๒๔. รัฐสวัสดิการกรณีศึกษากลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียน ๒
อ่าน: 2013เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้น อ.บุญส่งก็เลยยกตัวอย่างมาให้พวกเราได้รับความรู้กันว่ารัฐสวัสดิการในกลุ่ม ประเทศสแกนดิเนเวียน มันเหมือนกับสวัสดิการแห่งความฝันของประเทศอื่นเลยแหละ(อันนี้ผมว่าเอง อิอิ)
ตัวอย่างรัฐสวัสดิการ
ตั้งแต่เด็ก เรียนหนังสือ ทำงาน แต่งงาน เจ็บป่วย เกษียณ ตาย
ผู้หญิงในสวีเดนมีสิทธิลาคลอดปีละ ๑ ปี ๓ เดือน (ใน ๓ เดือน จ่ายให้ ๘๕ เปอร์เซนต์ของเงินเดือน) สวัสดิการดังกล่าวให้ลาได้ภายใน ๘ ปี (จะลาครั้งละกี่วันก็ได้ทบไปเรื่อยๆจนกว่าจะครบแต่ถ้า ๘ ปีแล้วยังลาไม่ครบก็หมดสิทธิลา) แฝดกี่คนก็ตามได้ตามจำนวนเด็ก เช่นแฝดสองก็จะลาได้ ๒ เท่า แฝดสามก็จะลาได้ ๓ เท่า และแถมให้พ่ออีก ๒ สัปดาห์ ตอนหลังให้คุณพ่อลาได้ ๑ เดือน ถ้าไม่ลาจะตัดรายได้ ๑ เดือน นั้น เพื่อให้พ่อรู้จักช่วยเลี้ยงลูก รู้จักเปลี่ยนผ้าอ้อม (ฮึๆๆ ของเขาแค่เปลี่ยน ถ้ามันต้องซักผ้าอ้อมเปื้อนอึลูก แบบผมด้วย มันจะได้เข้าใจลึกซึ้งกว่านี้ ฮา….)
ตั้งแต่แรกเกิด เด็กจะมีเงินเดือนให้ ตั้งแต่วันแรกเกิดถึง ๑๖ ปีเต็ม ส่งเข้าบัญชีแม่ เดือนละ ๑,๐๕๐ โครน คุณด้วย ๕.๕ เป็นเงินบาท ถ้าเรียนต่อจะจ่ายให้จนจบมัธยมปลาย (คน สวีเดนจะมีลูกประมาณ ๒ คน แต่คนต่างชาติมักจะมีมากกว่า และการจ่ายนั้นไม่เกี่ยงว่าเป็นคนชาติใด ยิ่งมีมากได้ตังค์มาก อิอิ คิดเอาลูกมาช่วยทำมาหากินด้วย…)
พรรคลิเบอรัล เสนอยกเลิกเงินก้อนนี้ แต่จะจ่ายให้ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าโครน ซึ่งเห็นว่าเป็นผลดีกับพ่อแม่
การเรียนฟรีทุกอย่าง ไม่มีการเก็บเงิน แม้กระทั่งดินสอ ยางลบ สมุด อาหารกลางวัน ไม่อร่อยก็สไตร๊ค์ไม่กิน บางทีก็สไตร๊ค์ว่าจ่ายค่าอาหารให้เด็กแค่วันละ ๘ โครน แต่จ่ายให้นักโทษถึง ๔๐ โครนต่อวัน (ความจริงเด็กตัวเล็กก็กินไม่มาก..แต่เด็กก็มีเหตุผล..จริงไหม…)
การรักษาพยาบาลต่ำกว่า๑๘ ปีลงมาฟรีทุกอย่างทุกโรค ถ้าเกินสิบแปดเก็บ ๑๔๐ โครนรักษาทุกโรค แต่ต้องจ่ายทุกครั้งที่ไปตรวจ มีอาการปวดหัว จ่ายค่าตรวจ ๑๔๐ โครน ต่อมาอาการปวดหัวมากไปตรวจดูเส้นโลหิตในสมองปัญหา ถ้ามีสาเหตุมาจากการปวดหัวที่เป็นมาก่อนแล้ว คราวนี้รักษาฟรี
การกู้เงินเรียนเด็กสามารถเซ็นชื่อกู้เงินเรียนได้ด้วยตนเองไม่ต้องให้ผู้ ปกครองมาเซ็นด้วยก็ได้ เด็กสวีเดนจะกู้เงินไปเรียนที่โปแลนด์ที่นั่นค่าครองชีพถูกกว่า (ส่วนเด็กไทยจะกู้ไปซื้อมือถือและเข้าผับ ฮา…)
เกษียณจะมีเงินประกันให้ก้อนหนึ่ง ก้อนที่สองจะได้ตามจำนวนที่จ่ายภาษี และไม่ว่าไปอยู่ที่ไหนเขาก็จะส่งไปให้
คนพิการก็จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ทุกจุดไม่ว่าจะคุ้มกับการลงทุนหรือไม่
ป่วยทำงานไม่ได้ รัฐจ่ายให้ ๙๐ เปอร์เซนต์ ถ้าหยุดงานดูคนใกล้ชิดที่ป่วยไข้ ก็มีสิทธิได้รับเงินเดือน ไม่ใช่แค่พ่อแม่ลูก แม้แต่หยุดดูแลเพื่อนบ้านก็ได้ สวัสดิการสังคมจะเข้ามาดูความเรียบร้อย หากสภาพที่ทำงานไม่ได้เป็นเหตุให้คนงานเจ็บป่วย รัฐจะจัดการปรับปรุงให้ และการเจ็บป่วยนั้นทำให้สูญเสียสมรรถนะในการทำงานนายจ้างต้องเปลี่ยนงานให้ เขาด้วย ถ้าไม่มีงานที่จะปรับเปลี่ยนให้รัฐก็จะจัดให้ไปเรียนวิชาชีพให้ด้วย
ระหว่างพักดื่มกาแฟ มีพวกเราเข้าไปนั่งคุยกับอาจารย์ในเรื่องต่างๆ อาจารย์ก็เลยเอามาเล่าในห้องให้พวกเราฟังครับ
๑. ภาษีสูง มีตารางภาษี ๗ ตาราง ๒๙-๓๖ เปอร์เซนต์(นี่หมายเฉพาะขั้นต่ำ) ส่วนขั้นสูงสุด (๖๒ เปอร์เซนต์) เป็นระบบก้าวหน้า รายได้สูงภาษีสูง (มีคนสวีเดนคิดทำงานให้ได้รายได้ไม่เกินที่ตัวต้องการ เพราะถ้ารายได้สูงจะถูกหักภาษี ดีไม่ดีขยันทำงานแต่เงินเหลือน้อยกว่าคนที่มีรายได้น้อยกว่า) นายจ้างต้องจ่ายภาษีให้รัฐ ๓๘ เปอร์เซนต์ .ในสวีเดนอย่าหนีภาษีเพราะจะถูกสรรพากรตามล่าอย่างถึงที่สุด
คนจนมีรายได้เท่านี้ ค่าเช่าบ้านเท่านี้ เงินเหลือไม่พอ รัฐจะมีเงินช่วยเหลือจ่ายค่าเช่าบ้านให้ด้วย
VAT ๒๕ เปอร์เซนต์ เคยลดลงมาเหลือ ๑๙ เปอร์เซนต์ ยาลดให้ ๑๒ เปอร์เซนต์ ถ้าเศรษฐกิจไม่ดี ไม่ว่าเกิดจากภายในหรือภายนอก รัฐสวัสดิการจะกระทบกระเทือน
ป่วยวันแรกรัฐไม่จ่าย แต่วันที่ ๒-๑๔ นายจ้างต้องรับผิดชอบ จากนั้นรัฐจ่าย
๒.ข้อวิพากย์วิจารณ์เกี่ยวกับรัฐสวัสดิการ
ไม่กระตุ้นให้คนทำงาน เวลาตกงานได้เงินมากกว่าคนทำงานครึ่งเวลา
ฝ่ายซ้ายตีรัฐสวัสดิการมากกว่าฝ่ายขวา ทุนนิยมเกิดความขัดแย้งของคนสองกลุ่มระหว่างนายทุนกับกรรมกร ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจน
เมื่อเกิดปัญหาด้านสวัสดิการในระบบทุนนิยม คนที่ตกเป็นเหยื่อคือคนต่างชาติ เพราะจะถูกกล่าวหาว่ามาแย่งรัฐสวัสดิการของเขา เขาไม่ใช้ความรุนแรง แต่ใช้ระบบรัฐสภาเปลี่ยนผู้บริหาร
๓.ปัญหาโสเภณี
สวีเดนเป็นสังคมนิยมใช่หรือไม่ ไม่ใช่เพราะเป็นประชาธิปไตย
อาจารย์บอกว่าโสเภณีมีแต่ไม่มาก เป็นประเทศแรกในโลกที่ออกกฎหมายให้การค้าประเวณีไม่ผิดกฎหมาย แต่จับคนเที่ยว ติดคุก ๖ เดือน ได้ผลทำให้โสเภณีหายไป แต่ไปอยู่ในอินเทอร์เน็ต ฮา..ขายกันในอินเทอร์เน็ตดีกว่า…
การต่อต้านผู้ซื้อประเวณีโดยการตีพิมพ์หมายเลขทะเบียนรถคนที่รับผู้หญิงข้างถนน เอามาติดกันเป็นบัญชีหางว่าวทำให้เกิดการปฏิเสธกันจ้าละหวั่น โสน้าหน้า……
ที่นั่นอนุญาตให้คนเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสได้ (มีเสรีภาพมาก) มีสิทธิรับเด็กมาเป็นบุตรบุญธรรม แต่การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมโดยให้อยู่กับคนเพศเดียวกันที่เรียกตัวเองเป็น สามีภริยากันจะเป็นเรื่องเหมาะสมหรือไม่ เรื่องนี้เขาก็วิพากย์วิจารณ์กันมาก่นกัน (เพราะฉะนั้น กรณีชาวสวีเดนมาขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม และให้ดูดีๆว่าถ้ามารับเด็กเป็นบุตรเป็นพ่อสองคนหรือแม่สองคนหรือเปล่า)
๔. การทำธุรกิจในสวีเดน ต้องเสนอโปรเจคที่นำเสนอ เป็นไปได้ ไม่เพ้อฝัน พัฒนาได้ แล้วจึงมาดูว่าจะต้องลงทุนเท่าไหร่ แล้วก็จะมาดูว่าเรามีเงินลงทุนตามจำนวนนั้นหรือไม่ จึงจะผ่านได้
สปา นวดแผนโบราณ หากขอไปเป็นพนักงานนวด สมัยก่อนถ้ามีใบรับรองว่าผ่านการเรียนที่วัดโพธิ์ก็จะผ่าน แต่ปัจจุบันเริ่มมีเยอะแล้วการขออนุญาตก็เริ่มจะยากขึ้น
ที่ฟินแลนด์ออกหนังสือพิมพ์เลยว่าสปาไทยมีขายตัว มันน่าขายหน้าไหมล่ะ
ที่สวีเดนมีกฎหมายทำแท้งได้เสรี ถ้าเป็นเด็กจะต้องแจ้งให้ผู้ปกครองทราบ ถ้าเด็กไม่ยอมให้แจ้งผู้ปกครองก็แจ้งไม่ได้อีก ก็มีทางออกให้แจ้งประชาสงเคราะห์ ห้ามเด็กไม่ให้ทำไม่ได้
อียู ไม่รวมนอร์เว(เพราะประชาชนไม่ยอม) และสวิสเซอร์แลนด์
ส.ขอนแก่น เปิดโรงงานไส้กรอกอีสานที่กรุงวอร์ซอร์ โปแลนด์ โดยทำรสอิสานและรสเวียตนาม คน งานเป็นคนโปแลนด์ มีพ่อครัวคนไทยคุมรสชาติ เพราะที่โปแลนด์มีเนื้อหมูมาก ต้องชมว่า ส.ขอนแก่น วิสัยทัศน์กว้าง การทำเช่นนี้ไม่ขัดแย้งกับคนในพื้นที่
อิอิ มันชักจะยาวมากไปแล้ว ขอหยอดไว้อีกหน่อย ตอนหน้าจบแน่ครับพี่น้อง……อิอิ
« « Prev : ๒๓. รัฐสวัสดิการกรณีศึกษากลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียน
Next : ๒๕. รัฐสวัสดิการกรณีศึกษากลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียน ๓ » »
ความคิดเห็นสำหรับ "๒๔. รัฐสวัสดิการกรณีศึกษากลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียน ๒"