ฟักทองกวน

Wednesday, October 13, 2010 19:39
By น้ำฟ้าและปรายดาว

แม่ชอบเล่าให้ฟังถึงความสุขในยามเยาว์ ซึ่งหนึ่งในของโปรดคือฟักทองกวนที่อาเล็กจะกวนแล้วปั้นเป็นก้อนกลมใส่โหลแก้วใสวางเรียง รอเวลาเด็กๆไปเที่ยวบ้านคุณย่าจะได้หยิบกิน

ช่วงนี้เวลาเดินตลาดจะเห็นฟักทองเนื้อหนาสวยเยอะกว่าปกติ สันนิษฐานว่าคงเป็นหน้าพอดีเลยนึกถึงความสุขในโหลของแม่ขึ้นมา ปฏิบัติการล่าฝันจึงเกิดขึ้น

ส่วนผสมคงต้องเดาเอา เพราะรุ่นอาเล็กของแม่ไม่น่ามีการชั่งตวงวัดให้วุ่นวาย เอาล่ะฟักทองกวน ยังไงก็หนีไม่พ้นฟักทอง น้ำตาลปี๊บ และกะทิ กะน้ำตาลปี๊บประมาณครึ่งหนึ่งของฟักทอง กะทิสักสองในสามของฟักทองเพราะสูตรอาหารไม่ใช่สูตรสมการจึงดิ้นกะดุ๊กกะดิ๊กได้ตามใจผู้ทำ ;)

ฟักทองปอกเปลือกล้างสะอาด หั่นชิ้นเล็กนึ่งจนสุก ใช้มือยีให้เละ ถ้าตะขิดตะขวงใช้ช้อนขยี้แทนก็ได้  กระทะทองไม่มี ไม่เป็นไรใช้กระทะเทฟลอนก็ได้เหมือนกัน หรือกระทะเหล็กก็ไม่เกี่ยง เพราะอยู่ที่คุมไฟและกะความร้อนได้เป็นหลัก แต่ยังไม่เคยลองใช้หม้อกวน

ใส่กะทิ น้ำตาลปี๊บ ฟักทองลงในกระทะ คนส่วนผสมให้เข้ากันจะได้กวนง่าย ๆ

พอละลายได้ที่ เปิดไฟกลาง แล้วเริ่มกวน การกวนให้กวนทางเดียวถนัดทางไหนก็วนทางนั้น อย่ากลับไปกลับมาเป็นคนโลเลหลายใจขนมจะไม่เหนียว  พอเริ่มเดือดกลิ่นหอมมากจนแม่มาเยี่ยมๆมองๆในครัว…ความลับแตก แป่วว :(

30 นาทีผ่านไป

45 นาที

1 ชม.

1 ชม. 15 นาที

เมื่อหนึ่งชม.เศษ ๆ ผ่านไป พร้อมความเมื่อยได้ที่

ฟักทองกวนก็ถึงฝั่งฝัน

ปฏิบัติการล่าฝันสำเร็จแล้ว

แค่เห็นยิ้มหวาน รอยอดีตในแววตา พร้อมคำพูดว่าแบบนี้เลยที่อาเล็กทำ

ก็สุขเกินใครแล้วล่ะค่ะ

^ ^

7 ความคิดเห็น

  • #1 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 October 2010 เวลา 21:44

    ของโปรดเลยหละ ฟักทองทำทุกอย่างอร่อย แค่นึ่งจิ้มน้ำตาลเฉยๆก็ยังอร่อยเลยครับ

  • #2 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 14 October 2010 เวลา 0:18

    เพิ่งจะเริ่มหัดกินฟักทองก็เทศกาลเจปีนี้เองค่ะ ตอนกินทีแรกนึกถึงแต่ประโยชน์ แต่พอกินบ่อย ๆ เข้าก็เริ่มชอบความเหนียวของเนื้อฟักทองแล้วล่ะค่ะ ยิ่งถ้าปั้นเป็นตัวน่ารัก ๆ อย่างรูปสุดท้ายล่ะ สนุกแน่ ๆ เลยค่ะ อย่างนี้พี่เบิร์ดได้เข้ารอบ รายการฝันที่เป็นจริงแล้วล่ะ อิอิอิ

  • #3 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 14 October 2010 เวลา 8:14

    พี่บู๊ทที่รัก ฟักทองสารพัดประโยชน์จริงๆค่ะ เบิร์ดชอบเหมือนพี่บู๊ทคือนึ่ง คลุกมะพร้าวกับน้ำตาลทราย+งาคั่ว โอย !น้ำลายยืด ^ ^

    สมัยก่อนไ่ม่มีขนมขบเคี้ยวให้ซื้อหามากมาย และถึงมีก็ไม่ค่อยซื้อเพราะนิยมทำเองมากกว่า พืชผักที่ปลูกจึงมีคุณค่ามากกว่าราคา แต่เป็นการถนอมอาหาร การพลิกแพลงสิ่งที่มีในบ้านให้เป็นของโปรดของตัวเล็กๆ ขบวนการช่วยกันตัดช่วยกันเจียน ช่วยกันกินจึงมีความหมายลึกล้ำกว่าแค่ทำให้เสร็จๆเนาะคะ :)

    น้องปูที่น่ากอด ความสุขมันไม่ได้อยู่แค่ผลลัพธ์ที่ได้แบบน้องปูว่าเลยล่ะจ้ะ มันอยู่ตั้งแต่้ตอนที่คิดจะทำแล้ว และหลุกอยู่ในกระบวนการทุลักทุเลทั้งหมดเลย ;)

  • #4 ป้าจุ๋ม ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 October 2010 เวลา 9:07

    น้องเบิร์ดเอาฟักทองกวนมายั่วอีกแล้ว…ฟักทองกวน เผือกกวนนีี สองอย่างนี้ทำอะไรก็อร่อยอย่างที่คุณบางทรายว่าค่ะ ของโปรดป้าจุ๋มเลยค่ะ สงสัยต้องทำมั่งแล้วไม่ได้ทำนานแล้ว…

  • #5 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 16 October 2010 เวลา 7:48

    ป้าจุ๋มขา

    วัฒนธรรมอาหารการกินไม่ว่าคาวหวาน สะท้อนถึงสิ่งที่มีในบ้านในชุมชนนะคะ เวลาไปบ้านคุณตา ก็ต้องทำมะม่วงกวนเพราะเป็นหน้ามะม่วง เมื่อเก็บขายเหลือก็กวนไว้กิน กล้วยก็มีในสวนเหลือกินเหลือแจกเอามาตากหรือกวน มะพร้าวก็ให้คนขึ้นให้ วันๆสนุกมากเลยล่ะค่ะ่

    เมื่อเด็กๆป้วนเปี้ยนอยู่กับผู้ใหญ่ทั้งวัน ก็ได้ซึมซับทั้งกิริยามารยาท เหตุผลที่ทำ การคิด การกะประมาณ ฯลฯ ได้อะไรมากมายจากในครัวลามไปถึงการดูแลบ้านช่องด้วยความตั้งใจและได้แรงเสริม พอถึงเวลาเล่นก็ได้เล่นจนพอ หิวก็มากินในสิ่งที่ทำไว้ ชีวิตเติบโตโดยผ่านการดูแลใกล้ชิด …สังคมไม่ได้ซับซ้อนวุ่นวายเลยค่ะ

    ปาป๊าจะชอบเผือกกวน พอทำฟักทองกวนให้แม่ ก็ต้องมีเผือกกวนให้ป๊าถึงจะสมดุลกัน และเบิร์ดเชื่อว่าป้าจุ๋มทำได้น่ากินและอร่อยมากๆแน่ๆเลยล่ะค่ะ ขำตอนเอาใส่บาตรต้องเรียนให้ท่านทราบว่าเป็นอะไร ไม่งั้นจะนึกว่าทุเรียนกวนเหมือนปาป๊าอีก ^ ^

  • #6 ป้าจุ๋ม ให้ความคิดเห็นเมื่อ 17 October 2010 เวลา 18:11

    สังคมเดิมๆของคนไทยเรานี่อบอุ่นและน่ารัก ต่อมาเมื่อมีอารยธรรมตะวันตกเข้ามาก็ค่อยๆกลายพันธุ์ไป ความจริงไม่ใช่เพราะอารยธรรมตะวันตกเขาไม่ดีนะคะแต่เราไปเอาแต่เปลือกเขามาต่างหาก ไม่ได้เอาสิ่งดีๆของเขามาด้วย เช่นความมีวินัย ความเคารพต่อกฎหมาย ความรับผิดชอบต่อสังคม…และอื่นๆอีกมากมายที่ดีๆค่ะ
    แล้วต่อมาเราก็ค่อยๆทิ้งของดีของเราที่มีอยู่ไปทีละน้อยสังคมก็เริ่มมีปัญหาตามมา…
    ป้าจุ๋มเชื่อเสมอมาว่าครูที่ดีของลูกๆคือพ่อ-แม่ค่ะ ส่วนครูที่โรงเรียนและสถาบันการศึกษานั้นเป็นเพียงผู้ช่วยค่ะ ดังนั้นฐานจากครอบครัวสำคัญมากค่ะ
    พ่อ-แม่หรือคนเลี้ยงเด็กคือต้นแบบที่จะหล่อหลอมเด็กให้โตมาเป็นอย่างไร ผลผลิตที่ออกมาสะท้อนคนเลี้ยงได้เลยค่ะ…
    รู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่คิดถึงชีวิตตอนเป็นเด็ก สังคมไม่ซับซ้อนวุ่นวายจริงๆค่ะ มีความรัก ความอบอุ่น ป้าจุ๋มกับน้องเบิร์ดมีอะไรคล้ายกันมากเลยค่ะ ทั้งๆที่วัยห่างกันสัก 2 ทศวรรษได้นะคะ แต่ป้าจุ๋มตอนเป็นเด็กจะค่อนข้างซนมาก ทำอะไรโลดโผนเหมือนเด็กผู้ชาย เป็นคนกระโดกกระเดกไม่เรียบร้อยเลย คุณพ่อกลัวลูกจะเป็นทอมเลยพยายามจับเรียนการฝีมือเช่นถักโครเชต์ นิตติ้ง แม้กระทั่งปักไทยต่างๆ(ลงทุนจ้างครูพิเศษค่ะ) ตอนนั้นไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่ปรากฎว่าสิ่งที่ได้ติดตัวมานั้นหลังแต่งงานได้ใช้ประโยชน์มากมายเลยค่ะ รวมทั้งการที่เคยช่วยแม่และช่วยยายทำอาหารด้วยค่ะ ก็ได้พื้นฐานมาทำอะไรอร่อยๆให้ลูกๆได้กินบ้างค่ะ…อิอิ
    ฟักทองกวนรำลึกวันวานของคุณแม่น้องเบิร์ดน่ารักจังเลยค่ะ
    ขอให้คุณแม่และปาป๊ามีสุขภาพพลานามัยที่ดี ครองรักที่หวานชื่นไปตราบนานเท่านานค่ะ

  • #7 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 18 October 2010 เวลา 12:47

    ป้าจุ๋มพูดเห็นภาพชัดเลยค่ะว่าที่เป็นแบบนี้เพราะอะไร และที่เป็นป้าจุ๋มผู้น่ารักน่ากอด และน่าเคารพศรัทธาแบบนี้เป็นเพราะอะไร ^ ^

    บางสิ่งก็เกิดขึ้นได้จากบางแห่ง …ป้าจุ๋มได้เล่าถึงประสบการณ์เรียนรู้ที่มีประโยชน์มากมายเมื่อแต่งงาน น่าจะเป็นกำลังใจให้สาวๆหลายคนฮึด เพื่อเป็นทุนให้หยิบใช้ในอนาคตได้อีกอักโขเลยล่ะค่ะ ;)

    การเป็นพ่อแม่คือความรับผิดชอบสูงสุดและเป็นสิ่งพิเศษที่ไม่ควรให้ใครหรืออะไรแย่งไปจากเราเนาะคะ กราบขอบพระคุณในคำอวยพร(แทนป๊าแม่ อิอิอิ) และกราบขอพรคุณพระศรีรัตนตรัย ช่วยคุ้มครอง ปกปักให้ป้าจุ๋ม อ.วรากร น้องลูกหว้าและน้องๆทุกคนมีความสุข สดชื่น สดใส แข็งแรงทั้งกาย-ใจตลอดไปค่ะ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่
You must be logged in to post a comment.

Calendar

    August 2014
    M T W T F S S
    « Mar    
     123
    45678910
    11121314151617
    18192021222324
    25262728293031