<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>ลานทับทิม(อาม่า)</title>
	<atom:link href="http://lanpanya.com/linhui08/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://lanpanya.com/linhui08</link>
	<description>ไม่รู้ไม่ชี้ ดี รู้แล้วชี้ ดีกว่า</description>
	<pubDate>Fri, 19 Oct 2012 05:21:20 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>สวัสดีในวันดีๆ ของปลายฝนต้นหนาวปี ๒๕๕๕</title>
		<link>http://lanpanya.com/linhui08/archives/914</link>
		<comments>http://lanpanya.com/linhui08/archives/914#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 19 Oct 2012 05:21:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lin Hui</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[มณฑาทองปี๕๕]]></category>

		<category><![CDATA[เรื่องเล่าของLin Hui]]></category>

		<category><![CDATA[มณฑาทอง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/linhui08/?p=914</guid>
		<description><![CDATA[
ห่างหายจากการเขียนบันทึกในลานทับทิม มานานพอสมควร พอผ่านฝนสั่งฟ้า เข้าสู่การเปลี่ยนฤดูกาล จะเริ่มมีลมเปลี่ยนทิศ จากตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเริ่มต้นเปลี่ยนฤดูกาลอย่างชัดเจนกลางเดือนตุลาคม จากฤดูฝนเป็นฤดูหนาว(แล้งและเย็น)
มณฑาทองก็ทะยอยบานต้อนรับฤดูกาล เหมือนเตืออาม่าให้ นำภาพ มณฑาทองมาฝากหมู่มิตชาวลานปัญญาค่ะ

วันเดียวบานสองดอกค่ะหอมอบอวนไปทั่วค่ะ

เลยตัดลงมาเพื่อนำไปวางหน้ารูปพ่อแม่ในห้องพระ ก่อนนำเข้าห้องพระจึงนำมาให้ได้ชื่นชมก่อนค่ะ
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/linhui08/archives/914/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>คิดแบบเดิมทำแบบเดิมผลก็เหมือนเดิม</title>
		<link>http://lanpanya.com/linhui08/archives/913</link>
		<comments>http://lanpanya.com/linhui08/archives/913#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 May 2012 09:27:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lin Hui</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องเล่าของLin Hui]]></category>

		<category><![CDATA[คิดแบบเดิมทำแบเดิม...]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/linhui08/?p=913</guid>
		<description><![CDATA[คิดแบบเดิมทำแบบเดิมผลก็เหมือนเดิม  แล้วทำไม ไม่คิดต่าง ลองทำอะไรที่มันแตกต่างจากเดิมๆ บ้างได้ไหม &#8230;&#8230;.
ที่ปรึกษา ฟังดูแล้วเป็นผู้ทรงภูมิปัญญา หากแต่ว่าเขาจะปรึกษาหรือไม่ก็ว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง
เอาเป็นว่า คนที่ตัวเล็กๆ ที่มีอยู่ทั่วประเทศไทย สามารถยืนหยัดด้วยตัวเอง แล้วสามารถให้คำปรึกษาช่วยเหลือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เติมเต็มซึ่งกันและกัน ในกลุ่มที่รวมตัวกันด้วยความรู้ความเข้าใจ ในอาชีพ ยกตัวอย่างกลุ่มเกษตรกรที่เคยปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำนาโดยแบบที่พิมพ์นิยม แล้วเกิดความล้มเหลวจาก เป็นเจ้าของนา กลายเป็นลูกจ้างทำนาในที่นาที่เคยเป็นของตัวเอง และในที่สุดเขาไม่จ้างให้ทำนา เพราะไม่คุ้มทุน&#8230;&#8230;วงจรชีวิตชาวนาไทยส่วนหนึ่งที่พบเห็นทั่วไปชีวิตลำเค็ญมาก ที่พบเห็นได้จากข่าว และสารคดี จนเป็นภาพติดลบของอาชีพชาวนา ทั้งๆ ที่ประเทศไทยเป็นประเทศกสิกรรม อนาคตชาวนาจะเป็นอย่างไร&#8230;&#8230;
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงบอกว่าประเทศไทยมีชัยภูมิที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ธรรมชาติที่หลากหลาย ภูมิศาสตร์ของประเทศเรามีภูเขา มีที่ราบหุบเขา มีแม่น้ำ มีป่าไม้ ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ เรามีที่ราบสูง เรามีทะเลสองทะเลขนาบสองด้านภาคใต้ เรามีค้นทุนทางธรรมชาติสูงมาก&#8230;&#8230;
แต่เราประสบปัญหา การทำลายทรัพยกรสูงจนน่ากลัว และหยุดยั้งไม่ได้เสียด้วยภาครัฐมีหน้าที่ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก ปัญหารุมเร้าทุกด้าน
วัตถุนิยม &#8220;มีเงินเขาเรียกน้อง มีทองเขาเรียกพี่&#8221; แต่การได้มาซึ่งความร่ำรวยไม่ใช่ปัญหา คนส่วนหนึ่งยอมรับหน้าตาเฉย &#8220;รวยเสียอย่างทำอะไรดูดีไปหมด&#8221; เป็นสำนวนที่ชินหู อนาคตของชาติลำบากแน่ ที่ถูกสื่อที่ยัดเยียดข้อมูลที่ฟุ้งเฟ้อไร้ความสำนึกมายังประชาชนถึงห้องนอนตลอด ๒๔ ชั่วโมง&#8230;.ประชากรส่วนใหญ่ยังขาดข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง และสร้างสรร เรื่องแผ่นดินที่ตัวเองอยู่ ไม่เคยรู้จักธรรมชาตสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดที่มีอยู่ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/linhui08/archives/913/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>บริษัทเล็กๆ ของลูกศิษย์อาม่า</title>
		<link>http://lanpanya.com/linhui08/archives/912</link>
		<comments>http://lanpanya.com/linhui08/archives/912#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 07 May 2012 05:22:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lin Hui</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องเล่าของLin Hui]]></category>

		<category><![CDATA[บรษัทเล็กๆ ของลูกศิษ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/linhui08/?p=912</guid>
		<description><![CDATA[อาม่าดูแลแอดไวซีจีออ 31  เป็นรุ่นสุดท้ายตั้งแต่เรื่องการเรียน การแก้ปัญหาจนเรียนจบทุกคน เมื่อคนสุดท้ายจบ อาม่าลาออกจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มารับหน้าเป็นหัวหน้าสาขาวิชาการรับรู้จากระยะไกล( School of Remote Sensing) ที่สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เพื่อสร้างหลักสูตรรีโมทเซนซิ่ง ระดับป.โท-เอก แห่งแรกของประเทศไทย หลังจากสร้างหลักสูตรวิชารีโมทเซนวิ่งในระดับป.ตรีที่ มช.มาแล้ว ด้วยความตั้งใจเต็มที่ เพราะเป็นมหาวิทยาลัย เทคโนโลยี่ ที่เปิดใหม่เป็นมหาลัยนอกระบบแห่งแรกของประเทศ โดยเฉพาะมีวิศวกรรมเกือบทุกสาขาวิชา ด้วยความหวังที่จะสร้างฐานองค์ความรู้ใหม่เป็นของประเทศ โดยปรับโครงสร้างหลักสูตร เป็นสองระยะ ช่วงแรกปรับฐานความรู้สามารถนำไปใช้งานประยุกต์ได้ทันที่แก้ปัญหาทรัพย์กรธรรมชาติของชาติ ระยะที่สองสร้างเทคโนโลยี่เป็นของตัวเองจากใช้องค์ความรู้ด้านวิศวกรที่เกี่ยวข้อง และได้สร้างห้องแลปด้านโรโมทเซนซิ่งที่ทันสมัยที่สุดในขณะนั้น( 2536) โดยได้รับความช่วยเหลือจากบริษัทอินเตอร์กราฟอเมริกา ผ่านบริษัทอินเตอร์กราฟประเทศไทย ที่มีลูกศิษย์ และแอดไวซีทำงานอยู่ ซึ่งการทำงานช่วงแรกแรกก็จะเป็นประยุกต์ใช้เทคโนโลยี รีโมทเซนซิ่งในด้านต่างๆ  และได้ร่วมโครงการ GlobeSAR ให้ความร่วมมือกับสภาวิจัยแห่งชาติ และทำงานวิจัยหลายด้าน ตลอดจนการทำงานด้านจัดงานเวิลเทคในปี 2538 และจากความร่วมือกับสภาวิจัยแห่งชาติสามารถดึงการจัดประชุมThe 16 th Asian Conference on Remote Sesin( AARS) ในปีจัดงานเวิลเทค เพราะจากผลงานส่วนหนึ่งที่ไปได้รับรางวัลฺำ Asian Association [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/linhui08/archives/912/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>แปลงนาสาธิตบ้านวังหิน</title>
		<link>http://lanpanya.com/linhui08/archives/910</link>
		<comments>http://lanpanya.com/linhui08/archives/910#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 May 2012 03:38:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lin Hui</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[นวัตกรรมการลงแขกดำนาแบบร่วมสมัย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/linhui08/?p=910</guid>
		<description><![CDATA[จากความพยายาม ที่ช่วยชาวนาให้เข้าใจการทำนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  เพื่อช่วยเหลือชาวนาให้ทำนาแล้วได้กำไร ลดเลิกการใช้สารเคมี  จึงจำเป็นต้องให้ความรู้ สร้างความเข้าใจในการทำนาที่ได้กำไร   ด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับชาวนามืออาชีพ   โดยการพากลุ่มชาวนาวังหินและบ้านใหม่อุดม  ไปเรียนรู้การทำนากับชาวนามืออาชีพ ต้วจริงเสียงจริงที่ลาดหลุมแก้วนาของ  ลุงทวี คุ้มรักษา ทำให้ชาวนาได้พบได้คุยกับชาวนามืออาชีพตัวจริง  โดยใช้ภาษาชาวนาคุยกัน ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ในบรรยากาศห้องเรียนธรรมชาติจริงๆ คือแปลงนาของลุงทวี  ถึงแม้จะเป็นชาวนาภาคอิสานก็เข้าใจได้เป็นอย่างดีเพราะได้เห็นของจริงแปลงนา ที่สะอาดและทุ่งรวงทองที่เต็มไปหมด ผลผลิตมากมายที่ไม่เคยเห็นมาก่อน  แต่ละคนต่างเก็บเกี่ยวความรู้ความเข้าใจ  โดยการถามและจดรายละเอียดและเทคนิคการทำนาจากลุงทวีอย่างเต็มที่  และได้ชมการเก็บเกี่ยวข้าวที่ได้ผลผลิตสูง  สร้างแรงจูงใจให้ชาวนาโคราชอยากทำนาดำ&#8230;&#8230;


นอกจากพาชาวนาโคราช(บ้านวังหิน และบ้านใหม่อุดม)  ไปเรียนรู้การทำนาดำอย่างมืออาชีพแล้ว  ยังพาไปดูงานที่การทำแปลงนาพันธุ์ข้าวของบริษัท ออไรซา เวิลด์จำกัด ขอนแก่น

๒๘ มกราคม ๒๕๕๕ แปลงนาสาธิตที่บ้านวังหินเกิดขึ้นในที่นาของ สายชล - ตี๋  บาตรโพธิ์ โดยความอนุเคราะห์ของฝ่ายสาธิต ของคูโบต้า [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/linhui08/archives/910/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>กำลังใจคือหัวใจสำคัญ</title>
		<link>http://lanpanya.com/linhui08/archives/908</link>
		<comments>http://lanpanya.com/linhui08/archives/908#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 31 Mar 2012 16:16:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lin Hui</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ความมั่นคงทางอาหาร]]></category>

		<category><![CDATA[ทำนาดำนวัตกรรมใหม่]]></category>

		<category><![CDATA[เรื่องเล่าของLin Hui]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/linhui08/?p=908</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๕ อาม่า อ.แพ้นด้า คุณสุภชัย ปิติวุฒิ (น้องต้นกล้า) ชาวนาวันหยุดผู้มุ่งมั่นที่จะปรับเปลี่ยนวิธีวิธีปลูกข้าวทำนาดำ ด้วยวิธีแกล้งข้าว เพื่อดึงศักยภาพของต้นข้าวให้เต็มที่ ด้วยวิธีการทำนาดำ แบบเปียกสลับแห้งแกล้งข้าว จนได้ข้อสรุปแล้วว่าได้ผลเกินคาด
เดินทาง ไปให้กำลังใจ น้องสายชล บาตรโพธิ์ บ้านวังหิน ต.บ้านโพธิ์ อ.เมือง จ. นครราชสีมา ที่เปลี่ยนวิธีทำนาหว่าน มาเป็นนาดำ ด้วยวิธีเปียกสลับแห้งแกล้งข้าว และไม่ใช้ยาฆ่ายา

ในขณะที่ทั้งทำนา และปลูกผัก งานหนักเอาการมีแค่สองแรงแข็งขันคือคูชีวิต น้องตี๋ นา หกไร่ สวนผักหลายไร่ ซึ่งใช้เวลาในการดูแลแปลงผัก ปลอดสารพิษ และแปลงนาพร้อมๆกัน

ทำให้ดูแลแปลงนาไม่ทั่วถึงในการแถกหญ้า(ใช้โรตารี่วีดเดอร์)  เพราะหญ้าที่โตเร็วจนแถกหญ้าไม่ไหว แต่การแกล้งข้าวด้วยวิธีเปียกสลับแห้งทำให้ต้นข้าวแข็งแรง พื้นนาแห้งหน้าดินแตกดี เดินลงนาได้สบาย ต้นข้าวแข็งแรง ไม่มีโรค และไม่เพลี๊ยและแมลงรบกวน การแตกกอดีมาก แต่สภาพดินดีมาก ไม่ต้องใส่ปุ๋ย แสดงว่ามีปุ๋ยธรรมชาติในดินเพียงพอ ข้าวเจริญเติบโตดี ถึงแม้ต้องแย่งอาหารกับหญ้า

เมื่อคุณสุภชัยลงไปสำรวจดูพื้นดินในแปลงนา ก็พอใจกับผลการแกล้งข้าว พื้นนาแตกสวยงามส่งผลให้ออกซิเจนลงไปถึงรากข้าว นอกจากนั้นพบขุ่ยใส้เดือนพรวนดินให้อีกด้วย เหนือแปลงนา มีฝูงแมลงปอมาคอยพิทักษ์แปลงนาให้ด้วยเป็นสัญาณที่ดีว่า ว่าน้ำบริเวณนี้มีคุณภาพดี
สิ่งที่น่าสนใจมากคือรวงข้าวยาวกว่ารวงข้าวทั่วๆ [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/linhui08/archives/908/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สมุนไพร X</title>
		<link>http://lanpanya.com/linhui08/archives/907</link>
		<comments>http://lanpanya.com/linhui08/archives/907#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 01 Mar 2012 17:53:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lin Hui</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องเล่าของLin Hui]]></category>

		<category><![CDATA[สมุนไพรX]]></category>

		<category><![CDATA[เพิ่มแท็กใหม่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/linhui08/?p=907</guid>
		<description><![CDATA[ทำไมอาม่าเรียกสมุนไพร X เพราะไม่มีใครรู้จักชื่อสมุนไพรตัวนี้ค่ะ ประวัติของพืชสมุนไพรนี้ เท่าที่ฟังจากผู้ที่มอบสมุนไพรตัวนี้ให้อาม่า บอกว่าท่านได้มาจากทหารคนสนิทของ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งเก็บจากในป่าบนภูเขาเมืองกาญจนบุรี เมื่อสมัยเป็นหนุ่ม สังเกตุจากกวางป่าชอบกินสมุนไพรตัวนี้ แล้วแข็งแรงเลยเก็บมาลองมา ต้มกินบ้าง ดองเหล้ากินบ้าง ทำให้สดชื่นแข็งแรง จึงนำมาให้จอมพลฯ กินบ้างปรากฏว่า ท่านชอบจึงต้องนำมาขยายพันธุ์มาปลูกบนพื้นราบ และแจกจ่ายแบ่งปันกันในวงจำกัด ซึ่งนำไปใช้กับคนเป็นโรคเบาหวาน ซึ่งได้ผลดี และควบคุมเบาหวานได้ และบำรุงตับขับพิษ บำรุงหัวใจ สิ่งที่แตกต่างจากสมุนไพรใบเขียวทั่วไป คือการนำสมุนไพรX มาต้มเป็นน้ำชาดื่ม จะเปลี่ยนเป็นสีทับทิมน่าดื่มมากค่ะ ดังภาพที่เปรียบเทียบสีน้ำชากับเนื้อทับทิมที่บ้านอาม่า และเคยเห็นเขาเอาใบมาขยี้แล้วดองเหล้าขาวก็จะกลายเป็นสีแดงเช่นกันค่ะ คนที่ให้อาม่าบอกว่าเขากินสมุนไพรตัวนี้มานานแล้ว ร่างกายแข็งแรงไม่มีโรคเบาหวานโรคความดันโรคหัวใจ
อาม่าได้ให้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชไปศึกษา และให้ต้นสมุนไพรนักชีวิทยาไปศึกษาวิจัยและวิเคราะห์ในสมุนไพรตัวนี้ เริ่มจากค้นหาชื่อวิทยาศาสตร์ก็ไม่เจอในฐานข้อมูลไทย
ในที่สุดอาม่าได้รับความร่วมมือจากนักศึกษาป.โทวิศวกรรมการเกษตร มทส. ช่วยค้นให้เมื่อปีกลายก็พบในฐานข้อมูลของซิมบาบเว ซึ่งเขาเพิ่ง เขาเพิ่งจะพบพืชตัวนี้ในป่าบนภูเขาเช่นกัน เมื่อ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๔๗ นี้เองค่ะ
http://www.zimbabweflora.co.zw/speciesdata/image-display.php?species_id=154150&#38;image_id=1






ตอไปนี้เป็นการถามตอบ สำหรับคยที่สนใจสมุนไพรX ตัวนี้เมื่อปลายปี ๒๕๕๓ ค่ะ






Poldej Worachat ต้นนี้ชื่ออะไรและมีสรรพคุณอย่างไรครับ
December 30, 2010 at 5:46pm · [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/linhui08/archives/907/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>โรคกระดูกพรุน(หมอจินตนา สวนหลาม เพื่อน มช.08 )</title>
		<link>http://lanpanya.com/linhui08/archives/906</link>
		<comments>http://lanpanya.com/linhui08/archives/906#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 19 Feb 2012 13:47:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lin Hui</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เรื่องเล่าของLin Hui]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/linhui08/?p=906</guid>
		<description><![CDATA[





โรคกระดูกพรุน หรือ โรคกระดูกโปร่งบาง  คือภาวะที่เนื้อกระดูกลดลง และมี
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ภายในของกระดูก  ส่งผลให้กระดูกบางลง  ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดกระดูกหักได้ง่ายขึ้น
ในวัยเด็กปริมาณเนื้อกระดูกจะค่อย ๆ  เพิ่มขึ้นจนสูงสุดเมื่ออายุประมาณ 30-35 ปี หลังจากนั้นเนื้อกระดูกจะ ลดลงอย่างช้า  ๆ แต่ใน ผู้หญิง เมื่อถึงวัยหมดประจำเดือนปริมาณเนื้อกระดูกจะลดลงอย่างรวดเร็ว  ทำให้ตลอดชีวิต ผู้หญิงจะสูญเสียเนื้อกระดูกมากกว่าผู้ชายถึง 2  - 3 เท่า 
ดังนั้นจะเห็นว่าทุกคนมีโอกาสที่จะเป็น โรคกระดูกพรุน  แต่ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อไปนี้จะมีโอกาสเป็นโรคมากกว่าผู้ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยง  และ  ถ้ายิ่งมีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างก็มีโอกาสเป็นโรคมากขึ้นอีก








ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน





1. ผู้หญิงหลังจากหมดประจำเดือน  สาเหตุสำคัญเชื่อว่าเกิดจาก ภาวะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน 
2.  การกินอาหารที่ไม่ถูกสัดส่วน เช่น กินอาหารที่มีโปรตีนสูง ( เนื้อสัตว์  )หรืออาหารที่มีโซเดียมสูง ( รสเค็ม ) [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/linhui08/archives/906/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วง</title>
		<link>http://lanpanya.com/linhui08/archives/905</link>
		<comments>http://lanpanya.com/linhui08/archives/905#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Feb 2012 15:35:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lin Hui</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วง]]></category>

		<category><![CDATA[ส่งเสริมสุขภาพ]]></category>

		<category><![CDATA[เรื่องเล่าของLin Hui]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/linhui08/?p=905</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ไปจ่ายตลาดเย็นที่ ตลาดการเคหะ เจอข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วง ที่กำลังเป็นที่นิยมรับประทานกันมาก ด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ  อาม่ารีบซื้อทันที ฝักใหญ่หอมกลุ่นน่ากินมากๆ

หลังอาหารเย็นรีบกินทันที่ ด้วยความใหญ่ของฝักข้าวโพด ต้องแบ่งกินแค่ครึ่งฝัก อร่อยหอมหวานเหนียวหนึบๆ  เป็นที่ถูกใจจริง นอกจากอิ่มท้อง อิ่มใจได้คุณค่าทางอาหารสูง ราคาไม่แพงเลย สามฝักยี่สิบบาท เท่ากับราคาข้าวโพดหวานค่ะ แต่คุณภาพสูงกว่าแน่นอน เลยตามไปดูว่า ที่มาที่ไปของข้าวโพดพันธุ์นี้  ปรากฏว่า มีหลายแหล่งที่พัฒนาพันธุ์ข้าวโพดข้าวเหนียวขึ้นมา และหนึ่งในที่มาของการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวโพดข้าวเหนียวสีม่วง ติดตามได้จาก ลิงค์ข้างล่างนี้ค่ะ
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1316436933&#38;grpid=no&#38;catid=&#38;subcatid=
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/linhui08/archives/905/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สับปะรดสี</title>
		<link>http://lanpanya.com/linhui08/archives/904</link>
		<comments>http://lanpanya.com/linhui08/archives/904#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Feb 2012 13:32:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lin Hui</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ดอกไม้ของอาม่า]]></category>

		<category><![CDATA[สับปะรดสี]]></category>

		<category><![CDATA[เรื่องเล่าของLin Hui]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/linhui08/?p=904</guid>
		<description><![CDATA[ที่บ้านเลี้ยงสับปะรดสีไว้ชนิดเดียว เพื่อนบ้านให้มาหลายปีแล้วค่ะ ใบสีเขียวไม่มีลาย ตอนยังไม่ออกดอกจะมีหน้าตาเป็นอย่างนี้ค่ะ

ตอนที่มีดอก หน้าตาแปลกตามากค่ะ บ้างก็บอกว่าเหมือน คอตตอนบัด บ้างก็บอกเหมือนไม้ขีดไฟ แต่สีสรรน่าดูจริงค่ะ


ลองชมภาพมุมองจากบน จะได้ความงามอีกแบบค่ะ

ความจริงแล้วสับปะรดสีมีมากหลายร้อยชนิด แล้วแต่ความนิยม บางคนชอบสีของใบ รูปทรงต้น ซึ่งมีหลากหลาย บางชนิดไม่มีดอก ส่วนชนิดที่มีดอกก็หลากหลายมากค่ะ ลองชมสับปะรดสีของสวนนงนุชพัทยาดูนะค่ะ
http://youtu.be/v0BKOrhD43I
หรือจะติดตามชมได้จาก http://www.prueksa-tawanok.com/%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99&#8212;%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2&#8211;%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%B5.html
http://www.pusoidowgarden.com/www/index.php?option=com_content&#38;view=article&#38;id=47:bromeliad1&#38;catid=34:interview&#38;Itemid=2
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/linhui08/archives/904/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>แยมมัลเบอร์รี</title>
		<link>http://lanpanya.com/linhui08/archives/903</link>
		<comments>http://lanpanya.com/linhui08/archives/903#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 Jan 2012 09:31:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lin Hui</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[คุณก็ทำได้]]></category>

		<category><![CDATA[เรื่องเล่าของLin Hui]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/linhui08/?p=903</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้มัลเบอร์รี เริ่มทะยอยสุก มีผลร่วงลงมาให้เห็นทุกวัน ต้องแบ่งผลมัลเบอร์รี จากนกมาทำแยมไว้กินบ้าง ตื่นเช้าขึ้นมาต้องรีบไปเก็บมัลเบอร์รีกิน เพราะตอนท้องว่าง วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ จากผลมัลเบอร์รี จะซึมเข้าสู่ร่างกายได้เต็มที่ค่ะ

เมื่อมีผลมัลเบอร์รี่มากพอ ก็ทำแยมไว้กินค่ะ เป็นการถนอมผลไม้ไว้กินได้นานๆ ค่ะ ปกติอาม่า จะทำแยมไว้กินเองค่ะ เพราะจะถูกปากมากกว่าไปซื้อมากินค่ะ และเราก็เลือกผลไม้ที่เราชอบมาทำกินเองปราศจากสารกันบูด ผลไม้ที่อาม่าชอบนำมาทำแยมกินคือเปลือกส้มจากสัมที่มีคุณภาพสูงซึ่งนำเข้าจากออสเตรเลีย หลังจากกินเนื้อแล้วเปลือกส้มนำมาทำแยมกินได้อย่างสบายใจ ส่วนเนื้อแบ่งส่วนหนึ่งมาใส่ด้วย แล้วใช้ส้มรดชาดหวานอมเปรี้ยมของบ้านเราเติม แค่นี้ก็ได้แยมเปลืกส้มที่ถูกใจแล้วค่ะ
วันนี้ตั้งใจจะเล่าวิธีทำแยมมัลเบอร์รีสดๆ จากต้น วิธีการง่ายมากๆ คัดผลมอลเบอร์รีที่สุกระดับหนึ่งเพื่อให้ได้รสชาดที่อร่อย ผลสุกงอมเก็บไว้กินสดค่ะ

ผลที่นำมาทำแยมต้อง มีลักษณะแบบนี้ค่ะ

สำหรับขั้นตอน ให้ทำดังนี้ค่ะเด็ดผลมัลเบอร์ให้ได้มากพอประมาณล้างน้ำสะอาดหนึ่งรอบเพื่อเอาฝุ่นและสิ่งที่ไม่ต้องการออก ถ้าจะให้ประณีตก็ต้องผ่า แกะเอาก้านขั้วออก ใส่หม้อเติมน้ำเล็กน้อยใส่เกลือนิดหน่อย ต้มให้เปื่อยใช้ทัพพีขยี่เนื้อ อันนี้ถ้าต้องการเฉพาะน้ำข้นๆ เพื่อทำแยมก็ต้องกรองเอาเนื้ออก แต่ถ้าต้องการเนื้อแยมแบบที่มีทั้งเนื้อและเมล็ดไม่ต้องกรองออก เติมน้ำตาลทราย(น้ำตาลไมฟอกสี)พอประมาณ กวนต่อไปสักพักชิมรสดูว่าถูกใจหรือยัง หากยังหวานไม่พอก็เติมน้ำตาลได้ กวนค่อไปใช้ไม้พายเล็กๆ กวน จนได้ที่โดยการสังเกตุ ใช้ไม้พานดันเนื้อแยมไปข้างหน้า แล้วตัวเนื้อแยมกลับมาช้า ถือว่าได้ที่แล้ว ปิดไฟทิ้งไว้ให้เย็นตักใส่ขวดหรือโถแก้ว เก็บไว้ในตู้เย็น เก็บไว้กินค่ะ แค่นี้เองเราก็ได้แยมคุณภาพไว้กินแล้วค่ะ

วันนี้มีแยมมัลเบอร์รีรสชาดที่ถูกใจ ทำเองกินเองไม่เกรงใจใคร&#8230;..
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/linhui08/archives/903/feed</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
