เยี่ยมแปลงสาธิตเกษตรอินทรีย์

อ่าน: 3001

          วันนี้ได้แวะเข้าไปทำธุระใน มทส. เลยถือโอกาสแวะไปเยี่ยมชมแปลงสาธิตและวิจัยด้านเกษตรอินทรีย์ที่บริเวณหลังอาคารกาญจนาภิเศก เทคโนธานี  โชคดีจริง ๆ ที่ได้พบกับ ท่าน ศ. เกียรติคุณ ดร. นันทกร บุญเกิด หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรอินทรีย์จาก คลินิคเทศโนโลยี (iTAP) กำลังให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวของวารสารด้านข้าวในเรื่อง การใช้แหนแดงและปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ในระบบข้าวต้นเดี่ยวแบบประณีต (Azolla & BOF-SRI) และ เรื่องราวของการทำเกษตรอินทรีย์อยู่พอดี  ซึ่งทางวุฒิอาสาธนาคารสมอง จังหวัดนครราชสีมาได้ประสานเพื่อให้ท่านไปช่วยฝึกอบรมเรื่องนี้ให้แก่เกษตรกรชุมชนบ้านใหม่อุดมในวันที่ ๙ กุมภาพันธุ์ ที่จะถึงนี้พอดี

                     อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ที่เว็บไซต์นี้ครับ

« « Prev : วุฒิอาสาร่วมพัฒนาชุมชน (๑๐) เดินหน้าพัฒนาเกษตรอินทรีย์ต้นแบบ

Next : วุฒิอาสาร่วมพัฒนาชุมชน (๑๑) สร้างเครือข่ายและกระบวนการเรียนรู้ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

2 ความคิดเห็น

  • #1 ทวิช จิตรสมบูรณ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 2 กุมภาพันธ 2011 เวลา 18:53

    อิๆ ผมขอรื้อประวัติศาสตร์ เกษตอินทรีย์ มทส. หน่อย (สาวไส้ให้ลานป้ญญากินเล็กๆด้วย) คือ พศ. ๒๕๔๕ พลันที่ผมขึ้นเถลิงอำนาจเป็น รองอธิการฝ่ายวิชการ ในมทส. ไม่มีใครทำงานวิจัยด้านเกษตรอินทรีย์เลยสักคน

    ผมเป็นวิศวะ แต่เล็งเห็นศักยภาพทางด้านนี้มาก ดังนั้น งานแรกที่ผมทำคือ ขอให้มหาลัยจัดตั้งหน่วยวิจัยด้านเกษตรอินทรีย์

    ผมจับมือคนชาวเกษตรสองคนผู้มีอาวุโสมาร่วมลงนามกับผมเป็นสามคน เสนอต่อมหาลัย เพื่อของบจัดตั้งโครงการเร่งด่วนเป็นกรณีพิเศษ โดยใช้งบสำรองจ่ายของมหาลัย (จำได้ว่าขอไป 3 ล้านบาท)

    ทั้งสองท่านอิดออดไม่อยากลงนามด้วย ทำนองว่าไม่อยากทำ อ้างว่าอย่าไปทำเลยพวกนี้ เพราะกรมวิชาการเกษตร เขาทำไว้หมดแล้ว แต่ผมค้านท่านว่า ผมไม่เชื่อ เพราะมันมีประเด็นให้ทำเยอะมาก และลึกๆ แล้วผมไม่เชื่อน้ำยากรมนี้ครับ (เอ..มีใครทำงานกรมนี้ในลานปัญญาบ้างไหมหนอ อย่างเพิ่งเคืองผมเสียก่อนล่ะ)

    ในที่สุดท่านยอมลงยามด้วยแบบจำยอม คงเพราะกลัวอำนาจผม ที่เป็นรองฯหมายเลขหนึ่ง

    แต่ข้อเสนอของผมถูกดองเงียบหาย (เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมลาออก มาเป็น อาจารย์น้อยในภายหลัง สองปีต่อมา)

    5 ปีต่อมา นักวิชาการเกษตรมทส. กระโดดมาทำงานด้านนี้กันยกใหญ่ จนบัดนี้

    นิทานเรื่องนี้ไม่ได้สอนอะไรเลย อิอิ มันก็วงจรเดิมๆ ของนักวิจัยไทยที่เราเห็นมานานแล้วแหละครับ

  • #2 Panda ให้ความคิดเห็นเมื่อ 3 กุมภาพันธ 2011 เวลา 14:07
    ขอบคุณท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ(อดีต…อิอิ) ที่นำประวัติศาสตร์ของเกษตรอินทรีย์ มทส. มาฝากครับ หลาย ๆ คนก็เป็นผู้เชี่ยวชาญสารพัดเรื่องได้ครับ ตามยุคตามสมัยตามกาลเวลา….อิอิ
    บริเวณที่เป็นแปลงวิจัยและสาธิตเกษตรอินทรีย์ ในตอนนี้ เมื่อก่อนก็เป็นแปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ แปลงสมุนไพร แปลงสะบู่ดำ…..สมัยหนึ่งบริเวณนี้เคยมีโครงการที่จะใช้พัฒนาเป็น “สวนพฤกษศาสตร์ มทส” ที่ท่านอดีตอธิการบดี เคยให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว….อิอิ “สรรพสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลง” แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นวงจรเสมอไป “อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา”

แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 20.137276887894 sec
Sidebar: 2.0734260082245 sec