อาม่าเล่าเรื่อง (๖) ช่วงสร้างครอบครัว

โดย Panda เมื่อ 28 สิงหาคม 2010 เวลา 14:03 ในหมวดหมู่ ข้อคิดชีวิต ปรัชญา ศาสนา, สังคม ครอบครัว ชุมชน #
อ่าน: 1505

        อาม่ามีครอบครัวเมื่ออายุได้ ๑๘ ปี (ถ้านับแบบคนไทยก็อายุเพียง ๑๗ ปี เพราะคนจีนจะนับอายุเมื่อเกิดมาก็จะมีอายุหนึ่งปี)  อาม่าเล่าว่า การมีครอบครัวเมื่ออายุ ๑๘ ปีในสมัยโน้นถือว่าช้าหรือแก่ไปแล้ว  ในสมัยโน้นการแต่งงานของลูกหลานจีนส่วนใหญ่เป็นการแต่งงานโดยผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายตกลงและเห็นชอบกัน บางทีเจ้าบ่าวเจ้าสาวไม่เคยเห็นกันมาก่อนก็มี เป็นลักษณะที่ต่อมาเรียกว่า “การแต่งงานแบบคุมถุงชน” ในกรณีของอาม่ากับอากง มีโอกาสได้เห็นกันและทำความรู้จักกันก่อน โดยเริ่มต้นจากการที่มี  แม่สื่อมาพูดคุยกับผู้ใหญ่ (พ่อแม่) ของทั้งสองฝ่ายคือ เล่ากงเล่าม่า  เมื่อทั้งสองฝ่ายเห็นดีด้วยก็จะมีการนัดแนะมาดูตัวกัน ส่วนใหญ่จะเป็นการพาผู้ใหญ่ฝ่ายชายและตัวฝ่ายชายที่จะเป็นเจ้าบ่าวมาที่บ้านฝ่ายหญิง เพื่อดูตัวฝ่ายหญิง โดยฝ่ายหญิงมักจะเป็นคนนำน้ำหรือน้ำชา และ ของว่างออกมาบริการ ระหว่างที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกัน

       อาม่าและอากง ต่างเคยเห็นกันมาบ้าง เพราะอาศัยอยู่บนถนนสายเดียวกัน แต่อยู่ห่างกันพอสมควร  และครอบครัวทั้งสองก็รู้จักกันพอสมควรเนื่องจากเล่ากงมีอาชีพเป็นช่างไม้เหมือน แม้ว่าคนหนึ่งเป็นช่างก่อสร้างบ้านอีกคนเป็นช่างทำเฟอร์นิเจอร์ก็ตาม

           อากง อายุ มากกว่าอาม่า ๕ ปี  ตอนที่แต่งงานจึงมีอายุ ๒๓ ปี  เล่ากงที่เป็นพ่อของอากง เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่เมื่ออากงมีอายุเพียง ๑๖ ปี อากงจึงอยู่กับ เล่าม่า (แม่) และน้อง ๆ อีกหลายคน  ชีวิตอากงจึง ต้องทำงานเพื่อเลี้ยงตนเองและช่วยเหลือครอบครัวมาตั้งแต่อายุ ๑๖ ปี หลังจากเล่ากงเสียชีวิตไป  อากงไม่ได้ทำอาชีพช่างไม้ต่อจากเล่ากง แต่ไปทำงานกับร้านใหญ่ในเมืองโคราชในสมัยนั้น โดยการฝากฝังของเล่าม่ากับเจ้าของร้าน ที่เป็นคนจีนเดินทางมาทำมาค้าขายประสพผลสำเร็จที่เมืองไทย (โคราช)  และเป็นคนเคยอยู่หมู่บ้านเดียวกับเล่าม่าที่ประเทศจีน จึงช่วยเหลือกัน

        ช่วงแต่งงานกันใหม่ ๆ อากงทำงานที่ร้านใหญ่ สบายมาก (ตามคำบอกของอาม่า) เพราะทำงานเป็นเสมียน นั่งโต๊ะทำบัญชีต่าง ๆ ของร้าน  เงินเดือนเริ่มต้น เดือนละ ๑๐ บาท และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนย้ายมาอยู่อีกสาขาหนึ่งของร้าน แถวหลังประตูชุมพล ได้เงินเดือน ๒๐ บาท ซึ่งถือว่ามากพอสมควรในสมัยนั้น ร้านนี้ยังคงดำเนินการโดยลูกหลานมาจนถึงปัจจุบัน  ขยายกิจการเป็นบริษัทใหญ่ของโคราช ดังนั้นชีวิตครอบครัวในระยะแรกของอากงอาม่า จึงเป็นไปด้วยความสุขและราบรื่น เมื่อมีบุตรด้วยกันสองคน อากงจึงพาอาม่าและลูกชายทั้งสองไปถ่ายรูปที่ร้านถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก อาม่าไม่แน่ใจว่า อากงส่งรูปนี้ไปให้ญาติที่เมืองจีนหรือเปล่า

      จากคำบอกเล่าของอาม่าบอกว่า ตอนที่ไปถ่ายรูปนั้น ลูกคนที่สอง (ยี่เฮีย ของพวกเรา) อายุไม่กี่เดือนเอง ยังไม่ถึงขวบ (คาดว่าน่าจะเป็น ปี พ.ศ. ๒๔๘๒) จากรูปจะเห็นว่า อากงแต่งตัวทันสมัยสุด ๆ คือใส่สูทผูกเน็คไท ใส่รองเท้าหนัง แสดงถึงความเป็นคนทันสมัยของอากงของเราเป็นอย่างยิ่ง และมีเหตุการณ์อีกหลาย ๆ อย่างในเวลาต่อ ๆ มา ยืนยันเรื่องนี้ ในช่วงชีวิตต่าง ๆ ในเวลาต่อมา

« « Prev : อาม่าเล่าเรื่อง (๕) ชีวิตช่วงแรกที่อยู่เมืองไทย

Next : อาม่าเล่าเรื่อง (๗) เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสของชีวิต » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

2 ความคิดเห็น

  • #1 freemind ให้ความคิดเห็นเมื่อ 28 สิงหาคม 2010 เวลา 22:01

    สวัสดีค่ะ

    แวะมาอ่านตอนต่อ เคยได้ยินแม่เล่าเรื่องการเลือกคู่ของผู้ใหญ่สมัยก่อนว่าเป็น “คลุมถุงชน” แต่ที่น่าคิดคือ สมัยก่อนนั้นการทะเลาะเบาะแว้ง หย่าร้างแทบจะไม่มีเลย

    แม่บอกว่าเพราะสมัยก่อนผู้ใหญ่จะคัดเลือกลูกเขย ลูกสะใภ้อย่างประณีต ดูถึงพ่อแม่ปู่ย่าตายายเทือกเถาเหล่ากอ ผู้ใหญ่เลือกให้จึงมักจะไม่ค่อยมีปัญหา และอีกอย่างหนึ่งที่เห็นแม่เล่าก็คือจะเกี่ยวดองกันต้องถาม ชื่อ-แซ่ ให้ดี แซ่เดียวกันถือว่ามีบรรพบุรุษเดียวกัน ก็ถือเป็นญาติกัน จะแต่งงานกันไม่ได้ด้วย

    ดูจากภาพทั้งอากงและอาม่าทั้งสองท่านทันสมัยจริง ๆ ค่ะ

  • #2 Panda ให้ความคิดเห็นเมื่อ 28 สิงหาคม 2010 เวลา 22:12
    ขอบคุณ freemind มากครับที่ช่วยมาเสริมเรื่องราว เรื่องราวที่ถ้า แซ่เดียวกันก็ถือว่าเป็นญาติกันจะแต่งงานกันไม่ได้ เป็นเรื่องที่ อากงอาม่า ก็ยึดถืออย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกันกับชาวจีนอื่น ๆ ครับ

แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.056834936141968 sec
Sidebar: 0.035239219665527 sec