การแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมู่บ้านปางจำปีตอนที่ 3

โดย ลูกหว้า เมื่อ 2 มกราคม 2009 เวลา 20:04 ในหมวดหมู่ ไม่ได้จัดหมวดหมู่ #
อ่าน: 1052

คณะกรรมการหมู่บ้านได้อนุมัติเงินจากกองทุน SML มา 200,000 บาทในการสร้างอุทยานการเรียนรู้บ้านปางจำปีขึ้น ชื่อ “บ้านวังปลา”

ซึ่งก่อสร้างโดยใช้ไม้ไผ่เป็นความร่วมมือกันของชาวบ้าน  โดยชาวบ้านจะนำไม้ไผ่มาหลังคาเรือนละ 10 เล่ม ใช้เวลาสร้างรวม 4 เดือน มีพิธีเปิดเมื่อเดือน พฤษภาคม 2548

ที่บ้านวังปลานั้นประกอบด้วยสวนสมุนไพร แปลงสาธิต เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา”วังปลา” น้ำตกท่าบันได ตลอดจนภูมิปัญญาเรื่องการจัดการน้ำริน ฝายแม้ว

ซึ่งถ้าผู้มาเยี่ยมเยียนอยากมีเวลาศึกษาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้มากขึ้นก็สามารถพักที่บ้านพักรับรองได้ประกอบด้วยกัน 4 ห้องนอน มีห้องน้ำในตัว มีพื้นที่สำหรับนั่งแลกเปลี่ยนเป็นหมู่คณะ

ห้องพักมี 4 ห้องนอน พร้อมห้องน้ำในตัว

ทางพ่อหลวงบอกว่า….มีการแบ่งกลุ่มกันในหมู่บ้านเป็นกลุ่มผู้ให้ข้อมูลความรู้ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน กลุ่มองค์ความรู้ด้านการจัดการทรัพยากร

อาหารธรรมดา แกงจืด น้ำพริกกะิปิ ไำ้ำก่ทอดตะไคร้ แต่รู้สึกอร่อยจริงๆ

อาหารธรรมดาแกงจืด  น้ำพริกกะปิ  ไก่ทอดตะไคร้ แต่อร่อยจริงๆ

มีกลุ่มแม่บ้านสำหรับดูแลห้องพักและทำอาหารรับรองซึ่งจะสลับสับเปลี่ยนกันมาทำ อาหารธรรมดาๆแต่อร่อยจังเลยค่ะ ไม่รู้ว่าเหนื่อยกันหรือเปล่า ดูจากโตกของผู้เขียนได้ว่าเหลืออะไรบ้าง…

กลุ่มรักษาความปลอดภัย มีการเปิดโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วมคือกลุ่มมัคคุเทศก์น้อยพาเดินป่าศึกษาธรรมชาติ และกลุ่มการคลัง

บริเวณน้ำตกท่าบันได
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งหมดก่อให้เกิดรายได้เข้ามาหมุนเวียนในหมู่บ้าน และชุมชนต่างๆก็สามารถเข้ามาร่วมเรียนรู้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

การทำฝายแม้วบริเวณน้ำตกท่าบันได

ซึ่งมีทีมนักวิจัยท่านหนึ่งซึ่งเสียดายที่ผู้เขียนไม่ได้เจอคือ..คุณธนากรกล่าวไว้ว่า…..
“เราไม่ได้ขายทรัพยากรธรรมชาติ แต่เราขายวิธีการเรียนรู้ วิธีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ”

ความประทับใจเล็กๆในช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงที่หมู่บ้านปางจำปี แต่ผู้เขียนรู้สึกอิ่มเอิบใจกับผลของงานวิจัยที่เกิดขึ้น งานวิจัยหลายชิ้นล้มเหลวเพราะนักวิชาการเข้าไปช่วยคิด ช่วยจัดการชุมชนมากเกินไป โดยไม่ได้มองจากความต้องการจริงๆของชุมชน แต่สำหรับที่นี่งานวิจัยเกิดจากการเข้าไปชี้แนะของนักวิชาการ ทำให้ชุมชนเกิดความตระหนักและร่วมแรงร่วมใจกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้และมีการจัดการทรัพยากรธรรรมชาติได้อย่างยั่งยืน
สำหรับข้อเสนอแนะที่ชุมชนฝากไว้คือ นักวิชาการที่คิดจะเข้าไปทำวิจัยชุมชนควรจะมีตัวกลางที่สามารถเชื่อมกันได้ระหว่างชาวบ้านและนักวิชาการ เพราะนักวิชาการเองก็คุยกับชาวบ้านไม่รู้เรื่อง ส่วนชาวบ้านก็ไม่รู้จะสื่อสารกับนักวิชาการอย่างไร และที่สำคัญงานวิจัยควรเกิดจากความต้องการจริงๆของชุมชน

« « Prev : การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่หมู่บ้านปางจำปี ตอนที่ 2

Next : การระดมความคิดของวช.”การปฏิรูปการศึกษา” » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

3 ความคิดเห็น

  • #1 ลูกหว้า ให้ความคิดเห็นเมื่อ 3 มกราคม 2009 เวลา 14:46
    • ได้รับการแลกเปลี่ยนจากท่านอาจารย์ทนัน  ภิวงศ์งาม เกี่ยวกับหมู่บ้านปางจำปีดังนี้ค่ะ
    • บ้านป๋างจ๋ำปี๋ ป่าดีแต่เก๊า ญะเหมี้ยงแลกข้าว แต่เก๊าเก่าก๋าล
      เป๋นดงป่าไม้ ห้วยใหญ่ละหาน น้ำไหลใสธาร ลูกหลานอาบเหล้น
      กุ้งเหนี้ยวปล๋าปู๋ หมีหมูฮอกเหม้น อีเห็นอีเลน แยะเยอะ

      .
      นานเต้านาน ลูกหลานชักเลอะ เปอะของป่าได้ ขายแปง
      ตัดเอาต้นไม้ ต้นใหญ่มาแปล๋ง เฮือนปะเฮือนแปง แปล๋งอยู่แหล้งหน้า
      ขึ้นอยู่บ่เมิน บ้านเปิ้นบ้านข้า ขายได้ราคา ดีล้ำ

      .
      เลื่อตั้งเลื่อนอน บ่กอนแถมซ้ำ นำเอาเลื่อโซ้ มาแตง
      เป๋นป้อก๊าไม้ ญะได้เข้มแข็ง ใผขว้างก็แตง ใผแข็งก็ส้วย
      ป่าไม้หดหาย น้ำไหลเหือดห้วย ปู๋ปล๋าหายโตย เสี้ยงลึ้ง
      .
      ยิ่งฮิยิ่งหา ยิ่งปากั๋นปึ๊ง ซึ้งแล้วว่าอั้น ในตี
      ลบหลู่สัปป๊ะ ฮีตพระฮีตผี ฮีตอันดีดี ย่ำยีล่วงข้าม
      ล่ะอ่อนเหลวไหล คนใหญ่บ่ห้าม ซ้ำปากั๋นจาม สัปป๊ะ
      .
      น้ำหัวเปียงกั๋น เดือดนันแต๊ละ จ๋นครูแลพระ หนีไป
      มาวันหนึ่งนั้น สำคัญจักไข เหตุการณ์เปลี่ยนไป เริ่มได้ตั๊ดหนี้
      คัดเลือกป้อหลวง แทนคนก่อนกี้ เลือกได้คนดี และฟิต
      .
      คะแนนล้นหลาม ได้ต๋ามตี้คิด พ่อหลวงสุจิตต์ ใจ๋มา
      ตั๋วเปิ้นกล่าวจี๊ ใจ้ว่าดีหนา หลึกหลวงเลยนา ก๊าไม้ขี้เหล้า
      ใหม่ใหม่แลนา ญะบ่หมีเป้า หันเขาญะเฮา ก็ญะ
      .
      เมื่อลูนจึงหัน พลิกผันอัตต๊ะ มาละขว้างเสี้ยง อะบาย
      ยั้งเหล้ายั้งพ้าย ยั้งฮิบไม้ขาย เป๋นลูกป้อจาย ใจ๋อาสาสู้
      ทำตั๋วหื้อหัน จวนกั๋นจุ้ผู้ ยั้งเต๊อะอินดู ป่าไม้
      .
      ฟื้นป่าขึ้นมา ฮักษาเอาไว้ แล้วเฮาจะได้ น้ำมา
      เมื่อห้วยมีน้ำ หอยปู๋กุ้งปล๋า จักปิ๊กคืนมา หื้อหากิ๋นได้
      เรื่องงานวิจัย หนแรกเป๋นใบ้ เออเออไอไอ จะนั้น
      .
      หนมาปายลูน เพิ่มพูนเต๋มจั๊น มันก็จะอั้น บ่ดาย
      บ่ต้องกึ๊ดนัก มันมักจะต๋าย ค้นหาเหตุไป จะใดเป๋นอั้น
      ปะเหตุแล้วหนอ ก็เริ่มตี้บ้าน คือตั๋วเฮาลัน ก่อนและ
      .
      ญะได้แล้วบ๋อ ก็ออกจี๊แนะ แกะแก้แผ่กว้าง ออกไป
      ฟื้นทีละน้อย ค้อยทีละไจ๋ จักยุ่งเปียงใด แก้ไขได้เสี้ยง
      อู้มาก็ยาว กำค่าวหมดเกลี้ยง ขอเลี่ยงเลยลา ก่อนครับ
      .
      วันนี้ลาไป บ่ใจ้ลาลับ จักกลับมาอู้ แถมรา
      ค่าวซอยา เสี้ยงสุดเต้าอี้ เต้านี้ขอวางลง ก่อนแลนายเหย.
  • #2 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 6 มกราคม 2009 เวลา 18:22

    ชอบมากเลยจ้ะ เห็นแล้วอยากไป ยังติดใจฝายน้ำริน ก็คือฝายแม้วน่ะเหรอจ๊ะ

  • #3 ลูกหว้า ให้ความคิดเห็นเมื่อ 6 มกราคม 2009 เวลา 22:17
    • พี่เบิร์ดคะ…เท่าที่เข้าใจคงจะไม่ใช่นะคะ อันนี้หว้าเข้าใจเองค่ะ
    • เพราะตอนนั้นเค๊าแยกเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญทำฝายคือพ่อหลวงจากบ้านปางจำปี  ส่วนน้ำรินคือชาวบ้านจากบ้านป๊อก  แล้วก็ีมีการทำบ่อทราย  แต่ทั้งหมดนั้นเป็นการช่วยกันแก้ปัญหาเรื่องน้ำ  แต่หว้าเคยได้ยินว่า “ฝายน้ำริน” ก็เลยเข้าใจว่าน่าจะเป็นฝายชนิดหนึ่ง
    • อิอิ   ตอบพี่ไปคราวก่อนก็มานั่งงงๆเหมือนกันค่ะ

แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.44354796409607 sec
Sidebar: 1.6212000846863 sec