ถอดบทเรียน : เจ้าเป็นไผ

โดย Panda เมื่อ 2 มีนาคม 2010 เวลา 11:15 ในหมวดหมู่ การจัดการความรู้ การบริหารจัดการ, สังคม ครอบครัว ชุมชน #
อ่าน: 1728

         กิจกรรมในท้ายวันแรกของงานอบรมการจัดการความรู้ เพื่อสร้างคุณอำนวย (Facilitator) และคุณลิขิต (Note Taker) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) รุ่นที่ ๑/๒๕๕๓ เป็นแนะนำให้รู้จักตัวตนของเจ้าของ โดยให้แต่ละคน วาดรูปสะท้อนตัวตนของตนเองในปัจจุบัน ลงในกระดาษ  แล้วจับคู่เล่าให้คู่ของตนฟัง  สำหรับชาวเฮฮาศาสตร์มักนิยมเรียกกันว่า บอกซิว่า “เจ้าเป็นไผ”

 

      โดยมีข้อกำหนดคือ

๑.     ให้จับคู่ระหว่างหญิงกับชาย 

๒.    ให้ผู้ที่อายุน้อยกว่าเล่าให้พี่ฟังก่อน (น้องเล่าพี่ฟัง) โดยห้ามพี่พูด ให้ฟังอย่างเดียว ห้ามถามหรือพูดเสริมใด ๆ ทั้งสิ้น ให้ฟังอย่างตั้งใจอย่างเดียว (อนุญาติให้พี่แสดงการรับรู้หรือรับทราบเรื่องราวที่ได้รับฟังจากน้องด้วยภาษากายได้)

๓.    เมื่อน้องเล่าจบ ให้พี่ทวนสิ่งที่ได้รับรู้รับฟังจากน้องให้น้องฟัง โดยมีกติกาเช่นเดียวกันว่า ระหว่างที่น้องฟังพี่เล่า ให้ฟังอย่างเดียว ห้ามพูดเสริมหรือแย้งใด ๆ  จนกว่าพี่จะเล่าจบก่อน แล้วน้องค่อยเสริมหรือเพิ่มเติมว่าขาดเกินอย่างไร

๔.    หลังจากนั้นก็ทำ สลับกัน คือ พี่เล่าเรื่องของพี่ให้น้องฟัง  แล้วน้องเล่าเรื่องของพี่ที่ได้รับฟังกลับให้พี่ฟังจนจบก่อน ก่อนที่พี่จะแก้ไขเพิ่มเติมประเด็นต่าง ๆ ที่ขาดหรือไม่ถูกต้อง

     กิจกรรมนี้ หลายท่านจะเรียกว่าการฝึก สุนทรียสนทนา หรือ Dialogue   ซึ่งความจริงหัวใจสำคัญของกิจกรรมนี้ไม่ได้อยู่การฝึกพูดหรือสนทนา แต่อยู่ที่การ ฝึกฟังอย่างตั้งใจ หรือ ฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening) มากกว่า และ การที่เราเล่าเรื่องตัวตนของเราให้พี่หรือน้องฟัง ก็จะเป็นการเปิดตัวตน เปิดใจให้ทั้งสองคนได้รู้จักกันมากขึ้น หลาย ๆ ครั้งพบว่าสองคนมีอะไรหลาย ๆ อย่างคล้ายกัน ซึ่งจะเป็นจุดเชื่อมโยงไปสู่การไว้เนื้อเชื่อใจกัน และเปิดใจคุยกันได้ลึกซึ้งขึ้นต่อไป

          การให้จับคู่คุยกันอย่างไร กระบวนกร (Facilitator) หรือ คุณอำนวย จะต้องพิจารณาความเหมาะสม แต่ประเด็นหลักก็คือ ต้องการให้ได้รู้จักหรือได้เพื่อนใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น  ในกรณีนี้ที่ให้จับคู่ชายหญิงนั้น กระบวนกรจะต้องสังเกตุว่า ผู้เข้าร่วมการอบรมประกอบด้วยเพศหญิงกับเพศชายเท่า ๆ กัน  กรณีที่มีเพศหนึ่งมากกว่าอีกเพศหนึ่งมาก อาจจะกำหนดให้จับคู่คนที่ทำงานอยู่คนละหน่วยงาน  หรือกรณีที่มีการจัดที่นั่งเป็นแถว และขยับที่นั่งไม่ได้หรือลำบาก ก็อาจจะให้แถวเลขคี่หันหลังกลับไปคุยกับแถวเลขคู่ก็ได้  โดยปกติจะไม่ให้จับคู่คนที่นั่งติดกัน เพราะมักเป็นเพื่อนกันหรือมาจากหน่วยงานเดียวกัน ที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว  อันนี้คนที่ทำหน้าที่กระบวนกร หรือ Facilitator จะต้องเป็นคนช่างสังเกตุ เพื่อให้เกิดบรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ขยายวงออกไปเรื่อย ๆ

« « Prev : ถอดบทเรียน : เรียนรู้อย่างไร ?

Next : ถอดบทเรียน : การเรียนรู้ผ่านเกม » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

1 ความคิดเห็น

  • #1 Lin Hui ให้ความคิดเห็นเมื่อ 3 มีนาคม 2010 เวลา 14:27

    การฝึกการฟังอย่างลึกซึ้ง อาจเป็นเรื่องที่ต้องค่อยๆ ฝึกเนื่องจากแต่ละคนมีอะไรในตัวมากมาย จึงต้องหาวิธีการฝึกให้รู้จัก ตั้งสติเป็นด้วยการ ใส่เบรคให้กับความคิดของตัวเอง
    ด้วย 5 ไม่
    -ไม่ต้าน
    -ไม่โทษ
    -ไม่ตัดสิน
    -ไม่ยึดติด
    -ไม่แบ่งแยก
    การอดทนฟังผู้อื่นเป็นนั้น เราจะได้ทั้งสติ และปัญญาด้วยค่ะ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.061145067214966 sec
Sidebar: 0.039235830307007 sec