ไผเป็นไผจะไปบุกกรุงเก่า

อ่าน: 2684

ฮัลโหล..ครูบาใช่ไหมครับ

ครับผม

ได้รับหนังสือเชิญประชุมวันพรุ่งนี้ไหมครับ?

ยังไม่ได้รับครับ.. ประชุมเรื่องอะไรหรือครับ

สภาการศึกษาแห่งชาติจัดสังคายนาการปฏิรูปการศึกษาไทย

ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์

ประชุมตอนบ่ายพรุ่งนี้ครูบาพอจะมาได้ไหมครับ

เราจะให้ครูบาแสดงวิสัยทัศน์การศึกษาต่อนายกรัฐมนตรีสัก 3 นาที

แหม..เสียดายไปไม่ได้จริง ๆ ครับ

ผมมีนัดกับอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามวันพรุ่งนี้

แป่ว ปิ๊งแว๊บ!.. รอดตัวไปอีกยกหนึ่งแล้วนะน้าอึ่งอ๊อบ

แต่ยังมีอีกงานหนึ่ง ไม่ไปมีหวังเสียใจตลอดชาติ ถ้าเป็นสำนวนอาจารย์ Lin Hui ต้องบอกว่า .. “งานเข้าอีกแล้วพี่น้อง ก็งานที่ลุงเอกชวนให้ไปรับน้องใหม่นักศึกษาโข่งนั่นแหละครับ เมื่อวานต่างโทรหากัน มาเช้านี้ก็ต่างคนต่างโทรอีก เพิ่งจะได้คุยรายละเอียดกันตะกี้นี้ เอาเป็นว่าผมมานั่งออกแบบ เราจะไปช่วยทำกิจกรรมอะไรได้บ้าง อันดับแรกมาพิจารณาก่อนว่า เราจะไปเกี่ยวข้องกับใครในสถานะและบริบทอันใด..

(มีทั้งท่าครุ่นคิดมาก กับ ท่าหัวเราะมาก)

ในวันปฐมนิเทศนักศึกษาหลักสูตร การเสริมสร้างสังคมสันติสุขรุ่นที่ 2” ลุงเอกบอกว่าจะชวนรุ่นพี่ไปรับน้องใหม่ด้วย และจะให้มีการเสวนาเป็นการเรียกน้ำย่อย จึงชวนพระอาจารย์ไร้กรอบ คุณทวีสิน ซึ่งยังไม่ได้คำตอบว่าพระอาจารย์ไร้กรอบจะว่างไหม ระหว่างรอคำตอบ ผมก็คิดเล็กคิดน้อยตามสไตล์คนอยู่ป่า เล็ก ๆ ไม่  ใหญ่ ๆ ทำ

วันที่ 20 มีนาคม 2553 ณ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จะเป็นวันเบิกฤกษ์รับน้องใหม่ นักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าหลักสูตรนี้ ประกอบด้วยบุคคลระดับผู้บริหารจากทุกสาขาอาชีพ สถาบันฯ พยายามคัด คละ ให้ได้ความหลากหลาย มีทั้งนักการเมือง แพทย์ นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นักกฎหมาย ผู้พิพากษาศาลอุธรณ์ ศาลปกครอง นักการเมือง วุฒิสมาชิก นักเคลื่อนไหวเสื้อสีต่าง ๆ  นักแสดง นางเอกภาพยนตร์ ครู อาจารย์ ศาสตราจารย์ รองศาตราจารย์ อดีตรัฐมนตรี อธิบดี อัยการ นักวิจัย นักสื่อสารมวลชน นักข่าวทีวี นักวิชาการ เจ้าแม่วงการบันเทิง นักพัฒนาสังคม ประธานบริษัท กรรมการผู้จัดการ นายห้างมิตรแท้ประกันภัย ผู้นำชุมชน ตำรวจ ทหาร แกนนำม๊อบ เอ็นจีโอ. แม้แต่พระสงฆ์เราก็ไม่เว้น ดังจะเห็นหลวงพี่ติ๊กเทศน์นอกธรรมมาส ถ้าสถาบันเห็นว่าท่านน่าจะเป็นตัวคูณให้กับหลักสูตร จะถูกทาบทามและชวนให้มาคัดเลือก รุ่นนี้ผมคิดถึงท่านมหาชัยวุธ แต่ไม่ได้ไปกราบนิมนต์ด้วยตัวเอง อนึ่งท่านเพิ่งจะรับตำแหน่งเจ้าอาวาส เดือนเมษาเราจะพากันไปงานบวชเม้ง แล้วจะแวะไปกราบท่าน ถ้าท่านตกลง รุ่นที่ 3 ปีหน้ามีท่านเจ้าอาวาสไปศึกษาด้วย โอ้โฮคิดดูสิ..จะบรรเจิดขนาดไหน อามิตรพุทธ..

หลักสูตรนี้สร้างปรากฏการณ์ในการจัดหลักสูตรที่ไม่ธรรมดา สถาบันฯจัดให้ลงไปศึกษาสภาพจริงในพื้นที่อย่างถึงลูกถึงคน ยกตัวอย่างเช่น ช่วงที่ลงไปดูกรณีความขัดแย้งที่ภาคใต้ เราลงไปหลายครั้ง ทุกครั้งได้กลิ่นดินระเบิดจนสะดุ้งโหยง เห็นรอยลูกปืนที่ยิงกันไปเมื่อ 2 วันที่แล้ว ได้สัมภาษณ์ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ได้สอบถามความเห็นผู้สันทัดกรณี และได้จัดเวทีเสวนาในพื้นที่ ได้ฟังเรื่องเล่าเคล้าชะตากรรมมากมาย ส่วนการเรียนภาคบรรยายในห้อง สถาบันฯ เชิญจอมยุทธ เช่น นายกรัฐมนตรี ท่านผู้นำความคิดในแต่ละสาขาวิชามาบรรยาย นอกจากนี้ยังไปศึกษาดูงานต่างประเทศหลายครั้ง

(พี่สีน้อย เกษมสันต์ ณ อยุธยา)

ถึงแม้นักศึกษามีความหลากหลายทางสภาวะบุคคล แต่หลักสูตรเอื้อให้เกิดการร่วมทุกข์ร่วมสุข ไปไหนไปด้วยกันอยู่บ่อย ๆ ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนจึงแน่นแฟ้น เรียกกันท่านพี่สนิทสนม จัดให้มีการพบปะกันเป็นระยะ ๆ ..ท่านพี่สีน้อย เกษมสันต์ ณ อยุธยา เจอหน้าก็บอกว่า..พี่จะมอบเงินให้ครูบา 10,000 บาท ช่วยส่งหมายเลขบัญชีธนาคารมาให้หน่อย ผ่านมาเป็นปีแล้วผมก็ไม่ได้ส่งให้สักที เจอหน้าก็โดนต่อว่าทุกครั้ง มาบัดนี้ผมให้ช่างทำเตียงนอน 10 หลัง รวมราคาอยู่ที่หนึ่งหมื่นบาทพอดี ผมก็จะเรียนท่านพี่ที่อุปการะคุณ.. บัดนี้ได้โอกาสอันดีงามแล้วที่ท่านพี่จะได้ควักกระเป๋าเสียที..

(ดร.เครือทิพย์ ธีรานุรักษ์ เกิดวันเดือนเดียวกันแต่คนละพ.ศ. อีกรูปเป็นเก้าอี้เจ้าผู้ครองนครถ่ายกับคุณกบนางเอกคนสวย )

ยังมีเรื่องประทับใจอีกเป็นโขยง ช่วงวันเกิดผม ได้รับจดหมายและการ์ดอวยพรจากเพื่อน ๆ พี่ ๆ สสสส. 1 เยอะมาก ท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ส่งจดหมายอวยพรมาล่วงหน้าเป็นเดือน ท่านกรรมการสิทธิมนุษยชน ท่านว่าทีอธิบดีกรมตำรวจ ท่านโน้นท่านนี้อีกเรียงล่ายซ่าย ชาวเฮส่วนหนึ่งคงได้สัมผัสกับนักศึกษากลุ่มนี้บ้างแล้ว ช่วงที่มาเจอนักเรียนโข่งในรายการตีแตกอีสาน คืนนั้นสนุกมาก ...(พิเศษ)สมพงษ์ ชิงดวง รองผู้บังคับการตำรวจนราธิวาส ชวนพงษ์สิทธิ์ คำภีย์ มาร้องเพลงให้เราฟังในสวนป่า คุณทิพย์วรรณ ปิ่นภิบาล ร้องเพลงสด ๆ ตามคำขอ ครึกครื้นจนตุ๊กแกในสวนเผลอหัวเราะ ก๊ากแก ก๊ากแก อิ อิ..

ดู ๆ ไปแล้วลักษณะของนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า มีส่วนคล้ายกับชาวแซ่เฮมาก พวกเราก็มากันคนละทิศละทางต่างสาขาอาชีพ แต่ก็เชื่อมร้อยสัมพันธภาพกันได้อย่างเหมาะเจาะ นับถือเป็นเครือญาติร่วมทุกข์ร่วมสุข จัดกิจกรรมเรียนรู้เป็นระยะ ๆ มีระบบและกระบวนการสื่อสารความรู้ผ่านลานปัญญา ไม่มีอะไรก็ยังเจ๊าะเจ๊าะกันทุกวัน แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวที่จะอยู่ในวิถีสังคมในยามผิดปกติได้ดีพอสมควร ดังนั้นเมื่อลุงเอกให้การบ้านมา ผมก็นั่งใคร่ครวญว่าจะชวนกันเสนอเรื่องไหนลักษณะอย่างไร?

คำว่า การเสริมสร้างสังคมสันติสุข น่าจะเป็นโจทย์ในหัวใจให้คนไทยได้ครุ่นคิดคำนึง ประจวบกับสถานการณ์ทางสังคม ที่จองล้างจองผลาญกันในขณะนี้ ไม่นานหรอกหลังจากผ่านความย่อยยับระย่อไปทั่วทุกหัวระแหงแล้ว ทำให้บ้านเมืองฉิ-หายวายป่วงจนสะใจแล้ว หมดเรี่ยวแรงที่จะกระทำต่อความปกติสุขของประเทศแล้ว หมดน้ำยากันทุกฝ่ายแล้ว วันนั้นละครับที่คนไทยจะคิดได้ แล้วถามหากระบวนการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ผมคิดว่าที่ชาวเฮรวมกลุ่มกันอยู่นี้ อาจจะเป็นเข็มหมุดตัวเล็ก ๆ ที่ปักลงในแผนการฟื้นฟูสังคมในอนาคต ที่จะอธิบายว่า..เราจะร่วมกันสร้างสังคมปกติสุขกันได้อย่างไร?

ประเด็นเรื่องความเป็นธรรมทางสังคมเป็นเรื่องใหญ่ ถูกละเลยมานาน ปล่อยให้ปลาเล็กไล่กินปลาใหญ่จนเหลือแต่ก้าง ถ้าคนส่วนใหญ่ท้องไส้เต็มไปด้วยน้ำเหลือง หนี้สินรุงรังท่วมท้นแกะไม่หลุด เอะอะก็จะเอื้ออาทรกันยันป้าย ทุกอย่างพัวพันรัดรึงจนถึงคอหอย อาชีพต่าง ๆ ถูกยึด ทำให้ต้องเปลี่ยนสถานะจากเกษตรกรไปเป็นกรรมกร ทิ้งบ้านทิ้งช่องมาเป็นพวกอพยพเร่ร่อนในประเทศของตนเอง เพื่อมุ่งขายแรงงานในกรุง ..ความยากจนไม่เข้าใครออกใคร เมื่อมีคนมาชักจูงแถมให้ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ  ได้ค่ารถนิดหน่อย ได้ใส่เสื้อใหม่ มีเพื่อนพ้องไปร่วมเย๊ว แบบนี้จะเหลือหรือครับ ก็เฮโลไปแบบเฮไหนเฮกัน ไม่ได้ไปเพราะมีอุดมการณ์อะไรหรอก ส่วนใหญ่ไปเพราะอุดมกิน เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้ฟังคำพิพากษาเรื่องเงิน 6 หมื่นกว่าล้าน กลับมาบ้านพากันเอาเสื้อไปเผาไฟทิ้ง ก็ยังดีที่รู้จักคิดเสียบ้าง

ด้านกิจกรรม ถ้าเรากระตุกต่อมคันด้วยคำถาม ที่ท่านพระอาจารย์ไร้กรอบกล่าวไว้ในหนังสือเจ้าเป็นไผ เราเกิดมาทำซากอะไร? น่าจะเป็นการตั้งไข่ที่ดี ในหนังสือเล่มดังกล่าวมีเนื้อหาที่ตีความได้ว่า คนไทยควรจะปฏิบัติต่อคนไทยอย่างไร เรื่องการจัดการความรู้ในตัวตนแต่ละคนเป็นอย่างไร ลายแทงชีวิตแต่และคนที่เขียนออกมาไม่ใช่การถอดบทเรียน แต่เป็นการสะท้อนสิ่งที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาทั้งชีวิตให้เห็น ว่าต้นทุนที่แต่ละคนมีอยู่นั้น ถ้าเอามาต่อจิ๊กซอเข้าหากัน ก็จะเป็นพลังทางสังคมตัวจริงเสียงจริง เป็นบ่อเกิดกลุ่มมิติทางสังคมขนานแท้ อาจจะเป็นช่องทางในการแสวงหาคำตอบที่ว่า แต่ละคนจะช่วยสังคมกันได้อย่างไร วิธีลอยเพสังคมก็ทำกันมากแล้ว วิธีบริบาลสังคมน่าจะดีกว่า จะก่อหวอดได้ต้องมีองค์ประกอบและปัจจัยอะไรบ้าง ..ในวันดังกล่าวผมจะติดหนังสือเจ้าเป็นไผไปฝากเพื่อน ๆ รุ่นที่ 1 ด้วย

รายกิจกรรมจะปรึกษากันดูนะครับ

พระอาจารย์ไร้กรอบ-พระอาจารย์ JJ และทวีสิน อาจจะจัดกระบวนการกลุ่มตามสไตล์ที่เคยอบรมเรื่อง KM. หรือกระบวนการประยุกต์อื่นที่เหมาะสม ส่วนกลุ่มคนแซ่เฮ จะเสนอมิติการสร้างเครือข่ายทางสังคม โดยการเล่าเรื่องพร้อมสื่อผ่านอินเทอร์เน็ต และ LCD เพื่อบอกเล่าเจ้าเป็นไผ เจ้าจะทำอะไรยังไงให้กับประเทศนี้ คุณหมอจอมป่วน-ท่านบางทราย-ท่านอัยการ-คุณ Logos และผมจะร่วมด้วยช่วยกัน เปิดซิงอนาคตของสังคมที่เราต้องการจะเห็น แถมด้วยแนวคิดในการเยียวยาสังคม เราจะไปแสดงความยินดีกับหมอเจ๊ที่เข้าเรียนรุ่นนี้ด้วย

Logos ..มีเรื่องชวนคิดเต็มสมอง เจ้าของวลีที่ชวนฉุกคิด ที่ยากที่สุดในกระบวนการเรียน คือหาวิธีเรียนรู้ที่เหมาะกับแต่ละคน เมื่อพบแล้ว ทีนี้จะเก่ง จะกว้างและลึกขึ้นเรื่อย ๆ ครับ ยิ่งพบเร็ว ก็จะยิ่งเป็นประโยชน์

คุณหมอจอมป่วน.. จะงัดกลยุทธไหนย่อมลื่นไหลอยู่แล้ว

ท่านบางทรายให้มิติพัฒนาระดับลึกในไทยและแถบอินโดจีน

ท่านไร้กรอบ..แค่หัวเราะลั่นก็มันส์ไร้เทียมทานแล้วละครับ

ทวีสิน..มาชวนคิดชวนมองภาวะจิตใจของตนเองในสภาพที่สังคมผิดปกติ

พระอาจารย์JJ KM. เรียกพี่ จะตีบทไหนย่อมได้ทั้งนั้น

ท่านอัยการชาวเกาะ รุ่นพี่ที่มีเรื่องบอกเล่ารุ่นน้องเป็นกระตั๊ก จะให้ร้องเพลง กอด ก็ได้นะ

ผมมองข้ามช็อตไปถึงว่า ถ้าจะมีกรณีการศึกษาภาคอีสาน จะชวนแวะสวนป่าสัก 1 วัน จะชวนมาดูบริบททางสังคมของชุมชนอีสาน ดังที่ป้าหวานสะท้อนไว้..ชีวิตต้องผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านเวลาจึงจะสุกงอม แต่เวลาที่ใช้สุกงอม ในแต่ละเรื่องในแต่ละคนก็แตกต่างกัน คน ๆ เดียวกันก็ยังเปลี่ยนแปลงได้ แต่ละเรื่องแต่ละคนแต่ละเวลา อาจเป็น เรื่องใหม่ ในเรื่องเก่า ..และ สุก..ไม่พร้อมกัน

ช่วงนี้ที่สวนป่าเตรียมทำเรื่องฟื้นฟูอนาคตสังคมเกษตรกรรมรายย่อยไว้พอสมควร เพื่อเสนอ วิถีอีสานในทศวรรษหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวิธีกินอิ่มนอนอุ่น ไม่นอนใกล้คนหลายใจ แต่ชวนคนมีหัวใจลงขันทำหน้าที่เพื่อสังคม ทำให้เห็นวิธีอยู่กับการพึ่งตนเองและพึ่งกันเองเป็นหลัก ที่ส่งผลถึงสภาพแวดล้อมและสังคมโดยรวม ซึ่งเรียกกลุ่มงานเหล่านี้ว่าวิชาปิดประตูตีแมว..แคว๊กๆ

« « Prev : ร้อนนี้มีเรื่องเย็น ๆ ให้ไปชม

Next : ตาแก่กับไม้ไผ่ผุ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

9 ความคิดเห็น

  • #1 krupu ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 มีนาคม 2010 เวลา 16:05


    พ่ออย่าลืมเอารูปนี้ให้รุ่นน้องดูล่ะ เขาจะได้รู้ว่าไผเป็นไผ เหอ เหอ เหอ…
    เอ่อ ถามอีกทีเพื่อความแน่ใจค่ะ นั่นพ่อนอนถ่ายรูปใช่ไหมไม่ใช่โดนรถทับนะ อิอิ

  • #2 Lin Hui ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 มีนาคม 2010 เวลา 16:06

    การเสริมสร้างสังคมสันติสุข” ประกอบด้วยบุคคลระดับ ผู้บริหารจากทุกสาขาอาชีพ สถาบันฯพยายามคัดคละให้ได้ความหลากหลาย มีทั้งนักการเมือง แพทย์ นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นักกฎหมาย ผู้พิพากษาศาลอุธรณ์ ศาลปกครอง นักการเมือง วุฒิสมาชิก นักเคลื่อนไหวเสื้อสีต่างๆ นักแสดง นางเอกภาพยนตร์ ครู อาจารย์ ศาตราจารย์ รองศาตราจารย์ อดีตรัฐมนตรี อธิบดี อัยการ นักวิจัย นักสื่อสารมวลชน นักข่าวทีวี นักวิชาการ เจ้าแม่วงการบันเทิง นักพัฒนาสังคม ประธานบริษัท กรรมการผู้จัดการ นายห้างมิตรแท้ประกันภัย ผู้นำชุมชน ตำรวจ ทหาร แกนนำม๊อบ เอ็นจีโอ. แม้แต่พระสงฆ์เราก็ไม่เว้น
    ภาพรวม สสสสรุ่นที่1ดูดีมากค่ะ  หลังจากจบหลักสูตรนี้ไปแล้ว มีการบริหารจัดการองค์ความรู้ เพื่อปรับเปลี่ยนชีวิต หรือการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงตัวเอง หรือสังคมอย่างไรบ้าง? มีปัญหาอุปสรรคอะไรบ้างไหม? แก้ไขด้วยตัวเองได้ไหม อย่างไร ?  เกิดความเปลี่ยงแปลงอะไรที่เห็นได้ชัดเจนบ้าง  ในองค์กร หน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน รวมทั้งคนเดินดินธรรมดา ที่พิเศษ….อิอิอิ

  • #3 Lin Hui ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 มีนาคม 2010 เวลา 16:11

    ครูบาช่วยเปลียนสี น้ำเงิน เป็นสีเหลืองให้หน่อยค่ะ ตอนคอมเม้นต์ในกล่องพื้นที่ พื้นหลังเป็นสีขาว แต่ลืมไปว่าบล็อกครูบา สีพื้นหลังเป็นสีเขียวเข้ม…..ผลออกมาอักรสีน้ำเงินอ่านไม่ออก……อิอิอิ

  • #4 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 มีนาคม 2010 เวลา 16:52

    เป็นหาดทรายขาวเมืองดูไบ ที่เขาสูบขึ้นมาจากท้องทะเลถมเป็นพื้นที่ก่อสร้างโรงแรมรูปเรือใบ
    ที่เป็นเอกลักษณ์ของเมือง
    ทรายขาวเนื้อละเอียดยิบ เช้าๆอากาศกำลังดี
    ชวนอาจารย์ต่ายเป็นนางแบบ ทำท่าแอบถ่าย
    อัยการมาข้างหลัง กดแชะ เลยมีที่มาของภาพนี้
    แคว๊กๆ

  • #5 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 มีนาคม 2010 เวลา 16:59

    โห อาม่า ถามรัวเป็นปืนกลเลย
    ตอบ- เรื่องมนุษย์ขี้เหม็นยากที่จะแก้ไข
    ในชั้นนี้เพียงทำให้คนส่วนหนึ่งรู้ว่าอะไรเป็นอะไรเพราะอะไรก็ดีโขแล้วละครับ
    ส่วนผลลัพธ์..คงไม่ออกมาทันใจ
    ต้องเรียนอีกกี่ร้อยรุ่นเพื่อสร้างตัวคูณให้สังคม 
    พยายามเสริมมิติทางสังคมเข้าไป
    บางทีอาการ “ลิงหลอกเจ้า” อาจจะดีขึ้นที่ละนิ๊ดก็ได้นะอาม่า
    บ้านเมืองเรานิยมชมชื่นละครลิงเสียด้วย
    เลยแก้ย๊ากกกกม๊ากกกกกกกกกกก
    แคว๊กๆ

  • #6 sompornp ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 มีนาคม 2010 เวลา 17:49

    คนม้นจะมีวาสนาได้ไปเฮ ไปฮากับเขาด้วย เพราะจะสัมมนาที่กรุงศรีริเวอร์เช่นกัน(คริคริ)
    ครูปูว่างไหมคร๊าบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
    ไปช่วยแทรกวิชาป่วนศาสตร์ด้วยกันไหม
    อิอิอิ

  • #7 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 มีนาคม 2010 เวลา 17:55

    ดีใจขนาดหนัก ที่น้าไปได้
    กรุงศรีฯจะแตกครั้งที่ 3 ก็คราวนี้แหละ อิอิ

  • #8 Lin Hui ให้ความคิดเห็นเมื่อ 6 มีนาคม 2010 เวลา 9:23

    น้าเป็นนักศึกษารุ่นนี้มิใช่หรือจ๊ะ อะอะ อย่าทำเป็นไม่บอกนะ รุ่นนี้มีเฮสองคนมิใช่หรือ….อิอิอิ

  • #9 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 6 มีนาคม 2010 เวลา 13:03

    วิ๊ดบรึมส์ !!!!!!!!!!!!!


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.12633490562439 sec
Sidebar: 0.1230161190033 sec