จดหมายคุณย่า

อ่าน: 1778

ท่านที่รัก

กลุ่มสมาชิกชาวเฮฮาศาสตร์ส่วนมากอายุค่อนไปทางหนุ่มสาวเหลือน้อย กลุ่มที่เป็นสาวซำน้อยต้อยติ่งก็พอมีอยู่บ้าง ได้แต่แอบหวังไว้ว่าสมาชิกที่เข้ามาลานปัญญาใหม่ๆจะอยู่ในวัยสดใสไฉไลประดุจดอกบัวบานกลางบึง ไม่ใช่อะไรหรอก อยากจะให้มาลดสัดส่วนกระชากวัยพวกแก่เกินแกงลงเสียบ้าง แต่ก็อีกนั่นแหละ หนุ่มสาวสมัยนี้ไม่นิยมเขียนหนังสือเป็นเรื่องเป็นราว ชอบใช้สื่อเจ๊าะแจ๊ะประเภทโชว์เบอร์ไม่โชว์ใจ เพราะเข้ากับวิถีชีวิตที่มะรุมมะตุ้มกับเรื่องวูบวาบและวับแวม..

พวกรุ่นเก่าๆเล่าความหลัง ยังผ่านการเขียนจดหมายมาบ้าง เพราะยุคครั้งกระโน้นไม่มีสื่อที่ถึงอกถึงใจเหมือนสมัยนี้ บางคู่เขียนจดหมายโต้ตอบกันเป็นลังๆก็ยังปลงใจกันไม่ได้สักที..

ไปงานครูภูมิปัญญาไทย รับเครื่องราชฯ ถ่ายภาพกับองคมนตรี ท่านถามว่าครูบาจะให้ช่วยอะไร บอกเลยนะ ..รีบฝากหนังสือเจ้าเป็นไผกับหนังสือนี่คนนี่ไง”จารย์ปู” ครูพันธุ์ก๊าก เรียนท่านว่าจะทำหนังสือทำนองนี้ วันหลังจะส่งสำเนาให้ท่าน ชี้โพรงให้กระรอกแบบนี้ก็ขอคำนิยม “โมเดลอีสาน เล่มที่2″ เสียเลย อิ.

เมื่อไม่กี่วันนี้

เจอคนขายดอกไม้เป็นช่อเล็กๆ

เธอเล่าว่าเอาไว้ขาย..ให้วัยรุ่นสาวๆซื้อไปให้หนุ่มหล่อที่พอใจ

โอ้ยโย่! คำว่า ก ร ะ ช า ก วั ย ไม่ทันกินแล้ว

เดี๋ยวนี้ ถึ ง ขั้ น ก ร ะ ช า ก ใ จ กันแล้วเน้อ

ต่อไปจะพัฒนาการสื่อสารหัวใจจะไปถึงไหนๆก็ไม่รู้

กลับมาถึงบ้านเห็นจดหมายกองอยู่บนโต๊ะปึกหนึ่ง อ่านแล้วหงุดหงิดเป็นบ้า เป็นจดหมายที่ส่งล่าช้ามาก เมื่อก่อนไม่เป็นอย่างนี้ แสดงว่าระบบการจัดการไปรษณีย์ตำบลสนามชัยถอยหลังเข้าคลอง นึกจะส่งก็มาส่ง ไม่ได้รับผิดชอบเลยว่าเนื้อหาในจดหมายบางทีมีเรื่องเร่งด่วน เที่ยวนี้ผมโดนเข้าไปหลายกระทอก เช่น

1. สภาพัฒน์ฯเชิญประชุมเรื่อง”การเตรียมความพร้อมของประเทศไทยเข้าสู่ประชามอาเชี่ยน(AC) ระหว่างวันที่ 16-18 กันยายน 2554 จดหมายส่งมาให้ตอบรับภายในวันที่ 31 สิงหาคม ผมเพิ่งจะได้รับวันนี้ เอกสารส่งทางEMS.ด้วยนะ เท่าที่อ่านเป็นเรื่องเชิงนโยบายเสียด้วยสิ นายกรัฐมนตรีใครต่อใครมาปาฐกถา มีการแบ่งกลุ่มวิเคราะห์แผนงานฯลฯ แสดงว่าEMS.เชื่อถือไม่ได้แล้ว ระบบราชการควรจะพัฒนาการส่งเอกสารทางไหนดี

2. มหาวิทยาลัยอุบลเชิญประชุมวิชาการระดับชาติประจำปี 2554 ระหว่างวันที่ 8-9 กันยายน 2554 โดยมีการดำเนินกิจกรรมภายใต้กรอบแนวทางการปฏิรูปการศึกษารอบสอง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาระบบอุดมศึกษาไทยให้สามารถทัดเทียมได้กับสากล มีเรื่องน่าสนใจมากมาย เช่น

- พัฒนาคุณภาพบัณฑิตยุคใหม่

- พัฒนาคุณภาพครูยุคใหม่

- เรื่องTQF สาขาครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์

- พัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ยุคใหม่

- พัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการใหม่

- ประกาศเกียรติคุณ และผลงานคุณภาพ

เอกสารฉบับนี้มาถึงวันที่ 14 กันยายนครับพี่น้อง หน่วยงานที่เชิญอาจจะมองว่าผมนี่เหลวไหลไม่ใส่ใจไปร่วมประชุมก็ได้

3.  หนังสือด่วนที่สุด จากสภาการศึกษาแห่งชาติ ส่งแบบตอบรับครูภูมิปัญญาไทย(รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์) และมีการประชุมสัมมนาเฉพาะเรื่องระหว่างวันที่ 13-15 กันยายน 2554 ผมต้องตอบรับเรื่องการเดินทาง-เข้าที่พัก-และซักซ้อมพิธีการ จดหมายเพิ่งมาถึงเมื่อ2วันที่แล้ว ผมจะไปรู้เรื่องอะไรละครับ เขาให้ไปรับอะไรก็ไปทื่อๆยังงั้นแหละ เอกสารก็ไม่ได้ตอบรับ หน่วยงานอาจจะคิดว่า แก่แล้วไม่รู้ภาษาแถมยังหยิ่งอีกต่างหาก โธ่เสียแก่ก็อีตอนนี้แหละเธอ

4. เอกสารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาวิจัยทรัพยากรการเกษตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เชิญประชุมหารือแนวทางการดำเนินงานโครงการบัณฑิตจิตอาสา (ครั้งที่ 2) ทางสำนักฯใจดีมีให้เลือกว่าจะเข้าร่วมประชุมวันที่ 19 หรือวันที่ 26 เมื่อจดหมายได้รับช้า ผมก็รับนัดอบรมดูงานนะสิครับ จะไปร่วมประชุมกับจุฬาฯยังไงนี่ ผมถูกแต่งตั้งให้เป็นวิพุทธิยาจารย์อาสา(แปลว่าอะหยังฮึ) ผมมีคิวจะต้องไปสอนนักศึกษาในโครงการนี้ที่จังหวัดน่าน

เมื่อไม่ได้ไปร่วมประชุมจะไม่อาจหาญไปหน่อยรึที่จะไปดำน้ำสอน!

ไปรษณีย์ หรือ ไปรษหนี ทำพิษอีกแล้ว

5. อีกฉบับหนึ่งเป็นจดหมายมาจากท่านพระมหากฤษณะ ตรุโณ ผศ.ดร.เจ้าอาวาสวัดเรไร เขตตลิ่งชัน กทม. ท่านให้ความเห็นกับคำถามที่สัมภาษณ์มาทางจดหมาย โดยสังเขป ดังนี้

5.1 คำถามด้านอภิปรัชญา 1-2-3

5.2 คำถามด้านญาณวิทยา 1-2-3

5.3 คำถามด้านจริยศาสตร์ 1-2-3

5.4 คำถามด้านสุทรียศาสตร์ 1-2-3

5.5 คำถามด้านตรรกศาสตร์ 1-3-4

5.6 คำถามทั่วไป และความคิดเห็นอื่น

ท่านส่งคำตอบวันที่20 ท่านใจดีบอกว่า ถ้าตอบจะมีค่าตอบ 1,500 บาท อิ

6. ขณะที่ความเซ็งกำลังจู่โจมหัวใจ ได้รับจดหมายฉบับสุดท้าย เขียนด้วยลายมือบรรจง ในกระดาษขาวว่างเปล่าไม่มีเส้นบรรทัด แต่ตัวอักษรเรียงตรงเป็นระเบียบเรียบร้อย อ่านแล้วน้ำตาซึม ขออนุญาตแกะเอาทุกตัวอักษรดังนี้ > >

เรียนคุณสุทธินันท์ ที่นับถืออย่างยิ่ง

ดิฉันได้อ่านหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันอังคารที่ 30 สิงหาคม ที่มีบทความ”สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ นักวิจัย “บ้านๆ” ปราชญ์ที่ไม่ยอมหยุดเรียนรู้” แล้วมีความรู้สึกซาบซึ้งอย่างยิ่งในเรื่องวิถีชีวิตของคุณตามที่เขียนเล่าไว้ ชวนให้ระลึกถึงคุณพ่อของดิฉัน พระยามไหสวรรย์ ในอดีตเป็นผู้ที่มีรักความรักในเศรษฐกิจการเกษตร และดิฉันมีโอกาสทำงานที่ห้องสมุดธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เรียนรู้เรื่องนี้เสมอมา จึงขอแสดงความชื่นชมในกิจการงานอันทรงคุณค่าสูงส่งของคุณ

ด้วยความปรารถนาดียิ่งจริงใจ ขอให้คุณดำเนินการทุกสิ่งที่คุณรักพึงพอใจ เป็นผลดียิ่งยิ่ง เพื่อชีวิตอันทรงคุณค่าของคุณ และความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ

ดิฉันจะติดตามเรียนรู้เรื่องที่น่าสนใจในกิจการที่คุณจะดำเนินการอีกในอนาคต

ด้วยความนับถือยิ่ง

กัทลี สมบัติศิริ

วันที่ 30 สิงหาคม พ..2554

หมายเหตุ : ขณะนี้ดิฉันมีอายุ 90 ปี ได้ทำบุญไปเมื่อกรกฎาคมปีนี้เอง

ท่านที่รัก

ได้อ่านจดหมายฉบับนี้แล้วลืมเรื่องขุ่นข้องหมองใจกับไปรษหนีข้างบนนั่นหมดเกลี้ยงเลยละครับ จดหมายของคุณย่า..

สะอาดทั้งตัวหนังสือ สะอาดทั้งในความรู้สึก

คืนนี้จะอ่านสัก 100 รอบ แล้วจะตอบจดหมายคุณย่า นะครับ


เรื่องที่แห้วสะดุ้ง

อ่าน: 1584

ที่ไอโฟนพังก็เพราะมีผู้โทรมาสอบถามเรื่องใบไม้เลี้ยงวัวนี่ละครับ ถามกันจัง โดยเฉพาะการสอบถามถึงที่ตั้งและระยะทางที่จะเข้ามาสวนป่า แต่ละท่านใช้เวลาสอบถามนานมาก เมื่อมีคนสนใจเราก็บริการเต็มที่ละครับ วันหนึ่งต้องชาร์ทไอโฟน 3 ครั้ง หลังจากทิ้งช่วงการสอบถามผ่านไป วันนี้เริ่มมีขบวนมาขอพบ ตั้งแต่ตื่นมา (ยังไม่ได้ล้างหน้าแปรงฟัน) เจอเข้าไป 2 คณะ มื้อเช้าผ่านไป จนกระทั้งมาถึงมื้อกลางวัน อ้าว! รถคณะไหนมาอีกละนี่

หลังจากเจราจาต้าอวยก็ทราบว่ามาจากวิทยาลัยชุมชน

ลากกล้องลงมาตั้งจะขอสัมภาษณ์

โธ่ น้ำยังไม่ได้อาบ ข้าวยังไม่ตกท้อง

ทำท่าจะหน้ามืดแล้วเน้อ

ขออาบน้ำทาแป้งก่อนได้ไหม

เมื่อทุกอย่างลงตัวก็มานั่งฉอดๆๆๆ..

จบไปอีกหนึ่งกระทอก

(หวานแหว๋วไหมละครับไอโฟนผม อิ อิ)

หลังจากลากันแยกย้าย ผมตั้งใจจะเดินไปดูลูกน้องขอสั่งงานไว้ พรุ่งนี้จะไปขอนแก่นแล้ว จะไปเจอป้าหวาน กับ แม่ใหญ่ ไม่มีอะไรไปฝากนอกจากหน่อไม้ เอาไปต้มขาหมูเจี๊ยะแก้หนาวในยามนี้ดีไหมป้า คาดว่าจะเดินทางไปถึงช่วงเย็นๆ บ่าย5-6โมง จะกริ๊งไปหานะป้า นะแม่ใหญ่ จะได้นัดดวลช่วงแดดร่มลมตกกันสักตั้ง วันรุ่งขึ้นถ้าชาวฮาจะมาให้กำลังใจ คณะจัดงานเตรียมที่นั่งและค่าเดินทางไว้ให้ 5 ท่าน เอาไว้เว่อร์ประการใดค่อยมาบอกเล่าอีกทีดีไหมครับ

เรื่องสุดท้ายเกี่ยวกับแห้วจบไปสดๆร้อนๆบัดเดี๋ยวนี้

มีผู้แทนสหกรณ์ครูมหาสารคามมาพบ

เพื่อจะหารือเอาคุณครูที่เกษียณมาเยี่ยมในวันที่ 17 เดือนนี้

ผมเรียนท่านผู้สนใจว่า..นัดกระชั้นอย่างนี้รับบ่ได้ดอก

ท่านก็บอกว่าขอร้องเถอะ..เราอยากจะให้คุณครูอาวุโสมาที่นี่มาก

เพื่อที่ท่านเกษียณเหล่านี้จะได้กลับไปเป็นครูของชุมชน

เป็นที่ปรึกษา เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในท้องถิ่น..

คณะเราจะไม่รบกวนอะไรเลย

จะขนโต๊ะเก้าอี้มากาง ขนอาหาร น้ำดื่ม พนักงานเสริ์ฟมาเอง

ขอแต่ให้มหาชีวาลัยอีสานบรรยายให้ฟัง

และอยากจะขอซื้อหนังสือตำราต่างๆของที่นี่แจกสมาชิกทุกคนด้วย

ถาม..ท่านจะมากันกี่ชีวิต

ตอบ ..รถบัส 5 คัน 300 ชีวิต

ผมเห็นว่าหนังสือเจ้าแห้วนี่แหละเหมาะกับคุณครูอาวุโสจะได้อ่าน

หนังสือไผ ก็เหลืออย่างละไม่กี่เล่ม

จึงตัดสินใจแทนแห้วขออนุญาตจำหน่ายหนังสือ ..

นี่ไง “จารย์ปู” ครูพันธุ์ก๊าก! ในราคาเล่มละ 100 บาท

ให้โฉมยงนับดูแล้ว ล้างสต๊อกทั้งหมดมีอยู่ 227 เล่ม

ที่เหลือจะเอาหนังสือคุณหมอจอมป่วนซ่อมเสริมให้เต็มจำนวน

แปลกแท้ๆ จู่ๆก็มีคนมาถามหาหนังสือ

วันนี้วันระลึกสากลแห่งการเรียนรู้เสียด้วย

สรุปว่า..เดือนหน้าหนังสือแห้วไม่มีเหลือติดสวนป่าแม้แต่เล่มเดียว

ที่เขียนถึงเรื่องนี้..เพื่อจะเรียกค่านายหน้าประชาสัมพันธ์หนังสือนะแห้ว

เจอกันเมื่อไหร่จ่ายให้สมน้ำสมเนื้อก็แล้วกัน อิ อิ ..


สมัครเรียนที่มงคลวิทยา

อ่าน: 2380

(โบอิ้ง747บรรทุกผู้โดยสารเต็มลำ)

เช้ามีเรื่องตลกที่เหลือเชื่อ

น้าอึ่งบอกว่ากลับจากบางกอกด้วยเครื่องการบินไทยไฟล์เช้า

อ้าว! ผมก็มากับขาใหญ่เที่ยวนี้

ทำไมไม่เจอกันละ แปลกไหม?ละ

(ไม่เจอบนเครื่องมาเจอบนโต๊ะสะเต๊ก)

ถามว่า..น้านั่งตรงไหน

น้าบอกว่านั่งตอนหน้า

ผมอยากชมวิวมีที่นั่งเหลือเกือบท้ายสุด

จึงกลายเป็นว่าคนหนึ่งนั่งหน้าสุด อีกคนนั่งหลังสุด

แต่ตอน ขึ้น-ลง ก็น่าจะเจอกัน แต่ก็วืดไปได้ยังไงก็ไม่รู้

พอมาทวนความหลังที่ร้านสะเต๊กถึงรู้ว่าใกล้เกลือกินแห้ว ..อิ อิ..

(พรุ่งนี้สมัครเรียนที่มงคลวิทยา)

ตาแก่บ้านนอกได้โทรศัพท์ไอโฟน4มาใหม่ใช้ไม่เป็น โปรแกรมมันน่าสนใจทั้งนั้น เมื่อใช้ไม่ได้ก็แทบ..อกอีแป้นแตก กิ๊กกรุณาพาไปที่ร้านให้จัดการใช้อินเตอร์เน๊ทได้ บันทึกเสียงได้ แต่ก็ยังใช้เมนูอื่นๆไม่ได้อีกหลายอย่าง แห้วโทรมาบอกให้กดโน่นนี้จะได้มองเห็นหน้ากันระหว่างโทรฯ  ก็ทำไม่เป็นอีก ช่วงที่ครูอึ่งมารับไปเลี้ยงมื้อเย็นที่ร้านสเต๊กเจ้าประจำ ครูอึ่งมีเวลาสอนนิดหน่อย จึงนัดกันว่า..พรุ่งนี้9.00น.ผมจะต้องไปสมัครเรัยนวิชาไอโฟน4ที่โรงเรียนมงคลวิทยา จ๊าบส์เสียไม่มีเชียวแหละ เอาไว้ได้เรื่องยังไงจะเล่าให้ฟังดีไหมครับ

(ต้นและลูกสาละในวัดจามเทวี)

ช่วงเย็นๆเดินไปเที่ยวในวัดพระนางจามเทวี เจอต้นสาละออกลูกโตเท่ามะพร้าว ดอกหล่นใต้ต้นเก็บมาดมดูมีกลิ่นหอมแปลกๆ หลังจากนั่นก็เดินเป็นพระลอชมสวนในโรงเรียนมงคลวิทยาโดยไม่บอกเจ้าถิ่น พบนกเขาขันคู จับคู่กินลงมาเล่นในสนาม เจอเด็กเล็กน่ารักนั่งรอผู้ปกครองมารับ มาเที่ยวนี้บรรยากาศเย็นสบาย ต้นไม้เขียวครึ้ม มีกรงไก่ที่สร้างขึ้นมาสอนวิชาเอื้ออาทรตั้งอยู่ข้างๆสนาม มองหาต้นมะขามที่ล้มไม่เจอ จึงย่องกลับมาคอยที่โรงแรม

(ถนนเข้าโรงเรียนที่สวยที่สุดในภาคเหนือ กับ ดอกสาละ)

พรุ่งนี้หลังจากเลิกเรียนวิชาไอโฟนศาสตร์

นัดกับน้า-อุ้ย-ครูอึ่ง-อาราม-อาจารย์ไพลิน-และกิ๊ก

จะไปดวลข้าวซอยอิสลามเจ้าตำหรับ

(ป้ายปริศนา)

ช่วงบ่ายยังไม่แน่ว่าจะโฉบไปไหน

พรุ่งนี้กว่าจะกลับบางกอกเครื่องออก2ทุ่มเศษ ถึงเตียงคงไม่ต่ำกว่า 4 ทุ่ม

คงกลับถึงสวนป่าวันที่ 7 ช่วงเย็น

มีนัดกับครูที่จะเอาเด็กมาเข้าค่าย 50 ชีวิต

วันที่ 9-10 อยู่ที่ขอนแก่น คร๊าบบบบบบ


พ่อใหญ่เสน่ห์ จามริก

อ่าน: 2626

วันนี้มีแขกจากบางกอกมาเยี่ยม คุยกันหลายเรื่องแต่มาจบตรงที่ลูกศิษย์ลูกหาศาสตราจารย์เสน่ห์ จามริก จะชวนกันระดมข้อเขียนเพื่อพิมพ์เป็นหนังสือที่ระลึกถึงท่านอาจารย์ใหญ่ของเรา ทั้งๆที่มีการบ้านค้างคารอเวลาสะสางอยู่หลายกระบุงโกย แต่เรื่องที่รับมาตะกี้นี้สำคัญกว่า เพราะมีคุณค่าทางใจที่ไม่อาจจะประมาณได้ เราจะเอาเครื่องมืออะไรมาชั่งความเคารพรักที่มีต่อกันละครับ เรื่องทั้งหมดทั้งมวลเป็นความผูกพันทางใจ ที่ไม่ทราบว่าจะเอียงอกออกได้สะเด็ดอย่างไร มันแทรกซ้อนอยู่ในความคิดคำนึงเสมอมา  ที่นึกถึงคราใดหัวใจก็ผะผ่าว..

อ่านต่อ »


ผักส่วนตัวสวนครัวรอบบ้าน

อ่าน: 4664

บทที่ 3 สวนผักส่วนตัว

เมื่อวานนี้ได้ต้อนรับอาคันตุกะที่ตรงกับหัวข้อนี้ เธอไปทำงานในยุโรปหลายสิบปี กลับมาเมืองไทยรับหน้าที่เป็นประชาสัมพันธ์ของสายการบินหนึ่ง ขยันขันแข็งทำงาน เป็นหนูถีบจักรที่รับผิดชอบจนเป็นที่ชื่นชมของบริษัท ทำงานดีรายได้ก็ย่อมงอกเงยดี แต่พอพิจารณาถึงคุณภาพชีวิตและสังคม พบว่าเพื่อนรักคนที่รู้จักล้มหายตายจากไปที่ละคนสองคน ผักที่ซื้อรับประทานทุกวันก็พบว่าปนเปื้อนสารพิษสารเคมี เกิดฉุกคิดว่า..เราจะบริหารชีวิตให้สมดุลและปกติสุขได้อย่างไร เงินทองก็ไม่เดือดร้อนแล้ว ยังจะมาบ้าจำเจง๊อกๆอยู่กับที่อย่างนี้ไปอีกทำไม

ว่าแล้วก็ลาออกจากงาน

กลับไปอยู่บ้านหลังใหญ่อายุ100ปี ที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่

ตั้งใจว่าจะอยู่อย่างสงบสบาย

อยากจะปลูกผัก ทำกับข้าว ติดโชคอัพให้ชีวิต

อยู่กับสายลม-แสงแดด-น้ำหมอกน้ำค้างบ้าง

แ ต่ ไ ม่ รู้ ว่ า จ ะ เ ริ่ ม ต้ น อ ย่ า ง ไ ร

นี่ คื อ โจทย์ที่คุณอาของเธอพามาที่นี่

(แบ่งปันพันธุ์ผักไปปลูกที่หางดง )

อาจารย์ศุภชัย พงศ์ภคเธียร คุณอาของเธอสอนมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นแกนสำคัญในการตั้ง โ ร ง เ รี ย น สั ต ย า ไ ส จังหวัดลพบุรี เป็นกรรมการศูนย์จิตตปัญญาศึกษา แถมยังเป็นนักศึกษาโค่ง สสสส.1 ร่วมกันอีกต่างหาก อาจารย์ติดต่อไว้หลายครั้งแต่วืดทุกที ช่วงที่ชาวสสสส.1 มาบุกสวนป่า อาจารย์ก็แห้วเพราะมีงานโป๊ะเช๊ะ คราวนี้หลานสาวสนใจจะปลูกผักเพื่อบริการกระเพาะตัวเอง จึงชวนกันดั้นด้นมาสนทนาพาที ทั้งคู่เป็นชาวมังสะวิรัติ มื้อเย็นจึงชวนรับประทานผักเป็นพื้น โฉมยงต้มเห็ด ผัดสารพัดผักให้ชิม หลังจากคุยกัน ทราบว่าคุณหลานมีพื้นที่จะทำการปลูกผักอยู่ที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ มีความพร้อมที่จะปลูกได้อย่างสะดวกโยธิน เพียงแต่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง

ทั้งคู่ตื่นแต่เช้ามาเดินฟังเสียงนกเขาป่าขันคู ผมตื่นแล้วติดตามมาชวนชี้ชมให้ดูแปลงเกษตรแปลงผักแบบมั่วๆของที่นี่ บังเอิญช่วงฝนอย่างนี้มีผักพื้นถิ่นผักยืนต้นพื้นบ้านแตกช่อออกดอกออกเถาว์พันกันยั้วเยี้ย เดินไปตรงไหนก็เจอแต่ผักๆๆ ส่วนมากคนกรุงไม่รู้จัก ถึงเราจะบอกว่า..ไอ่นั่นก็กินได้ไอ่นี่ก็อร่อย ..ผมบอกว่าที่นี่ไม่มีแปลงผักสวยๆงามๆเรียบร้อยเหมือนที่อื่น ที่ดูรกเรื้อนี่แหละคืออาหารปลอดสารพิษทั้งนั้น

ปัญหาอยู่ที่..

ทำอย่างไรจะรู้จัก รู้รส รู้วิธีรับประทาน

ทำอย่างไรจะรู้นิสัยของผักแต่ละชนิด

ทำอย่างไรจะรู้วิธีปลูก วิธีบำรุง วิธีดูแล

ปัญหาเบื้องต้นอย่างนี้แก้ง่าย สงสัยประเด็นได้ก็ต้องลงมือทำ จึงชวนคุยเรื่อง “ความสุขที่ชิมได้” การออกแบบแปลงปลูกผักในที่จำกัดแตกต่างกับการปลูกผักในพื้นที่กว้างๆ ถามว่าเธอชอบรับประทานผักชนิดไหนมากที่สุด ก็เหมือนคนเมืองทั่วไปนี่นแหละ ผักสลัด-บล๊อกเคอรี่-ผักกาด-ผักคะน้า-ผักบุ้ง-ถั่วฝักยาว-มะเขือ-แตงกวา-มะเขือเทศ เธอพยายามมองหา.. ไม่เห็นมีสักกะอย่าง จะเห็นอย่างไรละครับในเมื่อเราไม่ได้ปลูก ผักตามฤดูกาลพวกนั้นเราจะปลูกบ้างในช่วงปลายฝนต้นหนาว แต่ช่วงฝนชุกอย่างนี้สวนป่ามีผักพื้นถิ่นเหลือเฟือ เจี๊ยะหน่อไม้ หัวปลี ผักเม็ก ผักตำลึง ตะลิงปิง มะเขือเปรอะ มะเขือพวง บวบ พริก ขมิ้นขาว เห็ดละโงก ยอดโสม ยอดอ่อมแซบ ยอดผักโขมจีน ยอดและดอกมะรุม ยอดเพกา ยอดมะตูม ยอดมะกอก ยอดเสาวรส ยอดขี้เหล็ก ยอดสะเดา ยอดชะอม ยอดมะยม ยอดมะระขี้นก ถั่วงู ถั่วพู น้ำเต้า ฯลฯ

(รอกอดส์แนะให้ปลูกเผือกปลูกมัน กอสูงใหญ่กว่าของเมืองจีนเสียอีก)

ที่นี่มีปุ๋ยมูลโคมากมายไปใส่ไปปลูกผัก

ผักที่นี่จึงงอกงาม ต้นเผือกสูงใบใหญ่ที่สุดในโลก

ผักเหล่านี้เลี้ยงทั้งคน ทั้งแพะ และโค

โฉมยงจัดเมนูทุกมื้อเธอได้ชิมผักพื้นถิ่น

ได้คุยถึงผักพื้นบ้าน

เธอสนใจมะสัง เผือก จึงแบ่งพันธุ์ไปให้ปลูก

(แม่แพะท้องใหญ่คลอดลูก 3 สาว ตายไป1เหลือ2สาวน้อยแข็งแรงดี)

เรื่องอย่างนี้มันต้องสะสมไปเรื่อยๆ ถ้าเราตั้งใจตั้งเข็มทิศให้ถูก อีกหน่อยผักสารพัดชนิดก็จะเพิ่มขึ้นตามที่ตั้งใจ ปลูกผักเป็นกิจกรรมที่คนเมืองควรจะได้มีโอกาสปลูกกันบ้าง จะได้ตระหนักว่าอาหารที่เรารับประทานแต่ละมื้อนั้น ถ้าจะให้แน่ใจก็ต้องเป็นผักที่เราลงมือปลูกเอง เธอถามถึงเรื่องโรคแมลง การป้องกัน วิธีดูแลผัก ผมบอกว่าที่นี่ไม่มีแมลงตัวไหนดื้อดึงมารุกรานผักของเรา เห็นไหม เดินๆๆดูมาตั้งนานมีแมลงตัวไหนมากินผักพื้นบ้าน ถ้าเราเข้าใจเพื่อนร่วมโลก อยู่ด้วยกันแบ่งปันได้ ผักที่แมลงรบกวนนิดหน่อย ถือว่าเป็นการวิเคราะห์ความปลอดภัยให้เราได้เป็นอย่างดี ผักสวยๆในตลาด ไม่ต่างอะไรก็อาหารอาบสารพิษ

(ตอตาลเอามาทำเป็นกระถางปลูกผักนานาชนิดเก๋ไก๋ไม่เบา)

หลังเธอกลับไป 1วัน รุ่งขึ้นผมออกแบบปลูกผักรอบบ้านแบบใหม่ จะได้อธิบายให้คนเมืองเข้าใจง่ายๆ  บอกให้คนงานเอาตอตาลที่ตัดทิ้งไว้ปีที่แล้ว ปล่อยให้ปลวกและด้วงช่วยกันเจาะใส้ในให้กลวง ถ้าเราจะเจาะเนื้อตาลตอนสดๆทำยากมาก แต่ยืมพลังแมลงจัดการอย่างนี้สบายแฮ โพรงตอตาลท่อนไหนที่เล็กๆเบาๆเราก็เอาไปทำกล่องเลี้ยงผึ้ง พวกใหญ่บึกบึนก็เอามาเรียงเป็นแถว เอาดินผสมปุ๋ยใส่ให้เต็มเนื้อที่ข้างใน หลังจากนั้นก็เอาผักสารพัดชนิดมาปลูก มีทั้งหมดร้อยกว่าท่อน คงครบเครื่องครบครันผักให้เดินเด็ดชิมสบายๆ กลางหนาวที่นี้ผักที่ว่าก็จะแตกกอออกดอกออกผลแล้วละครับ

ตอนนี้อยากจะชิมผักชนิดไหนบอกได้

พรุ่งนี้ก็จะทยอยปลูกแล้วนะจ๊ะ

อ่านหนังสือเมื่อคืนนี้ ผู้สันทัดกรณีบอกว่า ถ้าเครียด ถ้าโกรธ ถ้าเหงาเศร้า จะส่งผลกระทบต่อกลไกภายในร่างกาย ที่ไม่เจ็บป่วยก็อาจจะปั่นป่วน ที่ป่วยร่อแร่ก็มีแต่จะทำให้อาการทรุดหนักได้ ดูพฤติกรรมในลานปัญญาก็เห็นว่าพวกเรามีทางออกแตกต่างกันไป บางคนก็โอดครวญเป็นวรรคเป็นเวร บางคนก็มีเรื่องกระดี๊กระด๊าทำทั้งปี บางคนก็ยุ่งกับภาระกิจหน้าที่ งานนอกงานใน โดยภาพรวมแล้วก็เห็นว่าน่าจะพอไปวัดไปวา ยังไม่อิดหนาระอาใจกับสภาพการเมืองตอหลดตอแหลจนกินไม่ได้ถ่ายไม่ออก

ความปกติสุขในบ้านเมืองเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญ

ท่ามกลางการแข่งกันแหกค่ายมฤตยูของวิกฤติเศรษฐกิจและสังคมโลก

บ้านอื่นเมืองอื่นเขาร่วมกันสร้างบ้านแปงเมือง

แต่บ้านเรายังสาละวนสาละวันเตี้ยลง

เวียดนามแซงหน้าไทยไปแล้ว ลาวกำลังตามมาติดๆ

ไทยนั่งเกาหิด สะเก็ดกระจายว่อน


“ในสังคมที่เป็นอยู่นี้ ไม่อาจหวังว่าจะทำการใด ให้กระแสตัณหาเหือดหายไปได้ หรือจะให้วิถีของฉันทะขยายขึ้นมาเป็นใหญ่ สิ่งที่พึงทำคือเพียงดุลไว้ไม่ปล่อยให้กระแสตัณหาท่วมท้นไหลพาไปลงเหว และคอยส่งเสริมวิถีแห่งการสนองฉันทะให้ดำเนินไปได้ ..สิ่งที่ต้องทำตลอดเวลาคือ ความไม่ประมาทในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้ก้าวหน้าไปในการพัฒนาความสุข”

พรพรหมคุณาภรณ์

ติดตามข่าวนกเตนเอาฝนมาทิ้งบ้านเรา

ทราบว่าทางภาคเหนือตกน้ำป๋อมแป๋ม

แต่ทางอีสานใต้ท้องฟ้ามืดครึมเฉยๆ

ฝนตกแต่ละทีชำระฝุ่นสกปรกที่เกาะอยู่ตามต้นไม้ใบหญ้า

ทำให้อากาศสะอาด ชุ่มชื่นร่มเย็น

แ ต่ ฝุ่ น ผ ง ที่ ป ก ค ลุ ม สั ง ค ม บ้ า น เ มื อ ง เ ร า ม า เ ป็ น เ ว ล า น า น

มิ รู้ ที่ จ ะ เ อ า น้ำ ย า อ ะ ไ ร ไ ป ชำ ร ะ ล้ า ง ใ ห้ ส ด ใ ส แ ว ว ว า ว

สงสัยต้องขดคู้อยู่แบบตัวอ่อนด้วงเสียกระมัง

key word : ยามหนุ่มแน่นชวนแฟนปลูกต้นไม้

แก่เฒ่าไปจะได้เห็นผลต้นไม้โตร่มรื่น

: ยามวันชรา ชวนคุณป้าปลูกผักล้มลุก

จะได้สนุกกับการเก็บผักมาชื่นชิม



Main: 0.14371800422668 sec
Sidebar: 0.18759703636169 sec