วิธีสมานฉันท์ฉบับสวนป่า

อ่าน: 1697

(แกงป่า) 

ในช่วงสงกรานต์ เท่าที่ตามอ่านพวกเราหลายคนอยู่กับบ้าน ทำกับข้าวอร่อยๆ..แล้วเอามาเล่าสู่กันฟัง ผมก็เอาบ้างสิครับ ตั้งแต่มาบำเพ็ญพรตนอนขดอยู่ในกระต๊อบ เพื่อทดลองใช้ชีวิตแบบแบกะดิน ที่มุ่งเรื่องประหยัดประโยชน์และเอื้ออาทรต่อธรรมชาติ ..ตื่นเช้ามาก็ถือกล้องกับตะกร้าเดินกะด๊อกกะแด๊กไปทักทายเพื่อนร่วมโลก

เห็นผักต่างๆมันสดงามเหลือเกิน

จึงคิดในใจว่าจะลองแกงป่าสำหรับเช้านี้

เสียบหม้อหุงข้าวไว้  แล้วออกทัศนาพื้นที่

ก่อนกลับ วกเข้าแปลงผัก เอากรรไกรตัดมะเขือพวง ตำลึง ฟักทองอ่อน มะเขือเทศ ใบอ่อมแซบ ต้นผักขมจีน เอายอดมะระขี้นกนิดหน่อย พอให้มันออกรสขมอำลำ เอาผักอีตู่เป็นตัวชูรส มาถึงเคหาก็ตั้งหม้อ ล้างผักหั่นๆเด็ดๆใส่ลงไป ขี้เกียจตำเครื่องแกง ค้นหาน้ำพริกปลาย่างสำเร็จรูป โฆษณาให้ก็ได้ “พันท้ายนรสิงห์” เติมเกลือหน่อย ขยุ้มผักลงน้ำเดือด

ปิดฝา..แล้วนั่งยิ้มรอ..เวลาอันสมควร..

เรื่องทำอาหารให้สนุกมันต้องขาใหญ่นัดมาประชันกันในป่า

ชวนพี่แต๋ว พี่โบว์ พี่เล็ก พี่อร ไอ่แห้ว ไอ่ตาหวาน หนูเก๋ หนูกุลนที

มาปะทะเสน่ห์ปลายจวักสักวัน

รับรองเธอเอ๋ย..ป่าแตกแน่ๆ

 

ระหว่างนั่นรอแกงเดือด มีรถวิ่งเข้ามา อ้าว! คุณโยธิน ละมูน ผู้จัดการฝึกอบรมบริษัท TT&Tกับภรรยาลงรถ.. บอกกล่าวเล่าแจ้งว่าไปเที่ยวบ้านภรรยาที่อุบล ผ่านมาจะไปเพชรบูรณ์ ก็เลยแวะมาเยี่ยม เอาผ้าโสร่ง ผ้าถุง หมูยอ และผลไม้ป่า“บักแงว” มาฝาก ต้องเดินทางข้ามเขาไปไกล จึงแวะแว๊บๆแล้วเดินทางต่อ

คุณโยธิน ทักว่า..พ่อผอมไปนะ

ก็เล่าให้ฟังว่า..ช่วงนี้ใช้ชีวิตแบบฤๅษี

หุ่นถึงดีอย่างนี้..

ใครเคยเห็นฤๅษีลงพุงบ้าง  ไม่มีหร๊อก

เว้นแต่พวกซูโม่จะหนีมาบวชเป็นฤๅษี..ไม่แน่

 

(บักแงว)

หลังจากแขกกลับ  ผมก็มาสาละวนเรื่องปรุงอาหาร  ใส่โน่นนิดนี่หน่อย ชิมบ่อยๆจนพอใจ ..แหม อร่อยจนนึกชมตัวเอง อยู่คนเดียวจะพูดกับใครละ ถ้าไม่ถือโอกาสโม้ทางFB. ไม่รู้ว่าพันธมิตรคนสวยจะมีใครอยู่ตอนนี้หรือปล่าว คุณแนนซี่อยู่เบลเยี่ยมก็คงยังไม่ตื่นมั๊งเมื่อคืนแกโม้กับคนโน้นคนนี้จนลืมนอน ยังไงๆอ่านแล้วก็ส่งข่าวกลับมาบ้างนะ อย่าใจดำอ่านทิ้งอ่านขว้างนักเลย ช่วยกันให้กำลังใจฤๅษีหัวเดียวกระเทียมลีบหน่อยเถิด

ใครๆก็คอมเมนท์ฟรีทั้งนั้น  ไม่ต้องเสียตังค์

ถ้ามีการเก็บเงินค่าคอมเมนท์ก็ว่าไปอีกอย่าง

ชาวเราควรจะหันมาช่วยกันสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้จากใจสู่ใจ

นึกถึงหัวอกเขาหัวอกเราบ้าง

อย่าแห้งแล้งน้ำใจนักเลย

ควรเริ่มพัฒนากระบวนการทางสังคมให้เป็นรูปธรรม

ไม่อย่างนั้น..สังคมสมานฉันท์ สังคมปรองดองจะเกิดขึ้นได้อย่างไร?

  • จะเป่าหยิงฉุบเอาก็ไม่ได้หรอก
  • จะปั่นแปะเอาก็ไม่ได้หรอก
  • จะโยนหัวโยนก้อยก็ไม่ได้หรอก

เรื่องอย่างนี้มันต้องสะสมให้มีที่ไปที่มา

ไม่อย่างนั้นเรื่องสมานฉันท์ก็เป็นแค่ทำนองเพลง

..คุณไม่รักทำไมไม่บอก ..มาลวงมาหลอกกันเล่นทำไม 

สมานฉันท์ กับ หลอกฉัน มันเหรียญคนละด้าน

ไม่มีใครเหมือนผมหรอกนะ

พร้อมที่จะสมานใจกับคนสวยทั่วราชอาณาจักร

 ฮัดๆๆๆเช๊ยยยย!


แม่นกฮูกตาโต

อ่าน: 1324

 

เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับพี่น้อง อยู่ในป่าก็มีแต่เรื่องป่าๆเถื่อนๆมาเล่าให้ฟัง ตื่นเช้ามาเดินไปไหนก็จะเจอเรื่องใหม่ๆถ้าเราช่างสังเกต ยกตัวอย่างเช้านี้เดินไปดูพื้นที่ถมใหม่ พบว่ามีเมล็ดไม้ปลิวมาตกจำนวนมาก ต้นไหนอยู่ใกล้ก็จะโปรยลงมามากหน่อย มีเมล็ดของไม้โมก..มีภู่บางเป็นทรงกลมรอบตัวเหมือนร่มสีขาวเล็กๆ ถูกลมพัดละลิ่วมาสวยมาก จากรูปทรงเบาหวิว..ตกลงมาแล้วก็ยังปลิวระเรี่ยดินไม่ได้หยุดนิ่ง คงลอยไปจนติดอะไรสักอย่าง ก็จะตกพื้นรอวันงอก ส่วนเมล็ดไม้ที่มีน้ำหนัก เช่นฝักของขี้เหล็ก จะมีเมล็ดดแข็งเคลือบมันอยู่ข้างไหน ตกลงที่ไหนก็แทรกเกิดในพื้นที่ตรงนั้น

  • ถ้าเราปลูกไม้จนมีอายุออกเมล็ดแล้ว
  • พันธุ์ไม้ก็กระจายพันธุ์ด้วยตัวเอง
  • ผมเดินดูไม้รุ่นใหม่ที่งอกหลังบ้านคอน
  • พบว่ามีลูกไม้ดีๆเกิดเยอะมาก..แปลกตรงที่มีไม้ข่อย หวาย พยุง เกิดหนาตา
  • ปัญหาคือ..เราจะบอกคนกรุงได้อย่างไรว่าไม้ไหนควรตัดและไม่ควรตัด
  • เพราะมีลูกไม้แทกปนเปกันหลายสิบชนิด

ดังนั้น..สารบัญหน้าแรก

อาจจะให้เรียนวิชาลองถูกลองผิดก็น่าจะได้

เพราะไม่เสียหายมากมายอะไร

โดยจะชี้ชวนชมชนิดไม้รอบสองรอบ ..

หลังจากนั้นจะตัดหางปลอ่ยวัด ..เอ๊ย! ให้สำแดงฝีมือแบบกล้าได้กล้าเสีย

ไม่ต้องยึกยัก..ซัดโลด ..คนสอนร่วมรับผิดชอบอยู่แล้ว

ที่สวนป่าเลี้ยงไก่ป่าลูกผสมจำนวนหนึ่ง นานวันเข้า ไก่ที่มีเลือดป่ามากๆก็จะค่อยขยายบริเวณหากินออกไป  ออกไป ไม่ชวนกันมานอนใกล้ๆบ้าน แต่ไปนอนบนคาคบในป่า แต่ก็ยังอาศัยอยู่รอบๆบริเวณสวนนั่นแหละ เพราะรอบนอกที่ดินคนอื่นจะปลูกยางพารา มันสำปะหลัง ซึ่งไม่เหมาะที่สัตว์ป่าจะไปอยู่หากิน ไก่ป่าที่ว่านี้..ยังขันให้ได้ยินทุกๆคืน เจอตัวก็จะวิ่งตกอกตกใจ..อย่างกับจะเป็นจะตาย ไม่ยอมเข้าใกล้คนนี่ถ้ามีป่าใหญ่คงบินหนีหายไปแล้ว ผมไม่เสียดายอะไรหรอก กลับดีเสียอีกที่มีไก่ป่ามาอาศัยคุ้ยเขี่ยลดจำนวนปลวกและแมลง ถ้าออกลูกออกหลานเยอะเหมือนสมัยที่แถวนี้ยังเป็นป่าดงดิบ

ไก่ป่าเป็นโปรตีนที่ชาวป่าไปโป้งๆเป็นครั้งคราว

ต่อจากป่ามาเรื่องแมว ที่ในสวนป่ามีหนูเยอะมาก หนูขยายพันธุ์ได้เร็ว เพียงครอกหนึ่งจะขยายแบบทวีคูณได้นับพันตัว เมื่อก่อนมีนกเค้าแมว เหยี่ยว นกกระปูด และงูเป็นตัวคอยควบคุมปริมาณหนูไม่ให้เอื้อซ่า ..ต่อมาสัตว์ที่เป็นศัตรูหนูโดนยาฆ่าแมลงลดจำนวนลงมาก

แมวไม่อยู่หนูจึงร่าเริง..

เรื่องกำจัดหนูทดลองมาหลายวิธี เลี้ยงแมวไว้ดีที่สุด แมวแต่ละตัวมีนิสัยไม่เหมือนกัน บางตัวขี้เกียจกินอาหารอิ่มแล้วนอนอุตุ บางตัวชอบล่าหนูเป็นชีวิตจิตใจ จะออกไปมอบนิ่งรอหนูอยู่ในสุมทุมไม้อย่างเงียบเชียบ ล่าหนูมาเลี้ยงลูกได้อยู่เรื่อยๆ มีช่วงหนึ่งพวกชาวบ้านมาขโมยล่าแมวไปทำกับแกล้ม พอแมวหาย..หนูยกโขยงมากัดมุ้งลวด เบาะที่นั่ง เข้าไปกัดสายไฟใต้ท้องรถยนต์ สร้างปัญหาให้ปวดหัวอยู่เสมอ คงต้องรีบหาแมวมาเลี้ยงโดยเร็ว

อีกพวกหนึ่งที่ช่วยกำจัดหนูโดยวิธีธรรมชาติได้มาก คือพวกงูสิง งูเห่า หายไปไหนก็ไม่รู้ งูพวกนี้ตัวใหญ่ล่าหนูเก่ง คนงานชอบจับงูสิงมาผัดเผ็ดกระเพรา ถ้าผมเจอก็จะขอให้ปล่อย งูออกไข่ปีหนึ่งหลายสิบฟอง ช่วงฝนตกใหม่ๆพอแดดออก งูสิงจะออกมานอนหลับตานิ่งๆในที่โล่ง เดินไปถ่ายรูปใกล้ๆก็ยังนอนอาบแดดสบายเฉิบ ปกติงูที่ไม่มีพิษจะกลัวคน จะวิ่งปรูดหายวับอย่างรวดเร็ว ตรงกันข้ามกับงูมีพิษ เช่นงูเห่า จะเลื้อยแช่มช้า เพื่อจะสำแดงศักดาว่าข้ามีเขี้ยวพิษมหาภัยป้องกันตัวนะโว้ย จึงเลี้อยไปขู่ไป

ผมเคยเห็นงูเห่าพ่นพิษใส่นัยน์ตาหมา

หมาดิ้นร้องชักดิ้นชักงอเลยละครับ

ถ้าโดนพิษจังๆ..อาจจะตาบอดได้

สภาพสวนป่าตอนนี้ ไม่มีแมวเหลือสักตัว เจ้าเป๋ไปติดแมวสาวในหมู่บ้าน ไม่กลับมาเปลี่ยวใจในสวนป่าอีกแล้ว งูก็หายไปไหนหมดก็ไม่รู้ กระแตก็สู้หนูไม่ไหว นกกระปูด เหยี่ยว นกเค้าแมวยังมีปริมาณไม่สมดุลย์ นกเค้าแมวยังพอมีอยู่บ้าง รู้ได้จากเสียงร้องยามค่ำคืน กลางวันจะซุกตัวหลับนอนในโพรง

ผมเคยเลี้ยงนกฮูกตาโตสายพันธุ์เขมร เลี้ยงตั้งแต่แบเบาะขนอุย ป้อนไข่ หัวอาหารไก่ เนื้อบ้าง จนเติบโตตัวลายพร้อมสวยงาม ดวงตาโตกลิ้งกลอกพร้อมๆกับส่ายคอ ผมไม่ได้เลี้ยงขังแต่ก็เชื่องมาก ..ปล่อยให้บินไปมาอิสระ กลางคืนจะบินเกาะกิ่งไม้นอนข้างหน้าต่าง ถ้ามีเสียงอะไรกร๊อกแกร๊ก

เจ้าฮูกจะเอาจงอยปากบนล่างกระทบกัน

เสียงดังมาก..เป็นสัญญาณเตือนบอกเรา

เลนล์ตานกฮูกโต ทำให้มองกลางคืนได้ชัด

ฮูกตัวนี้นอกจากตาดีหูยังดีอีก

ถ้าเราส่งเสียงเรียก..จะบินออกจากป่ามาเกาะที่แขนเราเบาๆ ถ้าฮูกเอาเล็บขยุ้ม..แรงๆเหมือนจับหนูแขนเราเลือดสาดแน่ แต่นี่เขารู้ว่า..เป็นเรา จึงจับเบาๆพอทรงตัวอยู่ได้ ตอนหลังฮูกบินไปเที่ยวในหมู่บ้าน คงจะโดนคนเกเรเอาปืนแก๊ปยิงตาย ผมเศร้า..คิดถึงฮูกอยู่หลายปี ทุกวันนี้เห็นลูกฮูกในป่าก็คิดถึงเขา

ที่ผมปลูกต้นตาลในสวนมากๆ

ก็เพื่อที่จะให้ฮูกเข้าไปหลบนอนตอนกลางวัน

บัดนี้..ฮูกแสนรักจากลาไปแล้ว

คงมีแต่สายพันธุ์ฮูกลูกหลานมาอาศัยเป็นครั้งคราว

พวกเรารู้จักพยัญชนะตัวสุดท้ายก่อนที่จะเห็นตัวจริง

เด็กในกรุง..พ่อแม่พาไปชมที่เขาดินได้

เด็กบ้านป่า..นอนฟังแต่เสียง

อีตาแก่..เอาเรื่องมาเล่าท้าวความหลัง

 

ผมเห็นสาวๆใส่แว่นตาโต

เข้าใจว่านักออกแบบคงจะเอาความคิดมาจากตานกฮูกก็ได้นะ

สาวๆคนไหนยังไม่มีแว่นกันแดดตาโตไปซื้อเสียนะ

ทำไมละ..จะได้มองดูเหมือนนกฮูกยังไง

คุณสตรีชอบมีตาโตๆกันมิใช่รึ

บางคนทนเจ็บยอมไปแหกตาให้โตขึ้นเพื่อความสวยงาม

แต่ถ้าไปเจอหมอผ่าตัดฝีมือไม่ดี ..

ตาปลิ้นเหมือนนกฮูก น่ากลัวมากว่าน่ารักนะเธอ

ถึงเราจะตาเล็กตาน้อยก็ไม่กระไรหรอก

ขอแต่ให้หัวใจพองโตจากการทำความดี

อ่านแล้วก็คอมเทนท์บ้าง..จะได้จิตใจเติบโต  อิอิ..


เผือกยักษ์แม่เอ๊ยยย

อ่าน: 3797

ป้าสอนปลูกเผือกยักษ์

ปัญหาของโลกนับวันจะเพิ่มขึ้นๆตามจำนวนพลเมืองโลก เพราะแต่ละชีวิตผู้คนต่างก็พกปากท้องและกิเลสมาด้วย มากน้อยแตกต่างกันไป เท่าที่สดับรับฟังทุกประเทศต้องการเพิ่มจำนวนพลเมือง หรือบางประเทศไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะคนเพิ่มขึ้นอัตโนมัติอยู่แล้ว บางประเทศถึงกับส่งเสริมให้พ่อตัวดีมีภรรยาถูกต้องตามกฎหมายได้ 4 คน พวกเจ้าชู้ประตูดินก็พลอยสบายไป แต่บางประเทศที่พลเมืองล้น ได้คิด..กำกับจำนวนพลเมืองโดยตรากฎหมายให้แต่ละครอบครัวมีบุตรได้คนเดียว

ประเทศไทย..คิดเล่นๆทำเล่นๆตามสไตล์พี่ไทย

แจกถุงมีชัย ประโคมข่าวเรื่องทำแท็ง ..แล้วไงต่อละ

มันก็ไอ่แค่นั้นแหละ..

ปัญหาไปโผล่ที่ผู้สูงอายุ พวกบ้าตัวเลขGDP.มองว่า..คนแก่เป็นตัวถ่วง..อัตราความก้าวหน้าของประเทศ เห็นพวกคนแก่หนังเหนียวเป็นภาระะของสังคม..สงสัยว่า..พวกนี้มันจะออกมาจากกระบอกไม้ไผ่  เกิดมาถึงเห็นแก่ได้แก่ตัว ทำอะไรเพื่อตัวเอง โคตรเห็นแก่ตัวเลยมนุษย์สายพันธุ์นี้ พวกบ้าGDP.ปลอมๆ..

มันไม่แก่บ้างให้มันรู้ไป..

สังคมความรู้เสมือนจริงน่ากลัวนัก เขาไม่ตระหนักหรอกว่าชีวิตที่ขาดจิตวิญญาณนั้นเป็นอย่างไร ผมโชคดีมากที่เป็นคน2เวอร์ชั่น เคยอยู่ทั้งในชนบทและเข้าไปอยู่ในเมือง รู้ใส้รู้พุงทั้ง2มิติ ผมจึงดีใจกับคอนดรั๊กเตอร์อย่างมาก ที่เขาสละชีวิตในเมืองที่อยู่มาจนรู้แทบเป็นเนื้อเดียวกัน มาเติมเต็มการใช้ชีวิตในชนบท ถ้าดำเนินชีวิตครบ2ภาคได้ก็จะสมบูรณ์ในทุกบริบท

ลูกกรุงก็ได้ ลูกทุ่งก็ดี ไปต่างประเทศก็พอไหว

แต่คอนฯเขาไม่ธรรมดานะเธอ พี่น้องทุกคนเรียนวิศวะทั้งบ้าน แถมยังเป็นจอมยุทธแต่ละด้าน คนน้องที่เคยพามาเป็นมือเซียนก่อสร้างระดับโลก น้องอีกคนที่จะพามาเร็วๆนี้ เป็นจอมยุทธทางด้านไฟฟ้า ด้านพลังงาน เธอลองนึกดูเถิด ..ถ้า3พลังบวกลงมาเขย่าหมู่บ้านโลก จะเป็นฉันใด ผมละกระดี๊กระด๊าที่สุด ตามที่ฤาษีอ้นเคยวิพากษ์ไว้..

“เล็กๆไม่ ใหญ่ๆครูบาทำ”

>> พระพุทธเจ้ามีความเพรียบพร้อมทางโลกสูงส่งมหาศาล

พระองค์ก็ยังเสด็จมาแสวงหาความรู้ในธรรมชาติอย่างล้ำลึกจนหยั่งถึงพุทธภูมิ

พระองค์ไม่ได้เสด็จด้วยเครื่องบิน รถทัวร์ รถส่วนตัว หรอกนะ

แอบย่องมากลางดึกกับลูกน้อง2คน

ขี่ม้าบักจ้อนบุกป่าฝ่าดง..เธอเอ๋ยแสนจะลำบาก

พวกเราเองเสียอีก..จะออกไปสัมผัสความรู้อะไรสักอย่าง

ดูมันมากเรื่องเหลือเกิน..ติดโน่นติดนี่..มีข้ออ้างแบบคนขี้โลเล

สุดท้ายก็กลายเป็นพวกด้อยโอกาสไปอย่างน่าเวทนา

ความรู้ไม่พอใช้..หัวใจก็ยังไขว้เขว

..สวยแค่ไหนก็ไม่ปล่อยให้หนุ่มกลัดมันไล่ปล้ำหร๊อกน่า..

เว้นแต่สมภารจะตะบะแตกเสียเอง  อิ อิ..

เอาแค่เรื่องง่ายๆ..เธอนึกบ้างไหมว่า..ที่คนเมืองรับประทานอาหารในสภาพทุกวันนี้ จะหนีรอดไปจากโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันได้ หมอระบุว่าคนทั้งโลกป่วยตายเพราะ4โรคนี้ในลำดับต้นๆ ยิ่งเจริญก็ยิ่งหาโรคใส่ตัวเอง อยู่กับเปลือกของแสงสี ชีวีแขวนไว้ด้วยเส้นด้าย ไม่มีใครรู้หรอกกว่าตัวเองจะตายวันไหน เป็นไปได้ทั้งนั้นแหละ บางคนอยู่เฉยๆนึกว่าปลอดภัยแล้ว ขับรถไปดีๆเด็กแว๊นยึดเอาเป็นที่กำบังกระสุนยิงกันเฉยเลย ..ตลกนายหนึ่งนั่งรถตู้ไปดีๆก็โดนก้อนหินปากระจกตกมากระแทกศีรษะแตกตาย คนสวยเดินเฉิดฉายซื้อของในห้างสรรพสินค้า เจอลูกหลงระเบิดพวกก่อการร้ายภาคใต้ร่างกระจุ๋ย ศพไม่สวยเอาเสียเลย ทั้งๆปกติรักสวยรักงาม แต่งตัวเช้งวับตลอด อะไรๆมันก็ไม่แน่หร๊อกนาย

บางคนออกมาโอดครวญ รถเพิ่งผ่อนยังค้างส่งเป็นล้านบาท

โดนระเบิดพังยับ..ร้องคร่ำครวญเป็นเต่าเผา..ใครละจะมาปลดทุกข์ให้ได้

วันนี้กดปุ่มเรื่องใกล้ตัว ถามลูกน้องว่าจะหยุดสงกรานต์กี่วัน..จะเริ่มหยุดวันไหน อีก2วันใช่ไหม? นั่งร้านผักนี่จะพอลุยทำให้เสร็จก่อนได้ไหม ในระหว่างพวกเจ้าหยุดงานลุงจะปลูกๆๆและปลูก ทั้ง2รับปาก..ว่าจะลุยให้เสร็จ..แวะไปคุยกับป้าสอน มือฉมังด้านการปลูกผักของที่นี่ ..ขอร้องให้ป้าสอนปลูกเผือกยักษ์ให้ได้มากที่สุด หน่อพันธุ์ที่มีอยู่น่าจะปลูกได้สักครึ่งไร่ ป้าสอนไปขุดต้นพันธุ์มาปลูก เอาขี้วัวโรย และเอาฟางปกคลุมเต็มแปลง คาดว่าจะปลูกเผือกได้ครบตามที่คาดหวัง

เผือกที่ว่านี้ไม่ใช้เผือกธรรมดานะหล่อน

แปลกตรงที่ปลูกบนที่ดอนได้ ต้องการน้ำน้อย

2ปีที่แล้ว ผมพาโฉมศรีไปเที่ยวลาว ช่วงที่เดินชมตลาดชายแดน พบเผือกชนิดนี้วางแบกับดิน สดุดตาตรงที่หัวเผือกรูปทรงยาวๆเท่าแขน เผือกอะไรนะรูปร่างอย่างกับหัวมันสำปะหลัง ไม่มีโอกาสซักไซร้ไล่เลียงมาก ซื้อมาเพราะเห็นว่าแปลก มาถึงก็ขุดปลูกไม่ได้พิถีพิถันอะไร ผมชอบปลูกของได้มาใหม่ใกล้ตัว เพื่อสะดวกต่อการติดตามความเติบโต ..เอาขี้วัวใส่ให้บ้าง..เอาฟางคลุม ต่อน้ำสปริงเกอร์รด

เธอเอ๋ย..เผือกบ้าอะไรต้นสูงท่วมหัว ใบก็ใหญ่ กอใหญ่ สูง3เมตรได้

ใครมาเห็นต่างก็ทึ่งๆๆ..

ตอนแรกผมยังไม่รู้ว่า..มันดียังไง

ต่อเมื่อโฉมยังกับป้าสอนไปขุดให้พวกทีวีดู

โอ้โห..หัวเผือกหนัก 5 ก.ก. แล้วยังมีลูกแขนงออกรอบๆอีกยุบยับ!

ถ้าปลูกบำรุงๆดีๆกอหนึ่งน่าจะได้ผลผลิต 1 เข่ง

เรื่องมาฮือาตอนเราเอาหัวเผือกมาต้มลองชิม เจ้าหัวใหญ่ไม่อร่อยเท่าใดนัก แต่หัวแขนงนี้สิวิเศษมาก ถ้าใส่รวมกับต้มผักจะเปื่อยยุ่ยน้ำข้น ถ้านึ่งก็จะเนื้อเหนียวเหมือนเผือกทั่วไป เอามาทำของหวานของคาวได้ดี มีมากๆน่าจะทำไอติมเผือกเพราะปลูกได้ปริมาณมาก

  • จากการทยอยเอามารับประทานต่อเนื่อง
  • พบว่าเผือกชนิดนี้ทยอยขุดมาเป็นอาหารได้ไม่น้อยกว่า4 เดือน
  • ถ้าหาวิธีเก็บให้ดีก็อาจจะยืดไปได้ครึ่งปี

เมื่อก่อนเรามองมันเลือดเป็นพระเอก มันมะพร้าว กลอย มีความสำคัญไล่เรียงตามลำดับ เผือกไม่ได้อยู่ในสายตาเลย แต่พอศึกษาเข้าจริงๆ..เผือกแซงขึ้นมาอยู่หัวแถวเฉยเลย ในฐานะพืชหัวปลูกในที่ดอนได้ ให้ผลผลิตมาก โรคแมลงไม่มี รสชาติดี ขยายพันธุ์ได้เร็ว ผมไปยืนดูป้าสอนปลูกเผือกแล้วทึ่งอึ้งกิมกี่

..เผือกหัวประธาน..ป้าเอามีดฟังฉั๊วะๆ..แบ่งออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยสัก 20 ชิ้น

ป้าแกชี้ให้ดู รอบๆหัวมีตาเผือกโผล่เป็นตุ่มเล็กๆ เมื่อผ่าแยกเป็นชิ้นๆจึงเอาไปปลูกขยายพันธุ์ นี่ยังไงละภูมิปัญญาพื้นถิ่น ฉลาด..ช่างสังเกตุ มีเหตุมีผลละเอียดละออครบถ้วน เท่าที่ผมประเมินมานี่นะ ผมจะมีวัตถุดิบที่เรียกว่าความมั่นคงด้านอาหารอย่างเป็นรูปธรรม เผือกกอเดียวผมนำมาทำอาหารรับประทานได้1เดือน จะให้มั่นคงขนาดไหนละครับ

นักวิจัยนักโภชนาการทำเรื่องความมั่นคงอาหารระดับไมโคร

ผมกับป้าสอนทำได้แค่ระดับกะโปโล..

แต่ก็ได้..อะไรเยอะมาก

อย่างน้อยก็ชี้ให้ดูได้ว่า..ความมั่นคงด้านอาหารระดับชุมชนมีหน้าตาอย่างไร?

หมู่บ้านโลกไม่ทำเรื่องมักโลภ

..แต่จะทำเรื่องคลายโรค คลายทุกข์ ประสบสุขเกษมศาสนติ์

โม้ไปก็เท่านั้น..มันต้องมาพิสูจน์

ไม่มีชีวิตใดในโลกที่ไม่มีความเสี่ยง

คุณภาพชีวิตขึ้นอยู่กับคุณภาพของสังคม

พวกเธอต่างคนต่างลอยเพสังคม

สุดท้ายการบริหารสังคมก็ตกไปอยู่ในหมู่มาร

คราวนี้จะทำอย่างไร?

บางคนที่ยังพอกลับตัวได้..แนะนำให้ขึ้นคาน ก็หัวเราะ..

เรื่องนี้แล้วแต่วาสนานะหล่อน…

จะผ่อนส่งดอกเบี้ยความเป็นมนุษย์ที่ปกติอย่างไร  ก็ว่ากันไปตามอัธยาศัย

แค่เขียนแบบชิมลาง..ก็เสี่ยงที่จะโดนไม้คานฟาดหัวแล้วนะ

ชิมิ  ชิมิ..


เมนูก้นครัว

อ่าน: 1182

ลุงเอกส่งข่าวผ่านไอโฟน

บอกว่าจะมีรายการนัดพบนักศึกษาโค่ง สสสส.ทุกรุ่น

เพื่อระดมสมองหาเรื่อง..เอ๊ยยย - - หาวิธีช่วยเหลือภัยน้ำท่วม

ที่ห้องรับรอง ผบ.กองทัพเรือ วันที่ 28 อ้าว ! ก็พรุ่งนี้นะสิ

ผมซื้อตั๋วไว้แล้ว..นึกว่าจะเลื่อนรายการก็เลยคืนตั๋วววว

จึงขออนุญาตระดมสมองผ่านทางบล็อกลานปัญญานะครับ..

เรื่องนี้>>เห็นทีจะต้องปรับปรุงข้อเสนอแนะเสียแล้ว

เมื่อวานโฉมยงไปตลาดแล้วซื้อข้าวเม่าใหม่มาฝาก

ข้าวเม่า..หมายถึงข้าวเปลือกที่เกี่ยวมาใหม่ๆ

ชาวบ้านเอาไปคั่วในกะทะให้สุก

แล้วเอามาตำๆๆๆ ฝัดเอาเปลือกออก

เราก็จะได้ข้าวตำสีเขียวๆแข็งๆหอมๆ

ถ้าหยิบใส่ปาก..ต้องรอให้น้ำลายทำปฎิกริยา ข้าวเม่าก็จะอ่อนนิ่มกินอร่อย แบบใจเย็นๆคำต่อคำ ถ้าเป็นเด็กอีสานจะเคยกินข้าวเม่าที่ว่านี้ ผมลองกินกับกล้วยไข่ก็อร่อยไปอีกแบบ ที่จะแนะนำก็คือให้เอาข้าวเม่านี้ผสมกับข้าวต้ม หมายถึงผสมต้มไปด้วยกัน เราก็จะได้ข้าวต้มหอมข้าวใหม่ อร่อยชื่นใจมื้อข้าวอย่างคาดไม่ถึงเชียวแหละ ลองดูะคร๊าบบบบ

ช่วงปลายฝนอย่างนี้ ผักสด ยอดผักต่างๆ เหมาะที่จะกินน้ำพริกยิ่งนัก

ถ้าคิดไปถึงพี่น้องที่ถูกปล่อยเกาะเฝ้าจ๋องๆอยู่ตามหมู่บ้านต่างๆ

แนะนำให้เอาปลาย่างมาแว็ปแล้วตำๆๆหรือเข้าเครื่องบด

เต็มเกลือเล็กน้อย ใส่พริกผงลงไปพอประมาณ

ป่นให้ละเอียดเข้าด้วยกัน

เราจะได้ปลาป่นที่พร้อมจะนำไปผสมน้ำอุ่นกลายเป็น..น้ำพริกปลาป่นตามประสายาก

ถ้าจะให้อร่อยกลมกล่อมก็หั่นมะเขือเทศ บีบมะนาว หรือหั่นตะลิงปิงใส่แทน

เติมน้ำปลาแล้วชิม

เด็ดผักที่ชอบมาจิ้มสดหรือลวกก็แล้วแต่ชอบ

ก็จะมีกับข้าวสลับกับมาม่าหรือปลากระป๋อง อาหารถุงที่จำเจ

ช่วงนี้มีสาคู มันมือเสือ  มันแกว เป็นผลไม้ทางเลือก

มะละกอ กล้วยหอม กล้วยไข่ กล้วยน้ำหว้า เลือกที่ผลแก่ตัดมาแขวนไว้

ช่วยให้มีผลไม้ในยามขัดสนได้

ผักกินใบทุกชนิดนำมานึ่ง แล้วตากให้แห้ง หรือจะอบก็ได้

ทำให้แห้งสนิทแล้วเก็บม้วนไว้ในที่แห้ง

ยามจำเป็นเอามาแช่น้ำร้อนนำไปต้ม ไปแกง ไปผัดได้

ในตลาดช่วงนี้มีคนเอาดักแด้มาขาย

ดักแด้อร่อยนะครับถ้าไม่ขย้อนว่าตัวมันเหมือนหนอน

ดักแด้เป็นตัวไหมที่สุกแล้ว

พรุ่งนี้จะลองทำเมนูเด็ด

จะทำข้าวผัดดักแด้เจี๊ยะกับส้มตำมื้อเที่ยง

ผลเป็นประการใดจะมาเล่าสู่กันฟังงงงงนะครับบบบบ

ช่วงนี้แห้วขยันไปเก็บเสาวรสมาคั้นน้ำใส่ตู้เย็นไว้

เช้า-สาย-บ่าย-เย็น แห้วก็จะถามแล้วเสริฟ

ชิมไปชิมมาก็คุ้นลิ้นรสเปรี้ยวๆหอมๆ

ชิมน้ำเสาวรสเข้มข้นแบบน้ำกรอกรูหนูเช่นนี้

แห้วบอกว่าสบายท้อง

ตั้งแต่มาจนถึงวันนี้ น้ำหนักลดลงไปได้ 2 ก.ก.

แห้วออกไปตลาดนัดซื้อเสื้อยืดโหลตัวละ5บาทมาใส่อวด

ก็ยังประเมินอะไนยังไม่ได้หรอก..จนกว่าจะถึงวันกลับบางกอก

โรงเรียนประกาศปิดยืดเวลาออกไปอีก

สบายแห้วอพยพเขาละ>>

มื้อเย็นที่ผ่านมาช่วยกันแกงคั่วหอยขม

เด็ดใบชะพลูสดใส่ลงไปค่อนข้างเยอะ

ยกมาราดแกงคลุกข้าว แถมยังคิดเผื่อไปถึงขนมจีนวันพรุ่งนี้

แห้วจะไปเด็ดยอดชะอมมาใส่ลงไปอีก

คำว่าครัวโลก มีที่ไปที่มาเช่นนี้เองหนอออ..

จ๋อม จ๋อม จ๋อม..


เปาฮือลาว

อ่าน: 2986

ช่วงที่น้ำหลาก ภูมิปัญญาท้องถิ่นอีสานปรับตัวไปตามสถานการณ์  โดยเฉพาะอาหารการกิน คนอีสานกินง่าย กินทุกอย่างที่วิ่งตัดหน้า มีคนเอาไปพูดว่า..อะไรวิ่งตัดหน้าคนอีสานเอามาทำกับแกล้มได้หมด แสดงว่าวิชาเปิบพิศดารคงจะมาจากฝีมือพ่อครัวชาวอีสานนี่เอง ผมได้เฝ้าสังเกตุเรื่องนี้จากห่อข้าวของคนงาน ช่วงกลางวันเขาจะตั้งวงกินข้าวปลากัน ใครมีอะไรก็เอามาแบ่งปัน คนที่อยู่ในที่ลุ่มก็เอากุ้ง หอย ปูปลา มาทำอาหารเลี้ยงกัน กระทั้งวันไหนที่ไม่ได้ห่ออะไรมา ก็จะไปสับเอาหน่อไม้มาต้มจิ้มน้ำพริก เอามะละกอมาทำส้มตำ อร่อยซู๊ดซาดผ่านไปมื้อหนึ่ง

(จุดรีๆสีขาวคือตาที่ต้องผ่าออก หอยบางตัวจะมีไข่สีแดงส้มๆ)

เมื่อวานนี้แห้วเดินไปดูคนงานล้อมวงอาหารกลางวัน

สังเกตุเมนู มีปลาตัวเล็กๆปิ้ง ส้มตำ และหอยโข่งต้มจิ้มแจ่ว

เจ้าหอยโข่งนี่ละครับที่แห้วซักไซ้ไล่เลียงว่ามันเป็นยังไงกันแน่

คนงานบอกว่า..ต้องแกะเอาตามันออกก่อน

ไม่งั้นกินไป..จะทำให้ปากเบี้ยวได้ !!

เอ๊ะ ปากเบี้ยวเพราะอะไร แห้วหันมาถาม

ผมก็จนด้วยเกล้า..ไม่แน่ใจว่าปากเบี้ยวเพราะสาเหตุอะไร

บอกคนงาน..พรุ่งนี้ขอหอยโข่งสัก 1 ตะกร้า

(น้ำจิ้มซีฟูดฝีมือแห้ว)

วันนี้ลุงอาน คนเลี้ยงวัว เอาหอยโข่งมาฝากหนึ่งถังตัวโตๆทั้งนั้น มีจำนวนปรระมาณ 40-50 ตัวได้ จึงชวนแห้วศึกษาอาหารอีสาน เผื่อจะได้เป็นต้นทุนในยามวิกฤติภายหน้า ไม่แน่นะครับ ..คนเราถ้ามีความรู้ปรับตัวได้เก่งๆ..ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ เอาไปวางไว้ตรงไหนก็เอาตัวรอดได้ ผมจึงชวนแห้วเอาหอยมาปรุงอาหาร อันดับแรกเอาหอยไปต้มก่อน แต่ของเราพิเศษหน่อย ในหม้อต้มเอาใบมะกรูด-ใบมะขาม-ผ่าผลเสาวรสใส่ลงไป2ลูก เอาเกลือใส่ลงไปประมาณหางช้อน เคล็บลับสำคัญในการลวกหอยคือ

ต้องใส่หัวน้ำส้มลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ

จะทำให้เนื้อหอยกรอบ ถ้าเป็นหอยแครงเปลือกจะอ้าจิ้มเนื้อง่าย

หลังจากผ่านกระบวนการต้มนานจนปากหอยหลุดแล้ว  เราจะเอาหอยไปแช่น้ำเย็นทันที จะเห็นว่าเมือกต่างๆจะหลุดล่อนไป เอาซ่อมจิ้มเนื้ออกมา ผ่าตรงกลางหัวหอย จะเห็นถุงกระเปาะกลมๆ ที่ชาวบ้านเรียกว่า”ตา” เท่าที่ผ่าดูผมคิดว่าน่าจะเป็นกระเพาะอาหารของหอยมากกว่า ลักษณะเป็นเหมือนเศษหญ้าหรือใบไม้ป่นที่หอยกินเข้าไป พวกไส้เครื่องในต่างๆเอาทิ้งหมด ล้างให้ดีแล้วเอาเกลือเคล้าอีกรอบ ล้างออกอีกที เอาใส่ถ้วยนำไปเว็ปประมาณ 3 นาที

แห้วเป็นสาวลูกน้ำเค็มเมืองสุราษฎร์

บอกว่าวันนี้หนูจะแสดงฝีมือตำน้ำจิ้มซีฟู๊ด

ที่บ้านเคยมีเรือประมง

จึงมีทักษะทางด้านทำอาหาร

วันนี้โชว์น้ำจิ้มหอยรสเข้มถึงใจ

(หอยที่ต้มสุก-ล้าง-พร้อมนำไปปรุงอาหาร)

คนใต้กินเผ็ดแต่ก็กลมกล่อม น้ำจิ้มเหมาะกับอาหารประเภทนี้ หลังจากชิมกันคนละหมุบละหมับ แห้วให้ความเห็นว่าถ้าเอาเนื้อหอยผัดเผ็ดน่าจะเด็ดสาระตี่ ที่จริงหอยพวหนี้เอาไปแกงเผ็ด เอาไปทำลาบ หรือเอาไปยำก็อร่อยทั้งนั้นแหละ เพียงแต่เราต้องต้มให้สุกและทำตามกรรมวิธีข้างต้น ก็จะได้วัตถุดิบที่มีคุณสมบัติกรุ๊บกรอบไม่แพ้หอยเปาฮือหรือหอยประเภทใดในโลก หลังจากเจี๊ยะกันลงพุงแล้ว เราก็มาคุยกันถึงหอยที่ชาวบ้านเก็บเอาในท้องนา ไม่ต้องซื้อหาใดๆ นอกจากในน้ำมีปลา ในนามีน้ำแล้ว ยังมีหอยตัวโตๆให้เก็บมาทำอาหารอีกด้วย

(มื้อกลางวันมีต้มซุปข้อขาไก่กับหอยจิ้มน้ำจิ้มซีฟู๊ด)

หอยที่ว่านี้มี 2 ชนิด

ชนิดที่หนึ่งคือหอยโข่งพื้นถิ่นบ้านเรา

หอยชนิดนี้ไม่ต้องแกะเอาตาออก

ชนิดที่สองคือหอยเชอรี่

เข้าใจว่าน่าจะเป็นหอยสายพันธุ์จากต่างประเทศ

เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา หอยเชอรี่เข้ามาทางไหนยังไม่มีเวลาค้นประวัติ ก่อนหน้านี้มีหอยก้นแหลมขยายพันธุ์ไปทั่ว เป็นหอยที่อาศัยอยู่ในที่มีความชื้นบนบก ไต่กินใบไม้ใบหญ้า ขยายพันธุ์ได้ดีแต่ชาวบ้านไม่นิยมรับประทาน ทราบว่ามีผู้เก็บไปต้มแคะเอาเนื้อส่งจำหน่ายต่างประเทศ หลังจากนั้นก็มีหอยเชอรี่แพร่พันธุ์ง่ายระบาดรวดเร็ว ภายในไม่กี่ปีก็มีหอยทั่วทุกหนทุกแห่งในท้องนาและที่ลุ่มบ้านเรา หอยเชอรี่จะกัดกินต้นข้าวที่ปักดำใหม่ๆ บางแห่งข้าวเสียหายอย่างมาก หอยเชือรี่มีไข่สีชมพูเกาะอยู่เหนือน้ำสวยแปลกตา ชาวนาจะเก็บหอยออกไปทำปุ๋ยทำอาหารเลี้ยงเป็ด เอาเปลือกไปเผาแล้วบดผสมหัวอาหารเลี้ยงหมู แต่ก็มีชาวบ้านบางกลุ่มเอาหอยมาประกอบอาหาร เพราะลักษณะและคุณสมบัติใกล้เคียงกับหอยโข่งพื้นบ้านเราทุกอย่าง เพียงแต่ต้องแคะเอาตาออกเสียก่อนดังกล่าวข้างต้น

แสดงว่าชาวบ้านคงสังเกตุเห็นจุดพิเศษดังกล่าวนี้

ไม่ได้หลับหูหลับตาสวาปามใดๆ

คงจะมีคนปากเบี้ยวเพราะหอยประเภทนี้จนผิดสังเกตุ

เรื่องนี้เราจะได้แง่คิดในการใช้ชีวิตเชิงประยุกต์

คนอีสานยังรักษาอัตลักษณ์เรื่องเปิบพิศดารเอาไว้อย่างแน่นเหนียว

เรื่องนี้..สนับสนุนวิธีใช้ชีวิตระหว่างน้ำท่วม

อย่างน้อยคนที่ตกน้ำป๋อมแป๋มเจอหอยตัวกลมๆ..

ช่วยกันเก็บมาทำกับแกล้มได้อร่อยเหอะ

ตอนเย็นเดินผ่าน..

ลุงอาน แกยังร้องบอกว่า..เอาอีกไหมหอย

โธ่ๆๆใจคอจะไม่ให้กินอย่างอื่นเลยรึลุง

จ๋อม จ๋อม จ๋อม..



Main: 0.040982007980347 sec
Sidebar: 0.087465047836304 sec