คิดถึง..ครูเซี้ยง

โดย dd_l เมื่อ มกราคม 19, 2010 เวลา 9:15 (เย็น) ในหมวดหมู่ เรื่องทั่วไป #
อ่าน: 2483

ทุกปีเมื่อถึงวันครูจะอยู่ร่วมพิธีของจังหวัด
ซึ่งจะมีโอกาสร่วมกันอ่านคำฉันท์และสงบใจระลึกถึงพระคุณครู
ในปีนี้มีวันครูที่แปลกไป ด้วยได้รับคัดเลือกให้ไปรับเกียรติบัตร
ที่ชื่อยาวทั้งหน่วยงานผู้จัดและชื่อรางวัล

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการ
และสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กระทรวงศึกษาธิการ
ในเกียรติบัตรเขียนไว้ว่า
“ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ เป็นผู้ทำคุณประโยชน์ทางด้านการศึกษา
อุทิศตน เสียสละ อดทน ในการปฏิบัติหน้าที่และพัฒนาคุณภาพชีวิต
เป็นแบบอย่างที่ดี เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน”

เมื่อแรกมีแบบสอบถามความสมัครใจในการเดินทางไปรับเกียรติบัตรในเมืองกรุง
เป็นช่วงที่มีเรื่องยุ่งๆ ให้ทำอย่างต่อเนื่อง
แต่ผู้คนรอบข้างเห็นว่าควรต้องเดินทางไปร่วมงาน
เพราะเกียรติที่ได้รับไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องเฉพาะตน
เป็นเรื่องของผู้คนอีกมากมายที่จะได้รับผลต่อตามมา
ด้วยระบบการศึกษาที่มีค่ามาตรฐานและตัวชี้วัด
ประวัติ ผลงาน ของครูและผู้บริหาร จึงเกี่ยวเนื่องกับเรื่องของโรงเรียน

ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของงานที่มีผู้คนจากหลากหลายที่มา
ระหว่างรอเวลา ได้พบปะพูดคุยกับเพื่อนผู้ยืนยันจะมาแสดงความยินดี
แม้มีภาระการงานมากมาย พร้อมแถมท้ายไว้ด้วยถ้อยคำ
“เราควรช่วยกันนำเรื่องราวดีๆ แบบนี้ไปเผยแพร่
ผู้คนได้รับรู้แต่เรื่องหม่นหมอง เรื่องไม่ดีงามตามหน้าหนังสือพิมพ์มากพอแล้ว”
การสนทนาเพียงช่วงเวลาอันน้อยนิด ก็นำให้ใจเป็นสุขร่วมกัน

 

แยกย้ายจากเพื่อนมาเข้าห้องประชุมใหญ่
จำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยมารับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ
ด้วยญาติผู้น้องที่เป็นนักเรียนได้รางวัลจึงพากันมาเมืองกรุง
มุ่งหมายเพียงจะส่งน้อง  แต่กลายเป็นต้องรับรางวัลทั้งโรงเรียนและเด็ก
ซึ่งนักเรียนตัวเล็กคนนั้น ก็เติบโตจนเป็นกำลังสำคัญของโรงเรียนแล้วในวันนี้

ครั้งนี้รับเกียรติบัตรจากรัฐมนตรี ร่วมกับครูจากต่างที่มาอีกกว่าห้าร้อยคน
มีรางวัลพิเศษสำหรับครูผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในถิ่นธุระกันดาร ๒๘ ท่าน
ที่ได้รับเกียรติบัตรพร้อมรางวัลอีกสองหมื่นบาท
นึกถึงคุณครูอีกมากมาย และความเสี่ยงภัยที่ได้ยินมา
ไม่รู้ว่าความอดทนและเสียสละเหล่านั้นจะมีผู้คนเห็นกันบ้างไหม
รางวัลที่คุณครู ๒๘ ท่านนี้ได้รับจะช่วยต่อเติมกำลังใจเช่นใดบ้างหนอ

นึกถึงพ่อ ผู้ไม่เคยรับและไม่ปรารถนารางวัลใดๆ
แต่กลับมีใจมุ่งมั่นกับการสอน
ทุกขั้นตอนของชีวิตคือการฝึกฝน เพิ่มเติมความรู้ เพื่อเป็นครูแก่เด็ก
ถึงขั้นอยากจะเสกให้มีเครื่องมือเหมือนปรอทวัดไข้
เพื่อจะใช้แตะที่ศีรษะและบอกได้ว่าสอนแล้วเข้าใจได้เพียงไหน !!!

ความเป็นครูของพ่อแผ่ขยายไม่มีขอบเขต ด้วยใจที่กว้างขวาง
ใครก็ช่าง ถ้าอยากเรียน..ครูเซี้ยงสอน
ยังจำภาพเด็กๆ จากหมู่บ้านห่างไกลนั่งรถสองแถวเข้ามาเรียนในวันหยุด
เด็กๆ ทั้งชุดเป็นนักเรียนโรงเรียนอื่นที่ติดตามเด็กโรงเรียนของพ่อมาเรียนด้วยกัน

วีรกรรมในการสอนของครูเซี้ยง เป็นเรื่องที่บรรดาศิษย์เก่านำมาเล่าด้วยรอยยิ้ม
ครูที่ขี้อาย กลับใช้วิธีเต้นรำอยู่หน้าห้อง ให้สมองเด็กๆ จดจำคำศัพท์นั้น
เมื่อง่วงก็ชวนให้ฟุบหลับพักสายตา ก่อนจะปลุกให้มาเรียนต่อด้วยเสียงไก่ขัน

บางวันก็ได้ฮาครืน ด้วยรีบเร่งมาสอน ไม่รู้ตัวว่าอึ่งอ่างนอนอยู่ในรองเท้า
เข้ามายืนอยู่หน้าห้อง เอ๊ะ! ทำไมคับๆ 
ถอดออกมาเคาะ..อึ่งอ่างกระโดดโหยงๆ ฯลฯ
คนที่หลีกหนีการเรียนจนโดนเฆี่ยนด้วยไม้เรียวยังจดจำยาหม่อง
ที่พ่อต้องขี่จักรยานไปหามาให้ทาถูหลังถูกตี..นี่แหละครูเซี้ยง..
เรื่องราวอีกมากมายเมื่อได้พบปะกับศิษย์เก่าที่มักจะเล่าให้ฟังด้วยความคิดถึง

นอกจากพ่อ ยังมีเรื่องราวของแม่และบรรดาคุณครูทั้งหลาย ที่เจนตาเจนใจกับความทุ่มเท
การเป็นครูโรงเรียนเอกชนในเมืองเล็ก  ใครๆ ก็มักจะมองผ่าน
แต่การวางรากฐานชีวิตที่อยู่ในความทรงจำของศิษย์กลับมั่นคง ยืนนาน
แม้เวลาผ่านไปหลายปี

 

เกียรติบัตรชื่อยาวที่ตนเองได้รับในครั้งนี้
จึงมีที่มาจากบรรดาคุณครูมากมายที่ได้ก่อร่างสร้างไว้
สิ่งที่ได้ทำ มีเพียงสืบสานการใช้ชีวิตแห่งความเป็นครู
อาชีพที่อยู่ได้ด้วยใจรักในการเรียนรู้
และความสุขที่ได้อยู่ท่ามกลางการเติบโตงอกงามของชีวิต
แม้บางทีลูกศิษย์ก็ทำเอาเหน็ดเหนื่อย ป่วนใจอยู่ไม่น้อย

คิดถึงพ่อ คิดถึงคุณครู คิดถึงผู้อยู่เบื้องหลัง ผู้เป็นดังรากฐานของวันนี้
ซึ่งแม้ไม่เคยได้รับรางวัลใดๆ
แต่ความเป็นครูยังอยู่ในใจของศิษย์ตลอดมา
และรู้ว่า..สำหรับพ่อ
การได้เรียนรู้และได้สอน..ก็เป็นรางวัลอันยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใดแล้ว..

เฮ้อ!!..ขอคิดถึงครูเซี้ยงดังๆ  สักครั้งเถอะนะคะ..

« « Prev : บันทึกปีใหม่

Next : กตัญญุตา..เสวนาบูชาพระคุณครู 1 » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

8 ความคิดเห็น

  • #1 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 มกราคม 2010 เวลา 9:35 (เย็น)

    ครูเซี้ยงคงภูมิใจมากครับพี่

  • #2 สาวตา ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 มกราคม 2010 เวลา 9:41 (เย็น)

    อ่านบันทึกนี้แล้วคิดถึงพ่อขึ้นมาเลยแฮะ

  • #3 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 มกราคม 2010 เวลา 12:55 (เช้า)

    มาปรบมือดังๆให้ครับ

  • #4 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 มกราคม 2010 เวลา 1:19 (เช้า)

    ครูเซี้ยงรับรู้ได้ไหม ? แต่คุณแม่ เพื่อนครู เพื่อนตัว ลูกศิษย์ ผู้ปกครอง คนที่เกี่ยวข้อง สังคมรอบด้าน นับไม่ถ้วนรู้แน่ๆ

    จากการสืบสานเจตนารมณ์ได้อย่างสมบูรณ์ เป็นรางวัลที่ยิ่งกว่ารางวัล

    ทุกครั้งที่เข้าไปในห้องสมุด คิดไปต่างๆนาๆ เหมือนวิญญาณครูเซี้ยงลอยล่องอยู่รอบๆ เห็นจักรยาน กระเป๋า พิมพ์ดีด หนังสือ ภาพถ่าย ฯลฯ ประทับใจไม่อิ่ม ไปเมื่อไหร่ก็เติมกลับมาทุกครั้ง

    ครูที่ยิ่งกว่าครู สร้างโรงเรียนขึ้นมาเปิดการสอนเอง รับผิดชอบมหาศาล ไม่ใช่คนที่เรียนวิชาครู สอบบรรจุได้ก็มาทำการสอน โจทย์มันซ้อนหลายชั้นกว่ากันมากนัก จะมีครูที่ยิ่งกว่าครูสักกี่คน!

    จึงดีใจด้วยจริงๆที่สวรรค์มีตา ความดีที่แท้ยังมีอยู่ในโลก มอบให้กับคนจริง จึงชื่นชมด้วยจริงๆกับครูอึ่งอย่างมาก หวังว่าจะมีพลังสู้ กับ ภาระหรือมรดกที่ได้รับไม่เหมือนใครในโลกนี้

    เผลออ่านบันทึกนี้หลายรอบ ยังดีใจไม่หาย  แคว๊กๆ 

  • #5 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 มกราคม 2010 เวลา 7:47 (เช้า)

    อ่านแล้วน้ำตารื้นด้วยความอิ่มใจ และยังจารจำตู้หนังสือใบเก่าที่เก็บหนังสือทรงคุณค่ามากมายมีทั้งปกหนังและภาษาอังกฤษ วารวาร นิตยสารต่าง ๆ ที่ด้อม ๆ มอง ๆ ด้วยความรู้สึกอยากลองเปิดหนังสือภาษาไทยโบราณว่าเขาสอนมาอย่างไร

    มีความสุขใจที่ได้เห็นดอกผลอันงดงาม จากรากฐานที่มั่นคง และลำต้นที่หยัดยืนอย่างทรนงแม้ลมแรง

    ไม่ว่าเส้นทางนี้จะยาวนานเพียงใด ยังมีอีกหลายคนที่เดินคู่อยู่เงียบ ๆ แอบดูอยู่ข้าง ๆ และพร้อมช่วยประคองใจเสมอนะคะ “คุณครู”

  • #6 dd_l ให้ความคิดเห็นเมื่อ 21 มกราคม 2010 เวลา 7:58 (เช้า)

    #1 อิอิ.. ไม่รู้ว่า ดัชนีความเป็นลูกรักจะพุ่งขึ้น หรือ พุ่งลง  ก็เอารูปพ่อมาโพสต์ซะขนาดนี้  ปกติพ่อไม่ชอบอยู่หน้ากล้องค่ะ  5555

    #2  พี่ตาขา..การคิดถึงคนที่เรารักเป็นความสุข  เป็นแรงบันดาลใจ เป็นรอยยิ้ม  เป็น… เป็น…เป็น..ฯลฯ นะคะ
       บางทีก็คิดถึงพ่อบ่อยๆ เนาะพี่

    #3  ครูบาคะ  บางทีรู้สึกเขินๆ ที่จะเขียนถึงพ่อ  แต่ถ้ามองครูเซี้ยงในฐานะ “ครู”  ก็จะรู้สึกว่า เป็นครูที่อยู่ในใจของศิษย์ได้มากมาย ยืนนาน  มองในฐานะ “เพื่อนร่วมงาน”  ก็ช่างเป็นที่รัก ที่นับถือ  ชีวิตที่อยู่ในมุมเงียบๆ เล็กๆ ของพ่อ  กลับเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ในใจลูกและเป็นแรงบันดาลใจให้ได้มากทีเดียวค่ะ

    #4 การประคับประคองตนให้อยู่เส้นทางชีวิตของแต่ละคนล้วนแตกต่างกันไปเนาะ  เส้นทางของพ่อได้สิ้นสุดลงไปแล้วอย่างที่ฝากความชื่นชม ภูมิใจ ให้แก่ลูกหลาน  เป็นการทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังโดยไม่หวังความยิ่งใหญ่  แต่เรากลับรู้สึกได้ถึงใจที่ให้อย่างมากมาย 
    ไม่เป็นไรเนาะเบิร์ด..ขอพูดถึงพ่อตัวเองสักวัน.. อิอิ

  • #7 ลานเวลา » คุณปู่จามจุรี..และที่มา.. ให้ความคิดเห็นเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2010 เวลา 12:58 (เช้า)

    [...] ที่ครูเซี้ยงเจ้าของโรงเรียนหามาได้ [...]

  • #8 ลานเวลา » เมษานี้..มีแขกมาเยือน.. ให้ความคิดเห็นเมื่อ 21 เมษายน 2012 เวลา 11:54 (เย็น)

    [...] นำท่านหัวหน้าคณะไปเริ่มต้นที่ห้องครูเซี้ยง ผู้ซึ่งวางรากฐานความเป็นครูผู้ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง สมถะ และใช้เวลาศึกษาเรียนรู้เพื่อพัฒนาความเป็นครูจนตลอดชีวิต ได้ชมข้าวของที่เชื่อมโยงกับการเรียนการสอนในอดีตแล้วจึงพาเดินต่อ ลัดเลาะชมสวนผัก สวนถาด สวนครัวข้างอาคาร ทั้งงานจัดการแหล่งเรียนรู้จากธรรมชาติ ทั้งพืชพรรณ เป็ด ไก่ ไส้เดือน ที่เลี้ยงไว้ให้ศึกษานานาชนิด ในโรงเรียนนี้นอกเหนือจากการเรียนรู้ที่ครูจัดเตรียมแล้ว ยังจัดสถานที่ในโรงเรียนไว้ให้เรียนรู้โดยธรรมชาติของเด็ก ให้เป็นเรื่องของการเล่น การสำรวจสิ่งต่างๆ ตามที่อยากรู้อยากเห็น [...]


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.49350810050964 sec
Sidebar: 0.38213086128235 sec