ถ้าเธอไม่ช่วย ป่าไม้ก็จะเป็นป่าม้วย

อ่าน: 1565

ผมมีกิ๊ก ชื่อคุณกรมป่าไม้  เป็นแฟนเก่าเก็บกันมานาน ปีหนึ่งๆจะเจอะเจอกันหลายครั้ง เรียกว่าไม่ยอมทิ้งระยะห่างให้ห่วงหาอาวรณ์ ไม่ไปก็มีรายการมาหากันสม่ำเสมอ ปีหนึ่งๆมีจดหมายรักมาถึงหลายฉบับ ซองที่ได้รับล่าสุด แจ้งว่า..กรมป่าไม้จะจัดประชุมวิชาการประจำปี หัวข้อเรื่อง “ป่าไม้ให้ชีวิต สร้างเศรษฐกิจไทย” ในระหว่างวันที่12-17กันยายน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ด้านการบริหารและด้านวิชาการป่าไม้   ตลอดจนหาแนวทางแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการเพิ่มประสิทธิภาพหารบริหารงานป่าไม้ วิชาการป่าไม้ และพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ด้านการป่าไม้ โดยเปิดโอกาสให้ภาครัฐ เอกชน และองค์กรต่างๆ เข้ามามีส่วนในการสนับสนุนงานป่าไม้

โห งานนี้เธอเอ๋ยจัดประชุม5วัน ก็ต้องเกณฑ์วิทยากรมาแทบหมดหน้าตักนั่นแหละ ดูรายชื่อจอมยุทธที่มาขึ้นเวทีแล้ว กำหนดการแต่ละวันแทบโป่ง นับตั้งแต่ รัฐมนตีว่าการกระทรวงธรรมชาติสิ่งแวดล้อมมาเปิดงาน, ศ.ดร.เกษม จันทร์แก้ว, ฯพณฯ อำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี, ผศ.ดร.สุภี ภูมิภมร, รศ.ดร.อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา,นายจิราวัฒน์ ตั้งกิจนามวงศ์,นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ, ศ.ดร.นิพนธ์ ตั้งธรรม, ผศ.วันชัย อรุณประภารัตน์,ผศ.ดร.บุญวงศ์ ไทยอุตส่าห์,ดร.วีระชัย ณ นคร,ดร.นุจรินทร์ รามัญกุล,คุณโชติมา เยี่ยมสวัสดิ์กุล, ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์, นางสาวนรินี เรืองหนู,นางสาวฐปนีย์ เอียดศรีไชย,นายเอมพงศ์บุญญานุพงศ์,นายเกรียงไกร ภู่ระย้า, นายวิชา ธิติประเสริฐ, นายสภลท์ บุญเสริมสุข, นายจิรวัฒน์ ตั้งกิจงามวง์, นายประเดิม แสงคู่วงษ์,ดร.โกมล แพรกทอง, นายภินันท์ วงศ์ภินันท์วัฒนา,นายวีระพล สุทธิพรพลางกรู, นายวรธรรม อุ่นจิต,  นางสาวปิยวดี  บัวจงกล, นางสุวรรณา อ่ำเผือก,นายทรงศักดิ์  วิทยอุดม, นางศิริลักษณ์ ตาคะยางนนท์,นายทินกร พิริยโยธา, นางสาวปียาภรณ์ กล้าใจ, นางเปรมพิมล พิมพ์พันธุ์, นายกิตติพัฒน์ ลิขิตวโรรส,

โอยเขียนต่อไม่ไหว ยังเหลืออีกสักห้าคืบได้ ถ้าสนใจก็ติดตามข่าวกรมป่าไม้ได้นะครับ ถ้าบอกเกียติคุณของแต่ละท่านและหัวข้อต่างๆด้วย เกรงว่าท่านจะเวียนหัว นี่ขนาดบอกไม่ครบนะครับ แต่เรื่องที่ผมสนใจมากได้แก่เรื่องไม้ยูคาลิปตัสเป็นโรคระบาดทั่วประเทศ,เรื่องของปลวกๆๆๆ,เรื่องการใช้ป่าไม้อย่างยั่งยืน,และเรื่องที่พิเศษจริงๆ (อ่านพบในหนังสือ) เรื่องการแปรรูปผงไม้ไผ่สู่ผลิตภัณฑ์เชิงอุตสาหกรรม การนำผงไม้ไผ่มาแปรรูปเป็นอาหารสัตว์,การทำปุ๋ยหมักและอื่นๆ ทราบว่าสำนักส่งเสริมและฝึกอบรมกำแพงแสน จับมือพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศร่วมกับบริษัท Chubu University Swine and Poultry Research Center Marudai Tekko Co. Ltd. และ NITOMO Co. Ltd. งานนี้ทำพิธีเปิดโครงการไปเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2555 เสียดายทราบข่าวช้า งานผ่านล่วงเลยไปแล้ว ท่านใดทราบรายละเอียด กรุณาอุปการะข้อมูลด้วยนะครับ

วันที่ 16 ผมขึ้นเวทีเวลา 09.00-12.00 น.

ณ ห้องประชุม1 อาคารเทียมคมกฤส กรมป่าไม้

ในหัวข้อ “การพัฒนาทางเศรษฐกิจกับการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน”

รองอธิบดีกรมป่าไม้ เป็นผู้ดำเนินรายการ

ผู้ร่วมสัมมนาได้แก่

-ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

-ผู้แทนทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

-ผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

-ผู้แทนชาวเฮฮาศาสตร์และFB.

เรื่องไม่เจียมบอดี้มีเป็นประจำเธอเอ๋ย งานอย่างนี้จะไม่ไปก็ไม่ได้ เพราะเราจะได้ขายความคิดทำไมๆๆเราถึงขยายความตระหนักเรื่องป่าไม้เข้าไปสู่หัวใจคนไทยไม่ได้ เราพูดกันมานานจนปากเปียกปากแฉะ แต่ก็นั่นแหละเธอ..คนไทยก็ยังไขสือ ชอบตัดไม้ รุกที่ป่าไม้ มากกว่าที่จะสร้างเสริมป่าไม้กันอย่างจริงจัง ทั้งๆที่โลกใบนี้ตั้งแต่ยุคแรกเริ่มก็มีป่าไม้ครอบคลุมโลกไว้ ต่อมามีมนุษย์ขี้เหม็นมากขึ้นเท่าใด ต้นไม้ก็หายไปเท่านั้น แสดงว่ามนุษย์ยังไม่มีความรู้ที่แท้จริงที่จะอยู่ร่วมกับป่าไม้ได้

มนุษย์ไปอยู่ที่ไหน..ต้นไม้ผวาที่นั่น

  • การที่มนุษย์ไม่ประสีประสาเรื่องป่าไม้
  • ไม่มีสำนึกที่ดีต่อสภาพแวดล้อม
  • ไม่มีสติปัญญาพอที่ใคร่ครวญเรื่องความปลอดภัยที่เป็นกลไกธรรมชาติ
  • ไม่เข้าใจเรื่องทุนทางธรรมชาติ
  • ไม่ทราบเลยรึว่าความอยู่รอดของมนุษย์ขึ้นอยู่กับความอยู่รอดของทรัพยากรธรรมชาติ
  • ไม่ทำหน้าที่มนุษย์ที่ดี

ถ้าสังเกต เราจะพบว่า มนุษย์กระทำย่ำยีทรัพยากรธรรมชาติมากเท่าใด ผลกระทบที่มนุษย์ต้องรับเคราะห์กรรมก็มีมากขึ้นเท่านั้น สมการนี้ชัดเจนมาโดยตลอด แต่ก็ดื้อตาไส ข่าวเรื่องการบุกรุกที่ดิน ข่าวขโมยตัดไม้พยุงและไม้มีค่าอื่นๆมีไม่เว้นแต่ละวัน ที่ซ้ำร้าย..ถ้ายางพาราราคาดีเท่าไหร่ ป่าไม้ก็ยิ่งเป็นป่าม้วยมากขึ้นเท่านั้น

เราจะบ้าทำลายป่าจนถึงตอสุดท้ายยังงั้นรึครับ!

เรื่องพวกนี้ผมพูดจนหลอดลมอักเสบ ตับไตไส้พุงก็พลอยกระเทือน หัวใจนั้นชีช้ำกล่ำปลีมานักต่อนักแล้ว แต่ก็ไม่ได้ผลอะไร กลายเป็นหมาเห่าเครื่องบิน สู้มาชวนคนสวยปลูกต้นไม้ ปลูกผัก ปลูกสมุนไพร ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ว่างๆก็มาช่วยกันทำอาหารเมนูอร่อยๆแจกกันชิม คนที่ชอบกินผักสารพัดชนิดก็หุ่นดีอารมณ์ดี แข็งแรงจนหนอนค้อนควัก

ที่ จ ริ ง ใ ค ร อ ย า ก จ ะ ทำ อ ะ ไ ร ดี ๆ ก็ ม า ป ลู ก ต้ น ไ ม้ กั น นี่ แหละ

ส่งผลดีต่อตัวเอง ต่อสังคม ต่อประเทศชาติและต่อโลกใบนี้

จะทำความดีอย่างไรละครับที่ได้คู ณ ค ว า ม ดี ตั้ ง ห ล า ย ต่ อ

ถ้าไม่รัก..ไม่ชวนหรอกนะเธอ..

ฝ่ายประสานงานจองตั๋วเครื่องบินและจองที่พักให้แล้ว ขากลับเครื่องบินออกจากดอนเมืองบ่ายโมงเล็กน้อย ไปโม้ก็ต้องลากกระเป๋าติดตัวไปด้วย พอพูดสรรคงไม่ได้ล่ำลาใครละครับกระโดดลงเวทีเผ่นไปขึ้นแท็กซี่ไปดอนเมือง

ถ้า ไ ม่ ทั น ก็ ต ก เ ค รื่ อ ง น ะ สิ

ตกเครื่องบิน มั น ค ง เ จ็ บ อ ก ก ว่ า ต ก ต า ล นะ เธอว่าไหม?

เผื่อกันเหนียว..อาจให้เขาซื้อตั๋วที่เปลี่ยนได้น่าจะดี

ผมเป็นสมาชิกนกคลับอยู่แล้วคงไม่ยากละมั๊ง

ถ้าตกเครื่องจริงๆ พี่แต๋วช่วยหิ้วปีกมาเป่าน้ำด้วยก็แล้วกัน อิ อิ..

ถ้าปลวกอ่านหนังสือ เท่ากับที่กินหนังสือ ปลวกฉลาดที่สุดในโลก

เสน่ห์เล็กๆน้อยๆในป่า

น้ำฟักทองปั่น

บินสำรวจป่าเลยตาเอ๊ยยายจะช่วย

เสน่ห์ของป่า

มาปลูกไม้สร้างบ้านกันเถอะ


เราจะต่อยอดความดีกันอย่างไร?

อ่าน: 1673

สวัสดีครับพี่น้อง อากาศหัวค่ำน่านอน ..จึงต้องย่องตื่นมารายงานรอบดึก ..วานนี้ ได้ขับรถตระเวนรอบๆบริเวณมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ โอ้โห..สภาพแวดล้อมยอดเยี่ยมมาก ด้านหลังมีป่าไม้ร่มรื่นรักษาไว้อย่างดี อาคารต่างๆออกแบบก่อสร้างได้สวยงาม แฝงเอกลักษณ์ของชาวสุรินทร์ แม้แต่ช้างหลายเชือกที่ปั้นแสดงภายในอาคารที่เรียกกันว่าตึกช้างก็มีลีลาน่ารัก บางตัวจมอยู่ในน้ำครึ่งท่อน ทำท่าโผขึ้นมาหาเพื่อนช้างด้วยกัน สมกับเป็นเมืองช้างยิ่งนัก

ผมมีความหลังฝังใจอยู่ที่เมืองช้างไม่น้อยนะเธอ

ตอนเด็กๆเคยมาเรียนอยู่ที่สะแร๊น 2-3ปี ก่อนที่จะเข้าบางกอก

ผมจึงพูดภาษาพื้นถิ่นได้พอสมควร

ภาษาขะแมร์..ก็พอขอโฮบบายได้อยู่นะเธอ

ญาติและเพื่อนๆก็มีอยู่เต็มเมืองสะแร๊น

มาสุรินทร์..>> ..ไม่แปลกหน้าแปลกถิ่นที่อย่างใด และสถาบันแห่งนี้ก็เคยมาเยือนหลายครั้ง แต่มาทีไรหลงทุกที ..คนแก่ก็อย่างนี้แหละเธอ จำได้แต่คนสวยสวยๆงามๆ ส่วนสถานที่เลอะๆเลือนๆ เป็นอิหยังก็บ่ฮู้ตื้อ..วันนี้จึงถือโอกาสขับรถหลงไปหลงมาชมสถานที่ทุกซอกทุกมุม หลงทางก็เป็นกำไรได้เหมือนกันนะเธอ

รวบรัดตัดตอน: การบันทึกรายการในครั้งนี้ ผู้จัดจะนำไปออกรายการทีวีชองเนชั่น วันไหนก็ยังบ่ฮู้เตื้อ ติดตามกันเองนะพี่น้อง เข้าเรื่องดีกว่า..หลังจากแนะนำตัวกันนอกรอบ ผู้ดำเนินรายการบอกว่า Key Word.. วันนี้คือ เราจะต่อยอดความดีได้อย่างไร? เราจะมองอนาคตข้างหน้า10ปีกันอย่างไร?

นี่คือคำถาม..บนเวทีสัมมนาแทนคุณแผ่นดินวันนี้

ค ว า ม ดี ก็ เ ห มื อ น ต้ น ไ ม้ นั่ น แ ห ล ะ เ ธ อ

ส่วนมากพออายุ 10 ปี ก็จะเติบโตแตกกิ่งก้านใบ ให้ดอก ให้ผล ให้อ็อกซิเจน ให้ความร่มรื่น ให้อาหาร ให้ยา ให้ๆๆ ยิ่งฝนพรำๆอย่างนี้..เกิดเป็นเครือข่ายยายฉิม ขึ้นมาอัตโนมัติ ผู้คนเข้ามาเก็บเห็ดในสวนป่าผมสนุกสนาน อึกทึกไปทั้งป่า

สะท้อนให้ว่า ถ้าดีจริง ความงดงามก็งอกงามมากขึ้นหลากหลายขึ้น

ถ้าไม่ปลูกต้นไม้..ก็ยากที่จะเห็น ยากที่จะเข้าใจ

ในเมื่อหัวใจเธอเป็นพลาสติกไปเสียแล้ว

ผมไม่สามารถพยากรณ์ได้ว่า 10 ปีจะเป็นอย่างไร

ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและพฤติการณ์ของไทยทั้งผองในขณะนี้

วันหน้า ขึ้นอยู่กับวันนี้

อนาคตของชาติวันหน้า..ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเหล่านี้

  • ถ้าคนไทยมีความสมัครสมานสามัคคีกันดี
  • ถ้าคนไทยทะนุบำรุงสถาบันหลักของชาติ
  • ถ้าคนไทยขยันขันแข็งใฝ่เรียนใฝ่รู้อย่างกระตือรือร้น
  • ถ้าคนไทยอยู่ในศีลในธรรมไม่วิ่งตามกระแสตื่นตูมจนน็อตหลุด
  • ถ้าคนไทยน้อมนำพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯมาเป็นหลักชัยชีวิต
  • ถ้าคนไทยทำหน้าที่คนไทย ไม่ลอยเพสังคม
  • ถ้าคนไทยรักษาหน้าประเทศไทย ช่วยส่งเสริมความเป็นไทย
  • ถ้าคนไทยสำนึกบุญคุณของความเป็นไทย
  • ถ้าคนไทยอยู่อย่างไทย กินอย่างไทย พึ่งตนเองให้มาก
  • ถ้าคนไทยรักกันเป็น รักประเทศไทย รักความเป็นไทย
  • ถ้าคนไทยช่วยกันปลูกต้นไม้คนละ 100 ต้นทุกปี
  • ถ้าคนไทย ฯลฯ

รอบแรก คณะวิทยากร “คนทำดีเพื่อแผ่นดิน” พูดตรงกันเรื่องการหวงแหนทรัพยากร ได้ลงมือดูแลรักษาและเสริมสร้างสภาพแวดล้อมเชิงกระบวนการ ต่างคนต่างทำหน้าที่ดูแล/ปลูก/และเสริมสร้างสภาพแวดล้อม ทั้งหมดทั้งมวลนี้ยังเป็นจุดเล็กๆ ที่พยายามขยายผลท่ามกลางกระแสบ้าคลั่งของการปลูกพืชเชิงเดี่ยว หลายพื้นที่โหมปลูกยางพารากันเป็นบ้าเป็นหลัง พริกต้นเดียวก็ไม่ปลูกคิดสั้นๆง่ายๆ ..อยากจะรวยมากๆ รวยง่ายๆ รวยเร็วๆ..แต่ก็เห็นเจ๊งทุกที

รอบที่2 ให้พูดเรื่องอุปสรรคและปัญหาของแต่ละท่าน ขออนุญาตให้เขียน เพราะปัญหาพูดไปมันก็ไอ้แค่นั้นแหละ เสียเวลา เดินหน้ากันดีกว่า

รอบที่3 ผู้ดำเนินรายการถามว่า..อีก10ปีเมืองไทยจะเป็นอย่างไร ก็ตอบว่า..เรื่องนี้คิดแล้วหนาว..ถ้าสภาพสังคมไทยเป็นอย่างนี้ อีก2ปีเศษเปิดประเทศรับอาเซียน เราจะเอาอะไรไปสู้เขา ในเมื่อเรายังไม่มีศักยภาพหรือกลยุทธอะไรที่ดีกว่า เข้มแข็งกว่า มั่นคงกว่า คนอื่นเขา ดูแต่ในครัวเรือนในบางกอกขณะนี้ ถ้าคนใช้ที่เป็น-พม่า-มอญ-ลาว-เขมรกลับประเทศเขา แม่บ้านคนไทยมิอกแตกรึ ในเมื่อคนไทยสมัยนี้ไม่ทำงาน หนักไม่เอาเบาไม่สู้ อยู่กันแบบอีแลแปแป๊ดไปวันๆ

ถามว่า..วันนี้เราอยู่กับความรู้อะไร?

มีความรู้เพียงพอแล้วหรือยัง

ถ้าจะแก้ปัญหา..ขอถามว่า..เรารู้ปัญหาของเราถ่องแท้แล้วใช่ไหม?

สมัยนี้ทั่วโลกวัดกันที่ความรู้ ไม่ได้วัดกันที่สนิมสร้อย..

พูดมากไปก็จะหาว่าขู่

เธอลองคิดดูสิ จีนปลูกยางพารามณฑลเดียวก็มากกว่าประเทศไทยไม่รู้กี่สิบเท่า แล้วยังประเทศอื่นอีกละ  อินโดนีเซีย ลาว พม่า เขมร เวียดนาม บ้าปลูกกันกี่หมื่นกี่แสนเฮกตาร์ อย่าชะล่าใจ ..เจ้ายางพาราพวกนี้ใบมันไปกองอยู่ข้างบน รากแก้วก็ไม่มี ต่อไปเกิดภัยพิบัติมากๆ เจอพายุฝนรุนแรงก็โค่นล้มระนาว คราวนี้แหละน้ำตาจะผสมน้ำฝน ราคาสินค้าทางการเกษตรที่ผลิตๆๆระดับต้นทาง ไม่แปรรูป ไม่พัฒนา มีแต่ตายกับตาย เปลี่ยนน้ำยางให้เป็นยางรถยนต์มากขึ้น ขายแข่งกับทั่วโลกได้ไหม? ในเมื่อวัตถุดิบอยู่ที่เรา มองสั้นๆแบบหางอึ่ง ก็เห็นว่าได้นิดๆหน่อยๆ ยังเป็นเจ้าใหญ่ของโลกไม่ได้ ทำไมถึงทำไม่ได้ มันติดกึกตรงไหน?

อีกไม่นานรถไฟหัวกระสุนจากจีน ก็จะวิ่งผ่านเราทะลุออกไปถึงสิงคโปร์โน่น สินค้าจากจีนก็จะมาแบบทะลักทะลาย สินค้าพวกนี้ราคาถูกกว่าเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผักผลไม้ สินค้ากระจุกกระจิก สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าเครื่องจักรเครื่องกล สังเกตดูก็ได้นี่หน่า..ตอนนี้สินค้าจีนเกลื่อนเมืองไทย ญี่ปุ่นที่ว่าแน่ๆยังจ๋อย มันจะเกิดอะไรขึ้นเธอรู้ไม๊ม๊ม๊..

ตอนนี้ ภาคการเกษตรล่มสลาย เกษตรกรหนีไปเป็นกรรมกร พ่อสมัย ราชเจริญที่นั่งติดกัน..ยืนยันว่าตนเองเป็นเกษตรกรรุ่นสุดท้ายแล้ว ลูกหลานหรือใครๆก็ไม่อยากจะเป็นเกษตรกร ทิ้งอาชีพบรรพบุรุษแบบล้างบาง ที่ฝืนทำก็ตกอยู่ในกำมือของขาใหญ่สาขาต่างๆดิ้นกระแด่ว  ใช้เครดิตล่วงหน้าทั้งนั้น ไหนจะค่าน้ำมัน ค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าแรงงาน ค่าดอกเบี้ย ทำมาหาได้ก็โดนหักกลบลบหนี้จนหืดขึ้นคอ แล้วมันจะเหลือสักเท่าไหร่ สุดท้ายก็เหนื่อยเปล่า ถ้าจะทำต่อก็กู้ต่อ ชะตากรรมมันเป็นอย่างนี้ ต่อให้มีบัตรเครดิตบ้าๆบอๆ100บัตรตามกระแสประชานิยม มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้หรอก ล้วนแต่ชวนกันเข้าไปอยู่ในโลกเสมือนจริงกันทั้งนั้น

ตอนต่อมา เราจะเห็นพ่อค้าแม่ขาย ร้านค้าของชำ ของปลีกที่เป็นห้องแถวทำมาค้าขายสินค้าโน่นนี้มานาน ต่อไปก็จะเห็นความล่มสลายของร้านค้าพวกนี้ เมื่อมีห้างใหญ่ๆมาตั้ง ศูนย์กระจายสินค้าก่อสร้าง ศูนย์กระจายสรรพสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภค ที่มีพร้อมสรรพ สะดวกสบาย ราคามาตรฐาน การบริการเป็นเยี่ยม เข้ามาแล้วซื้อหาได้ทุกอย่าง แถมยังอำนวยเรื่องจิปาถะ จองตั๋วรถทัวร์ตั๋วเครื่องบิน จ่ายค่าโน้นนี่ได้สารพัดนึก เธอก็คิดดูเถิด ร้านค้าย่อยจะอยู่ได้อย่างไร จะเอาเจ้าของร้านขายปลีกที่เกลื่อน2ข้างถนนไปไว้ที่ไหน สุดท้ายห้างร้านย่อยพวกนี้ก็จะค่อยๆ ฝ่อไป ฝ่อไป.. ใช่ไหมละเธอ?

ตอนต่อไป เราก็จะเห็นโรงงานอุตสาหกรรมบางส่วนยุบตัวลง โรงงานที่เคยผลิตสินค้าบางอย่างมายาวนาน ผลิตแล้วราคาขายสู้ของถูกจากประเทศยักษ์ใหญ่ไม่ได้ จะทู่ซี่ขาดทุนได้สักกี่น้ำ  สุดท้ายก็จะปิดโรงงานเป็นแถว คราวนี้แหละเธอเอ๋ย จะเอาฉันทนาไปไว้ที่ไหน หนุ่มสาวโรงงานก็จะตกงานเป็นกะบิ

ที่บ่นๆ..มีแนวทางแก้ไขไหมละ!

ก็อย่างที่เรา4คน มาบอกเล่นกันนี้แหละ ต้องหันมาดูตัวเอง ศักยภาพของเราเอง ภูมิปัญญาของเราเอง ถ้ารายเล็กรายน้อยช่วยกันทำการเกษตรแบบพึ่งตนเอง เอาพระราชดำริของในหลวงมาเป็นหลักการ ลงมือบริหารความรู้ความคิดของตนเอง ทำบริเวณพื้นที่อยู่อาศัยและทำมาหากินให้ร่มรื่น ปลูกพืชผักต้นไม้ให้เต็มพื้นที่ ทำอยู่ทำกิน ให้มีอยู่มีกิน จะเห็นทางออกทางรอด

สุดท้ายโลกก็จะตีกลับหันมาทำเกษตรอินทรีย์นี่แหละ

การเกษตรแบบอื่นมันเป็นเกษตรแบบล้างผลาญ

เป็นเกษตรแบบมักง่าย

อาหารการกินจะแพงๆๆและไม่ปลอดภัยอีกต่างหาก

เธอจะทำจะกินอะไรละ ถึงจะอยู่ได้อย่างปกติสุขและปลอดมลภาวะ

ผมเคยเล่าแล้วว่าที่สวนป่า ตื่นเช้าขึ้นมาบรรยากาศเย็นสบาย ชงเครื่องดื่มมานั่งจิบฟังเสียงนกเขาขัน นั่งอาบแดดท่ามกลางอากาศอุ่น หิวขึ้นมาก็ถือตะกร้าเดินไปตัดผักข้างบ้าน ฉับ ฉับ โยนลงกระทะลงหม้อไม่กี่นาทีก็ได้อาหารเพื่อสุขภาพ สรุปว่า..ให้พยายามพึ่งตนเองให้มาก อยู่เจียมห่มเจียม  ไม่ควรเป็นมนุษย์บ้าเครดิต ไม่อย่างงั้นก็จะสาละวนหาเงินจนหัวโตเพื่อไปจ่ายหนี้ๆๆๆ จนหนีไม่ออกแล้วคุณภาพชีวิตก็เน่าๆๆๆ เหม็นๆๆๆๆ

ความอิสระนั้นมนุษย์คนไหนก็โหยหา

ถ้าคิดไม่ทะลุก็เสมือนเราตกอยู่ในเรือนจำ จำใจทำ จำใจอยู่ จำใจทรมานใจ

อย่าคิดว่ามนุษย์เงินเดือนจะมั่นคงสถาพรเหมือนเก่า

ลองพิจารณาเป็นมนุษย์เงินดินดูบ้างนะน้อง

เราเกิดมาและอยู่ไดไม่กี่ปี จะล้างผลาญโลกทำไมกันนักกันหนา อีกไม่นานหรอนะเธอ เราจะเห็นว่ากระแสมนุษย์โลกที่บริหารด้วยกิเลศนั้นมันจะพังทลายทั้งระบบ มันไม่มีอะไรมั่นคงมั่นยืนแม้แต่น้อย ค่าเงินทั่วโลกกำลังง่อนแง่น พลังงานต่างๆนับวันจะแพงขึ้นๆ สภาพแวดล้อมติดลบมากขึ้นๆ ปัญหาสังคมสะสมและซับซ้อนมากขึ้น ภัยพิบัติต่างๆกำลังมาเยือนหนักหน่วงและกระชั้นถี่ขึ้น  คิดแล้วหนาวไหมละเธอ..มาปลูกผัก ต้นไม้ กับพี่ไหมละน้อง

  • ช่วยกันทำปลูกอยู่ปลูกกิน
  • ช่วยกันทำเรื่องธรรมดาให้เป็นเรื่องพิเศษ
  • ช่วยกันดูแลกันเอง พึ่งพากันเอง
  • ช่วยกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้
  • ช่วยกันยกเครื่องความรัก ความคิด ความรู้ ให้บรรเจิด
  • โลกทั้งใบอยู่ในกำมือเรานี่แหละ

มีอะไรก็เอามาลงขัน แม้แต่รอยยิ้มก็รับไม่อั้น คนไทยไม่ดูแลหัวใจน้อยๆของผองไทยด้วยกัน เธอจะไปฝากอนาคตไว้กับใคร ..ลูกหลานก็ขอให้ตั้งหน้าตั้งตาเล่าเรียนอย่างเต็มสติกำลัง ครูบาอาจารย์ก็ตั้งสติตั้งใจสอนอย่างสุดฝีไม้ลายมือครูไทย ถ้าทำให้คนไทยมีนิสัยชอบเรียนรู้ รักการค้นคว้า ใส่ใจกับการพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเอง เราก็จะสามารถสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ แล้วพัฒนาไปสู่สังคมอุดมปัญญาได้

เมื่อมีความรู้พอตัว เอาตัวรอดได้ มันถึงจะพอคลายความกังวลได้ ว่าในอนาคต10ปีข้างหน้าเธอจะอยู่กันในสภาพใด ซึ่งตอนนั้นผมก็คงจะกลับบ้านเก่าไปแล้ว จะได้นอนตาหลับรึเปล่าก็ไม่รู้

จึงพิลาปรำพันรำพึงมาเสียยาวเหยียด

หวังใจว่า..คงไม่ใช่สีซอให้ควายฟังนะเธอ

เพราะควายหายไปเข้าโรงงานลูกชิ้นหมดแล้ว

เรื่องชาติบ้านเมือง เรื่องชีวิต จะเป็นฉันใดเล่า

ถ้าตีบทไม่แตก อนาคตเรานั่นแหละจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

เฮ้อ! เขียนเรื่องหนักๆแล้วเหนื่อยเป็นบ้า

ถ้า ไ ม่ เ ห็ น ค อ ม เ ม น ท์ ค น ส ว ย   เ ป็ น ล ม แ น่  อิ อิ..

มาเมืองช้าง ไปไหนๆก็เจอแต่ช้าง

เตรียมขึ้นเวที

บนเวที

ผู้ฟัง

อนาคตจะไปเลือกทางไหน?

เห็ดที่มาของเครือข่ายยายฉิม

มะรูดหล่นมาเป็นเข่งๆ

หนทางข้างหน้า

เสียงจากฝ่ายอุตสาหกรรม



Main: 0.033405065536499 sec
Sidebar: 0.072712898254395 sec