พ่อใหญ่เสน่ห์ จามริก

อ่าน: 1813

วันนี้มีแขกจากบางกอกมาเยี่ยม คุยกันหลายเรื่องแต่มาจบตรงที่ลูกศิษย์ลูกหาศาสตราจารย์เสน่ห์ จามริก จะชวนกันระดมข้อเขียนเพื่อพิมพ์เป็นหนังสือที่ระลึกถึงท่านอาจารย์ใหญ่ของเรา ทั้งๆที่มีการบ้านค้างคารอเวลาสะสางอยู่หลายกระบุงโกย แต่เรื่องที่รับมาตะกี้นี้สำคัญกว่า เพราะมีคุณค่าทางใจที่ไม่อาจจะประมาณได้ เราจะเอาเครื่องมืออะไรมาชั่งความเคารพรักที่มีต่อกันละครับ เรื่องทั้งหมดทั้งมวลเป็นความผูกพันทางใจ ที่ไม่ทราบว่าจะเอียงอกออกได้สะเด็ดอย่างไร มันแทรกซ้อนอยู่ในความคิดคำนึงเสมอมา  ที่นึกถึงคราใดหัวใจก็ผะผ่าว..

ผมเป็นคนเรียนน้อยด้อยความรู้ แต่ยังวาสนาดีที่ได้พบกับกุูรูระดับเซียนขี่นกกระเรียนมากหลาย ครูผมแต่ละท่านเป็นเหมือนเบ้าหลอมให้ชาวบ้านตาโปๆ ได้รับการปลูกฝังทัศนคติ วิธีคิด วิธีเรียน กูรูผมนอกจากท่านจะถ่ายเทวิชาความรู้ให้อย่างถึงลูกถึงคน อย่างยากที่นักศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งไหนจะได้รับ ผมเรียนกับกูรูนอกระบบ-อิงระบบ-ได้รับหนังสือทุกเล่มที่ท่านเขียน บางเล่มต้องอ่านอย่างใคร่ครวญหลายรอบ ทั้งๆที่ท่านใช้ภาษาสะลวย มีวรรคทองจับใจให้เราต้องแอบจดไว้ โดยเฉพาะข้อเสนอแนะที่ฉีกมุมให้ฉุกคิดโดนใจ

พ่อใหญ่ลงมาชนบทครั้งใด

จะลงมากินกลางดอนนอนกลางดิน

เ ปิ ด วิ ธี เ รี ย น วิ ช า ก า ร พั ฒ น า ท้ อ ง ถิ่ น ก ล า ง ท้ อ ง ทุ่ ง

โดยยกให้ชาวบ้านเป็นพระเอก

ให้โอกาส ให้กำลังใจ ให้ข้อชี้แนะ

ใจเย็นพอที่จะประมวลสิ่งที่เห็นสิ่งที่ฟังออกมาในภาษาวิชาการที่ชาวบ้านรู้เรื่อง

ใครอื่นอาจจะยกย่องเรียกท่านว่า“ราษฎรอวุโส”

แต่พวกเราชาวบ้านยกตำแหน่งให้เป็น “พ่อใหญ่”

พ่อใหญ่ของผมนุ่งผ้าโสร่งตาหมากรุกลายสวย

ใส่เสื้อป่านคอกลมสีขาว

มีสร้อยทองเส้นเล็กๆห้อยคอ

เป็นพ่อใหญ่รูปหล่อที่สง่าใจดี

พ่อใหญ่ทุ่มเทลงลุยคุยกินนอนกับพวกเราชาวบ้านหลายปี

พ่อใหญ่ออกแบบวิธีสอนวิธีเรียนให้ชาวบ้านที่ยากจะหาใครคิดและทำถึงขั้นนี้

มีไหมครับ ? ท่านศาสตราจารย์จะหาญกล้ามาทำเยี่ยงนี้

พ่อใหญ่ชวนนักวิชาที่เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาลงมาถ่างความรู้ตามจังหวะที่ชาวบ้านเรียน ยกตัวอย่างถ้าจะเรียนเรื่องการเลี้ยงไก่ ท่านก็เชิญนักวิชาการเชี่ยวชาญระดับอาจารย์ไก่ มาอธิบายว่าวิชาการเลี้ยงไก่เขาทำอย่างไร ระบบอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีกเขาไปถึงไหน หลังจากนั้นก็จะเชิญชาวบ้านผู้ชำนาญด้านการเลี้ยงระดับเซียนไก่เรียกพี่ มาอธิบายขยายความว่าชาวบ้านมีวิธีเลี้ยงไก่อย่างไร ตรงจุดนี้สำคัญที่ทำให้ “วิชาการ” มาพบ “วิชาเกิน” เมื่อผู้ฟังพิจารณาทั้ง2ด้านแล้วก็มาแบ่งกลุ่มถกกัน ที่พูดนี่ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องไก่นะครับ ภาควิชาอะไรที่ชาวบ้านพ่อใหญ่จะเชิญมาสอนที่โรงเรียนชุมชนอีสานจนเป็นที่ล่ำลือ

เมื่อชาวบ้านได้ฟังได้รู้บริบททั้งสองฝ่าย

หยิบเอาส่วนที่ดีทั้งหมดมากำหนดเป็นแนวทางใหม่ของแต่ละครัวเรือน

ทำให้ชาวบ้านตระหนักในการทำอะไร..ควรศึกษาวิชาความรู้เสียก่อน

ไม่เฉพาะที่พ่อใหญ่ชวนนักวิชาการมาตลุยฝุ่นสอนชาวบ้านนะครับ หลายครั้งที่พ่อใหญ่ชวนชาวบ้านบุกไปแช็คแฮนด์กับสถาบันการศึกษาหรือองค์กรต่างๆทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัด พ่อใหญ่ยังไปขอทุนซาซากาว่าให้ผมเดินทางไปศึกษาดูงานที่ฟิลิปินส์อีกต่างหาก เมื่อผมอยากรู้ว่าประเทศที่โดนวาตะภัยหนักหนาสาหัสทุกปี ชาวบ้านเขาอยู่เขาทำกินอย่างไร ทำไมถึงเอาตัวรอดจากภัยที่กระหน่ำได้อย่างน่าอัศจรรย์ จะเห็นว่าพ่อใหญ่ไม่ใช้วิธีป้อนความรู้ แต่เปิดโอกาสให้เรียนรู้ด้วยตนเองอย่างเต็มสติกำลัง อะไรที่ชาวบ้านร้องขอ พ่อใหญ่จัดให้ไม่อั้น จ๊าบส์ไหมละครับ

แม้แต่ในกรณีระบบสารสนเทศชุมชน

พ่อใหญ่นี่แหละเป็นคนแรกที่แกะพิมพ์สารสนเทศชุมชนฉบับแรก

ได้ชักชวน นักศึกษา อาจารย์ ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ลงมาทำงานสร้างระบบสารสนเทศภายใต้ความตระหนักที่ว่า

ประเทศนี้มีแต่ระบบสารสนเทศของราชการ หรือของหน่วยงานต่างๆ

ถ้าจะให้ชาวบ้านเป็นผู้ดำเนินการพัฒนาด้วยสติปัญญาของเขาเอง

ช า ว บ้ า น ค ว ร จ ะ มี ร ะ บ บ ส า ร ส น เ ท ศ ฉ บั บ ชุ ม ช น อ ยู่ ใ น มื อ

ไม่อย่างนั้นจะเอาข้อมูลที่ไหนมาบริหารจัดการละครับ

สมมุติว่า..ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐให้ขุดแหล่งน้ำในไร่นา 10 แห่ง

แต่สมาชิกมีนับร้อยราย

ใครสมควรจะได้รับการช่วยเหลือลำดับชั้นจะเอาอะไรมาตัดสิน

ถ้าไม่ใช้ระบบสารสนเทศชุมชนมาเป็นตัวกำหนด

แต่ก็นั่นแหละ..งานนี้ยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นเขา

ประเด็นนี้ละครับ..ที่ฉายแสงเรื่องสิทธิชุมชนที่พ่อใหญ่ผลักดันให้เกิดขึ้นในประเทศนี้

มาในระยะหลังผมเกี่ยวข้องกับงานการพัฒนาชนบทหลายวาระหลายกิจกรรม แต่ก็เห็นว่ายังห่างชั้นจากพื้นฐานที่อาจารย์วางไว้มากนัก ถ้ามองดูอย่างทั่วถ้วน ทุกวันนี้ชาวบ้านได้รับการพัฒนาวิชาชีพแบบพอกะเทิน กระบวนการแบบไหนที่ทำให้ชาวบ้านเป็นผู้เรียน ผู้อยากรู้อยากเห็น อยากทดลองอย่างบากบั่น และจับกลุ่มกันเรียนให้รู้จักตนเอง เราสิ่งเห็นแต่สิ่งตรงกันข้าม ทำไปทำมาชาวบ้านมองไม่เห็นเงาตัวเอง อ่อนแออ่อนไหว แทนที่จะสร้างสิทธิหน้าที่ชุมชนให้ทรงพลังมีอานุภาพ กลับไปแบมือขอทานสิทธิ์จากผู้มีอำนาจเหมือนเปรตขอส่วนบุญ กลายเป็น “ลูกอีช่างขอ” ขอกองทุนหมู่บ้าน ขอสิทธิในการรักษาเป็นตายก็30บาท ขอให้เขาประกันราคาสินค้า ของงบไทยเข้มแข็งมาทำให้อ่อนแอ ทั้งๆที่ตัวเองมีสิทธิ์อันชอบธรรมอยู่แล้ว ที่จะแสดงให้ภาครัฐทำหน้าให้ชุมชนในทางที่ถูกที่ควร เมื่อสิทธิหน้าที่ทุกหมู่เหล่ามัวเมากับเรื่องเสมือนจริง ประชาชนคนรากหญ้าตกเป็นเครื่องมือให้นำไปกล่าวอ้างหาความชอบทำ

ผมได้แต่หวังว่า

ใครลอยเพประชาชน ประชาชนก็จะลอยแพ เอาคืนสักวัน

ใครที่หลอกประชาชน ประชาชนก็จะทิ้งให้เป็นหม้าย

ใครไม่เห็นประชาชนอยู่ในสายตา สักวันจะโดนผีหลอก

โจทย์ชีวิต โจทย์สังคม โจทย์ประเทศเปลี่ยนไป

จะมาเต้นแร้งเต้นกาไม่เปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอก

อกหักขึ้นมา น้ำใบบัวบกก็ช่วยไม่ได้หรอกนะเธอ

นอกจากจะไปเอายาผีบอกที่ชื่อ สิ ท ธิ ม นุ ษ ย ช น ม า ต้ ม ช ด น้ำประจำ

ในที่สุดแล้วประเทศนี้จะยิบยกเอาเรื่องสิทธิมนุษยชนมาเรียนมาใช้อย่างจริงจัง

ไม่อย่างนั้นเราจะตอบได้อย่างไรว่า..จะเอาอะไรมาฟื้นฟูวิถีไทที่นับวันแย้ๆโหวกเหวก

สถาบันบางแห่งมาชวนคุยเรื่องอัตลักษณ์ของตนเอง

บางแห่งชวนไปวิพากษ์เค้าโครงปฏิรูปของสถาบัน

บางแห่งขอให้เป็นผู้ช่วยกระบวนการสอนการวิจัย

ยังห่างไกลที่พ่อใหญ่ย้ำเตือนเรื่องสถาบันเพื่อพัฒนาท้องถิ่น

ยังออกอาการทิ้งถิ่นอยู่ร่ำไป

วิชาสิทธิชุมชน วิชาเห็นชุมชนอยู่ในสายตา วิชายูเทริ์นชีวิต

ใช่ว่าจะไม่มี ไม่ตีปิ๊ป

มีครับมี ..มีแต่น้ำ หาต่อนไม่เจอ

สังคมชนบทวันนี้ ..วิ่งตามก้นสถาบันการศึกษาเพื่อทิ้งท้องถิ่นนั่นแหละ

มุ่งสอนวิชาทิ้งถิ่น ป้อนลูกศิษย์ส่งไปให้สังคมใหญ่รังแก

พี่น้องผมวันนี้ไม่มีสุภาษิต “วัวลืมตีน”

เพราะต้อนวัวควายไปขายให้โรงงานลูกชิ้น

วัว เ ป็ น ลู ก ชิ้ น  เจ้าของควาย จะ เ ป็ น ลู ก อ ะ ไ ร ล ะ ค รั บ

สุดท้ายบ้าก็บ้าวะ …ยาบ้าจึงเกลื่อนประเทศ

เมื่อพ่อใหญ่มาด้วยใจ จึงได้ใจจากชาวบ้านไปเต็มๆ ผมนึกถึงคืนที่เชิญท่านขึ้นนั่งบนโต๊ะสูงเหมือนจัดที่ให้พระเทศน์มหาชาติ แล้วพวกเราลูกศิษย์ลูกหานั่งล้อมวงข้างล่าง ใครสนใจประเด็นไหนก็ยกมือถาม พ่อใหญ่ก็จะตอบด้วยความเมตตา ลึกซึ้งทุกถ้อยกระทงความ เป็นความกรุณาที่ท่านมอบให้ลูกศิษย์อย่างตรงไปตรงมา โดยที่พวกเราไม่ต้องสอบเข้า ไม่ต้องเสียค่าหน่วยกิต ไม่ต้องดื้นรนแต่งตัวทาปากขึ้นรถซ๊อกๆไปเรียน เป็นฝนอันชื่นใจที่โปรยปรายสติปัญญาให้ลูกศิษย์หลากสำนัก นึกถึงคราใดก็รักพ่อใหญ่อย่างจำหนับ

ผมเป็นลูกศิษย์รบกวนท่านไม่สร่างซา หน้ามืดครั้งใดก็ไปรบกวน ท่านก็เมตตาจัดให้เป็นพิเศษ ระหว่างลูกศิษย์กับอาจารย์ไม่มีกำไร-ขาดทุน พ่อใหญ่มีแต่ให้ และให้ ให้มากกว่าที่ขอทุกที ผมนั้นรู้ตัวว่าฤทธิเดชเยอะ แต่พ่อใหญ่ก็ยังอุปการะและเวทนาตลอดมา โทรศัพท์ด้วยความห่วงใยถามข่าวถึงคนโน้นคนนี้ น้ำท่วมไหม? พวกเราเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีไหม ลูกศิษย์แบบไหนละครับที่รอให้พระอาจารย์ถามถึงก่อน มันน่าจับไปตอนเป็นขันทีเสียให้หมด อิ อิ..

ตอนที่ผมสร้างอาคารหลังใหญ่

เรานั่งปรึกษาหาชื่อจะเรียกว่าอย่างไรดี

ผมออกความเห็นว่า ตั้งเป็น  ก ร ม ส่ ง เ ส ริ ม ร า ษ ฎ ร ดี ไ ห ม ?

พ่อใหญ่ให้แง่คิดว่า มันก็ไปตรงกับที่คนโน้นคนนี้ ม า ส่ ง เ ส ริ ม ร า ษ ฎ ร

ทำไมเราจะต้องรอให้ใครมาส่งเสริม

ราษฎรไปส่งเสริมคนอื่นบ้างไม่ดีหรือ?

นี่แหละจุดแฝงเร้นพิเศษที่สะท้อนหลักการความเป็นนักสิทธิมนุษยชนเชิงรุกของพ่อใหญ่

ก ร ม ร า ษ ฎ ร ส่ ง เ ส ริ ม จึ ง เ กิ ด ม า ด้ ว ย ป ร ะ ก า ร ล ะ ฉ ะ นี้

ลูกศิษย์เจ้าปัญหาคนนี้ไม่เคยลืมพระอาจารย์ใหญ่

ช่วงที่ไปกราบเยี่ยมตอนท่านเป็นประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

เห็นงานเห็นภาระที่ท่านแบกไว้แล้วเหนื่อยแทน

ป ร ะ เ ท ศ นี้ ใ ช้ พ่ อ ใ ห ญ่ ข อ ง ผ ม เ กิ น ป ร ะ ม า ณ เ สี ย แ ล้ ว

พ่อใหญ่เพิ่งไปผ่าตัดซ่อมหัวใจในวัยอันอ่อนโรย

ผมเองก็ป่วยยอบแยบ..

มิรู้ว่าใครจะไปก่อนใคร..

ผมเป็นศิษย์มีครูก็เพราะพ่อใหญ่

ท่านเป็นผู้ปลุกเสกให้ผม “เป็นครูบา”

ที่ใครๆทั้งรักทั้งชังทั้งหวานและขมขื่น อิ อิ

« « Prev : เที่ยวบินปฐมฤกษ์

Next : คนรุ่นเก่าเอาหัวใจมาแปะกัน » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

2 ความคิดเห็น

  • #1 withwit ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 สิงหาคม 2011 เวลา 3:38

    คนบางคน เปรียบดังหัวสารเคมี ที่เรียกว่าตัวกระตุ้น (catalyst) ขอเพียง 1 ในล้านส่วน (1 ppm) ก็สร้างปฏิกิริยาลูกโซ่ได้มหาศาล

    เสียแต่ว่าหลายทีตัวกระตุ้นแสนดี แต่วัตถุดิบมันด้านก็ง่าวกันไป

    อิจฉาบาท่านที่ได้สัมผัสกับอรหันต์สังคมหลากหลาย ตอนนี้เผื่อแผ่เอามากระจายให้เรารับรู้ ก็ถือว่าร่วมผูกพัน นำไปสานฝัน และหรือไปทำอะไรให้ก่อเกิดประโยชน์ตนและท่านกันต่อไป

  • #2 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 สิงหาคม 2011 เวลา 10:03

    ลานปัญญาเป็นกระดานชนวน
    สำหรับให้เรา-เล่า-เรียน-เขียน-อ่าน-คิด-ถ่ายเท-ถ่ายทอด
    -ชี้แนะ-รับฟัง-รับรู้-ได้ดู-ได้เห็น-ได้เล่น-ได้ทำ-ได้จำ-ได้จด-จดๆๆๆ -จ้องๆๆๆ อิ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.035636901855469 sec
Sidebar: 0.047168016433716 sec