มุดออกนอกกะลา..มาส่งการบ้าน..(2)

โดย dd_l เมื่อ พฤศจิกายน 19, 2008 เวลา 7:14 (เย็น) ในหมวดหมู่ เรื่องทั่วไป #
อ่าน: 2070

มุดกะลาออกมาเล่า…ค้างไว้ถึงตอนอยากจะเรียน กลับมาเขียนเล่าต่อ..

 

 

สนใจงานด้านจิตวิทยา จึงได้มาเรียนต่อในเมืองกรุง เดิมมุ่งมาเรียนด้านคลินิก
แต่ก็อีกแล้ว..สอบสัมภาษณ์ไม่ผ่าน ประสบการณ์ทำงานไม่ตรงกับที่กำหนด เลยอดเรียน
เปลี่ยนมาทางด้านจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ
ซึ่งมาเรียนแล้ว เป็นช่วงเวลาที่เหมือนก้าวสู่โลกใบใหม่

 

ได้เรียนกับอาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญและเชื่อมั่นอย่างยิ่งในสาขาวิชาการของตนเอง
อยู่ท่ามกลางคนเก่ง ที่คิดกันไปคนละทาง ระหว่างฝั่งการศึกษาและฝั่งงานการแนะแนว
ด้วยยังไม่ได้สร้างคณะจิตวิทยา และไม่ได้แยกสาขาตามความถนัดของอาจารย์ให้ชัดเจน
ท่ามกลางความขัดแย้งทางความคิด นิสิตก็ถูกเคี่ยวอย่างเข้มข้น
จนได้เห็นแนวทางที่แตกต่าง ระหว่างความเชื่อในการสอนที่ต้องทุบให้แกร่ง แข่งกันเก่ง
กับแนวทางการประคับประคองระหว่างผองเพื่อน พี่น้องให้ก้าวเดินและเติบโตไปพร้อมกัน

 

เลือกอยู่เลือกเป็นเช่นแนวทางอย่างหลังมากกว่าอย่างแรกและมีชีวิตการเรียนที่แปลกเปลี่ยนไป
ถูกกล่อมเกลาให้อ่อนน้อมและใส่ใจกับเรื่องราวของผู้คนรอบข้างอย่างละเอียดอ่อน
เป็นการสอนด้วยการนำพาให้ได้ค้นหาและรู้จักตนเอง ทั้งได้วิธีช่วยเหลือผู้คนที่มีทุกข์
สนุกกับการเดินทางขึ้นเหนือ ล่องใต้ ไปในที่ต่างๆ เพื่อเรียนรู้เรื่องราวแห่งชีวิต
ได้แง่คิด มุมมอง ที่เพิ่มขึ้นจากครูผู้นำทาง ผู้สร้างชุมชนแห่งมิตรไมตรี
ให้บรรดารุ่นพี่ รุ่นน้อง ผองเพื่อนได้มารวมใจด้วยความผูกพัน ที่ต่อเนื่องยาวนาน

 

สิ่งที่ได้มาจากการเรียน จึงเป็นทั้งความรู้ ความเข้าใจและได้มีครอบครัว เครือข่าย
ที่มีจุดหมายในการช่วยเหลือเกื้อกูล ประคับประคองกันและกันให้ก้าวไปในเส้นทางของตน
โดยหวังผลที่ได้ทำชีวิตให้มีคุณค่า ยามเหนื่อยล้า ก็มีที่พักพิงใจ

 

กำลังสนุกสนานกับการตระเวนไปทำงานด้านจิตวิทยาในที่ต่างๆ ร่วมกับครูผู้นำทางและมวลหมู่มิตร
ความคิดที่จะกลับมาเป็นอาจารย์พยาบาลก็ต้องเปลี่ยนแปลงเมื่อทางบ้านแจ้งข่าวให้ได้รู้
เมื่อไรจะกลับมาช่วยดูแลโรงเรียน..

 

ลังเลอยู่เป็นนาน รู้ว่างานที่ต้องรับผิดชอบไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ใช่เส้นทางที่วางไว้
แต่ก็ตัดสินใจในที่สุด…หอบความฝันกลับบ้าน อยากสร้างงานอย่างที่หวัง
อยากให้โรงเรียนเป็นดังโรงเรียนใต้ร่มไม้ของท่านรพินทรนารถ ปราชญ์อินเดีย
อยากให้นักเรียนมีความสุข และเข้าใจชีวิต เหมือนอย่างที่ท่านกฤษณมูรติเขียนไว้ในเรื่องการศึกษา
อยากให้เข้าใจและใช้ธรรมมะเป็นเครื่องนำทางเหมือนอย่างที่ท่านพุทธทาสเขียนไว้
อยาก…อยาก..และอยาก..มากมาย

 

กลับบ้าน เพื่อจะพบกับความจริง..ไม่ได้มีสิ่งสวยงาม สำเร็จรูป ใดๆ
ต้องเริ่มต้นคุ้นเคยกับสิ่งใหม่..แม้พูดกับใครๆ ก็ดูราวจะเข้าใจกันไปคนละทาง
จะเริ่มอะไร ก่อน..หลัง แถมยังต้องพิสูจน์ใจให้ทีมเห็น
ก็เธอเป็นใคร มาจากไหน.. เด็กวัยลูก..แล้วจะลุกขึ้นมาเป็นผู้นำขององค์กรอย่างนั้นหรือ
ทั้งทีมคือ พี่ ป้า น้า อา ครูบาอาจารย์ที่เคยเห็นวิ่งเล่นปุเลงๆ อยู่เมื่อวันวาน

 

พาตัวเองผ่านพ้นมาได้ ด้วยอาศัยวิถีทาง ที่พ่อ แม่ ก่อร่างสร้างเอาไว้
ใช้ชีวิตอย่างสมถะ อ่อนน้อมถ่อมตน พากเพียร เรียนรู้ และไม่เอาเปรียบผู้อื่น
ภาพในโรงเรียนที่เห็นเจนตามาแต่เด็ก คือ การร่วมทุกข์ ร่วมสุข และการเป็นผู้ให้ของพ่อแม่
ยามงานลุยงานด้วยกัน บางครั้งถกเถียงกันลั่น สนั่นห้อง ไม่มีลูกน้อง ไม่มีเจ้านาย
เสร็จจากงานก็ผ่อนคลาย กินข้าวด้วยกัน มีเสียงหัวเราะลั่นจากเรื่องเล่า เรื่องขบขัน เข้ามาแทน

 

ไม่เพียงแต่พิสูจน์ใจ แต่ต้องกอบกู้สถานการณ์ที่เริ่มวิกฤต
ก็ใครจะคิด โรงเรียนที่เคยมีนักเรียน มัธยมปลายสายเกษตรมากมายถึงหลักพัน
กลับพลิกผันเหลือเพียงน้อยนิด
กระแสอุตสาหกรรม นำ เกษตรกรรม เด็กจึงตามกันไปเรียนสาขาเทคนิคกันเกือบหมด
จึงต้องลดทอน ปรับเปลี่ยนทิศทาง ที่พ่อแม่สร้างไว้ ตัดใจ ตัดมัธยมปลายทิ้ง
กลับมาตั้งต้นใหม่ในระดับอนุบาล

 

 

คราวนี้จึงได้ริเริ่มเติมรากฐาน เตรียมการให้ฝันเป็นความจริง
อ่าน..อ่าน..และ อ่าน.. ศึกษา..ดูงาน..เรียนรู้เรื่องราวของการศึกษา
มีมวลมิตร เครือข่าย ครอบครัว และ ครูผู้นำทาง ช่วยเกื้อหนุนพัฒนาให้แก่ทีมอย่างแข็งขัน
แต่ละวัน เดือน ปี ที่ผ่าน มีงานให้เรียนรู้ ลองผิด ลองถูก ในทุกเรื่อง

 

ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป..แม้ใช้วิถีการทำงานแบบพ่อแม่ แต่ต้องปรับให้มีระบบระเบียบ
เมื่อย้อนมองเวลาที่ผ่าน พบว่า เริ่มต้นงานที่การพัฒนาคน
พัฒนาความรัก ความรู้ ความเข้าใจ สายสัมพันธ์
สร้างวัฒนธรรมการทำงานฉันท์พี่น้องและครอบครัวที่มีระบบ
ให้ความสำคัญกับคนเป็นลำดับแรกเสมอ

 

 

จากเรื่องคนจึงจะตั้งต้นสร้างระบบงาน ผสานไปกับการปรับเปลี่ยนวิธีทำงานให้เหมาะสม
วงการศึกษา มักมีเรื่องที่ผ่านเข้ามาตามกระแสแฟชั่น ก็ต้องมุ่งมั่นในทิศทางอย่างไม่หวั่นไหว
ขอให้มีทีมที่เข้าใจ ก็เชื่อมั่นว่าจะร่วมกันก้าวเดินไปได้อย่างมั่นคง
เชื่อในเส้นทางแห่งความดีที่มักจะมีผู้คุ้มครอง ปกป้อง
ด้วยมักจะมีผองเพื่อน มวลหมู่มิตร ที่มักจะมาช่วยคิด ช่วยสร้างอย่างทันการณ์

 

 

มาถึงวันนี้ แม้ยังมีสิ่งที่ต้องศึกษาเรียนรู้ต่อไป อีกไม่ใช่น้อย
ก็ค่อยเดิน ค่อยตกแต่งเส้นทางที่สร้าง ค่อยทำ ค่อยเดินไปทีละวัน
จะเป็นดังฝันหรือเปล่า ก็ไม่เป็นไร
ไม่ได้เป็นคนเก่งและแกร่ง เท่าใดนัก แค่มีเพียงใจที่ไม่ยอมทิ้งความฝัน
และรู้ว่าที่พอจะทำอะไรได้นั้น ไม่ได้มีเพียงเพราะเรา
แต่ก้าวเดินได้เพราะมีผู้คนมากมายช่วยเกื้อหนุนจุนเจือ

 

 

เป็นเรื่องราวในชีวิตของคนเล็กๆ ที่ยามเด็กมีความสุข อย่างเรียบง่าย
ทุกเรื่องราว ทุกเหตุการณ์ ที่ผ่านไป หล่อหลอมให้เป็นเช่นวันนี้
มีความสุขกับการอยู่ในโลกใบเล็ก กับเด็กๆ ต่างวัย กับการได้ช่วยเหลือ ดูแลคนอื่นบ้าง
และบางทีก็คล้ายจะชอบอยู่ในกะลาเหมือนกัน
เป็นกะลาที่มีประตู ให้แอบออกมาดูโลกภายนอกเป็นระยะ
บางจังหวะออกมาวิ่งเล่น เห็นผู้คนมากมายนัก ก็มักจะอยากกลับไปนอนในกะลา..สบายใจ
ยังขี้อาย..อยู่นะ

 



 

นี่แหละค่ะ..
เรื่องราวของคนที่เกิดในโรงเรียน โตในโรงเรียน
แวะเวียนไปทำงานอยู่ในโรงพยาบาล แล้วกลับบ้านมาเป็นครู

 

 

 

« « Prev : มุดออกนอกกะลา..มาส่งการบ้าน..(1)

Next : ภาพนี้มีที่มา.. » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

18 ความคิดเห็น

  • #1 ลานเวลา » มุดออกนอกกะลา..มาส่งการบ้าน..(1) ให้ความคิดเห็นเมื่อ 19 พฤศจิกายน 2008 เวลา 9:07 (เย็น)

    [...] โปรดติดตามตอนต่อไป…อิ อิ [...]

  • #2 rani ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2008 เวลา 12:12 (เช้า)

    พี่ครูอึ่งค่ะ รูปเหมือนตอนปัจจุบันเลย หน้าไม่เปลี่ยน สงสัยดูเด็กเหมือนเดิม อิอิ

  • #3 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2008 เวลา 12:21 (เช้า)

    เอ…คนข้างกายพี่เป็นรุ่นพี่ของน้องอึ่ง  อ้าวมานับรุ่นกันแล้ว..อิอิ

  • #4 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2008 เวลา 8:46 (เย็น)

    โห แต่ละตอนระทึกใจ ยิ่งกว่าเปิดก้นรอหมอปักเข็มฉีด ฉึก!
    โอย  เขียนให้ใจรอนๆอีกแล้ว 
    ไม่ต้องบอกก็ได้นะ คำว่า..โปรดติดตามตอนต่อไป โธ่ๆๆๆๆ

  • #5 dd_l ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2008 เวลา 10:07 (เย็น)
    #2 rani

    หน้าไม่เปลี่ยน..เปลี่ยนแต่ผิวหน้า..  ย้ายความตึงไปไว้ที่หู….555

  • #6 dd_l ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2008 เวลา 10:09 (เย็น)
    #3 bangsai

    พี่บางทรายคะ  หนูทันเจอพี่สาวเค้าบ้างมั้ยคะเนี่ย  เอาไว้เจอกันคงต้องไล่รุ่นกันหน่อยล่ะค่ะ

  • #7 dd_l ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2008 เวลา 10:14 (เย็น)
    #4 sutthinun

    พ่อครูบาขา…ออกนอกกะลามาแค่สองตอนก็เกรงใจคนอ่านมากแล้ว…เขียนยาวไป คนอ่านเมื่อยลูกกะตาแย่เลย ^^
    คุณหมอจอมป่วนบอกว่า ทิ้งไว้ให้คอยซํกถามกันตอนเจอหน้าบ้าง  เลยต้องเชื่อฟังค่ะ อิ อิ

  • #8 สิทธิรักษ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2008 เวลา 11:57 (เย็น)

    นึกว่าบันทึกใหม่  โธ่ ๆ ๆ

  • #9 สิทธิรักษ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2008 เวลา 11:59 (เย็น)

    อิอิ  …………  รออ่านต่อนะ  รอ ๆ ๆ ๆ

  • #10 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2008 เวลา 9:52 (เย็น)

    สุดยอดๆๆๆๆๆ  ชอบมากมายเลย  ขอบอก  อิอิ

  • #11 dd_l ให้ความคิดเห็นเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2008 เวลา 10:53 (เย็น)
    ออกนอกกะลามาเขียน  แบบ..เชื่อฟังเฮียตี๋งด้วยค่ะ..อิ อิ
  • #12 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2008 เวลา 9:02 (เช้า)

    ถูกต้องๆๆๆๆๆ  น้องอึ่ง
    อย่าเปิด(?)หมด  เก็บทีเด็ดไว้มั่ง  เดี๋ยวไม่มีคนอยากเห็น(?)  อยากรู้จัก อยากคุยด้วย 555555

  • #13 ครูปู ให้ความคิดเห็นเมื่อ 22 ธันวาคม 2008 เวลา 10:38 (เย็น)

    แง ๆ  เข้าระบบไม่ได้อีกแล้วค่ะ พี่ครูอึ่งขา
    ปล. นี่เป็นความพยายามโพสต์ครั้งที่ 3 จะขึ้นไม๊น๊อ

  • #14 dd_l ให้ความคิดเห็นเมื่อ 23 ธันวาคม 2008 เวลา 7:21 (เช้า)

    มาแล้วจ้า..น้องครูปุ  ความเห็นของน้องครูปุเพิ่งเข้ามาในบล็อกนี้เป็นครั้งแรก เลยไปซ่อนอยู่หลังโรง  ต้องรอให้เจ้าของบล็อกมาอนุมัติก่อนจึงจะปรากฏให้เห็นบนบันทึกค่ะ  จะเป็นแบบนี้เฉพาะเมื่อเราเข้าไปในครั้งแรก  แต่หากเคยเข้าไปแสดงความคิดเห็นแล้ว  ครั้งต่อไป ก็แสดงให้เห็นได้เลยค่ะ
    ได้เห็นสาวสวยเมื่อสองพันปีแล้วซิเนาะ..อิ อิ

  • #15 ครูปุ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 23 ธันวาคม 2008 เวลา 11:15 (เช้า)

    กั่กๆๆๆๆ
    ได้เห็นสาวสวยสองพันห้าร้อยห้าสิบเอ็ดปีแล้วค่า
    อิอิ
    ใครก็ได้ช่วยลงทะเบียนให้น้องครูปูหน่อย
    ทำยางไงก็ม่ายเปงค่า

    ช่วยด้วย คนสวยแย่แล้ว…
    เหอ..เหอ..

  • #16 ลานไผเป็นไผ » เจ้าเป็นไผ… สะท้านยุทธจักร(ตอนรวมจอมยุทธ์) ให้ความคิดเห็นเมื่อ 1 กุมภาพันธ 2009 เวลา 1:29 (เย็น)

    [...] ครูอึ่ง                    มุดออกนอกกะลามาส่งการบ้าน..(1) มุดออกนอกกะลามาส่งการบ้าน..(2) [...]

  • #17 handyman ให้ความคิดเห็นเมื่อ 6 มีนาคม 2009 เวลา 10:48 (เช้า)

    สุดยอดครับ
    จิ้มส่งจากในรถตู้แถวๆประจวน กลับ กทม.ครับ
    เบ้าหลอมช่างมีพลังมหัศจรรย์จริงๆ
    รถที่แกร่งพอเท่านั้นที่จะวิ่งผ่านถนนขรุขระได้

  • #18 dd_l ให้ความคิดเห็นเมื่อ 7 มีนาคม 2009 เวลา 10:01 (เย็น)
    ขอบพระคุณ อ.แฮนดี้ที่แวะมาค่ะ
    ตอนนี้ก็พยายามบังคับรถให้อยู่ในเส้นทางค่ะ เป็นการเดินทางที่อยู่บนถนนลูกรังทุกที
    แต่โชคดีที่มีเพื่อนเดินทางนะคะ อิอิ

แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.13871502876282 sec
Sidebar: 0.073490858078003 sec