ร้อยรู้มิสู้หนึ่งทำ

อ่าน: 984
  • การเรียนรู้ใดๆในโลกนี้ คงไม่มีวิธีไหนดีที่สุด ถ้าปล่อยให้เป็นธรรมชาติ เราก็ควรสังเกตุว่าในธรรมชาติเป็นอย่างไร ทุกวินาทีไม่มีการหยุดนิ่ง ไม่มีต้นไม้ มด แมลง ตัวไหนขี้เกียจ เท่าที่เห็นต่างขมักเขม้น เมล็ดไม้ร่วงหล่นลงมา ได้ความชื้นจากเมล็ดฝน เปลื่อกนอกที่ห่อหุ้มนุ่มนิ่ม กระบวนการภายในเริ่มขยับขยายที่ละเล็กละน้อย ออกเป็นตุ่มไตเล็กๆแล้วยืดขยายขึ้นตามลำดับ ได้น้ำได้ปุ๋ยได้แสงแดด ก็จะยืนหยัดยั่งรากแก้วแทงทะลุชั้นดินดาน เป็นเสมือนเสาเข็มยึดลำต้นให้แข็งแรง ส่วนรากฝอยนั้นเล่า แผ่ขยายไปตามผิวพื้นดินเพื่อดูดอาหารทั้งน้ำทั้งปุ๋ย ลำเลียงผ่านท่อขึ้นไปให้ใบปรุงอาหารที่เราเรียกว่าการสังเคราะห์แสง ใบยังช่วยกระจายความชื่นผ่านรูใบ ต่อเมื่อใบแก่ก็ร่วงหล่นลงมาปกคลุมผิวดิน รอวันเป็นปุ๋ยให้ดูดซับขึ้นไปเลี้ยงตัวเอง กิ่งก้านที่โตขึ้นเป็นเสมือนโครงเหล็กที่ยื่นออกไปรอบๆลำต้น ค่อยๆแผ่ขยายพื้นที่ร่มเงาให้เกิดความชุ่มชื้น ผิวดินไม่แห้งกระด้าง ทำให้รากฝอยอาหารได้สะดวก เรือนยอดนอกจากจะขยายด้านข้างแล้วยังขยับขึ้นไปเบื้องบนตามลำดับ เมื่อได้อายุตามสมควรก็จะออกดอกออกผลแพร่ขยายพันธุ์ต่อไป

มนุษย์เรามีความรู้เกี่ยวกับระบบของธรรมชาติแค่หางอึ่ง

ถ้าศึกษาเอาแบบอย่างสังคมป่าไม้มาใช้

โลกใบนี้จะน่าอยู่กว่านี้สักล้านเท่ากระมัง

  • ความรู้ของมนุษย์ปนเปื้อนไปด้วยกิเลส

เอาผลประโยชน์แทรกซ้อนมาสังเคราะห์สังคม

บางประเทศโหยหา ดิ้นรน เรียกร้องไอ่อย่างเลวกลับมาเป็นผู้นำ

มนุษย์ปั่นหัวปลุกกิเลสกันทุกเมื่อเชื่อวัน

ลองนึกดูเถิด นางพญาปลวก จ่าโขลงช้าง หรือแม้แต่นางพญาผึ้ง

ล้วนมีภาวะผู้นำที่เสียสละเพื่อเผ่าพงศ์ของตนแทบทิ้งสิ้น

ไม่ได้กอบโกย ไม่ได้ทำลายระบบคุณธรรมของชาติ ไม่ได้ทำลายสถาบัน

สังคมใดที่มีจ่าโขลง มีนางพญาระยำตำบอน ..จะอยู่ จะแข่งขันกับใครเขาได้

มีแต่จะนำพาชาติพันธุ์ของตนเองเข้าสู่่ห้วงหายนะ

  • ตรงกันข้ามกับสังคมธรรมชาติที่อยู่กันด้วยความเอื้ออาทร ไม้เล็กไม้ใหญ่พึ่งพากันได้ ถึงแม้จะมีระบบการแข่งขัน เช่น การสูงชะลูดขึ้นไปเพื่อหาแสงแดด แบบแผนของธรรมชาติก็จัดสรรกันอย่างยุติธรรม ทำให้เกิดพืชเครือเถาว์เกี่ยวกระหวัดลำต้นไม้ใหญ่ไต่ขึ้นไปหาแสงแดดได้ ต้นไม้ไม่มีกลอุบายเลวร้ายใดๆต่อกัน ไม่อย่างนั้นป่าไม้จะร่มรื่นเป็นที่อาศัยของสรรพสิ่งในโลก เผื่อแผ่อ็อกซิเจนให้เราได้หายใจรึครับ
  • ถ้าจะมองหามิตรไมตรี ความเอื้ออาทร ความดีความงาม คุณประโยชน์และการสร้างประโยชน์ได้ปราศจากเงื่อนไข เธอไม่ต้องไปแสวงหาทฤษฎีบ้าๆบอๆที่ให้ยุ่งยากหรอก เข้าเรียนรู้หลักการและวิธีการของธรรมชาติ ให้ถ่องแท้ มนุษยชาติก็จะมีชุดความรู้ที่เป็นระบบโยงใยถึงกันสร้างความปกติสุขและสันติสุขได้ ไม่ต้องอยู่ด้วยการเอารัดเอาเปรียบด้วยการใส่หน้ากากหากัน
  • จริตของมนุษย์แต่ละประเทศที่เราเห็นๆนั้น

ล้วนเป็นมายาของมนุษย์ที่พยายามจะหลอกกันเอง

เมื่อต่างฝ่ายต่างมีจริตด้วยกันมันก็เลยกลายเป็นวัฒนธรรมของมนุษยชาติที่นำไปสู่ความเสื่อม

ความรู้ที่มนุษย์มี..เป็นความรู้ที่ไม่สะอาดและปลอดภัยพอ

ทุกกลุ่มความรู้ล้วนมีมลภาวะเป็นเงาแอบแฝงไว้ด้วยทั้งสิ้น

  • ไม่ จำ เ ป็ น ต้ อ ง เ ชื่ อ ต า ม ที่ เ ล่ า นี้ ห ร อ ก น ะ ค รั บ

ในเมื่อเราต่างก็มีดีเอ็นเอสายพันธุ์ของเจ้าสัตว์ที่ชื่อว่ามนุษย์กันทุกคน

รึเรามีสติจำกัดที่จะเรียนให้หลุดพ้นได้

รึเรากำลังมะงุ้มมะง่าหราอยู่กับสันดานตนเอง

รึเราตาใจบอดสีไม่มีวาสนาพอที่จะนำพาตนเองมากอดต้นไม้

  • เธอไม่มีใจให้แก่ผู้ที่ประกอบการสิ่งดีงามให้เธอ
  • เธอต่างก็รู้เห็นความงดงามตามธรรมชาติ
  • เธอเห็นแล้ว..ก็งั้นๆ..กระตู้วู้นิดหน่อย..แล้วก็กระด้างเหมือนเดิม
  • เธอ เธอ และเธอ ..มี หั ว ใ จ เ ป็ น พ ล า ส ติ ก ไปเสียแล้ว



Main: 0.020572185516357 sec
Sidebar: 0.068908929824829 sec