อาจารย์ครับ….
อาจารย์กรุณารับไว้ด้วยครับ




มีคำเรียกร้องจากหลายท่าน “สนใจเครือข่ายเกษตรปราณีต และ ขอคำแนะนำ” อาม่าหลินฮุ่ยขอบอกเลยว่าแค่คิดจะทำเกษตรประณีต อาม่าถือว่าสมัครใจที่ลงมือทำเกษตรประณีต ถ้าลงมือทำถือว่าเป็นเครือข่ายได้เลย อาม่าขอเวลาเรียบเรียง และย่อยข้อมูลให้ทุกคนทำได้ไม่จำกัดพื้นที่
คือการประยุกต์ใช้ นวัตกรรม ของปราชญ์ชาวบ้าน คือ
“เกษตรประณีต” สามารถสร้างสังคมชนบทให้อยู่ดีมีสุข เน้นสังคมเกษตรกรรมให้เป็นสังคม น่าอยู่ น่าอาศัย สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างสังคมให้น่าอยู่
เกษตรประณีต ต้องใช้พื้นที่มากน้อยแค่ไหน จึงจะอยู่ได้ อยู่ดี มีสุข คำตอบของเครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านอีสาน ที่ทำการศึกษาทดลองจนประสบผลที่เป็นประจักษ์ มีคำตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า เกษตรประณีต ๑ ไร่ สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ และอาจมากกว่า จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น หลังจากเหลือกินเหลือแจก ก็เกิดแลกการแลกเปลี่ยน ซื้อขายกันตามความต้องการของตลาดในชุมชน
ผลการศึกษาวิจัย ๑๘ เดือนของ พ่อจันทร์ที ประทุมภา(ปราชญ์ชาวบ้าน)
เก็บข้อมูลพื้นฐานของพื้นที่ ดิน น้ำ ต้นไม้ สัตว์ เก็บข้มูลปุ๋ยคอก เก็บข้อมูลปัจจัยนำเข้า-นำออก(รายรับรายจ่าย) เป็นข้อมูลรายจ่ายในครัวเรือน และรายรับจากการทำเกษตรแบบเดิม ก็จะเห็นรายรายรับรายจ่ายชัดเจน
พิจารณารายจ่าย -อะไรที่ต้องซื้อกินเป็นอันดับแรก แก้ด้วยการลดการซื้อด้วยการปลูกพืชผักทุกอย่างที่ซื้อ เลี้ยงสัตว์ทุกอย่างที่กิน พูดแล้วมันง่ายนะแต่ความเป็นจริงต้องใช้เวลา และ ต้องมีน้ำ ดิน และปุ๋ย ก็ต้องใช้ความเพียร แล้วก็จดบันทึกทุกอย่างไว้ เมื่อมีน้ำเลี้ยงปลาได้ จะเป็นปลาจากธรรมชาติ(ฟรี) หรือซื้อลูกปลามาเลี้ยง เลี้ยงเป็ดไก่ หมู และ วัวควาย ก็จะได้ปุั๋ยธรรมชาติ เศษผักเศษหญ้าเป็นอาหารสัตว์ และ หมักทำปุ๋ยบำรุงดิน ทำให้มีไม้ผล พืชผักพื้นบ้านและสมุนไพรกินตลอดทั้งปี ปลูกเพิ่มตามกำลังก็จะเหลือเพื่อเอาไปแจกจ่ายและขาย เป็นพืชผักสมุนไพร คนในชุมชนคนในครอบครัวได้กินอาหารที่มีคุณภาพปลอดสารพิษ อิ่มท้องนอนอุ่นชีวิตก็เริ่มดีขึ้น หนึ่งปีผ่านไปเหลือกินเหลือใช้ เอาไปขายในตลาดชุมชน รายได้เพิ่ม รายจ่ายแทบไม่มี กลายเป็นมีเงินเก็บ ทำการสำรวจความต้องการของตลาด แล้ววางแผนปลูกพืชผักที่เป็นที่ต้องการ เพื่อขาย เลี้ยงปลาที่ขายได้ทั้งปี ทำอาหารปลาเอง แค่หนึ่งงานก็พอเพียงอย่าว่าแต่หนึ่งไร่ ข้อสำคัญต้องมีการวางแผน อย่างดีเพื่อให้มีผลผลิตออกมาอย่างต่อเนื่องทั้งปี ไม่ว่าการปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงหมูเป็ดไก่ ส่วนวัวควายไว้ใช้งานและผลิตปุ๋ยธรรมชาติ
ไม่สูตรสำเร็จของการทำเกษตรประณีต ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิสังคม ของท้องถิ่น ให้พิจารณาว่า มีความรู้เรื่องการเกษตรที่พอเพียงหรือยัง กำจัดความไม่รู้ด้วยการเรียนรู้ แล้วแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิธีเรียนลัดก็มีค่ะ เรียนรู้ดูงานคุยกับปราชญ์ชาวบ้าน ดีกว่าการอบรมรมจนกรอบในห้องสี่เหลี่ยม ที่จัดในที่หรููๆ ” ไม่ลอง ไม่รู้ “ นานาจิตตัง ทำอะไรแล้วมีความสุข ใช่เลยเรามาถูกทางแล้วค่ะ
อาม่าตอบเป็นเบื้องต้นแค่นี่ก่อนส่วนเรื่องเทคนิคต่างๆ ก็คงให้ปราชญ์ชาวบ้านตอบให้เป็นกรณีๆ ไปค่ะ
อาม่าเป็นเครื่อข่าย ของกลุ่มผู้ก่อการดี เครือข่ายการเกษตรอินทรีย์ เกษตรประณีตฯ เกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรพอเพียง
เป้าหมายผู้ก่อการดี คือ ร่วมมือร่วมใจใฝ่รู้ ไม่จำกัดความรู้ ไม่จำกัดเพศ และวัย ล้วนมีใจที่มีความเพียรเป็นที่ตั้ง มีสติ มีธรรมนำชีวิต เป็นหลักของการดำเนินชีวิต ของเครื่อข่าย ใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ร่วมกับปราชญ์ชาวบ้าน สร้างนวตกรรมทางการเกษตร ที่ผสมผสาน ทดลองทดสอบในพื้นที่อีสาน ดินแดนที่ทุกคนว่าแห้งแล้ง จนได้นวกรรมที่ใหม่ที่ปฏิบัติ แล้วเห็นผล ตือ เกษตรประณีต ๑ไร่ สามารถนำมาขยายผล ให้สอดคล้องกับภูมิสังคม ของแต่ละภูมิภาค ให้เหมาะกับพื้นที่ และวิถีชีวิต สามารถแก้จนเกษตร คนอีสานได้ แค่นั้นเอง
เริ่มต้นด้วยการ ออมน้ำ ออมดิน ออมต้นไม้ ออมสัตว์ ออมความรู้ ออมน้ำใจ แล้วแบ่งปั้นความรู้ กันด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน และลงมือทำอย่างมีความเพียร หากเกิดปัญหาที่แก้ได้เองก็ช่วยกันเองได้ แต่ถ้าต้องใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีี เราก็สร้างเครือข่ายกัยสถาบันการศึกษา ในจังหวัดนั้น เพื่อขอความช่วยเหลือ ปราชญ์ชาวบ้านเองก็ช่วยขยายองค์ความรู้ร่วมกับสถาบันกาศึกษานั้นๆ แบบร่วมด้วยช่วยกัน เป็นขบวนการก่อการดี เครือข่ายเราได้รับการสนับสนุนทางวิชาการจาก ฝ่ายปรับแปลงถ่ายทอดเทตโนโลยี เทคโนธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จ. นครราชสีมา
เมื่อออมน้ำพอเพียงแล้วก็ สามารถออมดิน ออมต้นไม้ ออมสัตว์ เพื่อสร้างความั่นคงทางด้านอาหารครบทุกหมวดหมู่ ออมไม้ใช้สอย ออมไม้มีค่าเป็นทรัพย์ ให้ลูกหลานและออมพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านสำหรับบริโภคในรูปของอาหาร และเยียวยาตัวเองในรูปของสมุนไพรที่เป็นองค์ความรู้ของการเยียวยาตัวเอง ตามแนวทางวิถึชีวิตที่บรรพบุรุษสั่งสมมา ในที่สุดก็เกิด องค์ความรู้ใหม่ จากการผสมผสานร่วมมือกันระหว่างนักวิชาการ และปราชญ์ชาวบ้าน ทำการศึกษาทดลองจนบังเกิดผลประจักษ์อย่างชัดเจน จากระบบระเบียบการศึกษาวิจัย มีการสังเกตุุ จดบันทึก รวมรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล ศึกษาวิจัยร่วมกับนักวิชาการ อย่างเป็นระบบ จนปราชญ์ชาวบ้านกลายเป็นนักวิจัยที่สอดคล้องกับที่ตรงกับความต้อง จนมีความรู้ความเข้าใจที่พอเพียง เพื่อทำ การเกษตรพอเพียง
การประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การสร้างเครือข่ายและกระบวนการเรียนรู้ของวุฒิอาสาธนาคารสมอง ในการพัฒนาประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ ๑๒ ถึง ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ณ ห้องอรพิม โรงแรมสีมาธานี จ. นครราชสีมา
สิ่งที่อาม่าได้มาเต็มๆ ในการไปศึกษดูงานร่วมกับกลุ่มที่ ๒ คือสมุนไพรสองตัวค่ะ
ตัวแรกคือ ดีปลากั้ง จึงไปค้นคว้าหาความรู้มาเพิ่มเติมต่อยอดจาก http://www.magnoliathailand.com/webboard/index.php?topic=1687.0 ซึ่งอาม่าใช้เป็นแหล่งเรียนรู้และอ้างอิงได้อย่างใจค่ะ เป็นกูรูทางต้นไม้ ฝีมืถ่ายภาพขั้นเทพค่ะ ขอนำมาให้ชมเป็นแค่น้ำจิ้ม เพื่อกระตุกต่อมอยากรู้ค่ะ
อาม่าเองก็จะเก็บภาพมาเช่นกันแค่เป็นหลักฐานว่าได้เจอสมุนไพร ตัวนี้ที่บ้านพ่อจันทร์ที ประทุมภา เพื่อไปค้นคว้าศึกษาต่อไปค่ะ
ในฐานะเป็นวุฒิอาสาธนาคารสมอง จ. นครราชสีมา อาม่าได้พยายามช่วยเหลืองานวุฒิอาสาธนาคารสมองมาตลอดหนึ่งปีเต็มๆ
ในปีแรกที่เข้ามาเป็นวุฒิอาสาฯ ยังมองไม่เห็นทิศทางการทำงานที่ชัดเจน อย่ากระนั้นเลย อาม่ามองเห็นปัญหาช่องว่างด้าน เทคโนโลยี ไอซีที ก่อให้เกิดปัญหาความไม่เข้าใจลูกหลาน พ่อแม่-ลูก ปู่ย่า-ตายาย กับลูกหลานนับวันยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่ม และอาชกรรมที่ตามมาติดๆ กับเทคโนโลยีฯ สมัยๆ จึงหาทางลดช่องว่าง ด้วยการทำโครงการ “รู้ทันชีวิต ในยุคไอที” เพื่อเป็นการฝึกอบรมปฏิบัติการ การใช้คอมพิวเตอร์ และให้รู้ทันเทคโนโลยี ไอซีที และสามารถใช้เทคโนโลยี ได้อย่างมีความสุข เพื่อปรับตัวลดช่องว่างความรู้ความเข้าใจเรื่องนี้ จะได้พูดคุยกับลูกหลานรู้เรื่องในยุคนี้ นอกจากนั้นยังสามารถช่วยลูกหลานค้นหาข้อมูล ช่วยงานกราฟฟิค ทำรูปได้อย่างสวยงาม ช่วยด้านการเรียนของลูกหลาน สร้างสัมพันธภาพที่ดี สามารถติดต่อพูดคุยกับลูกหลานที่อยู่ห่างไกล โดยมีเทคโนโลยีเป็นสื่อกลาง
ในการทำโครงการนี้ อาม่า และหมียักษ์เหนื่อยมากค่ะขอบอก การฝึกอบรมผู้สูงอายุให้ใช้คอมพิวเตอร์ อย่างน้อยที่สุด ใช้อินเตอร์เน็ตได้ ใช้อีเมล์เป็น ค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตได้ ทำงานกราฟฟิคทำรูปเป็น เขียนบล็อกได้ สมัครใช้โซเชี่ยนเน็ตเวิร์คเป็น มันเกินความคาดหมาย เพราะผู้สูงวัยสนใจและขยัยมาก ไม่ยอมเลิกแม้หมดเวลา จนแลปคอมพิวเตอร์ปิดจึงยอมกลับ ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ สามารถจัดฝึกอบรมได้สองรุ่น รวม 47 ท่าน เมื่อปลายเมษายน- กลางพฤษภาคม 2553 ตอนนี้หลายคนเป็นบล็อกเกอร์ที่โด่งดัง หลายคนอยู่ในโซเชี่ยนเน็ตเวิร์ค หลายคนไปพัฒนาต่อยอดอีกมากมาย ผู้สูงวัยไม่กลัวคอมพิวเตอร์แล้ว แต่สิ่งที่เกินความคาดหมาย คือปู่ย่าตายายเป็นเพื่อนกับลูกหลานได้อย่างเหลือเชื่อค่ะ
ในปีที่สอง(2554) อาม่ามีตั้งใจทำโครงการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชน 4 ชุมชน ใน4 อำเภอของ จังหวัด นครราชสีมา ชุมชนแรกที่อาม่าทำโครงการนี้ให้คือ บ้านใหม่อุดม ต.บ้านใหม่ อ.หนองบุญมาก ซึ่งมีผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง เป็นหญิงแกร่ง ทำงานแบบจิตอาสาเป็นที่ประทับใจอาม่ามาก คุณจินดา บุษสระเกศ ที่อาม่าตั้งให้เป็นด็อกเตอร์ในดวงใจอาม่า ทำงานรวดเร็ว มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล เข้าใจกลไกการทำงาน ทั้งของภาครัฐ ภาคเอกชน ได้ใจคนในชุมชน เพราะการทำงานที่ไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย พัฒนาชุมชนจนเป็นที่กล่าวขานทั้งในระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ นอกจากทำงานเก่งแล้วยังนำเสนองานได้อย่างไม่มีที่ติ หาไม่ได้ง่ายๆ เลยค่ะ
วันนี้อาม่ามอบพันธุ์ข้าวหอมมะลิแดง ให้คุณจินดาไปสองถุง เพื่อนำไปปลูกขยายเมล็ดพันธุ์ข้าว ให้เพียงพอต่อการทำนาข้าวพันธุ์ที่มีคุณภาพสูงในชุมชน พร้อมทั้งจัดฝึกอบรม การใช้แหนแดงและปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ในระบบข้าวต้นเดี่ยวแบบประณีต ( Azolla & BOF - System of Rice Tntensification, SRI) โดยทีมงานจากเทคโนธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ที่มี ศ.เกียรติคุณ ดร.นันทกร บุญเกิด เป็นผู้ลงมาฝึกอบรมให้ถึงพื้นที่เลยค่ะ
จัดการฝึกอบรมที่ อบต.บ้านใหม่อุดม ในวันที่ 9 กพ. 2554 เวลา 9.00 น.เป็นต้นไป หลังการฝึกอบรมจะลงพื้นที่ เพื่อเลือกแปลงปลูก และปฏิบัติการทันที่ค่ะ วันนี้วุฒิอาสาฯ ประมาณ 15 ท่าน ขอสมัครเข้ารับการฝึกอบรมในครั้งนี้ด้วยค่ะ
นอกจากอม่าให้ข้าว (คาร์โบไฮเดรต) ที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการแล้วยังเสริม โปรตีน จากถั่วไปด้วยค่ะ คือถั่วครกค่ะโดยมอบ เมล็ดถั่วครกไปปลูกเพื่อขยายพันธุ์ให้พอเพียงต่อชุมชน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารค่ะ
สรุปข้อดีของการปลูกข้าวต้นเดี่ยวร่วมกับการใช้แหนแดงและปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ
1.ใช้เมล็ดพันธุ์น้อย คือ อัตรา 1 กิโลกรัม/ไร่
2.สามารถลดต้นทุนการผลิตจากการใช้ปุ๋ยเคมี โดยการใช้แหนแดงแทน
3.สามารถเพิ่มปริมาณอินทรีย์วัตถุในดินจากการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ และแหนแดง
4.เพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ดินที่มีประโยชน์โดยเฉพาะจุลินทรีย์กลุ่มส่งเสริมการเจริญเติบโต
5.ประหยัดน้ำเพราะใช้น้ำปริมาณน้อยในการเพาะปลูก(ระดับน้ำลึก 2-5 เซนติเมตร)
6.สามารถกำจัดวัชพืชได้ง่ายและทั่วถึงในระหว่างแถวปลูก และลดปริมาณวัชพืชจากการใช้แหนแดง
7.อายุการเก็บเกี่ยวเร็วกว่าปกติ 10-15 วัน
8.จำนวนการแตกกอ(รวง/กอ) สูงกว่าวิธีปรกติ 2-3 เท่า
9.เปอร์เซนต์การสูญเสียจากข้าวลีบน้อยกว่าวิธีการผลิตแบบปรกติ
10.ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น 50-70%
กรณีมีวัชพืชเกิดขึ้นในแปลงให้รีบกำจัดภายใน 15วัน หลังปักดำข้าว
(ข้อมูลจากคลินิคเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี)
กองทัพเดินด้วยท้อง สมองและปัญญาต้องการสารอาหารเป็นพลังงานขับเคลื่อนการทำงาน โดยมีสติเป็นบังเหียน คอยช่วยให้การสั่งการสมองและปัญญา ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ในการสร้างสรรสิ่งที่ดีงาม มีคุณค่าต่อตัวเองและครอบครัว ต่อส่วนรวม ต่อถิ่นที่อยู่อาศัย และประเทศชาติ…..
อาหารคือปัจจัยที่สำคัญที่สุด สำหรับสิ่งที่มีชีวิต หากมนุษย์ไม่ต้องกินอาหาร ความวุ่นวายก็จะไม่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้อย่างแน่นอน การสร้างความมั่นคงทางอาหาร เป็นหนทางหนึ่งที่จะสร้างความสงบสุข ให้เกิดขึ้นในสังคมได้
หากเกษตรกร สามารถผลิตอาหาร เพียงพอต่อการบริโภค ในครัวเรือน นั่นหมายถึงความมั่นคงทางอาหารในระดับครัวเรือน ถ้าทุกคนในชุมชนสามารถผลิตอาหารได้เพียงพอ ก็เกิดความมั่นคงทางอาหารระดับชุมชน หากคนในชุมชนสามรถผลิตอาหารได้เกินพอ ได้หลากหลาย ก็เพียงพอที่จะแบ่งปัน แลกเปลี่ยนกันในชุมชน ความเข้มแข็งของชุมชนก็จะเพิ่มขึ้น เมื่ออิ่มท้องนอนอุ่น จะคิดทำการสิ่งใดก็จะมั่นคง เมื่อสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต อาหาร(ข้าว พืชผัก ผลไม้ ปลา เป็ดไก่ …)ได้มากเกินพอก็สามารถนำไปแลกเปลี่ยน หรือขายให้กับท้องถิ่นที่ไม่สามารถผลิตอาหารเหล่านั้น..
หากเรารู้ว่ามีผู้คนต้องการอาหารคุณภาพ ที่เราผลิตได้มากเกินพอ ย่อมเกิดการซื้อขาย รายได้ก็เกิดขึ้นอย่างมั่นคงแน่นอน ทำอย่างมีความสุข เพราะทำเท่าที่มีกำลังผลิต อย่างมีคุณภาพก็พอเพียง
มีตัวอย่างของเกษตรกร ที่หันมาใส่ใจปรับเปลี่ยนวิธีการปลูกพืชผักอินทรีย์ ผ่านการฝึกอบรมจากเทคโนธานี นำผลผลิตทีมาขายที่เทคโนธานี อาม่าก็จะสนับสนุนชื้อผักผลไม้ ทุกครั้งที่เข้าไปเทคโนธานี วันนี้ได้ผักหลายชนิด และละมุด นอกจากนั้นได้กินข้าวเม่า(สีดำ)คลุกอีกด้วย จากปักธงชัยค่ะ
ส่วนร้านค้าของฟาร์ม มทส. จะขายผลผลิตทุกชนิด ที่เป็นผลผลิตของฟาร์มทั้งผัก ผลไม้ ไข่ไก่ นมสด และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากนม และขนมอบนานาชนิด นอกเหนือจากนั้นก็มีของจำเป็นที่รับมาจำหน่าย เป็นการบริการเสริมค่ะ และมีร้านอาหาร หลายร้านของฟาร์มไว้บริการตามจุดต่างๆ ด้วยค่ะ
นี่เป็นส่วนหนึ่งของร้านอาหารพื้นเมืองของโคราช ที่เข้ามาขายเฉพาะกิจ ในบริเวณหน้าร้านค้าของฟาร์ม มทส. ในงานวันเปิดฟาร์ม มทส.12-14 มค .2554
อาม่าเลือกกินอาหารพื้นเมืองโคราขค่ะ ผัดหมีโคราช ส้มตำไทย(ไม่ใส่พริก) ไก่ทอด เป็นอาหารมื้อเที่ยง เพื่อความมั่นคง(อิ่มท้อง)ทางอาหาร แซ๊บอีหลีค่ะ