น้ำตาเซียน

อ่าน: 1364

ภาพที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ คือ คำพิพากษาโทษที่มนุษย์ข่มขืนธรรมชาติ สะสมบาปมากก็รับโทษมาก บางคนไม่ได้ทำอะไรก็พลอยติดบ่วงร่างแหไปด้วย คงจะมีความผิดฐานละเมิดโดยไม่เจตนากระมัง จะอ้างว่า..ความไม่รู้ควรจะได้รับการลดโทษ แต่กฎแห่งกรรมก็เหมือนกฎหมายของประเทศนี้นั่นแหละ มัดมือชก..

ทุ ก ค น ต้ อ ง รู้ ก ฎ ห ม า ย

เมื่อโลกพิพากษาออกมาอย่างนี้

ทุกคนต้องรับไปเต็มๆทั้งที่ไม่ความผิดมากและน้อย

ไม่สามารถเกี่ยงการรับผิดได้

ชวนให้ปลูกต้นไม้ก็ไม่ปลูก

ชวนให้อนาทรธรรมชาติก็ไม่ทำ

ย่ำต๊อกย่ำยีเดินหน้าดื้อตาใส

เกิดมาทำซากอะไรไม่รู้ > >

ถ้าติดตามข่าวน้ำท่วมติดต่อมาเรื่อยๆ เราจะเห็นภาพซ้อนในอดีตวับแวบ เมื่อครั้งอโยธยาเข้าหน้าน้ำหลาก ผู้คนอยู่เย็นเป็นปกติ ไม่ว่าน้ำจะขึ้นสูงแค่ไหนท่วมท้นอย่างไร ก็ยังพายเรือไปมาทำภารกิจได้ตามปกติ จัดงานรื่นเริงต้อนรับน้ำหลากอย่างสนุก เก็บสายบัว วางข่ายดักปลา งมหากุ้งแม่น้ำตัวใหญ่มาทำอาหารใส่บาตร เตรียมการบ้านการบุญออกพรรษา ชวนกันไปเสริมภูมิคุ้มกันให้ใจอยู่กับเนื้อกับตัว

โฉมยงเตรียมดอกบัวดอกไม้ทำอาหารไปวัด

ตื่นมาไม่เจอ..เธอคงไปสะสมบุญแล้ว

ปล่อยให้คนบาปหาอะไรใส่ท้องช่วยตนเอง

เธอเสียบปลักกระติกน้ำร้อนไฟฟ้าไว้ให้

แค่นี้ก็ดีใจ พอใจ เห็นน้ำใจ ในน้ำร้อนปุดๆ

เอาไม้ฝางที่ฤๅษีเอามาฝากใส่ลงในน้ำร้อน

ได้น้ำชาสีสวยตั้งไว้ข้างๆ

อุ่นกำลังดีก็จิบสดชื่นต้อนรับยามเช้าที่เริ่มอากาศเย็น

พ ร้ อ ม กั บ ดู ข่ า ว ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ต ก น้ำ !

ออกไปอาบแดดยืดเส้นยืดสาย

อ้าว อ้าว !! เห็ดโคนดอกสวยๆขึ้นรอบบ้าน

เดินไปชม ที่โน่นก็มี ที่นี่ก็มี ..

อยากจะให้คนใจกระด้างมาเห็นมาเก็บ

แต่ก็นั่นแหละ..บรรณาการจากสวรรค์ขึ้นอยู่กับวาสนา..

อีหนูนางหนึ่งโพสใน Facebook ปาฏิหารย์มีไหม?

โธ่ ! มีแต่ปาหัวเธอนะสิ..

ภาพเรือสัญจรไปมาบนท้องถนน ผ่านหน้าร้านค้าซึ่งเคยมีรถยนต์พลุกพล่าน แม้แต่มอเตอร์โซก็ถูกกวาดไปสิ้น ความสะดวกสบายกลายเป็นเดี้ยงทั้งระบบ รถตู้ รถสิบล้อ รถเครน รถแมคโค และรถไฟ ง่อยไปตามๆกัน ในเมื่อน้ำเข้ามายึดพื้นที่คืนอย่างที่เคยเป็นอยู่ในอดีต

ทุกหนทุกแห่งเต็มไปกำแพง มนุษย์กำลังสร้างสิ่งป้องกันน้ำ ไม่ยอมแบ่งปันให้น้ำอยู่ตามธรรมชาติ เมื่อแข็งขืนก็ต้องยืนนอนชุ่มน้ำ บรรจุทราย ขนถุงทราย ตอกเสาเข็ม ห่อหินก้อนโต ไปหย่อนแหย่หยั่งพลังน้ำ หลังจากงัดข้อกันมาระยะหนึ่ง สู้อดหลับอดนอน งัดทุกวิชาความรู้มาใช้ ผลเป็นอย่างไรก็พิเคราะห์เอาเองเถิด

น้ำไม่ได้ทำอะไรเลย ต้องการเพียงไหลจากที่สูงสู่ที่ต่ำ ขอไปดีๆ..ก็ไม่ยอมเปิดทาง ไม่อนุญาต ไม่แจกบัตรคิว แทนที่น้ำจะผ่านไปได้รวดเร็ว ก็ต้องมาผ่านด่านกักกั้นเป็นระยะๆ

มนุษย์คิดอะไรของมันวะ

ทำลายธรรมชาติ ตัดสิทธิธรรมชาติ ไม่รู้ไม่ชี้ไม่ๆๆๆใดๆทั้งสิ้น ถ้ามนุษย์กับธรรมชาติไม่ออมชอมกัน ไม่พบกันครึ่งทาง เรื่องที่คิดว่าวิกฤติจนเกินวิกฤติแล้วนั้น เป็นเพียงเผาหลอก.. เผาจริงยังมาไม่ถึง ถ้าคิดและทำเยี่ยงนี้

อยากจะลองดีก็คงได้ลอง..

ไม่กี่ปี..ไม่นานหรอก จะได้ลองดีและลองร้ายอีกแน่ๆ

สนามบินสุวรรณภูมิที่ไปสร้างท้าทายในที่ลุ่ม

อีกหน่อยจะเป็นที่ชาวบ้านไปพายเรืออีโป่งเล่น

เป็นสถานที่จัดแข่งกีฬาทางน้ำ

จัดแข่งตีโป่งแห่งชาติดีไหมละ

หลังจากฝนลดน้ำเหือดหายไป ลองทบทวนอะไรๆที่ทำไว้เกินเลย ถนนหนทาง สถานที่ราชการ บรรดาร้านค้า ที่อยู่อาศัย ที่ทำอยู่ทำกิน ที่ทำการผลิตการค้าการขาย มันควรจะเอาไปวางไว้ตรงไหน ปะผุกันอย่างไร ต้องเรื้อทั้งระบบหรือเปล่า วางแผนแก้ไขไปทีละเปลาะๆเอาไหม หรือจะทำระดับสร้างเมืองใหม่ สร้างประเทศใหม่ ทำเป็นเมืองครึ่งบกครึ่งน้ำอย่างในอดีต สร้างอะไรให้สอดรับสอดคล้องกับสภาพธรรมชาติ

พลโลกควรเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติ

ทุกภาควิชาที่ก๋าๆควรเรื้อชุดวิชาใหม่

ควรมีการสอดแทรกมิติของธรรมชาติในทุกบริบท

เลิกแข็งขืนฝืนสร้างบ้านแปงเมืองอย่างที่ผ่านๆมา

ทำอะไรแบบอำเภอใจ..หยุดเถอะ

ทำอะไรแบบไม่คำนึงถึงสภาพแวดล้อม..หยุดเถอะ

ทำอะไรเพื่อจะให้ร่ำให้รวยแบบมักง่าย..ฉุกคิดเถอะ

นักอุตสาหกรรมอาหารที่กำลังมีชื่อเสียง ลงทุนสร้างโรงงานไปสดๆร้อนๆหลายพันล้านบาท อนาคตกำลังพุ่งทะยานสดใส เงินไหลมาเทมาเป็นกะตักอยู่เห็นๆ เมื่อคืนนี้นอนเฝ้าโรงงานน้ำตาไหลพราก เขาเก่งทุกอย่าง ..แต่ยังบกพร่องความรู้เรื่องธรรมชาติ ไปลงทุนตั้งโรงงานในพื้นที่ลุ่มอยุธยา น้ำบ่ามาก็ท่วมวินาศสันตะโรนะสิ

น้ำ ช า เ ขี ย ว ที่ โ ร ง ง า น ผ ลิ ต จำ ห น่ า ย ข า ย ไ ด้ เ งิ น

น้ำ ที่ ไ ห ล บ่ า ท่ ว ม โ ร ง ง า น บ ร ร จุ ข ว ด ข า ย ไ ม่ ไ ด้

ทั้งๆที่มันเป็นน้ำเหมือนกัน..แ ต่ ไ ม่ เ ห มื อ น กั น

เราจึงได้เห็นน้ำตาเซียน > >

นิทานเรื่องนี้ สอนว่า..

นั ก ล ง ทุ น ต้ อ ง มี จ ริ ย ธ ร ร ม

ปัญหาโลกร้อนไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

มนุษย์พากันก่อการร้ายต่อธรรมชาติไม่บันยะบันยัง

วันนี้จึงมีจึงเห็นเซียนสะอื้นนับล้านคนทั่วโลก!

ถึงมนุษย์สร้างกฎโน่นกฎนี่ออกมามากมาย

แต่มันไม่สามารถมาลบล้างกฎของโลกได้หรอกนะ

อยู่ในโลก พึ่งพิงอิงทรัพยาการของโลก

แต่ก็พากันทำลายต้นทุนของโลก

อย่าดื้อและกระด้างนักเลยพ่อคุณแม่คุณเอ๋ย


น้ำขึ้นอย่ารีบตัก

อ่าน: 1920

เทวดายุติธรรมเสมอ

วันนี้นอกจากชาวไร่ที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้แล้ว

กลุ่มอุตสาหกรรมที่มองว่ามีความพร้อมความเข็มแข็ง

แต่ละโรงงานมีพนักงานเป็นพันๆคน มีเงิน มีเครื่องมือ แต่ก็ช่วยตนเองไม่ได้

แสดงว่าศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก>>

น้ำขึ้นอย่ารีบตัก ให้หนี หนี น้ำสุดชีวิต

ชั้นแรกไม่คิดว่าจะต้องหนี

คุณยายหลายคนไม่ยอมออกจากบ้าน

บอกว่ายายอยู่มาตั้งแต่อ้อนแต่ออก

ทำไมจะต้องอพยพทิ้งบ้านทิ้งช่อง

ผู้ที่ไปรับ..อ้อนวอน ขู่ว่า ถ้าคุณยายไม่ยอมไปกับหนู

หนูก็จะไม่เข้ามาอีกแล้วนะ

คุณยายยอมจำนน ..ออกมาเห็นโลกภายนอก

ถึงเข้าใจว่าวิบากมหันตภัยน้ำท่วมเที่ยวนี้เป็นอย่างไร?

ความเข้าใจ..ของแต่ละคนนี่น่าศึกษาไหมละครับ

จะมีนักศึกษาสักคนไหมที่เอาเรื่องน้ำท่วมใจนี้ไปเป็นหัวข้อวิทยานิพนธ์

วันนี้ยังต้องลุ้นระทึกต่อๆไป  ตัวเลขน้ำท่วมมีแต่ขึ้นๆและขึ้น กำแพงจุดโน้นพังจุดนี้เละ การที่จะระดมสรรพกำลังเข้าไปปิดประตูน้ำที่พังไม่ง่ายหรอก สู้สุดชีวิต24ชั่วโมงอาจจะทำสำเร็จ แต่ตอนนั้นน้ำก็ท่วมไปเรียบร้อยแล้ว การตั้งรับภายนอกล้มระเนระนาด ทุกด่านต้านน้ำไม่ไหว สิ่งที่น่าสนใจคงจะมาดูการป้องกันกรุงเทพภายใน คุณชายแห่งกรุงเทพมหานคร ระดมพลคนกทม.สู้สุดฤทธิ์ เสียดายว่าอุโมงค์ยักษ์ทำยังไม่ครบตามแผน ไม่ยังงั้นจะหายใจโล่งกว่านี้ ข่าวรอบนอก กทม.น้ำก็ปริ่มๆแล้ว ช่วงทะเลหนุนมาตรงกับน้ำเขื่อนเปิดเต็มที่ จะออกหัวหรืออกก้อยหนอ

เอาใจช่วยอย่างเดียวไปพอหรอก

จะเอาอะไรไปช่วย..นี่สิน่าคิด

คนปกติก็ย่ำแย่แล้ว

คนที่เจ็บป่วย ย้ายโรงพยาบาล แล้วยังไงต่อ

วิกฤติที่ตอกย้ำอยู่นี้ เป็นประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่งในชีวิตของเรา  ซึ่งเราอาจจะเจอเรื่องหนักๆใหญ่ๆ4-5 ครั้ง ในอนาคตก็ไม่รู้ว่าจะเจออะไรอีก ..หลังจากนั่งลุ้นระทึกกับมหาวิปโยคแห่งชาติ พ.ศ.นี้ ถามตัวเองว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง ถ้าเข้าไปช่วยก็คงจะไปเกะกะเขาเปล่าๆ นั่งถอนใจเฮือกๆทั้งวันทั้งคืน ติดตามข่าวไม่ได้หลับได้นอน มองว่านี่คือบทเรียนสดๆของคนไทยทั้งชาติ ที่ควรจะใส่ใจศึกษาและใคร่ครวญ ประมวณผลถึงความเข็มแข็งของระบบการพัฒนาและดูแลป้องกันของชาติ ก่อนหน้านี้เราเคยได้ยินคำว่า”ไทยเข้มแข็ง” วันนี้ได้คำตอบแล้วบางส่วนว่าเราเข็มแข็งอยู่ในระดับไหน ควรจะอุดช่องโหว่หรือเสริมสร้างความมั่นคงให้เป็นจริงได้อย่างไร?

ใครบ้างจะต้องทำหน้าที่นี้

ก็คนไทยทุกคนนั่นแหละ..ถ้ายังมีความเป็นไทยอยู่ในหัวใจ

ในระหว่างที่พี่น้องหลายล้านครอบครัวเครียดและสั่นงันงกเหมือนลูกนกตกน้ำ พวกเราที่อยู่นอกรัศมีอุกกภัยเริ่มรับรู้ถึงช่วงรอยต่อของอากาศ ฤดูหนาวเริ่มนับหนึ่งแล้วตั้งแต่วันนี้ อากาศเย็นสบายพอดีในรอบปี เป็นวันที่เห็ดโคน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าเห็ดปลวก เป็นยอดมหาเห็ดแห่งความอร่อย ที่มนุษย์ยังไม่สามารถเพาะได้เหมือนเห็ดอย่างอื่น ผู้รู้บอกว่า..มันเกี่ยวข้องกับวิถีของปลวก ชาวบ้านจึงเรียกว่าเห็นปลวกยังไงละเธอ เห็ดที่ว่านี้จะนัดกันออกดอกมาเต็มที่คราวละ 2-3 วันต่อปี  ระยะก่อนหน้านี้ก็เห็นมีเห็ดโคนดอกเล็กๆมาวางขายบ้าง ราคาในตลาดสตึก ก.ก. ละ 200 บาท เป็นเห็ดที่ล้างดินทำความสะอาดแล้วพร้อมลงหม้อ เมื่อก่อนไม่แพงอย่างนี้ ก.ก.ละ 50 บาทก็แพงแล้ว ส่วนมากชาวบ้านจะไปเก็บกันเอง ได้มาก็แบ่งกันกินไม่มีใครเอามาขาย เป็นของฝากที่มากด้วยไมตรีจิต คนยากคนจนไม่มีของขวัญแพงๆให้กันหรอก แต่เขามีไมตรีไม่อั้นพร้อมที่จะแชร์กัน

สมัยนี้ไม่มีการแบ่งปัน

ทุกอย่างตีค่าเป็นเงิน

น้ำจิตน้ำใจถ้าต้องซื้อหากันมันก็ไร้ค่า

ไม่มีเงินตราสกุลใดในโลกมีมูลค่าสูงกว่าของน้ำใจ

คุณค่าน้ำจิตน้ำใจประเมินมูลค่าไม่ได้

เมื่อวานนี้คนงานเก็บเห็ดโคนมาฝาก 1 หม้อต้ม เมื่อคืนนี้เป็นช่วงมหกรรมเห็ดโคนออก เสียงชาวบ้านจ๊อกแจ็กจอแจมาหาเห็นกันเต็มสวนป่า หมาเห่าขรมตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืน ผมนอนดูข่าวน้ำท่วม จนกระทั้งรุ่งเช้าเจ้าเก่าเอาเห็ดโคนดอกงามมาให้ต้ม 1 หม้อ ป้าสอนกับคนงานไปเก็บมาให้อีกประมาณ 2-3 หม้อ ช่วยกันทำความสะอาดเก็บไว้ทำอาหารมื้อเย็น มื้อเที่ยงผมขอแสดงฝีมือเอง ให้ป้าสอนเก็บใบแมงลักมาเตรียมไว้ ตอนเที่ยงจะเข้าครัว ต้มเห็ดโคนซดให้ชื่นสะดือสักกะหน่อย

วิธีต้มเห็ดโคน

เอาหม้อตั้งไฟ อย่าใส่น้ำมาก ในเห็ดจะมีน้ำหวานออกมาสมทบ

หั่นหอมใส่ลงไปสัก 2 หัว

โรยกุ้งแห้งสัก 2 ช้อนโต๊ะ

ใส่เกลือนิดๆ บุบพริกสดใส่ 2 เม็ด

เอาเห็ดเทลงหม้อ

ตามด้วยใบแมงลัก ใบมะขามอ่อน 1 ขยุ้ม

เติมซีอิ้วขาวหน่อยอย่ามากจะกลบรสเห็ด

ต้ม 2 นาทีควันฉุย ตักใส่ถ้วยยกไปเสริฟ์คนที่รัก

แค่นี้แหละ  อย่าไปใส่โน่นใส่นี้ให้มากเรื่อง

ทำง่ายๆอร่อยง่ายๆแต่ได้ภูมิคุ้มกันเยอะเลย

รับประทานกับส้มตำรสจัด

จะได้เมนูที่จิ๊ดจ๊าดอาหย่อยยยย

ฝนจะร่ำลาไปแล้ว ให้คนงานเตรียมนั่งร้านปลูกน้ำเต้า ที่คัดพันธุ์ไว้ว่าจะปลูกเพื่อพัฒนาพันธุ์ชนิดไหนบ้าง เพื่อให้เกิดความหลากหลาย นั่งร้านที่ว่านี้จะแบ่งปลูกดอกชมจันทร์ ปลูกฟักแฟง ปลูกตำลึง มะระจีน ถั่วพู ถั่วฝักยาว พริกพันธุ์เลื้อย ใช้สว่านเจาะหลุมแล้วใส่ปุ๋ยให้เต็มที่ มีระบบน้ำหยดให้ทุกหลุม แค่นี้แหละเธอเอ๋ย อีกไม่กี่เดือนก็จะมียอดน้ำเต้าลงกะทะร้อน มีผลน้ำเต้าอ่อนมาจิ้มน้ำพริก มาชุบแป้งทอด จัดเป็นแปลงสาธิตการปลูกผักเลี้อยค้างแบบประณีตพ่วงกับงานวิจัย

ข้างๆแปลงน้ำเต้า ปลูกกล้วยไข่ทดลองไว้เมื่อปีที่แล้ว

ช่วงระหว่างแถวลงต้นอินทผลัมไว้แล้ว

พบว่ากล้วยไข่ กล้วยหอม กล้วยน้ำหว้า ได้ผลดีพอสมควร

ส่วนมะละกอปะเลอะปะเตอ ล้มหมอนนอนเสื่อไป20กว่าต้น

ผักยืนต้นระยะชิดกำลังงามพออวดได้

น้ำท่วมผักแพงถ้าทำวิธีนี้จะพอแก้ขัดได้บ้าง

ต้นมะเขือการ์ตูนปลูกโชว์ ไม่ทำให้ขายหน้า

กำลังทยอยออกลูกแล้วนะเธอ

จะเร่งปลูกผักบุ้ง ผักกาด คะน้า กุยฉ่าย เรียงล่ายซ้าย

จบข่าว..


วิทยานิพนธ์

อ่าน: 1065

วิทยานิพนธ์ คืออะไร ไม่ขอตอแยตีความนะครับ อนึ่ง ผมประเภทจบมัธยมพอกะเทิน ไม่มีคุณสมบัติที่จะอาจเอื้อมทำเรื่องยิ่งใหญ่และสำคัญยิ่งยวดอย่างนั้นได้ จึงสังเกตสังกาอยู่ห่างๆ  และคอยอ่านเรื่องผู้ที่ศึกษาสำเร็จแล้วนำมามอบให้ เรื่องของสวนป่ามีนักศึกษาจากหลายสำนักเอาไปเป็นหัวข้อวิทยานิพนธ์ แม้แต่สถาบันวิจัยสังคมจุฬาฯก็หยิบเอาไปทำวิจัยในหัวข้อ “บทบาทศูนย์เรียนรู้:กรณีศึกษามหาชีวาลัยอีสาน ยังมีนักศึกษา ป.โท ของจุฬาฯมาทำเรื่อง …นักศึกษา ป.เอก แม่โจ้ และ ป.เอก ม.อุบล กำลังเขมักเขม้นทำเรื่องของผมมาหลายปีดีดักแล้วละครับ ทำยังไงๆก็ไม่จบสักที น้ำตาเช็ดหัวเข้าจนแห้งแล้วแห้งอีก เข่าทั้ง 2 ข้างด้วยนะเธอ

แสดงว่า  การที่จะเป็น ดร.ได้นี่ยากเย็นชะมัดเลย

แต่ก็ทราบข่าวว่ามีช่องทางทำวิทยานิพนธ์ให้ได้เป็น ดร. กำมะลออยู่เหมือนกัน

เช่นบินไปชุปตัวที่ประเทศฟิลิปปินส์บ้างอินเดียบ้าง

วิธีนี้ง่าย ปีเดียวก็ได้เป็นดร.อุบอิบแล้ว

ผมละอึ้งจริงๆที่ครูบาอาจารย์พากันทำอย่างนี้

ถ้าอาจารย์โง่ จะมาสอนลูกหลานผมให้ฉลาดได้อย่างไร

เรื่องนี้หน่วยงานที่กำกับดูแลควรมีมาตรการเฉ่งปี่ ดร.จำบ่มพวกนี้ให้ชัดเจน

ไม่อย่างนั้นแยกยากครับ คนไหน ดร.จริงคนไหน ดร.เสมือนจริง

พวกที่เสมือนจริงนี้แหละที่ก๋าๆกว่าตัวจริงเสียอีก

สอนลูกศิษย์แบบตัดไม้ข่มนามไว้ก่อน

อาจารย์เก่งยังโง้นเก่งยังงี้ ผ่านงาน ผ่านประสบการณ์มาจนจำแทบไม่ไหว

ลองไล่เรียงดูเถอะ  กลิ่นน้ำนมยังไม่หย่าจากแหล่งที่ไปทำอีแอบมามีเยอะ

หัวข้อวิทยานิพนธ์จะว่ายากก็ยากง่ายก็ง่าย ขึ้นอยู่กับต้นทุนของแต่ละคน ผ่านสมรภูมิการวิจัยมาในระดับไหน สมัยที่เรียนโทตั้งใจทำการบ้านเต็มที่ หรือเรียนแบบปริญญาโธ่! ปริญญาโถ ! เมื่อเช้านี้มีบลอก “ลานชาวนา” โผล่มาแนะนำตัวว่าเป็นนักศึกษาปริญญาเอก สาขานวัตกรรมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม นักศึกษากลุ่มนี้เคยเข้ามาขลุกอยู่ที่สวนป่าเมื่อเร็วๆนี้ ผมวางยาไว้ว่าให้ลองเข้าไปค้นอ่านในลานปัญญา และเมื่อร้อนวิชาก็ทดลองเขียนบล็อก ปรากฎว่านักศึกษาท่านนี้เป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน เป็นไงเป็นกัน เต้นก๋าออกมาปรากฎตัว ผมเห็นแล้วชื่นชมยินดีเป็นอย่างมาก น่าจะเป็นคนแรกที่ค้นพบวิธีไล่ล่า ดร.

การเรียนระดับปริญญาเอกสมัยนี้จะไปรออาจารย์ป้อนนมไม่ได้หรอก

นักศึกษาต้องหาทางค้นคว้าจากแหล่งต่างๆด้วยตัวเอง เดินทางไปพบปะพูดคุยกับผู้สันทัดกรณีจำนวนมากให้ครบถ้วนทุกระดับ  เช่น โรงสี ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง อบต. ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าแม่โอท็อปประจำตำบล กรมการข้าว ร้านค้า แม่ค้า ชาวนา หัวหน้าม็อบชาวนา เครือข่ายชาวนา เครือข่ายผู้บริโภค แม้แต่เจ้าแม่โพสพ เจ้าที่เจ้าทาง ขาใหญ่ นายทุนปล่อยดอก พวกรับจำนำข้าวเขียว โอย เขียนไม่ไหวหรอก ลงไปทำถึงจะรู้ว่ายังขาดเหลืออะไร ศึกษานโยบายและมาตรการต่างๆ ข้อดี ข้อด้อย กรณีการทุจริตในวงการรับจำนำข้าว เล่ห์กลที่ชาวนาถูกกระทำ ฯลฯ

จงลงมือทำในบ้างเรื่อง หลายๆเรื่อง

ที่ผมแนะนำมาที่ลานปัญญญาก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

ยังมีเรื่องที่จะฝ่าด่านอรหันต์อีกไม่รู้กี่ด่าน

ต้องค้นคว้าเรื่องหนึ่งเรื่องใดให้แตกฉานจนสามารถหยิบมาเขียนเป็นโมเดลได้

ไม่อย่างงั้นจะเอาอะไรไปรับปริญญา

นักศึกษาต้องไปเก็บเรื่องธรรมดาไม่รู้ก๊่ร้อยฉบับมาร้อยเรียงให้เป็นเรื่องพิเศษ 1 เรื่อง

แถมยังไม่ซ้ำรอยซ้ำแบบใครด้วยนะ

ยกตัวอย่างเรื่องของชาวนา โอ้โฮ้ มีโจทย์วิทยานิพนธ์ไม่เลือกทำได้รู้กี่ร้อยฉบับ เพียงแค่ผมอยากจะรู้ว่า ชาวนาจะสร้างเครืองข่ายวิวัฒนาการการทำนาให้เข้ากับยุคสมัย ที่มีกระบวนการยกระดับการปลูก การผลิต การจำหน่ายของตนเอง ที่ตั้งสมมุติฐานไว้นี้ นักศึกษาบอกได้ไหมว่า ถ้าจะไปสร้างกลุ่มชาวนาที่ลืมตาอ้าปากได้ด้วยตนเองจะต้องคิดต้องทำอย่างไร ถ้านักศึกษาไปลงมือพาชาวบ้านทำขึ้นมา ตัวเองลุยโคลนไปกับเขาด้วย แล้วตามเก็บกระบวนการทุกลำดับชั้นไว้มาร้อยเรียง ให้เห็นแผนที่การสร้างชาวนาพันธุ์ใหม่ ถ้าทำหัวข้อการเกิดขึ้นชาวนาพันธุ์ใหม่ โห  ผมว่าจะจ๊าบส์มากเลยละครับ

ถามว่ายากไหม

เอาอะไรมาวัด

ในระหว่างทำวิทยานิพนธ์ ถ้านักศึกษาไม่ไปเป็นตัวชาวนาเสียเอง

มันตีบทไม่แตกหรอก

เ รื่ อ ง ช า ว น า ใ ค ร จ ะ ม า รู้ ดี ก ว่ า ตั ว ช า ว น า ละ ค รั บ

อยากจะเป็น ดร.เรื่องชาวนา ก็ต้องไปเป็นชาวนา

ถามว่ามีวิธีอื่นที่ดีและง่ายกว่านี้ไหม ?

มี

แ ต่ ผ  ม ไ ม่ รู้ จั ก  ?

อนึ่ง ในระหว่างเขียนต้นฉบับโมเดลอีสาน เส้นทางมันก็คล้ายกับที่เล่ามาข้างบนนั่นแหละ ผมต้องมาออกแบบว่าจะร่ายทวนอย่างไร คำถามแรก เจ้าเป็นไผ เจ้าทำอะไรมาบ้าง เจ้าไปเกี่ยวข้องกับงานใดบ้าง เมื่อได้ประเด็นหยาบๆมาอย่างนี้ ผมก็พอจะได้เค้าแบ่งเรื่องที่จะเขียน เช่น

ไปยุ่งกับการศึกษา ก็เขียนกระเทาะมุมการศึกษาเท่าที่ไปรู้เห็นมา แล้วคิดว่าจะทำอย่างไร มีข้อเสนอแนะอย่างไร

ไปยุ่งกับกระทรวงสาธารณสุข ก็เขียนเรื่องสุขภาพสุขภาวะที่เกี่ยวข้องและเผชิญอยู่

ไปเกี่ยวข้องกับงานวิจัย ก็เขียนเรื่องวิจัยไทบ้าน เรื่องวัวกินใบไม้ วัวกินไวน์ก็ว่าไป

ไปเกี่ยวข้องกับงานพัฒนาท้องถิ่น ก็เขียนเรื่องบทบาทของมหาชีวาลัยอีสาน

ไปเกี่ยวข้องกับการจัดการความรู้ ก็เขียนเรื่องชุมชนคนแซ่เฮยังไงละเธอ

ไปเกี่ยวข้องกับแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ก็เขียนประมวลไว้ในโมเดลอีสาน

ก็เหมือนผมรักใครสักคน ผมก็ต้องเขียนถึงคนนั้นสิครับ

เขียนและทำในสิ่งที่ตัวเองรู้ มันสอบไม่ตกหรอกนะเธอ อิ อิ ..

:: ข่าวล่ามาเร็ว 12-14 นี้ ต้องไปร่วมงานมหกรรมสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2 ที่เมืองทองธานี

ชาวแซ่เฮ มีใครมาบ้างไหมครับ แหม มันน่าชุมนุมชาวเฮนะนี่

ผมมีรายการจะตามมูลนิธิชัยพัฒนาไปที่ลาวในช่วงนี้ แต่ก็ต้องบายเสียแล้ว

จำต้องเข้ากรุงไปงานดังกล่าว เบี้ยวประชุมเขาบ่อย จนหนังสือเชิญมีรังสีอำมหิต ..ตอกย้ำจัง..

” ในฐานะที่ท่านเป็นกรรมการในคณะกรรมการกำลังคนด้านสุขภาพแห่งชาติ ที่แต่งตั้งโดยคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สวรส.จึงขอเชิญท่านเข้าร่วมการประชุมวิชาการดังกล่าว จึงเรียมาเพื่อโปรดพิจารณาดัวย จะเป็นพระคุณ “

งานดังกล่าว อยากให้เบริด์มา เตรียมเรื่องใส่ซองมาด้วย จะได้จับแพะชนแกะให้รู้แล้วรู้รอดเสียที

เข้าไปดูรายละเอียดที่นี่ >> ผู้ประสานงาน คุณวันเพ็ญ ทินนา e-mail:wan...@hsri.or.th


ว่าที่ดอกเตอร์หัวใจเสริมใยเหล็ก

อ่าน: 1540

มหาชีวาลัยอีสานได้ต้อนรับนักศึกษาที่ข้ามฟากมาจากทุ่งกุลาร้องไห้ โดยมีดร.ศักดิ์พงศ์ หอมหวน แห่งมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม พาลูกศิษย์รุ่นสุกรไม่กลัวน้ำร้อนมาจัดโสเหล่ให้แก่นักศึกษาหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิตวิชานวัตกรรมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น

หลักสูตรดังกล่าวมีเสน่ห์มหาระรวยอย่างไรผมไม่ทราบได้

มีอาจารย์ดอกเตอร์และรองศาสตราจารย์มาสมัครเรียน2ท่าน

มีพระสงฆ์นักพัฒนาชั้นแนวหน้ามาสมัครเรียน3รูป

มีข้าราชการจากหลายหน่วยงานอีกจำนวนหนึ่ง

สถาบันราชภัฏทั่วประเทศประกาศเจตนารมณ์มานาน ในการที่จะเป็นสถาบันเพื่อพัฒนาท้องถิ่น นอกจากจะเป็นแหล่งให้การศึกษาลูกหลานที่อยู่ในภูมิภาคแล้ว บางครั้งยังมีโครงการร่วมกับหน่วยราชการในเรื่องสำคัญๆและทำการวิจัยอีกด้วย มาบัดนี้เจตนารมณ์ดังกล่าวเริ่มขยับขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง หลังจากที่ไปทำMOU.กับมูลนิธิชัยพัฒนา โดยมีมหาชีวาลัยอีสานเป็นกองเชียร์ คอยหิ้วปีกเข้ามุม และยื่นยาหม่องยาดมให้ในยามที่ระโหยโรยแรง

รายการพบปะกันแบบปิดประตูตีแมวเริ่มขึ้นเมื่อนักศึกษาวางข้าวของ แล้วทยอยเข้ามานั่งล้อมวง ผมกล่าวต้อนรับตามธรรมเนียม พร้อมกับเล่าย้อนไปถึงกระบวนการพัฒนาอาจารย์และนักศึกษาตามโครงการกาญจนาภิเษก ที่เคยยกทีมมาที่นี่เมื่อ4-5ปีที่แล้ว ผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการศึกษาและวิจัย ต้องการจะเห็นรูปแบบและกระบวนการศึกษาที่เอาวิถีชนบทเป็นตัวตั้ง แต่ก็นั่นแหละเธอ ไม่ว่าจะเป็นโครงการช้างเผือกหรืออื่นๆขยับไม่ออก ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะเงื่อนไขหรือพลังแฝงต่างๆยังไม่ทะลุทะลวงพอ

(ลุ้น ดูลายมือแล้วทายว่าจะเป็นจะได๋พ้อง)

จนกระทั้งมาถึงปีนี้ ปีประวัติศาสตร์ของวงการพัฒนาการศึกษาต้องจับตามอง ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามสวมหัวใจสิงห์สร้างหลักสูตรนี้ขึ้นมา โดยเอาหลักพุทธธรรมมาเป็นหลักการ โดยเอาไปตีแตกในวิทยานิพนธ์ของนักศึกษา โดยมีข้อฉุกคิดว่า..หลังจากที่เราพึ่งพาตำราวิชาการต่างด้าวทั้งดุ้นมานานแล้ว โรคทางสังคมก็ยังไม่ดีขึ้น หลักสูตรนี้จึงมีลูกฮึดจะพิสูจน์ให้เห็นว่า ..คำสั่งสอนของพุทธองค์สามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาต่างๆได้เป็นอย่างเป็นรูปธรรม เพียงแต่นักศึกษาจะต้องค้นหากระบวนการที่จะทำให้เรื่องนั้นๆมีธรรม

“พุทธศาสนาอาจมีส่วนส่งเสริมอย่างแน่นอนสำหรับจุดประสงค์อันสร้างสรรค์ทางการศึกษาและวัฒนธรรมเช่นว่านี้ แต่ในเรื่องนี้มีประเด็นหนึ่งที่จะต้องให้กระจ่างชัดกันในฐานะเป็นศาสตร์ของการดำรงชีวิต พุทธศาสนามุ่งอยู่เสมอที่จะแสดงสัจธรรมสากลเกี่ยวกับชีวิตและการดำรงอยู่ และปัญหาของมนุษย์”

“ การเปลี่ยนแปลงขั้นรากฐานในระบบการศึกษาปัจจุบันเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เด็กๆมีความรับผิดชอบยิ่งๆขึ้นต่ออนาคต เพื่อจุดมุ่งหมายในข้อนี้ เราขอเรียกร้องว่าการศึกษานั้นควรตั้งอยู่บนคุณค่าที่แท้จริง ซึ่งเน้นศักดิ์ศรีและความเท่าเทียมกันของมนุษย์ การเคารพต่อชีวิตและธรรมชาติ และการพึ่งพาอาศัยกันของสรรพสิ่งทั้งปวง คุณค่าของศาสนาควรได้รับการบรรจุในการสอนในส่วนที่จะเป็นไปได้ “

เสน่ห์ จามริก

ช่วงที่ชวนคุย..ผมสะท้อนให้เห็นว่าความเป็นไปในโลกนี้ ที่เริ่มสั่นคลอนอ่อนไหวอ่อนแอไปทุกหัวระแหง เกิดปัญหาซับซ้อนทับถมจนทำให้คุณภาพสังคมชำรุด เราใช้ทฤษฏีอะไรบ้างมาพัฒนาสังคมไทย แล้วผลเป็นอย่างไร?

ถามว่า มีทฤษฏีตะวันตกฉบับไหนบ้าง

ที่ช่วยการพัฒนาชาติไทยให้รอดพ้นจากความทุกข์ยากได้

การที่หลักสูตรนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น

จะยึดเอาบารมีพุทธศาสนามาบ่มเพาะสติปัญญาจึงน่าสมใจใช่ไหมละครับ

ผมเริ่มใช้ปากเปิดประเด็น ตามวิชาหัวใจนักปราชญ์ เรียงลำดับ สุ จิ ปุ ลิ ก็เดินเรียงตามลำดับไหล่ไงครับ รายการล้วงความคิดความคัน.. ช่วยบอกหน่อยเถอะ คิดจะทำเรื่องไหนอย่างไร นักศึกษาทุกท่านเปิดเผยความในใจ บ้างก็มองหัวข้อไว้แล้ว บ้างก็ซักถามความเห็น จนกระทั้งถึงช่วงบ่าย จึงให้ปูเสื่อแจกหมอนให้นอนคุยกัน

ใคร่ใคร่ฟังๆ ใครใคร่นอนๆ ใครใครยิ้มๆ อิ อิ

ช่วงแดร่มลมตกชวนเดิน ไปชมนกชมไม้ ยืดเส้นสายสอดส่องดูว่าที่นี่มีอะไรทำ ทำอย่างไร สงสัยว่ากำลังครุ่นคิดเรื่องที่ค้างคาใจ จึงไม่มีใครซักถามสักเท่าไหร่ จึงพาเดินในวงเล็กๆแล้วกลับมาอาบน้ำ แต่งตัวทางแป้ง รับประทานอาหารเย็น

มาตะลุมบอลต่อในช่วงกลางคืน นักศึกษาใจร้อนพยายามซักถามเรื่องหัวข้อวิทยานิพนธ์ โธ่! ใครจะตอบแทนได้ละครับ ขอให้กลับไปถามตัวเอง ว่าเกิดมามีความต้องการที่จะศึกษาและวิจัยเรื่องใดมากที่สุด ..เป็นช่วงบรรยากาศเอาจริงมาก พยายามเค้นหัวข้อให้หลุดโพละออกมาให้ได้ แต่จนแล้วจนรอด ..

จนย่ำรุ่งจึงแยกย้ายกันไปนอน

นอนไหนก็นอนได้ อย่านอนใกล้คนหลายใจก็แล้วกัน อิ อิ

ฝนพรำทั้งคืน ตื่นเช้ามายังฉ่ำเย็น ดร.ศักพงศ์ ชวนย้ำคิดย้ำทำ ให้ตระหนักถึงการทำหน้าที่นักศึกษา ผมค้นหนังสือมาแจก หยอดต่อด้วยวิธีเรียน ตั้งข้อสังเกตเครื่องมือในการเก็บข้อมูล การจดบันทึก การเป็นตัวคูณของกันและกัน ทำให้19ชีวิตเป็น19อรหันต์ทองคำให้ได้ ทำการบ้านให้มาก อย่ารีรอเพราะไม่มีเหตุผลที่จะชักช้า เดินหน้า ทุ่มสุดตัว

สนทนาเรื่องราวและภาพของอนาคตของเราก็เผยกระบวนการที่มีความสำคัญอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ล่วงมาถึงทุกวันนี้ด้วยการดูดายผืนพิภพที่ชีวิตต้องพึ่งพา เราได้ทำให้โลกอันล้ำค่า
บ้านของเรา มีสภาพร้างไร้ไม่เหมาะที่จะพำนักอาศัย
บัดนี้ด้วยความรุนแรงที่แสนสลับซับซ้อน

ถามว่า..เราจะเอาตัวเราเองไปวางไว้ตรงไหนของสังคม

เราจะทำอะไรได้บ้าง

สิ่งที่เลือก สิ่งที่คิด ทำไมถึงเลือกสิ่งนั้น เหตุผล ….อะไร

ควรแนะนำชื่อหนังสือให้นักศึกษาแต่ละคนอ่าน

พานักศึกษาไปพบปะผู้สันทัดกรณี

จัดให้มีการสนทนาแบบสภากาแฟเท่าที่โอกาสอำนวย

พานักศึกษาเข้าร่วมประชุมสัมมนาที่สำคัญๆ

นำนักศึกษาไปร่วมกิจกรรมชุมชน/ภาครัฐและเอกชนฯลฯ

วางระบบการเชื่อมโยงสารสนเทศกลุ่มแม่ข่ายและลูกข่าย

จัดให้ใกล้เคียงกับหลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข สถาบันพระปกเกล้าเลยละครับ

ไ ม่ มี บั น ไ ด เ ลื่ อ น สำ ห รั บ ค ว า ม สำ เ ร็ จ

จะต้องไต่เต้าไปทีละขั้นๆ ละขั้นๆ

ด้วยความมุ่งมั่นและทระนง

เวลาถูกลองของจะได้ไม่ร้องโอดครวญ อิ อิ



Main: 0.062161922454834 sec
Sidebar: 0.047390937805176 sec