทางใต้ของไทย ซึ่งล้วนแต่เป็นชาวพุทธ ที่มีความเคร่งครัดต่อธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม….ความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ…คือบุญบารมีที่สูงสุด ที่พวกเราชาวพุทธพึงยึดปฏิบัติ…ไม่ว่าพระอรหันยังมีชีวิต หรือจากไปแล้วก็ตามค่ะ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.082947969436646 sec
Sidebar: 0.024612903594971 sec