ไปเรียนวันที่สี่: โครงการนิสิตแพทย์ฯ
วันที่ 6 พฤษภาคม 2555 เป็นวันที่สี่ของการไปสวนป่าครั้งที่สองของปีนี้
ตามกำหนดเดิมคือจะเดินทางกลับเชียงใหม่ เพราะมีกิจต้องทำในวันที่ 7 รู้สึกเสียดายที่ไม่สามารถอยู่ร่วมในโครงการฯ จนถึงวันที่น้องๆ นิสิตเดินทางกลับ
น้าอึ่งอ๊อบให้ความเห็นว่า ถ้ากิจกรรมสุดท้ายของโครงการฯ จะมีกิจกรรมขอบคุณ ที่เคยร่วมกันทำในโครงการอื่นๆ ก็คงจะดี
ไม่ได้ตอบน้าอ๊อบว่าอะไร เพราะเห็นด้วย ขณะเดียวกันก็รู้ว่าน้าอึ่งอ๊อบก็คงรู้สึกเหมือนกันคือท่านที่ยังไม่ได้เดินทางกลับก็คงพิจารณาไปตามพลังกลุ่มของน้องๆ นิสิตที่ร่วมกิจกรรมและตามบริบทเงื่อนไขของสวนป่าในปัจจุบันขณะนั้น
ความรู้สึกและการรับรู้ ถึงการจัดโครงการอบรมที่ลื่นไหลไปตามปัจจุบันขณะในสไตล์ชาวเฮ คิดว่าเป็นเรื่องที่แตกต่างจากการอบรมทั่วๆไป
การอบรมทั่วๆ ไป โดยเฉพาะในเชิงวิชาการของหน่วยงาน องค์กรต่างๆ มักจะกำหนดการอย่างชัดเจนและกำหนดเวลาลงตัวไป เป๊ะๆ หากทำกิจกรรมใดก็จะใช้การจับเวลาเป็นเกณฑ์ ไม่เลิกก่อน ไม่เลิกทีหลัง
ก็เป็นรูปแบบที่สะดวกแต่ขาดชีวิตชีวา
บางทีคนจัดกิจกรรมเอาจริงเอาจังเรื่องเวลาตามกำหนดของโครงการก็จะจับเวลาให้เป๊ะๆ สามชั่วโมง สี่ชั่วโมง แต่ในความเป็นจริงการจัดอบรมเพื่อพัฒนาคุณภาพภายในของคนนั้น อาจจะใช้เวลามากหรือน้อยกว่าที่วางไว้ คนจัดโครงการที่เข้าใจก็จะไม่ได้ห่วงตรงนั้นเลย
เพราะในการจัดอบรมนั้น จุดประสงค์หลักคือเป้าหมายที่ต้องการ โดยมีพลังกลุ่มของผู้เข้าอบรมเป็นตัวขับเคลื่อนการเรียนรู้เพื่อไปสู่เป้าหมาย ซึ่งกระบวนกรต้องประเมินเป็น และยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนให้สามารถเพิ่มพลังหรือผ่อนปรนเมื่อเห็นความอ่อนล้า
กระบวนกรก็ต้องเป็นคนที่มีพลังกระตือรือร้นด้วยเช่นกัน หากกระบวนกรรู้สึกซังกะตายจัดกิจกรรม หรือไม่ได้รู้สึกอยู่เป็นระนาบเดียวกับผู้เข้าอบรมแล้ว การจัดอบรมจะได้ผลเป็นการสอน แบ่งชั้นระหว่างผู้เรียนผู้สอนมากกว่าการเรียนรู้ร่วมกัน
หรือเรียกว่ากระบวนกรก็ต้องเรียนเป็นและเรียนรู้ตลอดเวลาด้วย จะทำให้การจัดอบรมนั้นเป็นลักษณะ interactive แลกเปลี่ยนเรียนรู้และเป็นการอบรมที่มีชีวิต ความรู้จะเป็นสิ่งที่แลกเปลี่ยนแบ่งปัน ไม่ใช่เรื่องของลิขสิทธิ์เฉพาะผลประโยชน์ของใครคนใดคนหนึ่ง![]()
หมอจอมป่วนเคยพูดว่า เวลาจัดกิจกรรมต้องระบุชัดๆ ว่า section ไหนใครเป็น “ครูใหญ่” คือต้องรู้ว่าใครนำกิจกรรม คนอื่นๆ ที่เหลือจะเป็นตัวเสริม ตัวเสริมสำคัญเพราะอาจจะเห็นในสิ่งที่ “ครูใหญ่” ไม่เห็น หากพบอะไรที่คิดว่าควรบอกก็ให้บอกที่ “ครูใหญ่” ของsection จะตัดสินใจยืดหยุ่นแค่ไหนให้ถามกันก่อน การช่วยกันจะเป็นแบบนี้ ไม่อย่างนั้นแล้วอาจ จะขัดจังหวะและลดทอนพลังกลุ่มผู้เข้าอบรมลงไปอย่างน่าเสียดาย
หมอเรียกว่า “เป็นลมหายใจเดียวกัน”
ตรงนี้เห็นด้วยกับหมอจอมป่วนค่ะ คือในกลุ่มกระบวนกรหรือวิทยากร จะต้องคุยกันก่อน และทุกคนต้องรู้หน้าที่การนำ การตาม เรียนการฟังให้เป็น และช่วยเติมในส่วนที่เสริมกัน จะไม่ขัดแย้งกัน
ที่เคยทำงานด้วยกันมา คิดว่ากลุ่มเฮที่ไปช่วยๆกันทำงานหลายครั้งแล้วนั้น รู้และรับลูกกันได้ในวิถีนี้ แต่ก็ยังคงต้องมีการคุยกันก่อนและหลังสิ้นสุดโครงการฯ เสมอ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันและพัฒนากันไปอย่างต่อเนื่อง
เช้านี้ได้ยินเสียงน้องๆ ไปเดินตามครูบาที่ในสวน กลับมาแล้วก็มีข้าวต้มกิน น้าอึ่งอ๊อบประทับใจน้องๆ นิสิตที่กินง่าย อยู่ง่าย กินต้มถั่วเขียวกันก็เป็นด้วย..ฮ่าๆ
เรียบร้อยมื้อเช้าแล้วก็ได้เวลากอดลากัน ถ่ายภาพร่วมกันตามธรรมเนียม ก่อนออกเดินทาง มีน้องนิสิตมาร่วมกระบวนการกอดด้วย…อิอิ
การเดินทางคราวนี้เทวดาโปรยฝนมาตลอดทาง เห็นนาข้าวที่แห้งแล้งและชาวนาไถรอน้ำมีน้ำเต็มก็รู้สึกว่าน่าดีใจด้วย ตลอดทางมีเสาไฟฟ้าหักโค่น ต้นไม้ถอนราก เป็นแห่งๆ มีบางช่วงที่แวะร้านสะดวกซื้อเพื่อหาเม็ดฟักทอง เม็ดทานตะวัน..และแน่นอนค่ะ ปลาหมึกเต่าทอง…ฮ่าๆๆ
น้าอึ่งอ๊อบเอาซัมซุงแทปมาด้วย พอเธอหลับ ก็เอามาเล่นเกม…ครูอึ่งแซวว่าเล่นเกมข้ามจังหวัด…อิอิ ก็เมารถนี่ เล่นเกมดีกว่า
ช่วงเขาระหว่างแพร่ไปลำปาง ทางลื่นมาก เห็นรถลงไปอยู่ร่องเขา 7 คัน น่ากลัวจริงๆ ค่ะ แต่ครูอารามก็ฝีมือสุดยอด พาคณะเดินทางกลับถึงบ้านกันอย่างปลอดภัย
ถึงบ้านเกือบห้าทุ่ม ฝนตกพรำๆ คืนนี้หลับสบาย
ทริปไปเรียนรู้คราวนี้ ก็เหมือนทุกครั้งที่ได้ไปสวนป่า คือกลับมาแล้วเหมือนได้ไปดีท๊อกซ์ ..รู้สึกสดชื่น ใจเย็นลง และมีสิ่งที่อยากทำเพิ่มขึ้นอีกหลายอย่าง
อย่างหนึ่งนั้นคือเขียนบันทึกไว้ในขณะที่ยังจดจำเรื่องราวได้อยู่
การบันทึกคราวนี้ใช้โปรแกรม window live writer ที่ทำให้ง่ายต่อการพิมพ์ โหลดรูป และส่งเข้าบล็อก
แต่ต้องใช้โปรแกรมจิ้งจอกไฟ…ก็เป็นข้อดีที่บันทึกจะไม่หายถ้าหากว่าเน็ดเดี้ยง เพราะสามารถเก็บไฟล์ได้ทั้งนั้นเครื่องและในบล็อก
เคยได้รับคำแนะนำการใช้โปรแกรม window live writer มานานเป็นปี แต่ไม่ได้ลอง จนไปเจอว่าเมื่อเน็ดติดๆดับๆ ที่สวนป่า ถ้าใช้ไปรแกรมไออี ส่วนที่พิมพ์ไว้สดๆ ในบล็อกหายไปตอนเน็ตหลุด
ทดลองกันนะคะ เพื่อจะทำให้การเขียนบันทึกสะดวกขึ้น ถ้าไม่มีโปรแกรมก็โหลดมาจากเน็ตได้ค่ะ
สุดท้ายก็ขอกราบขอบพระคุณพ่อครูบาและคณะอาจารย์แพทย์ ที่เปิดพื้นที่ให้ได้ไปเรียนรู้ด้วยกัน ได้รู้จักคุณหมอน้อยๆ ที่น่ารัก กินง่ายอยู่ง่าย ไม่จู้จี้ และมีพลังบวกสูงมาก เป็นอนาคตของประเทศที่น่าชื่นชมอาจารย์แพทย์และท่านผู้เกี่ยวข้องทุกๆท่าน รวมถึงครอบครัวของคุณหมอน้อยๆ ทั้งหลาย ที่ช่วยกันดูแลให้คุณหมอน้อยๆ เหล่านี้ มีความสุข สดชื่น และสง่างามมีคุณค่าในตัวเอง เป็นพลังของประเทศต่อไป
ขอบคุณผู้ร่วมทีมกระบวนกรที่ได้แบ่งปันประสบการณ์ที่หาได้ยาก
ขอบคุณแม่หวี น้าสอน แม่หนิง ที่อยู่เบื้องหลังอย่างแข็งขัน ให้ได้อิ่มท้องอร่อยทุกมื้อ โอกาสหน้าจะไปชิมฝีมืออีกค่ะ
การบันทึกเรื่องราวการเดินทางไปสวนป่าในโครงการนิสิตแพทย์ ปีที่ 4 โรงพยาบาลชลบุรีก็สิ้นสุดลงที่บันทึกนี้ รูปภาพมากมายคงกระจัดกระจายในหลายกล้อง และใน fb รอชมในบันทึกของครูอึ่ง น้าอึ่งอ๊อบ และ ดร. ฝน นะคะ ที่จริงรายละเอียดต่างๆ ในการเจอกันคราวนี้มีมาก ส่วนที่ไม่สามารถถ่ายทอดได้ทั้งหมดคือการที่ได้คุยสนทนากัน มีเรื่องราวดีๆ ความทรงจำที่ดีประทับใจ คำพูดโดนๆ อีกหลายอย่าง ….คราวหน้าถ้าไม่ลืมจะอัดเทปสิ่งที่พูดกันไว้…บางทีการรวบรวมเรื่องราวที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้จัดทำเป็นเล่ม อาจจะเป็นประโยชน์ในวงกว้างมากขึ้นก็ได้ค่ะ
คราวหน้านะคะ….
ไปเรียนวันที่สาม: โครงการนิสิตแพทย์ฯ...ไปเรียนวันแรก: โครงการนิสิตแพทย์ฯ...ไปเรียนวันที่สอง: โครงการนิสิตแพทย์ฯ...มหาชีวาลัยอิสาน 5-9 พ.ค. 2553: 1. ปิติยินดี...คำเมือง: ของกิ๋นบ่อกิ๋นก่อเน่า...คำเมือง: นั่งก๊กง๊ก เหมือนครกบ่อต๋ำ...คำเมือง: ตางหนู หนูไต่ ตางไหน่ ไหน่เตียว...คำเมือง: ดำแดง บ่อแฮงก่อหมั่น...คำเมือง: นอนดึกตื่นขวาย...คำเมือง: อู้หื้อเปิ้นฮัก ยากนักจักหวัง”...คำเมือง: คนใบ้ใจ๊หลายเตื่อ...คำเมือง: จ๊อกป๊อกไหนก่อป้อ จ้อหว้อไหนก่อควั่ก...มหาชีวาลัยอิสาน 5-9 พ.ค. 2553: 4. วงสนทนาใต้ร่มมะขาม...คำเมือง: ดักเมื่อกิ๋นข้าว ดักเมื่อเข้านอน...คำเมือง: บ่อได้กิ๋นบ่อมีใคร๋ต๋ามไฟส่องต๊อง...« « Prev : ไปเรียนวันที่สาม: โครงการนิสิตแพทย์ฯ
1 ความคิดเห็น
[...] ไปเรียนวันที่สี่: โครงการนิสิตแพทย