อาม่าเล่าเรื่อง (๑๖) อากงของเรา

โดย Panda เมื่อ 2 ธันวาคม 2010 เวลา 21:05 ในหมวดหมู่ ข้อคิดชีวิต ปรัชญา ศาสนา, สังคม ครอบครัว ชุมชน #
อ่าน: 1746

          ในโอกาสใกล้วันพ่อ ( ๕ ธันวาคม ๒๕๕๓)  เลยขอนำเรื่องที่เกี่ยวกับคุณพ่อ (อากง) ที่อาม่าเล่าให้ฟังเพิ่มเติมครับ
          อากงเป็นลูกคนโตของครอบครัว มีน้องชายนึ่งคน (อาเจ็ก) และน้อสาวหนึ่งคน (อาโก)  และเนื่องจากเล่ากง (พ่อของอากง) เสียชีวิตตั้งแต่อากงมีอายุเพียง๑๖ ปี อากงในฐานะลูกชายคนโตจึงต้องรับภาระในการช่วยเหลือเล่าม่า (คุณแม่) ในการทำมาหาเลี้ยงครอบครัว ตั้งแต่อายุยังไม่มาก แต่ก็ยังโชคดีที่เจ้าของโรงงานใหญ่ในสมัยนั้น (ร้านตงอาว) ที่มีโรงงานต้มกลั่นสุรา ที่อาม่าเรียกว่า “โรงต้ม” และมีร้านจำหน่ายสุรา (เหล้าขาว) หลายสาขา  เป็นคนที่มาจากเมืองจีนที่เป็นบ้านเดียวกันกับเล่าม่า จึงรับอากงเข้าทำงานที่ร้านจำหน่ายสุรา แม้ว่าอากงจะไม่ได้เรียนหนังสือสูง แต่ด้วยความขยันเรียนรู้ด้วยตนเองจึงมีความรู้ความสามารถในการอ่านและเขียนเป็นอย่างดี พร้อมทั้งมีความสามารถในการใช้ลูกคิด มีความละเอียดรอบครอบ จึงได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ด้านทำบัญชีของร้าน

         อาม่าบอกว่า อากงรักน้องทั้งสองคนมาก พยายามให้น้องทั้งสองได้เรียนหนังสือสูง ๆ  โดยเฉพาะอาเจ็กซึ่งเป็นน้องชาย ถึงกับลงทุนส่งให้ไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ  เรื่องของความรักและช่วยเหลือน้องของอากงนี้มีมาอย่างต่อเนื่องแม้ว่าน้องทั้งสองจะมีครอบครัวแล้วก็ตาม 
         หลังจากอาเจ็กเรียนจบมาจากกรุงเทพฯแล้ว อากงก็ฝากให้เข้าทำงานกับร้านจำหน่ายสุราเช่นเดียวกันกับตนเอง  แต่เมื่ออาเจ็กมีครอบครัวแล้วก็ออกมาทำมาหากินเองโดยการเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวและกาแฟในเมืองโคราชนั้นเอง  จนกระทั่งช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่สองที่ชาวจีนต้องย้ายออกจากเมืองโคราช  ในขณะที่อากงและครอบครัวตัดสินใจย้ายมาอยู่ อำเภอปักธงชัย  อาเจ็กที่เคยไปเรียนที่กรุงเทพฯ จึงตัดสินใจย้ายครอบครัวไปทำมาหาเลี้ยงชีพในกรุงเทพฯ  แต่ต่อมามีปัญหาก็เลยย้ายไปทำมาหาเลี้ยงครอบครัวอยู่ที่จังหวัดอุดร เพราะมีญาติของอาซิ้ม (ภรรยาอาเจ็ก) อยู่ที่นั่นโดยเริ่มต้นด้วยการเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวและกาแฟเช่นเดิม  บุตรคนโตของอาเจ็กนั้น ช่วงแรก อากงก็ให้มาเรียนหนังสือและช่วยงานที่ร้านที่ปักธงชัย  ต่อมาก็กลับไปอยู่ที่อุดรและเมื่อเติบโตมีครอบครัว ก็สามารถทำมาหาเลี้ยงครอบครัวจนเจริญรุ่งเรือง ด้วยการเปิดร้านจำหน่ายเครื่องครัวต่าง ๆ โดยเฉพาะพวกถ้วยชามและจานสารพัดแบบ ที่บริเวณที่เขาเรียกว่าห้าแยกอุดร

         สำหรับอาโกที่เป็นน้องสาวของอากง เมื่อมีครอบครัวแล้ว  อาเตี๋ย (สามีอาโก) เป็นญาติกับร้านใหญ่แห่งหนึ่งของโคราช จึงทำงานอยู่กับร้านของญาติจนกระทั่งช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ได้ตัดสินใจย้ายครอบครัวไปทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการเปิดร้านขายของอยู่ที่อำเภอบัวใหญ่  แต่ในระยะต่อมากิจการไม่ดี มีรายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย ในที่สุดอากงจึงชักชวนให้อาโกย้ายมาอยู่ที่ปักธงชัย  โดยอากงไปจองเช่าชื้อห้องแถวจำนวน ๑ ห้องที่กำลังก่อสร้างบริเวณข้างตลาดสดปักธงชัยให้ และช่วยออกเงินให้ก่อน เพื่อให้อาโกและครอบครัวย้ายมา  เมื่ออาโกและครอบครัวมาเปิดร้านขายของที่บริเวณข้างตลาดปักธงชัย ปรากฏว่ากิจการเจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็ว จนสามารถขยายร้านจาก ๑ ห้องเป็น ๒ ห้องในเวลาไม่กี่ปี ลูกๆ ได้เรียนหนังสือ มีอาชีพ มีครอบครัวที่มีความสุขความเจริญ  และในเวลาต่อมาก็ได้ชักชวนให้ลูกสาวคนโต (ที่เป็นบุตรบุญธรรมของอาม่า) ที่มีครอบครัวแล้วที่ยังอยู่ที่อำเภอบัวใหญ่ย้ายมาอยู่ที่ปักธงชัยด้วย  โดยตั่วเฮีย (พี่ใหญ่) ของพวกเราเป็นผู้ช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ จนสามารถมาสร้างครอบครัว มีบ้านเป็นของตนเองและมีลูกหลาน ที่ได้เรียนหนังสือและมีอาชีพกันทุกคนอย่างมีความสุข ดังนั้นครอบครัวของเราจึงมีญาติ ๆ ค่อนข้างมาก ที่อยู่ที่อำเภอปักธงชัยในปัจจุบัน
       เรื่องของความรักและการช่วยเหลือน้อง ๆ และญาติ ๆ ของอากงนี้มีมาอย่างต่อเนื่อง  พวกเราจึงซึบซับจากการปฏิบัติของอากง และถือเป็นต้นแบบปฏิบัติกันต่อมาโดยไม่ต้องบอกกล่าวกันด้วยวาจา

« « Prev : ภาพน้ำท่วมตลาดปักธงชัย

Next : อาม่าเล่าเรื่อง (๑๗) เกาลูนฮ่องกง » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

2 ความคิดเห็น

  • #1 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 3 ธันวาคม 2010 เวลา 7:55

    ชอบเรื่องเล่าจากอดีตแบบนี้จังเลยค่ะ ทั้งพี่ฑูร พี่แพนด้า พี่หลินทำให้ได้คิดว่าถ้ามีช่องทางจะขายไอเดียให้ครูชวนเด็กๆทำต้นไม้แห่งความรักของครอบครัวกันดู

    โดยเริ่มจากครอบครัวตัวเอง กระจายไปตามสายของพ่อ แม่ ญาติๆ เพื่อดูว่ามีญาติฝ่ายไหนคนไหนที่เรารักใคร่ สนิทสนมมาตั้งแต่เด็กๆ และตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ครั้งล่าสุดที่ติดต่อกันคือเมื่อไร ฯลฯ แล้วเอามาเล่าสู่กันฟังในห้องเรียนน่าจะดีค่ะ ^ ^

  • #2 Panda ให้ความคิดเห็นเมื่อ 4 ธันวาคม 2010 เวลา 12:23
    เป็นเรื่องเล่าจากเรื่องจริง ทำให้รู้จักเรื่องราวของครอบครัวตนเองได้มากขึ้นครับ การรู้จักตนเอง รู้จักครอบครัวและญาติ ๆ ย่อมเป็นสิ่งดีครับ

แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.041838884353638 sec
Sidebar: 0.021476984024048 sec