เฮฮาศาสตร์ห้วยขาแข้ง..(2)

โดย dd_l เมื่อ กุมภาพันธ 5, 2014 เวลา 5:02 (เย็น) ในหมวดหมู่ ท่องเที่ยว, เรื่องทั่วไป #
อ่าน: 1430


ตื่นขึ้นมาในยามเช้ากว่าปกติ
อากาศหนาวเย็นตั้งแต่ตอนกลางคืน
อุ้ยแง้มหน้าต่างไว้ให้ได้สัมผัสอากาศภายนอกอย่างเต็มที่
โชคดีที่มีน้ำอุ่น..ไม่เช่นนั้นคงมีการหลบเลี่ยงไม่อาบน้ำกันบ้าง
โดยข้อจำกัดของวัย ทำให้ลุยมากไม่ได้เท่าเดิม

ตรวจสอบพยากรณ์อากาศตั้งแต่ก่อนเดินทาง ในช่วงที่บ้านยังหนาวมาก
ไม่ใคร่ได้เจออุณหภูมิในภาคกลางที่ใกล้เคียงกับภาคเหนือ
แต่ก็ชวนผู้ร่วมทางเตรียมเสื้อผ้าให้หนาพอรับมือ
แถมยังกะเผื่อพี่สาวคนใต้ที่อาจไม่ได้ตระเตรียมมา
เจอหนาวจริงค่อยโล่งใจ  ไม่งั้นคงได้ถูกล้อเลียนไปตลอดทริป..^^

พอมีเวลาแว้ปไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ ก่อนเดินไปยังสถานที่รับประทานอาหาร
ระหว่างทาง แวะนั่น ดูนี่ไปตามประสา
เหลือบเห็นถุงพลาสติก เห็นขวดที่ใช้แล้ว อยู่ตามข้างทาง..อดใจไม่ได้ตามเคย
แวะเก็บไปด้วย ตั้งใจจะเอาไปทิ้งในถังขยะ
และพบว่า เป็นสิ่งที่หายาก  แม้กระทั่งในห้องน้ำ ที่คาดว่าจะมี ก็ไม่เห็น
การจัดการขยะ ดูจะเป็นเรื่องเล็กน้อยเกินกว่าจะมีใครใส่ใจ
คนทิ้งไม่ได้นึกถึงผลที่ตามมา  คนที่อยากช่วยเก็บก็หาที่ทิ้งที่เหมาะสมไม่ได้
ก็ต้องปล่อยปัญหาไว้ให้ค้างคาใจอยู่อย่างนั้น
อาจมีอีกหลายคนที่อยากเก็บแต่พบเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้วก็เป็นได้

เสร็จจากอาหารเช้า ก็จัดแบ่งจำนวนคนขึ้นรถ
เชิญครูบาสุทธินันท์ อาจารย์แฮนดี้ พี่หมอเจ๊ คุณคอน และน้องเม้งมาเป็นสมาชิกเพิ่มในรถ
จนรถออก ถึงนึกขึ้นได้ว่า น้องฝนกลายเป็นสมาชิกคันอื่นเสียแล้ว
ได้แต่ปลอบใจเธอว่า คันนี้รถ ส.ว.นะ  จะมารึ  นับอายุรวมกันได้เกิน 700 ปีทีเดียวเชียว

โอนตำแหน่งผู้นำทางไปให้คุณคอน ผู้เชี่ยวชาญกว่า
ถอยมานั่งกับกลุ่มเยาว์วัยที่สุดในรถที่เบาะหลัง ให้ได้นั่งคุยกันไปตามประสา
ทางด้านหน้า ก็ทำหน้าที่กำหนดตำแหน่ง กำหนดจุดสำคัญ ด้วยเครื่องมือไฮเทค
เพื่อน้องเม้งจะนำข้อมูลไปใช้ ในงานของเธอต่อ
และได้ฟังพ่อครูบาสนทนาในเรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังไประหว่างทาง

ไปห้วยขาแข้ง ด้วยอารมณ์ที่หม่นๆ ลึกๆ ของตนเอง
นึกถึงเรื่องราวของคุณสืบ นาคะเสถียร ที่ได้อ่านจากหนังสือสารคดี
นึกถึงเรื่องเล่าจากคนใกล้ชิด  และ จดจำความรู้สึกที่ได้อ่านหนังสือนั้นทั้งน้ำตา
เป็นความเศร้าเจือด้วยอารมณ์ ความรู้สึกหลากหลาย ต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น
นึกถึงภาระที่แบกหนักในใจคน จนต้องตัดสินใจละทิ้งชีวิต  ละทิ้งผู้คนที่รัก ที่ใกล้ชิด
ทั้งเตรียมการเพื่อการนี้อย่างตั้งใจ
แม้เมื่อเห็นป้ายมรดกโลก ได้สัมผัสถึง แรงบันดาลใจที่มีต่อผู้คนที่สืบทอดเจตนา
ก็ยังไม่วาย เสียดายชีวิตของคนดีที่จากไป

เมื่อถึงอุทยานห้วยขาแข้ง บริเวณที่จะพากันไปคารวะอนุสาวรีย์ของคุณสืบ
ทางเข้ามีเพียงสะพานแขวนให้เดินข้ามลำห้วยที่มีน้ำใสไหลรินเท่านั้น
รถที่จะเข้าไปต้องใช้วิธีขับลุยลงไปในลำห้วย
เป็นการกำหนดให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้สัมผัสกับสิ่งรอบข้างอย่างใกล้ชิดตั้งแต่แรกเข้า

เดินโอ้เอ้รั้งท้ายกลุ่ม จนเห็นทุกคนเดินผ่านลานโล่งกว้าง
มุ่งตรงไปยังเนินดิน ที่เห็นมีต้นไม้ใหญ่ทรงสวยอยู่เบื้องหน้า
ตามเข้าไปในช่องระหว่างเนินดินแล้วจึงได้รู้ว่ามีอาคารซ่อนอยู่ภายใน
ซึ่งใช้จัดนิทรรศการเกี่ยวกับคุณสืบ และบรรยาย ให้ความรู้เกี่ยวกับห้วยขาแข้ง
เป็นอาคารที่ออกแบบให้กลมกลืนกับธรรมชาติได้อย่างน่าสนใจทีเดียว

วิทยากรบอกเล่าเรื่องราวประกอบรูปภาพเกี่ยวกับห้วยขาแข้ง โดยภาพรวมสั้นๆ
เป็นเรื่องราวของผืนป่าตะวันตกที่หลงเหลืออยู่ผืนสุดท้าย
ที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหายากและคุณค่าที่พึงช่วยกันรักษาไว้
ทั้งได้มีเรื่องราวของคุณสืบประกอบเล็กน้อย

ระหว่างนั้น กลับนึกถึงเรื่องราวที่ติดตามอ่านงานเขียนของ ม.ล.ปริญญากร  วรวรรณ
ช่างภาพที่ติดตามถ่ายภาพสัตว์ป่าในเมืองไทย รวมทั้งได้ทำงานที่ห้วยขาแข้งมาก่อน
ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของป่า การดำรงชีพของสรรพสัตว์ และ ผู้คน ที่เกี่ยวข้อง
ในแง่มุมที่กระทบใจและชวนให้ตระหนักคิดได้อย่างมีพลัง
ภาพของเสือแม่ลูกอ่อนที่ได้เห็นจากการบรรยาย  จึงมีความหมายยิ่งกว่าเสือ
แต่กลับเจือไปด้วยความคิดคำนึงถึงการทำงานของผู้คนมากมายที่อยู่เบื้องหลัง
การทำงานของผู้คนที่ทุ่มเท ยากลำบากและเต็มไปด้วยความเสี่ยงต่อชีวิต

การรับรู้ใดๆ ย่อมแตกต่างไปตามประสบการณ์เดิมและความสนใจของแต่ละคน
นึกอยากให้มีวิธีการนำเสนอเรื่องราวที่สำคัญเหล่านี้ด้วยวิธีการที่ทรงพลังมากขึ้น
เพิ่มมิติในด้านอารมณ์ ความรู้สึก ทัศนคติและความตระหนัก มากกว่ามีเพียงข้อมูล สถิติ
อาจด้วยภาพยนตร์สั้นๆ  หรือสื่อ เทคโนโลยีอื่นๆ ที่คงต้องอาศัยมืออาชีพ มาช่วยเหลือ
อยากให้ผู้คนได้กลับออกมาจากการชมพร้อมกับความรู้สึกกระทบใจ
และอยากมีส่วนร่วมด้วยการลงมือทำบางสิ่งบางอย่างตามกำลังของตน เพื่อ รักษาทรัพยากรนี้ไว้

การมาร่วมกิจกรรมกับกลุ่มขนาดใหญ่ ทำให้ไม่ได้ละเลียดรับรู้เท่าใดนัก
แต่ยังได้แวะชมภาพเมื่อครั้งสมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ เสด็จมาห้วยขาแข้ง ให้เป็นบุญตา
ก่อนจะทำเวลาติดตามกลุ่มไปต่อ

เดินตามทางที่สร้างลวดลายไว้อย่างพิถีพิถัน เหมือนเรียบง่าย แต่ต้องใช้ฝีมืออันประณีต
สุดทางที่ทอดยาว ภาพกลุ่มคนที่คุกเข่า คารวะและเสียบธูปกรุ่นควันไว้ที่ฐานอนุสาวรีย์คุณสืบ
คงอธิบายความมุ่งมั่น และการเสียสละอันยิ่งใหญ่ที่ประจักษ์ในหัวใจคนได้แจ่มชัด
ทราบในภายหลังว่าพวงมาลาผ้าขาวม้าที่ใช้คารวะ จะกลายเป็นของใช้ที่มีค่า
ผ้าขาวม้า ผ้าสารพัดประโยชน์ เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเจ้าหน้าที่ที่นี่

ยังมีเส้นทางนำไปยังเรือนไม้หลังกะทัดรัด ริมธาร
จินตนาการถึงคืนวันอันสงัดเงียบ ในราวป่า กว่ายี่สิบปีที่ผ่านมา
นึกถึงวันเวลาที่ความทุ่มเท และพลังทั้งมวลของคนคนหนึ่งที่ใช้เพื่อแก้ปัญหาสารพัน
แม้ปัจจุบันหลายเรื่องถูกแก้ไข หลายเรื่องยังคงไว้ให้สืบต่อ
หลายเรื่องยังคงรอให้คนรุ่นหลังได้มองเห็นความสำคัญ
ยืนมองเรือนไม้ ด้วยใจครุ่นคิดคำนึงไปไกล..

ได้รับแจ้งว่าต้องยกเลิกกิจกรรมเดินป่าที่กำหนดไว้
เจ้าหน้าที่ส่งข่าวมาว่าพบช้างกำลังตกลูกอ่อนอยู่ในป่า
จึงพากันเคลื่อนขบวนออกมายังที่ทำการด้านนอก

ระหว่างทาง ก็มีเหตุให้หยุดรถ
ที่ผ่านมาเห็นแต่ป้ายระวังสัตว์ป่า  ตัวจริงเพิ่งโผล่มาให้เห็นกันตอนนี้
ในพงไม้ข้างทาง กวางยืนและเล็มใบไม้อยู่ ใกล้พอให้ตากล้องทั้งหลายได้ถ่ายภาพ
และให้กองเชียร์ในรถส่งเสียงฮือฮาพอได้บรรยากาศ
เมื่อแวะรับประทานอาหารว่าง ก็ยังได้ย่องไปถ่ายรูปหมู่กระจงน้อย ที่นำมาปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ
เธอมาและเล็มหาอาหารอยู่ใกล้ๆ พอให้ผู้คนแอบดูได้บ้าง

โชคดีที่ท่านหัวหน้าอุทยาน กลับจากธุระมาทันพูดคุยกับคณะ
จึงได้รับฟังเรื่องราว ที่นำเสนอด้วยลีลาน่าสนใจ ทั้งให้ข้อมูล บอกเล่าให้รู้ถึงปัญหา
และความพยายามจะแก้ไขโดยไม่ได้หวังพึ่งตามระบบเท่านั้น
แต่ผลักดันเครือข่ายหลากหลายให้ร่วมมือ
ทั้งถือเอาแนวทางของคุณสืบ เป็นเครื่องนำพาไปในการทำงาน
ความสามารถในการสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญสำหรับงานที่ต้องการให้เกิดความร่วมมือร่วมใจเสมอ

รับประทานอาหารกลางวันกันในสถานที่จัดไว้ใกล้ธารน้ำใส
เด็กๆ ในคณะพากันเดินลุยน้ำพอได้รสชาติ
ความสนุกสนานต่อสิ่งใดในวัยเด็กคงเพาะเมล็ดพันธุ์เล็กๆ ของการเห็นค่าในสิ่งนั้นได้
การเปิดโอกาสให้ผู้คนมาสัมผัสความสุขจากการอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ
คงเป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้คนเห็นคุณค่าและร่วมรักษาไว้
เป็นงานใหญ่ที่ผู้รับผิดชอบยังคงต้องเหน็ดเหนื่อยต่อไปอีก

รถผ่านผู้คนที่ล้อมวงกินข้าวข้างเต็นท์ในสนาม
เรียกเสียงฮือฮาจากใครบางคนในรถ..อยากมาเที่ยวแบบนี้บ้าง
ยิ่งเห็นกวางฝูงใหญ่และเล็มหญ้าอยู่ใต้ต้นไม้ ยิ่งทำให้เสียงเรียกร้องให้จอดรถถ่ายรูปดังลั่นรถ
ถ่ายรูปกันจนพอใจแล้ว จึงเดินทางต่อ..

เขียนยาวแล้วเนาะ..ค่อยอ่านต่อตอนต่อไปนะคะ..^^

« « Prev : เฮฮาศาสตร์ห้วยขาแข้ง..(1)

Next : เฮฮาศาสตร์ห้วยขาแข้ง..(3) » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

1 ความคิดเห็น


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.043730020523071 sec
Sidebar: 0.022588968276978 sec