วิชาถอดหัวโขน

5 ความคิดเห็น โดย sutthinun เมื่อ 14 สิงหาคม 2008 เวลา 17:19 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 1967

 

ท่านคงได้อ่านเรื่องละครพระอภัยมณีตอนปี่เหี่ยวไปแล้วนะขอรับ ในบริบทนั้นมีที่ไปที่มาแฝงเร้นอยู่พอสมควร นักศึกษาโข่งเป็นจอมยุทธจากค่ายต่างๆ เรื่องประสบการณ์บริหารนั้นหายห่วง ยอดเยี่ยมกระเทียมดองทั้งนั้น ผ่านการอบรมหลักสูตรมาร้อยแปด และหน้าที่การงานชั้นประธานที่เคารพนั้นไม่ธรรมดาอยู่แล้ว วิชาถอดหัวโขน สถาบันพระปกเกล้าให้ความสำคัญมาก พยายามใช้กุศโลบายหลายเชิงชั้น

ในส่วนของนักศึกษา..เมื่อเจอหน้ากัน เรียนรู้ด้วยกัน ทำความรู้จักกัน ทักทายไหว้กันสม่ำเสมอ แต่มันก็กระท่อนกระแท่นอยู่ดี ยังเข้าไม่ถึง(ใจ) ต่อเมื่อสถาบันพระปกเกล้าทำหนังสือรวมประวัติโข่งรุ่นที่1แจก ช่วยยกระดับการเข้าใจระหว่างกันเบื้องต้นได้ดีมาก จะให้คนเราไปซักประวัติกันซึ่งหน้า วัฒนธรรมไทยยังไม่ลื่นไหลนะขอรับ หนังสือประวัติเล่มน้อยจึงได้รับความสนใจมาก ทุกคนเปิดพลิกอ่านกันจนปรุโปร่ง ขอปรบมือให้ความคิดนี้  ทุกท่านเปิดอ่าน ทำความรู้จักกันทางอักษร ก่อนหน้านั้นเราได้ตั้งกติกา”เจ้าคุณพี่”

ขยับหัวโขนครั้งที่ 1

ด้วยการเรียกกันว่า..คุณพี่ อิอิ

ฉายาหลวงพี่ติ๊ก ก็ได้มาด้วยประการละฉะนี้นะขอรับ

ต่อมา..มีการแบ่งกลุ่มตามหัวข้อ ซึ่งจะต้องปรับเปลี่ยนย้ายกลุ่มไปเรื่อยๆ

แม้แต่โจทย์การบ้านที่จะไปดูงานก็เปิดโอก่าสให้ย้ายได้ตามความสนใจ

ถือเป็นการขยับหัวโขนเป็นระยะๆ

ขยับหัวโขนครั้งที่2

ระหว่างการเดินทางไปศึกษาดูงาน มีหน้าม้ามาชี้ชวนให้ทุกท่านแนะนำตัวเอง

กระบวนการกลุ่มมาเกี่ยวข้องมากขึ้น ทำคล้ายกับจับแพะชนแกะ

ได้กลุ่ม ได้แนะนำตัว ได้แนะนำงาน ให้รู้เขารู้เรา

แต่ละท่านถนัดงานด้านไหนอย่างไร?

สังเกตุได้ระหว่างอาจารย์บรรยาย เราจะเห็นลีลาการ ถาม-ตอบ- ให้พอจะจับเค้าได้บ้าง

ขยับหัวโขนครั้งที่3

มาถึงอีตอนแสดงละครย่อยนี่สิ  ผมยังงไม่หาย แมวมองมาติดต่อให้แสดงเป็นพระฤๅษี ยังนึกไม่ออก..ตัวเองมีแววพระธุดงทรงกรดตรงไหน? น่าจะให้เรารับบทพระอภัยมณี ..วันแสดง มีเสียงโทรศัพท์มาตามให้ไปซ้อมบท ..รับบทมาอ่าน และซ้อมกันนิดหน่อย นักแสดงงอแงไม่ซ้อม บอกมันจะประดักประเดิดหลายครั้ง ตกลงเอาเป็นว่าให้รู้เค้านิดๆหน่อยๆพอหอมปากหอมคอ

ช่วงเวลาอาหารมื้อค่ำ มีไวน์มาตั้ง พนักงานเสิฟเดินขวักไขว้

ข่าววงในแตกรึอย่างไร มีพี่เลี้ยงมาประกบ

ชนแก้วไวน์เพื่อลดความหวานหวั่น

มีคำปลอดประโลมว่า..จะได้คลายใจแสดงได้อย่างสบายๆ

..หลังจากนั้นก็มีเสียงกรูเกรียวออกมา

การถอดหัวโขน

ทุกกิจกรรมไม่ได้ผ่านไปเฉยๆ ได้ทิ้งร่องรอย ฝากความประทับใจ

ได้คิด ได้ฉุกคิด ได้ ได้…จุด จุด ..

ส่วนคณะผู้แสดงนั้นได้ถอดหัวโขนจริงๆด้วย

จะมีใครละครับที่สวมหุ่นแสดงไว้ตลอดเวลา

ดังนั้น..การถอดหัวโขนจึงมีความหมาย

ที่ไม่ต้องอธิบายคำว่า..”หมายความว่า” แต่อย่างใด อิอิ..

 


ควันหลงจากการไปดูงานภาคตะวันออก

2 ความคิดเห็น โดย sutthinun เมื่อ 14 สิงหาคม 2008 เวลา 3:49 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 1606

 

ไปดูงานภาคตะวันออกเที่ยวนี้

ได้ฉุกคิดบางเรื่อง

พวกกลุ่มอุตสาหกรรมนั้นคิดน่ากลัวมาก ทำอะไรพิลึกพิลั่น

หลายเรื่องทำไปแก้ไป มีความรู้ไม่ถึงไม่เป็นไร

เอาแค่เห็นว่าได้เงินมาก มีโอกาสรวย ชิงทำก่อนได้เปรียบ ลุยเลย

อาจจะเรียกว่าตีหัวเข้าบ้านก็ได้!!

เหมือนกับนักเลงกล้าได้กล้าเสีย

โกงไว้ก่อน ถ้าไม่ไหวค่อยหาทางลี้ภัย

 

ความเสียหาย ผลกระทบ ให้ราคาน้อยกว่าการฉวยโอกาส

ชอบใช้วิธีตีก่อน ไปหาหมอ ไปสถานีตำรวจทีหลัง

เปรียบเสมือนโครงการวิจัยในเมืองสารขันธ์

ยักแย่ยักยันเพราะระบบมันเต็มไปด้วยอีแอบ

ไม่สามารถเดินหน้าได้ทันที 

บิดกุญแจสต๊าทส์รถ

ใช่ว่าจะเคลื่อนไปได้ทันที  บางทีล้อแป๊บ ต้องสูบลม ปะยาง หรือไม่ก็เปลี่ยนยางใหม่

มันถึงชักคะเย่ออยู่อย่างนี้

 

ไปเดินในนิคมอุตสาหกรรม

เหมือนกับเราไปอยู่ในโลกใหม่

ถนนหนทางเต็มไปด้วยท่อขนาดใหญ่ ยาวเป็นแผงหลายกิโล

ไปเจอถนนก็จะยกสูงข้าม ใหญ่ยาวกว่าทางเดินข้ามสะพานลอยเสียอีก

มีท่อมีถังมีอาคารขนาดมโหระทึก

ทุกอย่างต้องไซส์XLยกกำลัง1,000-100,000 ทั้งนั้น

 

เรือบรรทุกถ่านหินมโหราฬมากพี่น้อง

ไปขนมาจากออสเตรเลีย ชะวา มาผลิตกระแสไฟฟ้าในบ้านเรา

สารพัดโรงงานตกคลักกันอยู่ที่นี่

ช่วยกันใช้ทรัพยากรที่ดิน แหล่งน้ำ อากาศ ทรัพยากรมนุษย์ เทคโนโลยี พลังงานต่างๆ

ปริมาณมากกว่าการใช้ในภูมิภาคตะวันออกทั้งหมด

น้ำทะเลเน่า ดินเน่า อากาศเน่า คุณภาพชีวิตผู้คนเน่า ของเหลือใช้กองไว้เป็นภูเขา ภูเขาขยะมลพิษ ขยะเคมี กองทับถมสูงขึ้นๆๆๆๆๆ.. เอาผ้าหรือใยสังเคราะห์ก็ไม่ทราบมาคลุมไว้ มีวัสดุคลุมภูเขาขยะได้ ก็ลองนึกดูเกิดว่ามันน่าสะพึงกลัวสักเพียงไหน เราเห็นภายนอกยังขนาดนี้ แล้วข้างในจะขนาดไหนพี่น้อง

มันจะอุ่มลุ้มเพียงไหนก็ยังไม่รู้ คิดแล้วใจรอนๆ..

 ถามว่าชาวบ้านเป็นยังไงรึ

อ๋อ ชาวบ้านเปรียบเสมือนปูที่ถูกจับมัด

ชุมชนเปรียบเสมือนอวนยุ่ง ขาดกระรุ่งกะริ่ง

                                                                                                                                                                                                               


สบายดีไหมพี่น้อง?

2 ความคิดเห็น โดย sutthinun เมื่อ 14 สิงหาคม 2008 เวลา 2:42 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 937

..ถ้าใครได้อ่านการเดินทางสุดหวาดเสียวที่ลุงเอกเล่าในบล็อก จะเห็นว่าการขึ้นเฮลิคอปเตอร์ในสภาพอาการปิดนั้นอันตรายกว่าการเดินภาคพื้นดินไปเผชิญผู้ก่อการเสียอีก วันนี้ผมเดินทางกลับบ้านในสภาพที่มีเมฆฝนบ้าง แต่คงไม่ได้เศษเสี้ยวของน่านฟ้าเบตง ที่เมฆปกคลุมหนาทึบแบบจะมาก็มาไม่ให้รู้ตัว 

..หลังจากที่อุบัติเหตุเฮฯชนเขาเสียชีวิตทั้งลำแล้ว

ถามผู้สันทัดกรณีว่า..ไม่มีเรดาร์รึ หรือว่าใช้ไม่ได้!

คำตอบ ..เรดาร์ใช้ไม่ได้

การบินแบบนี้จึงเสี่ยงพอๆกับพวกนักบิน มิกาเช่

อาศัยประสบการณ์ การตัดสินใจ และหัวใจหินจริงๆ  จึงจะบินได้

อ่านรายละเอียดในบล็อกลุงเอกนะครับ

 

ช่วงที่บินกลับบ้านเมื่อบ่ายนี้  ผมสังเกตตอนฝ่าเข้าไปในกลุ่มเมฆ เราจะมองไม่เห็นอะไรเลย แต่เครื่องบินโดยสาร ลำใหญ่ บินเร็ว บินสูง ตรวจสอบเส้นทางล่วงหน้าสะดวก มีเครื่องมือนำร่อง จึงปลอดภัยแตกต่างจากเฮลิคอปเตอร์หลายขุม ระหว่างบินกลับ มองเห็นฝนเจิ่งทุ่งเป็นระยะๆ พรุ่งนี้จะมีค่ายนักศึกษา มมส.60 คน ตั้งแต่วันที่14-17 ช่วงนี้จะชวนคนรุ่นใหม่มากินนอน  จะชวนคุยเรื่อง..

  • บทบาทนิสิตนักศึกษาต่อสังคม
  • หน้าที่นักศึกษารุ่นใหม่
  • มุมที่มองอนาคต
  • วิธีที่นักศึกษาจะศึกษาสังคม
  • การฟื้นฟูค่ายนิสิตนักศึกษา
  • กิจกรรมฝึกงาน
  • แลกเปลี่ยนเรียนรู้
  • ฯลฯ

ดังนั้น ในช่วงนี้จึงอยากตะโกนดังๆว่า

ปลูกต้นไม้กันแล้วยังพี่น้องงงงงงงงง..

อิอิ..

 

 



Main: 0.018794059753418 sec
Sidebar: 0.051158905029297 sec