<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>ลานเรือนรักร้อย</title>
	<atom:link href="http://lanpanya.com/kulkanit/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://lanpanya.com/kulkanit</link>
	<description>Just another ลานปัญญา weblog</description>
	<pubDate>Sun, 06 Mar 2011 05:26:47 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>พักใจริมแม่น้ำโขง&#8230;.เมืองโบราณเชียงคาน</title>
		<link>http://lanpanya.com/kulkanit/?p=58</link>
		<comments>http://lanpanya.com/kulkanit/?p=58#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Apr 2010 10:06:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ลูกหว้า</dc:creator>
		
		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/kulkanit/?p=58</guid>
		<description><![CDATA[      ผู้เขียนเดินทางไปพักผ่อนที่เชียงคาน เมืองโบราณ ริมแม่น้ำโขง จ.เลย เลือกโฮมสเตย์ ชื่อ เชียงคานริเวอร์วิว  ของอ.จงรักษ์  จากการพูดคุยบ้านนี้เกิดขึ้นเพราะลูกชายเจ้าของบ้านอยากทำเพื่อจะได้มีรายได้  น้องกำลังจะขึ้นม.4 แต่คิดดีแบบนี้น่าสนับสนุนมาก

   ชมวิวตรงระเบียงมองเห็นฝั่งลาวอยู่ไม่ไกล  ถ้าใครจะข้ามไปเที่ยวให้เตรียมรูปสองใบ สำเนาบัตรประชาชนก็ข้ามไปได้แล้วค่ะ  สำหรับห้องพักชั้นบนริมหน้าต่างมีสองห้อง ห้องน้ำรวม แต่สะอาดดีค่ะ  ห้องละ 500 บาทสำหรับสองคน แต่เพิ่มที่นอนอีก 1 คน คิดเพิ่ม 100 บาท รวมเป็นคืนละ 600 บาท  ที่บ้านนี้มีที่จอดรถสองคัน ถ้าเป็นบ้านพักอื่นต้องจอดหน้าบ้าน

เรามาถึงกันช่วงบ่ายเลยไปหาร้านเครื่องดื่ม เจอร้านชานเคียง ตกแต่งได้น่ารัก  ทราบว่าด้านหลังเป็นที่พักด้วย ตกแต่งได้น่าจะถูกใจวัยรุ่น

                   สาวๆที่ชอบถ่ายรูปบรรยากาศเก่าๆ มีมุมถ่ายรูปสวยๆสั่งเครื่องดื่ม 3 แก้ว ราคา 120 บาท

สำหรับหน้าร้อนแบบนี้ต้องแวะไปเที่ยว แก่งคุดคู้  ถ้าไปก่อนสงกรานต์หรือไม่ใช่วันหยุด จะไม่ต้องเบียดเสียดกับใคร มีมุมถ่ายรูปสวยๆที่ไม่ต้องเข้าคิวถ่ายรูป

ตรงบันไดทางลงด้านล่างมีร้านเล็กๆขวามือขายกุ้งทอดแพละ  20 บาท แม่ค้าจะทอดไว้ก่อน พอเราสั่งถึงจะลงกระทะอีกครั้งหนึ่ง ทานกับน้ำอาจาด  แล้วก็ตามเคยพอเราไปซื้อก็มีคนมามุงกันเต็มเลย&#8230;แถวนั้นมีวัดท่าแขก วัดเก่าแก่ให้แวะชม ที่เชียงคานมีวัดเยอะมาก  [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/kulkanit/?feed=rss2&amp;p=58</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การระดมความคิดของวช.&#8221;การปฏิรูปการศึกษา&#8221;</title>
		<link>http://lanpanya.com/kulkanit/?p=56</link>
		<comments>http://lanpanya.com/kulkanit/?p=56#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 15 Nov 2009 13:46:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ลูกหว้า</dc:creator>
		
		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/kulkanit/?p=56</guid>
		<description><![CDATA[ ผู้เขียนได้เข้าร่วมการประชุมระดมความคิดเรื่อง&#8221;การกำหนดหัวข้อการวิจัยประจำปีงบประมาณ 2553-2554″ ระหว่างวันที่ 12-13 พ.ย. 2552 ณ โรงแรมมิราเคิล  แกรนด์ คอนเวนชั่น  กรุงเทพมหานคร   ในหัวข้อเรื่อง  การปฏิรูปการศึกษา มีวิทยากร 3 ท่านได้แก่ ศ.ดร.สุวิมล ว่องวาณิช กรรมการสภาวิจัยแห่งชาติสาขาการศึกษา  ดร.รุ่งเรือง  สุขาภิรมย์ กระทรวงศึกษาธิการ  รศ.ทองอินทร์  วงศ์โสธร  ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
 ท่านวิทยากร กล่าวว่า&#8230;กลไกการศึกษาแยกแยะคนดีคนชั่วไม่ได้  แยกแยะความจริงกับความคิดเห็นไม่ได้   สังคมที่เราต้องการคือ&#8230;. สังคมสันติภาพ  ระเบียบกระบวนการศึกษาความขัดแย้ง   เรื่องสื่อมีอิทธิพลมาก ทำอย่างไรให้รู้เท่าทันสื่อและมีทักษะความรู้เรื่อง ICT ด้วย 
 
 เป้าหมายในการปฏิรูปรอบแรก    คนเราควรมีความถึงพร้อมด้วยสุขภาวะ 4 ประการ(กาย  จิต  สังคม  ปัญญา)
ครองคุณสมบัติของความเป็นคน &#8220;เก่ง-ดี-มีสุข&#8221;
&#8220;เก่ง&#8221;  หมายถึง การ &#8220;รู้/เข้าใจ-คิด-ทำ&#8221;
&#8220;ดี&#8221;  หมายถึง การมี &#8220;ศีล-สมาธิ-ปัญญา&#8221; และ&#8221;มัชฌิมาปฏิปทา&#8221;
&#8220;มีสุข&#8221; หมายถึง  &#8220;สุขกับตัวเอง  คนรอบข้าง และสิ่งแวดล้อม&#8221;
 [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/kulkanit/?feed=rss2&amp;p=56</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมู่บ้านปางจำปีตอนที่ 3</title>
		<link>http://lanpanya.com/kulkanit/?p=39</link>
		<comments>http://lanpanya.com/kulkanit/?p=39#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Jan 2009 13:04:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ลูกหว้า</dc:creator>
		
		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/kulkanit/?p=39</guid>
		<description><![CDATA[คณะกรรมการหมู่บ้านได้อนุมัติเงินจากกองทุน SML มา 200,000 บาทในการสร้างอุทยานการเรียนรู้บ้านปางจำปีขึ้น    ชื่อ &#8220;บ้านวังปลา&#8221;
ซึ่งก่อสร้างโดยใช้ไม้ไผ่เป็นความร่วมมือกันของชาวบ้าน  โดยชาวบ้านจะนำไม้ไผ่มาหลังคาเรือนละ 10 เล่ม ใช้เวลาสร้างรวม 4 เดือน  มีพิธีเปิดเมื่อเดือน พฤษภาคม 2548

ที่บ้านวังปลานั้นประกอบด้วยสวนสมุนไพร  แปลงสาธิต เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา&#8221;วังปลา&#8221; น้ำตกท่าบันได  ตลอดจนภูมิปัญญาเรื่องการจัดการน้ำริน  ฝายแม้ว

ซึ่งถ้าผู้มาเยี่ยมเยียนอยากมีเวลาศึกษาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้มากขึ้นก็สามารถพักที่บ้านพักรับรองได้ประกอบด้วยกัน 4 ห้องนอน มีห้องน้ำในตัว   มีพื้นที่สำหรับนั่งแลกเปลี่ยนเป็นหมู่คณะ


ห้องพักมี 4 ห้องนอน พร้อมห้องน้ำในตัว
ทางพ่อหลวงบอกว่า&#8230;.มีการแบ่งกลุ่มกันในหมู่บ้านเป็นกลุ่มผู้ให้ข้อมูลความรู้ประวัติความเป็นมาของหมู่บ้าน   กลุ่มองค์ความรู้ด้านการจัดการทรัพยากร

อาหารธรรมดาแกงจืด  น้ำพริกกะปิ  ไก่ทอดตะไคร้ แต่อร่อยจริงๆ
มีกลุ่มแม่บ้านสำหรับดูแลห้องพักและทำอาหารรับรองซึ่งจะสลับสับเปลี่ยนกันมาทำ    อาหารธรรมดาๆแต่อร่อยจังเลยค่ะ ไม่รู้ว่าเหนื่อยกันหรือเปล่า  ดูจากโตกของผู้เขียนได้ว่าเหลืออะไรบ้าง&#8230;
กลุ่มรักษาความปลอดภัย   มีการเปิดโอกาสให้เยาวชนมีส่วนร่วมคือกลุ่มมัคคุเทศก์น้อยพาเดินป่าศึกษาธรรมชาติ   [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/kulkanit/?feed=rss2&amp;p=39</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่หมู่บ้านปางจำปี ตอนที่ 2</title>
		<link>http://lanpanya.com/kulkanit/?p=37</link>
		<comments>http://lanpanya.com/kulkanit/?p=37#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Jan 2009 12:06:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ลูกหว้า</dc:creator>
		
		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/kulkanit/?p=37</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากเริ่มมีปัญหาตามมามากมาย ในปี 2543-2544 ไฟไหม้ป่า  น้ำในห้วยแห้ง  อากาศร้อน  มีแต่ความแห้งแล้ง กันดาร  จึงเป็นที่มาให้เกิดการรวมตัวกันขึ้น
พี่สวัสดิ์  ขัติยะ เล่าว่า….ไปอยู่กรุงเทพมา 4-5 ปีกลับมาเจอสภาพหมู่บ้านที่แห้งแล้งกันดาร  เมื่อปี 2543-2544  เกิดวิกฤตการณ์อย่างหนักเมื่อลำน้ำแม่ลายน้อยซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของขุนน้ำแม่กวง ที่ไหลผ่านกลางชุมชนเกิดแห้งขอด กุ้ง หอย ปูปลา สัตว์น้ำที่เคยมีความอุดมสมบูรณ์เริ่มเหือดหาย  ลำน้ำ 22 สาขาของน้ำแม่ลายน้อยเหลือเพียง 7 สาขาที่ยังไหลมารวมกัน ไฟป่าเริ่มคุกคาม  เลยคิดถึงอนาคต
เนื่องจากไปแต่งงานกับคนชุมชนบ้านป๊อกซึ่งเป็นหมู่บ้านต้นน้ำแม่ลายน้อย    ชุมชนบ้านป๊อกเป็นหมู่บ้านต้นน้ำมีความอุดมสมบูรณ์      ส่วนบ้านปางจำปีเป็นถือเป็นหมู่บ้านปลายน้ำ  ทั้งสองหมู่บ้านจึงร่วมมือกันแก้ไขปัญหา    มีการนำงานวิจัยมาเป็นเครื่องมือ   [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/kulkanit/?feed=rss2&amp;p=37</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ฝากภาพแ่ม่คะนิ้งกิ่วแม่ปานมาสวัสดีปีใหม่ทุกท่านค่ะ</title>
		<link>http://lanpanya.com/kulkanit/?p=34</link>
		<comments>http://lanpanya.com/kulkanit/?p=34#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 01 Jan 2009 07:57:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ลูกหว้า</dc:creator>
		
		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/kulkanit/?p=34</guid>
		<description><![CDATA[ 




แม่คะนิ้งที่ กิ่วแม่ปาน  ดอยอินทนนท์  ภาพนี้ต้องดั้นด้นเดินเข้าไป เคยใช้เวลา 3-4 ชั่วโมงถึงจะมีภาพมาฝากนะคะ  ถ่ายบริเวณทุ่งหญ้ากึ่่งอัลไพล์ ฝีมือน้องหมู น้องชายที่น่ารัก   ช่่วงปลายเดือนธันวาคม 51 สามารถเห็นแม่คะนิ้งได้แล้ว

ภาพนี้มองเห็นเส้นทางเดินไปกิ่วอยู่ข้างหน้า

ตอนนี้กุหลาบพันปีก็กำลังออกดอกค่ะ   ต้นนี้อยู่บริเวณกิ่วพอดี   ขอให้ทุกท่านที่แวะมาชมมีความสุขสดชื่น  รับปีใหม่ทุกท่านค่ะ
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/kulkanit/?feed=rss2&amp;p=34</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>แลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่หมู่บ้านปางจำปี จ.เชียงใหม่ ตอนที่ 1</title>
		<link>http://lanpanya.com/kulkanit/?p=33</link>
		<comments>http://lanpanya.com/kulkanit/?p=33#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 27 Dec 2008 17:06:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ลูกหว้า</dc:creator>
		
		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/kulkanit/?p=33</guid>
		<description><![CDATA[  วันที่ 24 ธ.ค. 51 ที่ผ่านมาได้มีโอกาสพานักศึกษาปริญญาโทสาขาการจัดการประยุกต์ไปศึกษาดูงานที่จังหวัดเชียงใหม่   สำหรับที่แรกคือ หมู่บ้านปางจำปี หมู่ 7 ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน  จ.เชียงใหม่   ประกอบด้วยกัน 5 กลุ่มบ้านคือ ป๊อกปางจำปี  ป๊อกหล่ายน้ำ   ป๊อกท่าทราย  ป๊อกปางตะเคียน ป๊อกบ้านพร้าว   มีครัวเรือนรวม 87 ครัวเรือน  ประชากร 279 คน มีอาชีพส่วนใหญ่คือรับจ้าง หาของป่า  ทำการเกษตร 

 สำหรับที่มาของชื่อ &#8220;ปางจำปี&#8221; คือ มาจากลักษณะของหมู่บ้านที่แต่เดิมมีต้นจำปีต้นใหญ่ขึ้นอยู่กลางหมู่บ้าน  แล้วเวลาใครเดินทางมาก็มักจะมาแวะพักที่ต้นจำปี   แต่ปัจจุบันต้นจำปีได้ถูกตัดไปแล้ว  เนื่องจากหมู่บ้านนี้อยู่บนพื้นที่สูง ไม่สามารถประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้มากนัก  ทำให้ต้องเข้าไปหาของป่า  ล่าสัตว์   ในห้วยแม่ลายน้อย ซึ่งถือว่าเป็นแม่น้ำสายหลักของชุมชน   ทั้งเป็นแหล่งอาหารและนำมาซึ่งรายได้ให้กับครอบครัว

 


 จากการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับวิทยากรซึ่งเป็นคนในชุมชน 3 ท่าน ท่านแรกคือ พ่อหลวงสุจิตต์  ใจมา (คนที่นี่เรียกผู้ใหญ่บ้านว่า &#8220;พ่อหลวง&#8221;)  [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/kulkanit/?feed=rss2&amp;p=33</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ชมภาพสวยๆกีฬาลีลาศ กีฬาแห่งชาติ</title>
		<link>http://lanpanya.com/kulkanit/?p=12</link>
		<comments>http://lanpanya.com/kulkanit/?p=12#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 20 Dec 2008 14:33:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ลูกหว้า</dc:creator>
		
		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/kulkanit/?p=12</guid>
		<description><![CDATA[  ระหว่างวันที่ 17-19 ธ.ค. 51 ได้รับมอบหมายให้เป็นฝ่่ายประเมินผลการจัดงานกีฬาลีลาศ ณ หอประชุมศรีวชิรโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม พิษณุโลก   เลยเก็บบรรยากาศในวันแรกมาฝากค่ะ




]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/kulkanit/?feed=rss2&amp;p=12</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>อ่านบันทึก..แล้วสุขใจ</title>
		<link>http://lanpanya.com/kulkanit/?p=9</link>
		<comments>http://lanpanya.com/kulkanit/?p=9#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Jul 2008 16:38:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ลูกหว้า</dc:creator>
		
		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/kulkanit/?p=9</guid>
		<description><![CDATA[


ได้รับ FW mail มา เลยขอนำมาบันทึกไว้ในนี้ด้วย  เพื่อเป็นการเตือนใจตนเองและขอให้ผู้อ่านทุกท่านมีความสุขยามได้อ่านค่ะหัดพูดแต่ด้านบวก แล้วจะรู้ ว่า มีคนอีกมากมายที่รักเรา
หัดยิ้ม แล้วจะรู้ว่า เราคือคนที่น่ารัก
หัดฟาดฟันกับ อุปสรรค แล้วจะรู้ว่า เราคือคนที่ เข้มแข็ง
ลองทน แล้วจะรู้ว่า เรามีความอดทน ยิ่งกว่าใคร

ลองออกกำลังกายทุกวัน
 แล้วจะรู้ ว่า เราคือมนุษย์เจ้าพลังคนหนึ่ง
ลองคิดเอาชนะ แล้วจะรู้ว่า เราสามารถเอาชนะตัวเองได้ไม่ยาก
ลองคิดให้ ใหญ่ แล้วจะรู้ว่า เรามีความสามารถอย่างน่าแปลก ใจ 

        
นักพูดที่เป็นที่รู้จักกันดีท่านหนึ่ง ได้เริ่มหยุดการสัมมนาของเขา โดยการหยิบแบงค์ 1,000 ขึ้นมาในห้องที่ มีผู้เข้าร่วม 200 ท่าน แล้วเขาก็พูดว่า &#8216; ใครอยาก ได้แบงค์ 1,000 นี้บ้าง&#8216; มือได้ ถูกยกขึ้นเป็นจำนวนมาก 
และเขาก็พูดต่อว่า &#8216;ฉันจะให้ เงินแบงค์ 1,000 นี้แก่หนึ่งในพวกท่าน แต่ครั้งแรกนี้ฉันจะทำ อย่างนี้&#8216; เขาเริ่มที่จะขยำ ๆ เงินนั้นแล้วเขาก็ถามอีกว่า &#8216; ใครจะยังต้องการมันอีก&#8216; [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/kulkanit/?feed=rss2&amp;p=9</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เสียงเล็กๆ&#8230;จากการลงชุมชน</title>
		<link>http://lanpanya.com/kulkanit/?p=7</link>
		<comments>http://lanpanya.com/kulkanit/?p=7#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 20 Jul 2008 11:25:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ลูกหว้า</dc:creator>
		
		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/kulkanit/?p=7</guid>
		<description><![CDATA[           จากการลงชุมชนไปพูดคุยกับชาวบ้าน   สิ่งหนึ่งซึ่งได้รับรู้และไม่ได้เกี่ยวข้องกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่กำลังขัดแย้งกันอยู่      ชาวบ้านไม่ได้โง่เขลาอย่างที่กลุ่มคนบางกลุ่มคิด   แต่พวกเขามีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ได้สืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านาน     แต่ใครกันหล่ะที่เป็นฝ่ายเข้าไปทำให้วิถีชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไป&#8230;.
           หลายหน่วยงานมุ่งแต่จะทำผลงานของตนเองให้ปรากฏ   หมู่บ้านหลายแห่งถูกเลือกเป็นเหยื่อ  พอมีหน่วยงานต่างๆเข้ามาลงชุมชน      ต่างก็เข้ามากอบโกยผลประโยชน์จากชุมชน   แผนงานต่างๆมาริเริ่มไว้เพียงทำเพื่อให้ได้มีผลงาน    แล้วก็ไม่ได้สานต่อ     ไม่ได้มีการวางแผนรองรับสำหรับอนาคต    ปล่อยให้เป็นภาระของชุมชนต่อไป 

          เมื่อความเจริญเข้ามาเยือนชุมชนต่างๆก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป   ไม่ต้องอื่นไกลบรรดาหน่วยงานต่างๆที่เข้ามาประชุมเมื่อติดใจบรรยากาศสิ่งแวดล้อมของชุมชนก็เริ่มติดต่อขอซื้อที่ชาวบ้าน    พอรายหนึ่งซื้อได้ในราคาถูกก็เริ่มชักชวนเพื่อนุฝูงเข้ามาซื้อที่กันมากขึ้น
          ฝ่ายเอกชนก็เริ่มให้ความสนใจ  เสนอให้ชาวบ้านเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต    ให้เลิกปลูกพืชผลไม้พื้นเมืองมาปลูกผลไม้ที่เป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น   มีการตัดป่าไผ่และไม้พื้นเมืองจนเกือบหมด
          ส่วนนโยบายต่างๆของรัฐที่ผ่านมานั้นก็ไม่มีความต่อเนื่อง     บางนโยบายกำลังไปได้ดีในชุมชนก็ต้องมีอันเปลี่ยนแปลงรัฐบาล     ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่ก็ไม่ได้สานต่อนโยบายเดิม   ไม่ทราบว่าเป็นเพราะว่ากลัวเสียหน้าหรืออย่างไรกัน    กลับไปเริ่มนับหนึ่งตั้งโครงการใหม่ๆขึ้นมา&#8230;.
          เสียงเล็กๆ..ซึ่งแสดงความห่วงใยจากชาวบ้านเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า&#8230;หากแม้นทุกฝ่ายยึดถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมบ้าง   มีจิตสำนึกที่ดี   ชุมชนเหล่านี้ก็จะสามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/kulkanit/?feed=rss2&amp;p=7</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>อีกหนึ่งวัน&#8230;กับบล็อกใหม่</title>
		<link>http://lanpanya.com/kulkanit/?p=4</link>
		<comments>http://lanpanya.com/kulkanit/?p=4#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 20 Jul 2008 04:24:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ลูกหว้า</dc:creator>
		
		<guid isPermaLink="false">http://lanpanya.com/kulkanit/?p=4</guid>
		<description><![CDATA[
เพิ่งจะรู้ตัวเองว่าเหนื่อยจริงๆกับการค่อยๆเรียนรู้อะไรใหม่ๆ    เคยเปิดบล็อกแบบนี้ในมหาวิทยาลัย แล้วก็ทิ้งไว้เลยเพราะรู้สึกว่าเราต้องมาเรียนรู้ใหม่อีก    แต่ที่นี่&#8230;คิดว่าเปิดจองพื้นที่ไว้ก่อน  แต่ก็อดไม่ได้ต้องมาแอบๆเพิ่มนิดเพิ่มหน่อยในแต่ละวัน    เห็นพี่หนิง  เห็นคุณหมอสุดหล่อมีรูปประจำตัวก็ไม่ได้การแล้ว ขอมีมั่งเถอะ  แต่ขั้นตอนก็เยอะจริงๆกว่าจะได้รูปเล็กๆมาหนึ่งรูป    พอได้มาแล้วก็ภูมิใจ อิอิ&#8230;
ทิ้งร่องรอยไว้อีกวันว่า&#8230;แม้จะยุ่งแค่ไหนก็ยังไม่หยุดการมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เล็กๆน้อยๆในแต่ละวัน

                                                                 
]]></description>
		<wfw:commentRss>http://lanpanya.com/kulkanit/?feed=rss2&amp;p=4</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
