ทดสอบน้ำใจ!

โดย Nothing เมื่อ 26 September 2008 เวลา 1:01 pm ในหมวดหมู่ สัพเพเหระ #
อ่าน: 1162

ปลายเดือนก่อนผมและเพื่อนๆ ได้ตัดสินใจไปปฏิบัติภารกิจพิเศษ ณ ทำเนียบรัฐบาลเป็นคำรบสอง

ครั้งก่อนหน้าไปได้แค่สองสามวัน  แต่คราวนี้กลับยืดไปได้ถีงสองสัปดาห์  ทั้งๆ ที่คิดว่าจะอยู่นานสุดสักสี่ห้าวันเท่านั้น

ในบันทึกนี้และอาจมีบันทึกถัดๆ ไป  ผมตั้งใจที่จะเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ประทับใจมาสู่กันฟังครับ  เอาเรื่องแรกเลยแล้วกัน  ผมให้ชื่อว่า ”ทดสอบน้ำใจ”  …

ในสังคมของพันธมิตรฯ นั้น  ไม่ว่ากิจกรรมใดๆ ที่ทำกับคนจำนวนมาก เช่น รับแจกอาหารฟรี ซื้อสินค้า  พวกเราจะเข้าแถวกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย และไม่ค่อยได้สังเกตสีหน้าอันร้อนรนเพื่อแย่งคิวกัน แม้คิวจะยาวมากก็ตาม  บางคิวยาวถึงเฉียดร้อยก็มี

เพื่อนผมก็เช่นกันเธอเล่าให้ฟังว่า  ขณะที่เธอเข้าคิวรอซื้อเสื้อที่ผลิตจาก ASTV โดยตรง(เพราะคุณภาพดีที่สุด)อันยาวเหยียดอยู่นั้น  ก็พอดีมีชายคนหนึ่งมากระซิบบอกฝากให้เธอช่วยซื้อเสื้อที่เขาต้องการให้หน่อย(งานนี้สบายกว่าแซงคิวเสียอีก อิอิ)  แต่เขาหารู้ไม่ว่า เขาฝากผิดคนเสียแล้ว!  เพราะเพื่อนผมคนนี้เป็นคนตรง และไม่ยอมสยบให้แก่คนเห็นแก่ตัวใดๆ ทั้งสิ้น  เธอเลยบอกปัดไป(น่าจะอย่างนิ่มนวล)

แต่ผ่านไปสักนาทีสองนาที  เธอก็กลับได้ยินเสียงชายคนนี้อีกครั้ง  เพราะเขากำลังทำกับคนที่อยู่คิวถัดๆ ไปอย่างเดียวกับที่ทำกับเธอ  ตอนแรกเธอก็ไม่อยากสนใจนัก  แต่เสียงดังมาเข้าหูก็เลยฟังสักหน่อย

เธอได้ยินบทสนทนาแล้วก็ถึงกับอื้งในลีลาการพูดของเขา  เชื่อไหมครับ เขาอธิบายคนข้างหลังเพื่อนผมว่า

จริงๆ แล้วผมจะเข้าคิวก็ได้ แต่ผมอยากรู้เท่านั้นแหละว่า…คนเรา(หมายถึงคนที่เขาจะฝากซื้อเสื้อ)จะมีน้ำใจหรือเปล่า!????….เอิ้ก

« « Prev : กำ!

Next : ดอกไม้เหล็ก (๑) » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

6 ความคิดเห็น

  • #1 Sasinand ให้ความคิดเห็นเมื่อ 26 September 2008 เวลา 1:12 pm

    การมีน้ำใจกับการเข้าคิว คือการมีระเบียบวินัย ก็เป็นคนละประเด็นนะคะ

  • #2 nothing ให้ความคิดเห็นเมื่อ 26 September 2008 เวลา 1:22 pm

    สวัสดีครับคุณพี่ ศศินันท์

    โห  คุณพี่ตอบได้เร็วมากเลยครับ  ต้องขอโทษที่ผมยังไม่ได้ไปเยี่ยมบันทึกพี่เลยครับ  เดี๋ยวจะแวะไปเยี่มครับ

    ก็นั่นแหละครับ  ผมฟังไปก็งงไป ว่าผู้ชายคนนั้นเอาสองเรื่องมาโยงกันได้อย่างไร  อย่างนี้เข้าข่ายเห็นแก่ตัวอย่างโจ่งแจ้งครับ อิอิ

    สวัสดีครับ

  • #3 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 27 September 2008 เวลา 9:22 pm

    แหม..เค้ารู้โม้ดว่าหายไปไหนมา ก๊ากๆๆๆๆ

    เก็บตกจากพธม.นี่น่าคิดดีนะคะ เห็นสัจธรรมชัดเชียว..คนไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนอย่างไรก็คือคน มีให้เห็นหลากหลายเป็นห้องสมุดเคลื่อนที่รอบตัวเราเลยนะคะ สามารถเรียนรู้ดูจำได้มากมายไม่รู้จบ

     ไปอยู่ตั้งหลายวัน เล่าแค่บันทึกเดียว?

  • #4 nothing ให้ความคิดเห็นเมื่อ 28 September 2008 เวลา 1:08 am

    สวัสดีครับหมอเบิร์ด

    จริงครับ  คนเราไม่ว่าไปอยู่ที่ไหนก็ทำให้ที่นั่นมีปัญหาไปหมด  ใครหนอที่เรียกสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ว่า”คน” ช่างตรงความหมายโดยแท้
    สังคมของพธม.ก็เช่นกัน  ไม่ได้ว่าดูดีไปหมด  บ้างก็ว่าเป็นตัวปัญหาของสังคม  บ้างก็ว่านี่แหละสังคมแห่งอุดมคติ  หรือบางคนกล้าพูดว่าเป็นจุดเริ่มต้นของยุคพระศรีอาริย์เลยทีเดียว

    โดยส่วนตัวผมก็คิดไม่ออกว่ามันคืออะไรกันแน่  รู้แต่เพียงว่ามันคืออะไรที่ขาดหายไปจากสังคมไทยนานมากแล้ว  เป็นอะไรที่น่าจะหาได้ยากหรือไม่ก็ไม่สามารถหาได้จากที่อื่น  งานนี้ไม่ได้สัมผัสด้วยตัวเองก็คงไม่รู้

    เรื่องที่จะเล่านั้นมีมากมายครับ  กังวลเพียงเล็กน้อยว่าจะไปกระทบกระทั่งใครเข้าโดยมิได้ตั้งใจ(หรือแอบตั้งใจ อิอิ)  แต่ก็จะพยายามเล่าให้ฟังเรื่อยๆ ครับ

    คอยติดตามตอนต่อไปครับ อิอิ

  • #5 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 28 September 2008 เวลา 3:24 pm

    รอคอยอย่างกระหายที่อ่านครับ

  • #6 nothing ให้ความคิดเห็นเมื่อ 28 September 2008 เวลา 8:46 pm

    สวัสดีครับอ.บางทราย
    อย่ารอเลยครับ ผมบันทึกเพิ่มให้แล้วครับ ตีวงเข้ามาใกล้ๆ เลยครับ อิอิ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.10699486732483 sec
Sidebar: 0.088424921035767 sec