คนรักต้นไม้

228 ความคิดเห็น โดย ถัง เมื่อ 18 พฤศจิกายน 2009 เวลา 20:21 ในหมวดหมู่ ธรรมชาติ/สิ่งแวดล้อม #
อ่าน: 6312

ดิฉันชอบปลูกต้นไม้

ตอนมาอยู่ที่พิษณุโลกใหม่ๆ  ได้อยู่หอพักอาจารย์ของมหาวิทยาลัย  มีระเบียงทั้งหน้าห้องและหลังห้อง

ดิฉันก็ค่อยๆ เอากระถางต้นไม้มาเรียงไว้ทั้งหน้าห้องและหลังห้องเต็มไปหมด

ทุกวันก็ขยันรดน้ำ ตัดแต่งไปเรื่อย มีความสุขกับการจัดแต่งให้สวยงามตามทัศนะของตนเอง

อิตอนย้ายสถานที่ทำงานไปที่หน่วยประกันคุณภาพ ที่เป็นตึก มีแต่ห้อง ไม่มีระเบียง หน้าต่าง  ก็สู้อุตสาห์ไปหาซื้อต้นไม้ในร่มมาจัด office

พอซื้อบ้านเอง….โชคดีได้ที่ริม 

มีพื้นที่พอปลูกต้นไม้ได้  ก็บ้าเอาต้นไม้มาลงเต็มไปหมด  อยู่มาแล้ว 3 ปี ก็ยังไม่ร่มครึ้มสมใจเลย  เพราะส่วนใหญ่จะเลี้ยงต้อย ตั้งแต่ต้นยังเล็กๆ

เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ต้องดูแลบ้านหลังใหญ่ (คณะสหเวชฯ) งานแรกเลย ก็คือทำสวนในอาคาร…..บริเวณนี้…ดิฉันชอบมาก  เพราะทำให้ร่มรื่น  เย็นสบาย

แต่โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน……..

และโลกนี้ก็ไม่ได้มีแต่คนรักต้นไม้……..

ดิฉันไม่เห็นต้นไม้ที่ระเบียงหน้าห้องพักที่เคยอยู่อาศัยอีกเลยตั้งแต่ย้ายไปอยู่บ้านตัวเอง (เดี๋ยวนี้ แม่บ้านคงชอบใจพื้นหน้าห้องพักคงสะอาด เช็ดถูง่ายกว่าแต่เดิม)

ดิฉันไม่เห็นไม้ในร่มที่หน้า Office QAU อีกเช่นกัน

และสวนในโถงอาคารสหเวชฯ ตอนนี้ มลายหายไปแล้ว กลายเป็นลานโล่งทาสีเหลืองอร่าม (ยุงซักตัวก็ไม่มี)

สุดท้าย……….ก็เหลือแต่สวนที่บ้านที่ยังเป็น “ของดิฉัน” อยู่

ใช่….มันเป็น “ของดิฉัน” แต่เพียงผู้เดียว  ซื้อต้นไม้มาปลูกเอง รดน้ำเอง ถอนหญ้าเอง ใส่ปุ๋ยเอง….

ประสบการณ์ก็คือ…..คนรักต้นไม้…..ในสังคมที่รายล้อมดัวดิฉันอยู่มีน้อยเหลือเกิน……..

แม้ดิฉันจะเข้าใจได้ว่า….คนเราย่อมรักชอบไม่เหมือนกันได้   เป็นธรรมดา

แต่ดิฉันก็เข้าใจผิดไปนาน…..ว่า อย่างไรเสีย คนรักต้นไม้ ย่อมมีจำนวนมากกว่าแน่นอน

มิน่า………โลกถึงได้ร้อน……อย่างนี้……..


๔ ก้าวย่างของชีวิต

17 ความคิดเห็น โดย ถัง เมื่อ 18 พฤศจิกายน 2009 เวลา 17:10 ในหมวดหมู่ ข้อคิด/ปรัชญา #
อ่าน: 1545

 คิดเอาเอง……

 บันได 4 ขั้นแห่งชีวิต

 

ได้รูปที่สวยกว่ามา update วันที่ 24 ม.ค. 2553

Life briefed in 5 bottles

 


ไผ

16 ความคิดเห็น โดย ถัง เมื่อ 18 พฤศจิกายน 2009 เวลา 8:55 ในหมวดหมู่ ธรรมะ #
อ่าน: 2069

โชคดีตอนที่หัดนั่งเจริญสติใหม่ๆ หัวเข่ายังไม่เสื่อม….(ตอนนี้เริ่มออกอาการแล้ว!!) จึงพอนั่งขัดสมาธิได้

ครั้งแรกๆ  เมื่อยขบ…ชาที่ขามากๆๆๆๆ

แต่พระอาจารย์  ท่านก็คอยบอกว่า…..

ถ้ารู้สึกชา เหน็บ เจ็บปวด  ก็อย่าได้เปลี่ยนท่า….ให้เอาใจไปเพ่งอวัยวะส่วนที่รู้สึกนั้น  แล้วก็บอกกับตัวเองว่า ชาหนอ  เจ็บหนอ เมื่อยหนอ  แล้วมันจะหายไปเอง

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ…..เพราะดิฉันผ่านพ้นวิกฤตนั้นได้ ก็เพียงเพราะรับรู้ความรู้สึกนั้น 

แต่ขอบอกก่อนนะคะว่า  ไม่ใช่หายเพราะ “ทน” เอา

แรกๆ ดิฉัน ก็กังขาเสียเหลือเกินว่า

ทำไมพระอาจารย์สอนให้รับรู้ตามสภาพที่เป็นจริง

แต่ในขณะเดียวกันก็บอกให้ “นิ่ง” อย่าไหวติงตอบรับสภาพนั้น ให้อยู่อย่างนั้น

อย่างนี้ก็เท่ากับฝืนใจกันนะซี………

เอ๋….มันขัดๆ กันยังงัยพิกล !!!

แต่ทว่า…..การยอมรับสภาพปวดเมื่อยนั้น ด้วยความรู้สึกปวดเมื่อยจริงๆ มันรู้สึกอยู่ได้ไม่นาน มันไม่ได้ปวดเมื่อยตลอดไป  มันค่อยๆ บรรเทาไปเอง แล้วก็มีความรู้สึกอย่างอื่นขึ้นมาใหม่   เช่น  ถูกยุงกัด

คัน…คัน…อยากเกา…..

ความเมื่อยหายไป………เปลี่ยนเป็นคัน……

แม้จะไม่ได้เกา…..ไม่ได้หมายความว่า

ยุงจะบินหนีไปเอง   ไม่มีตุ่มยุงกัด  ด้วยอำนาจบารมีแห่งสมาธิจิตของเรานะคะ…..(ตุ๋ย…ตุ๋ย…)

มีบาดแผลเต็มไปหมดเลยค่ะ

แต่สิ่งที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลย คือได้ รู้จักความรู้สึก “ยุงกัด”

การรับรู้ได้ถึงกระบวนการที่แสนจะแผ่วเบา เหมือนถูกเข็มเล็กๆ กำลังเจาะผ่านผิว……และอาการคันยิบๆ ที่ค่อยๆ เกิดขึ้น 

แบบนี้ ยังไม่เคย รู้สึกมาก่อน…..เพราะตบมันตายก่อนทุกที !!!!

ทำให้ดิฉันคิดต่อว่า

อย่างนี้แล้ว…..การฝึกในที่ซึ่งสุขสบาย  เช่น ในห้องแอร์  นั่งบนหมอนนุ่มๆ อยู่ท่ามกลางความสมาคมที่ปลอดภัย  อาจไม่ช่วยให้เรียนรู้ได้เร็ว ได้จริง

ดิฉันบอกตัวเองเสมอว่า……แน่จริงเอ็งก็ไปฝึกในป่าช้า……คนเดียวสิ…..

เหอ..เหอ…เหอ….ช้าก่อน  ดิฉันยังไม่กล้ารับคำท้าของตัวเองหรอกนะคะ……..ยังไม่กล้า

เหมือนแค่เห็นเข็มฉีดยา  ก็กลัวเจ็บขึ้นมาซะก่อนแล้ว…..

ดิฉันยังมีเปลือกหนามากๆ สลัดไม่ออก  ทั้งขี้เกียจ  รักสบาย รักสวยรักงาม หยิ่งยะโส  ยึดมั่นในเกียรติและศักดิ์ศรี   ดื้อด้าน  ไม่อดทน  ฯลฯ  ฯลฯ  ฯลฯ

รู้จักตัวตนดิฉันบ้างรึยัง………………ว่าเป็นไผ 



Main: 0.026710987091064 sec
Sidebar: 0.87669801712036 sec