ค่ายธรรมปัญญา พัฒนาชีวิต ตอน ระวังเหตุสังเกตผล

โดย อุ๊ยสร้อย เมื่อ ตุลาคม 28, 2009 เวลา 12:43 (เช้า) ในหมวดหมู่ การจัดการความรู้, การเรียนรู้ชีวิต #
อ่าน: 1857

คืนแรกของการเข้าค่าย นอนท่ามกลางความมืดและเสียงกร๊อดๆ พั่บๆ …ที่ไม่รู้จะเยี่ยมหน้าไปดูอย่างไง ผสานกับเสียงกร๊อกๆๆๆ จ๊อกๆๆๆ ของท้องร้องสลับกัน

และแล้ว…เสียงกร๊อดๆๆ พั่บๆ ก็มาเฉลยตัวเองตอนตีสามเมื่อได้ยินเจ้าต้นเสียง ตีพั่บๆๆ ก่อนจะ…เอ๊ก..อี้ เอ๊ก เอ๊ก…

หนอยแน่ะ…ต้นไม้หลังบ้านเป็นที่นอนของบรรดาฝูงไก่ชน ไก่พื้นเมือง ไก่ตัวผู้และตัวเมีย ที่ต่างก็บินขึ้นไปนอนซะปลายต้นไม้แล้วเกิดอาการหงุดหงิดเมื่อได้ยินเสียงคนไปนอนกวนมันใกล้ๆ …เฮ้อ…ขออภัยอย่างแรงเสียงท้องร้องดังไปหน่อย…อิอิ…

ไก่ขันตีสาม ระฆังดังปลุกตีสี่ครึ่ง …เอ้อ ตื่นก็ตื่น งมๆ ซุ่มมืดไปล้างหน้าแปรงฟัน แล้วก็ไปเข้ากลุ่มเดิมตั้งใจจะหากาแฟสักแก้ว แต่ยังไม่มีน้ำร้อนและท่านวิทยากร อ. นอมก็เรียกไปเข้ากลุ่ม คราวนี้ให้ถอดรองเท้าเดิน…เดินไปเรื่อยๆ ผ่านกรวดหินดินทรายพงหญ้ารังมดแดงกิ่งไม้หัก จริงๆก็เดินตามๆเขาไป มืดๆ ก็มองดูคนข้างหน้าในระยะเมตรพอเห็น แล้วท่านวิทยากรก็ให้สังเกตสิ่งแวดล้อม ตอนเดินไม่ค่อยได้สนใจอะไร มุ่งจะเดินให้ทันแต่ตอนที่ได้หยุดยืนสังเกตก็ได้บรรยากาศที่ดีมากค่ะ ได้ยินเสียงปลากระโดดน้ำ เสียงนกคราง จิ้งหรีด ฯลฯ ก็คงเป็นกรรมวิธีที่ให้หันมาสนใจธรรมชาติในเวลาที่แตกต่างจากเวลาปกติ จากนั้น อ. นอมก็ให้เดินถอยหลังเดินไปทางซ้ายทางขวา แล้วก็มาถอดบทเรียนว่าได้อุบายธรรมอะไรบ้าง

ตอนที่ถอดบทเรียนฟ้าเริ่มสว่าง ก็เริ่มเห็นหน้าตาของคนที่เดินๆ ตามกัน ก็ได้บอกเล่าถึงความรู้สึก มีอาจารย์ท่านหนึ่งบอกได้ละเอียดมาก แล้วท่านก็สรุปสุดท้ายว่าท่านรู้สึกขอบคุณธรรมชาติและสรรพสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเกื้อกูลกัน ท่านรับรู้ได้ถึงความสงบในใจและเกิดปิติ อีกหลายท่านก็เปรียบการเดินว่าเหมือนชีวิตที่มีทั้งทุกข์และสุขบางครั้งเจออุปสรรคก็เหมือนเดินบนกรวด บางครั้งก็นุ่มนวลเหมือนเดินเหยียบหญ้า ถ้าระมัดระวังก็จะไม่หกล้ม

หลังจากนั้นก็ไปฟังบรรยายธรรมจากท่านแม่ชี ซึ่งได้แสดงเรื่องการหาอุบายธรรมเฉพาะตัว และให้หัดทวนกระแส เช่น ตื่นเช้ากว่าปกติ ก็จะรับบรรยากาศที่แตกต่างจากเวลาอื่น และเวลาเช้าจะเป็นช่วงที่จะมีสมาธิดีกว่าทุกช่วงเวลา ดังนั้นถ้าจะฝึกการใคร่ครวญอย่างมีสมาธิก็ควรทำตอนเช้าๆ เหมือนนักศึกษาอยากเก่งวิชาอะไรก็ควรอ่านตอนเช้าๆ

สิ้นสุดการบรรยายวิทยากรก็นำการออกกำลังกายไท้จี๋ชี่กง 18 ท่า ชุดที่ 1 ถึงตอนนี้ก็ได้ยินเสียงกร๊อบ แกร๊บ จากบรรดา สว. ที่ข้อเสื่อม ย่อทีก็ดัง ยืดทีก็ดัง เสียงก็มาจากหลายท่าน และยังมีเสียงท้องร้องผสานเป็นระยะๆ ด้วย…อิอิ…ไม่ใช่ของอุ๊ยค่ะ ของคนอื่น ..อ้อ มีเสียงผายลมด้วยหรือเปล่าไม่แน่ใจ ประมาณว่าเสียงเพลงมันกลบ…ฮ่าๆ

กิจกรรมแค่ตอนเช้าก็เยอะแยะ แบบนี้ก็ควรกินข้าวเช้าให้มากขึ้นจะได้มีพลังต่อ ..ระหว่างที่กินข้าว ท่านแม่ชีก็มาแนะนำให้ลองยกชามข้าวขึ้น ลองกินข้าวด้วยการยกด้วยมือหนึ่งตักกินอีกมือหนึ่งเป็นการทวนกระแสความปกติเดิมของตัวเองที่ถ้วยชามวางกับที่… อุ๊ยว่าวิธีนี้น่าจะเหมาะกับคนอยากลดความอ้วน เพราะจะรู้เลยว่าตักข้าวมามากหรือน้อยก็ตอนที่ ยกชามข้าวขึ้นเพราะน้ำหนักที่ยกไว้ตลอดเวลามันถ่วงตามแรงโน้มถ่วงโลก…(ยกเว้นว่าจะคิดว่าชามหนักเลยรีบกิน..อิอิ)…กินข้าวแล้วก็รีบไปอาบน้ำมาเข้ากลุ่มค้นหาอุบายเฉพาะตัวเรื่อง ระวังเหตุสังเกตผล

เรื่องระวังเหตุสังเกตผล ได้ อ. น้อง เป็นวิทยากร…ก็คุยกันถึงเรื่องต่างๆว่าผลมันเกิดจากเหตุ จะต้องแยกแยะให้ออกว่าส่งที่เห็นหรือเป็นนั้นมีเหตุจากอะไรและมีอะไรเป็นผล ยกตัวอย่างเช่นการขับรถถ้าหากว่าหงุดหงิดว่าไม่มีใครจอดรถให้ทาง ก็ให้ลองนึกทบทวนว่าเราเคยจอดรถให้ทางกับคนอื่นหรือเปล่า ผลที่เกิดคือเราไปหงุดหงิด …วิทยากรท่านบอกว่าให้หัดคิดไตร่ตรองบ่อยๆ ต่อไปอุบายธรรมนี้ก้จะง่ายขึ้น และเรื่องอุบายธรรมนี้เป้นปัจจัตตัง คือขึ้นกับประสบการณ์ของแต่ละคน

สิ้นสุดกิจกรรมระวังเหตุสังเกตผลแล้วก็ถึงเวลาอาหารกลางวัน…คราวนี้เจอกิจกรรมแปลก…สนุกแต่ท้องเกือบแตก….อิอิ

เอาไว้เล่าต่อทีหลังดีกว่าค่ะ…

ค่ายธรรมปัญญา พัฒนาชีวิต ตอนมื้อกลางวัน...ค่ายธรรมปัญญา พัฒนาชีวิต ตอน เปลี่ยน ท เป็น ธ...ไปเข้าค่าย ธรรมปัญญา พัฒนาชีวิต (1)...คำเมือง: จ๊อกป๊อกไหนก่อป้อ จ้อหว้อไหนก่อควั่ก...คำเมือง: ส้มปอเกลื๋อ...คำเมือง: นั่งก๊กง๊ก เหมือนครกบ่อต๋ำ...คำเมือง: นอนดึกตื่นขวาย...คำเมือง: ของกิ๋นบ่อกิ๋นก่อเน่า...ตามครูอึ่งไปเรียนเรื่องจิต (1)...คำเมือง: ตางหนู หนูไต่ ตางไหน่ ไหน่เตียว...คำเมือง: ดำแดง บ่อแฮงก่อหมั่น...คำเมือง: กั๋วนักมักต๋าย...ฉลาดแคบ โง่กว้าง...

« « Prev : ค่ายธรรมะปัญญา พัฒนาชีวิตตอนค่ำ: มืดนอกสว่างใน

Next : ค่ายธรรมปัญญา พัฒนาชีวิต ตอนมื้อกลางวัน » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

4 ความคิดเห็น

  • #1 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 28 ตุลาคม 2009 เวลา 12:47 (เช้า)

    การปฏิบัติอย่างนี้ ถูกจริตหรือเปล่าครับ (รู้สึกว่าฝืนไหม)

  • #2 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 28 ตุลาคม 2009 เวลา 5:33 (เช้า)

    โหหหหหหหหห 
    วันหลังอุ้ยน่ามาจัดแบบนี้ที่สวนป่า
    เอาตอนหมู่กันเองนี่แหละ
    เดินมืดมัวๆสลัวๆ นั่นแหละดีนัก
    ไม่แน่ใจว่ากลุ่มเราจะเงีบยเสียงได้นานรึเป่า
    เดินนอกเส้นทางเคยจัดเหมือนกัน แต่จัดตอนสว่าง

  • #3 ป้าหวาน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 28 ตุลาคม 2009 เวลา 9:06 (เช้า)

    ชอบจังเลยค่ะ อยากลองบ้าง คิดว่าตัวเองติดความคุ้นเคยเอามากๆ ไม่ค่อยมีอะไรทวนกระแส
    ถ้าได้ลองทำเองที่บ้านบ้างน่าจะดี  เห็นด้วยว่าในที่สุดเราค้นพบว่าคืนกลับไปใกล้ชิดธรรมชาติ
    จะได้อะไรดีๆกลับมาอีกมาก  ชอบเรื่องราว  ชอบเนื้อหา ชอบการเล่า ชอบคนเขียน  จ๊ากกกกกส์

  • #4 ลานอุ๊ยสร้อย » อบรมธรรมปัญญา ไปแล้วก็ไปอีก ให้ความคิดเห็นเมื่อ 8 สิงหาคม 2010 เวลา 12:49 (เช้า)

    [...] พัฒนาชีวิต (1)   2 มืดนอกสว่างใน 3 ระวังเหตุ สังเกตผล  4 มื้อกลางวัน  และ 5 เปลี่ยน ท เป็น [...]


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.79214096069336 sec
Sidebar: 0.15990495681763 sec