เล่าเรื่องตัวเองทำไม ? อ่านเรื่องคนอื่นทำไม ?

โดย จอมป่วน เมื่อ 15 พฤศจิกายน 2008 เวลา 11:44 ในหมวดหมู่ จอมป่วน, เฮฮาศาสตร์, แลกเปลี่ยนเรียนรู้ #
อ่าน: 1693

 

…………

การได้อ่านเรื่องของคนที่เรารู้จัก

มีความรู้สึกพิเศษลึกซึ้งนัก

มึความอยากรู้จักให้มากขึ้นเป็นพื้นฐาน

ด้วยเหตุผลนี้..

จึงขออ้อนวอนให้ท่านเขียนบล็อกมากขึ้นอีกนิดนะขอรับ

เรียนบอกเล่าว่าท่านเรียนรู้มาอย่างไร สนใจอะไรพิเศษ

อ่านแล้วพวกเราหายบื้อ บึ้ง เบื่อ บูด

ลงมือเลยนะครับ..มีคนรออยู่นะ..

…………

 

จากบันทึก “ คุณคนไทย  ทำยังไงจะหายบื้อ ”  ของครูบาฯ  ในลานสวนป่า

 

ระยะนี้อาจมีคนสงสัยมีคนเปิดอกเปิดใจ (อย่าเปิดอกจริงๆล่ะ  อิอิ) เขียนบันทึกเรื่องราวของตัวเอง  เริ่มจากบันทึก

 

“เจ้าเป็นไผ ภาคพิสดาร” ของ Logos ในลานซักล้าง  เป็นที่ฮือฮาของคนในวงการ  บางคนถึงกับอุทาน  มีรูปถ่ายหล่อๆมาลงด้วย  เกิดอะไรขึ้น ๆ ๆ ๆ ๆ

 

ติดตามมาด้วยบันทึก “ร่องรอยบางทราย 1-3 ในลานดงหลวงของ bangsai

 

และบันทึก “โยนิโสมนสิการแห่งชีวิต” ของน้ำฟ้าและปรายดาวในลานน้ำฟ้าและปรายดาว

 

และคงจะมีติดตามมาอีกหลายบันทึกเร็วๆนี้

 

 

วันนี้มีเวลาว่างก็ว่าจะเขียนเล่าเรื่องตัวเองบ้าง  แต่ก็เกิดคำถามในใจขึ้นมาว่า  เอ๊ะ ๆ ๆ ๆ   เขียนเรื่องตัวเองทำไม ?  อ่านเรื่องคนอื่นทำไม ?

 

ลองทบทวนดูครับ  เวลาเราอ่านหนังสือ  ถ้าเราไม่รู้จักผู้แต่ง  เวลาอ่านก็ไม่ค่อยจะได้อรรถรส  แต่ถ้าเรารู้จักผู้แต่งเป็นอย่างดี  เวลาอ่านก็จะได้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน

 

การอ่านบันทึกก็เหมือนกัน  อ่านบันทึกของคนที่เราไม่รู้จักชื่อ (ชื่ออาจเป็นชื่อที่ใช้ในการเขียนบันทึก)  ไม่รู้จักหน้าตา  ไม่รู้ที่มาที่ไป  อ่านไปก็รับรู้ระดับหนึ่ง  เวลาจะแสดงความเห็นอาจมีการสงวนท่าที  เพราะไม่สนิทใจ  จะหยอกเย้าก็กลัวจะไม่เข้าใจ  กลัวเขาจะโกรธเอา  การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็อาจจะได้ระดับหนึ่ง

 

แต่ถ้าเรารู้จักดี  รู้ตัวตนของผู้เขียนบันทึก  รู้จักชื่อเสียงเรียงนาม  (จอมป่วนจำได้แต่ชื่อที่ใช้เขียนบันทึก  จำชื่อจริงไม่ค่อยได้  อิอิ)  เคยเห็นรูป  รู้ประวัติ  รู้เรื่องงานที่ทำ  รู้ว่าสนใจเรื่องอะไร  การอ่านและร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็จะมีความหมายมากขึ้น

 

ยิ่งเคยเห็นกัน  เคยกอด  เคยนั่งคุยกันแบบตัวเป็นๆ  เคยหัวเราะแบบขำสุดๆขำกลิ้งคราวนี้ละก้อกำแพงพังทะลายเลยครับ  มีความรู้สึกปลอดภัย  สนิทสนมที่จะคุย  การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันก็จะมีความหมายมากขึ้น

 

คิดไปคิดมาก็ลามมาถึง….  แล้วอ่านบันทึกทำไม ?  เขียนบันทึกทำไม ?

 

เคยแสดงความเห็นไปว่า  การเขียนบันทึก  การอ่านบันทึก  การแสดงความเห็นโต้ตอบกันเป็นการสนทนาเสมือน  ซึ่งอาจพัฒนาเป็นสุนทรียสนทนาเสมือน ( Virtual Dialogue )  ถ้าผู้ร่วมสนทนาเปิดใจมาร่วมสนทนากัน  เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

 

การอ่านบันทึกอย่างเดียว  ไม่เขียนบันทึก  ไม่แสดงความคิดเห็น  ก็ทำให้การสุนทรียสนทนาไม่สมบูรณ์  เพราะไม่มีการสนทนา  ได้แต่นั่งฟังอย่างเดียว  ลองนึกถึงวงสนทนา  ที่เราไปนั่งฟังอย่างเดียว  จะเรียกว่าวงสนทนาได้ไหม ?

 

สาเหตุที่ไม่เขียน  ไม่ร่วมแสดงความคิดเห็นอาจมีหลายสาเหตุ  เช่นมีปัญหาทางเทคนิคในการเขียนบันทึก  ไม่รู้จะสมัครอย่างไร    เรื่องนี้ทางทีมงานคงต้องหาทางพัฒนาระบบให้ง่าย  มีคู่มือที่สมบูรณ์  รวมถึงการฝึกอบรมให้เขียนบันทึกต่อไปในอนาคต

 

นอกจากปัญหาทางเทคนิคแล้ว  ปัญหาที่สำคัญที่สุดคงเป็นปัญหาเรื่องการทะลายกำแพงที่แต่ละคนสร้างขึ้นมาเอง  และคงต้องเป็นคนทะลายกำแพงนั้ยเองเพราะแม้แต่แฟนก็ยังทำแทนไม่ได้เลย

 

กำแพงที่เราสร้างขึ้นมาอาจมีตั้งแต่ 

       

        เราเป็นคนเล็กๆในสังคม  ไม่มีอะไรน่าสนใจ

        เราไม่มีอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษ

        เขียนบันทึกไม่เป็น

        ไม่รู้จะเขียนอะไร

        ไม่รู้จะทักทายหรือแสดงความคิดเห็นอย่างไร ?……ฯลฯ

 

การอ่านเรื่องราวของคนอื่นอาจทำให้เราเกิดความไว้วางใจ  สนใจที่จะเรียนรู้ร่วมขึ้นมาบ้าง

 

การเขียนเรื่องราวของตัวเอง  ก็จะช่วยให้คนอื่นรู้จักเราดีขึ้น  ทราบว่าเราสนใจเรื่องอะไร ?  ถนัดเรื่องอะไร ?  ซึ่งคนเราทุกคนมีอะไรดีๆอยู่ในตัวเราทุกคน  ที่สามารถจะนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้  เช่นชอบถ่ายรูป  ถนัดเรื่องคอมพิวเตอร์  ทำกับข้าวเก่ง  กินเก่ง  นอนเก่ง  เที่ยวเก่ง  รู้เรื่องขนบธรรมเนียมประเพณี  รู้เรื่องต้นไม้  รู้เรื่องสัตว์  ปฏิบัติธรรม  โมโหเก่ง  ขี้งอน  ใจเย็น  มีประสบการณ์ชีวิตที่จะช่วยเหลือคนอื่นได้ ฯลฯ

 

เรื่องที่เอามาเล่าแลกเปลี่ยนกันอาจเป็นเรื่องของความล้มเหลวที่ผ่านมา  จะได้เป็นบทเรียนให้คนอื่น  อาจเป็นเรื่องไม่ดีที่เคยทำมาแล้วกลับเนื้อกลับตัวได้  ปรับปรุงตัวเองได้อย่างไร ?

 

ง่ายๆถ้าอยากรู้ว่ามีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเกิดขึ้นหรือไม่  ก็ลองสังเกตตัวเองดู  ว่าที่เข้ามาอ่านบันทึก  เขียนบันทึก (เขียนมั่งไม่เขียนมั่ง)  แสดงความเห็น (บ้าง เป็นครั้งคราว)  แล้วเรามีอะไรดีขึ้นบ้างไหม 

อ่าน เขียน แสดงความคิดเห็นมากขึ้นไหม ?

มีเพื่อนมากขึ้นไหม ?

มีอะไรดีๆเกิดขึ้นในชีวิตเราไหม?

มีความสุขมากขึ้นไหม ?…… ฯลฯ

 

ลักษณะพิเศษที่ดีของกลุ่มคนแซ่เฮคือไม่ได้แค่รู้จักกันในโลกไซเบอร์  แต่เราโลดแล่นออกมาจากโลกไซเบอร์  มีโอกาสเจอตัวเป็นๆ  ได้กอด  ได้คุย  ได้หัวเราะและมีกิจกรรมดีๆร่วมกัน

การเขียนเล่าเรื่องของตัวเองก็เป็นสิ่งที่จะทำให้เรารู้จักกันมากขึ้น  เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันอย่างหนึ่งและจะทำให้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในอนาคตมีคุณภาพและความหมายมากขึ้น  ถ้าทะลายกำแพงที่ปิดกั้นตัวเองได้สำเร็จก็เชิญเลยครับ 

เขียนบันทึกเล่าเรื่องตัวเอง  และร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากการอ่านและแสดงความเห็นในบันทึกเรื่องราวของเพื่อนๆที่น่าสนใจ

มัวแต่ เอ๊ะ ๆ ๆ ๆ  เลยยังไม่ได้เขียนเรื่องราวของตัวเองเลย  5555555

 

Post to Facebook Facebook

« « Prev : ใจมาก่อนกระบวนการ

Next : เรื่องราวของจอมป่วน » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

18 ความคิดเห็น

  • #1 dd_l ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2008 เวลา 12:52

    มัวแต่ อ่าน ๆ ๆ ๆ  เลยยังไม่ได้เขียนเรื่องราวของตัวเองเลย  5555555

  • #2 หมอเจ๊ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2008 เวลา 13:11

    ไอ้ที่ไม่เขียนน่ะ “ไม่มั่นใจอะไรบางอย่าง” อยู่หรอกค่ะ พี่ชาย 

  • #3 Logos ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2008 เวลา 13:28

    ที่ดียิ่งกว่าได้รู้จักผู้อื่นมากขึ้น คือการได้รู้จักตัวเองอีกครั้งครับ ความคุ้นเคยและค่านิยมของชีวิตสมัยใหม่ ทำให้ชีวิตรีบเร่ง+เดินหน้าไปเรื่อยๆ ไม่ค่อยได้มีโอกาสได้มองย้อนรอย เก็บเกี่ยวประเด็นที่เล็ดรอดไปอีกที

    เราเรียกกำแพงว่า “เหตุผล” ครับ มันฟังดูดีมากเลย แต่ถ้าเข้าออกกำแพงไม่ได้ กลายเป็นติดคุกแบบมีเหตุผล อิอิ

  • #4 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2008 เวลา 15:32

    ถูกใจโก๋แก่จริงๆ พับผ่าซิ….

  • #5 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2008 เวลา 17:40

    มีอีกคนที่เปิดตัวเองค่ะ
    พี่เปลี่ยน แห่งลานลุงเปลี่ยนค่า

    การเปิดตัวเองนอกจากจะทำให้เห็นตัวเองชัดขึ้นเพราะได้ทบทวนตัวเองแล้ว ยังมีส่วนช่วยให้เราก้าวผ่านร่องรอยต่างๆที่เคยเก็บกดหรือกดทับไว้ได้ง่ายขึ้นด้วยค่ะ เพราะเรากลายเป็นผู้ดูและบอกเล่า ไม่ใช่ผู้เก็บไว้เพื่อเจ็บปวดร้าวรานกับเรื่องนั้นคนเดียวอีกต่อไป

  • #6 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2008 เวลา 21:00
    #1
    เหมือนกันเลย  อิอิ
  • #7 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2008 เวลา 21:03

    #2 น้องตุ๊กตา

    คงมีกำแพง “ไม่มั่นใจอะไรบางอย่าง”  อยู่มั๊ง ?  เดินผ่านเล้ย

  • #8 mimography ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2008 เวลา 21:07

    อยากบอก ……แต่กลัวคนอ่าน น้ำตาร่วง
    เพราะชีวิตที่ผ่านมาตั้งแต่เด็กจนโต
    ยิ่งกว่านิยายน้ำเน่า อิอิ

  • #9 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2008 เวลา 21:10

    #3  Logos

    ขอบคุณมากครับที่มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้  แถมเอาบันทึกดีๆมาให้อ่านอีก  อิอิ

     

  • #10 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2008 เวลา 21:13
    #4 Bangsai
    รุ่นเดียวกันมั๊ง  เลยเขียนแล้วถูกใจ ๆ ๆ ๆ ๆ  อิอิ
    ลืมชมๆๆๆ บันทึกบางทรายนี่สุดยอดเลยครับ ขอบอก ชอบมากๆเลย
  • #11 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2008 เวลา 21:18

    #5 น้องเบิร์ดที่รัก
    ขอบคุณมากที่แวะมาเยี่ยมและร่วมแลกเปลียนเรียนรู้  มาช่วยต่อยอด  อิอิ

  • #12 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2008 เวลา 21:19
    #8  น้องมิม
    จอมป่วนและพรรคพวกชอบเรื่องน้ำเน่า  รีบเขียนเลยนะ  อิอิ  รออ่านอยู่
  • #13 ning.dss ให้ความคิดเห็นเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2008 เวลา 13:11

    อิอิ

  • #14 อัยการชาวเกาะ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2008 เวลา 15:38

    อิอิ บอกข้อดีแล้ว แต่เจ้าตัวก็ยังไม่เขียน อิอิ แต่บางคนเขียนแล้วไม่อยากจบ ทำท่าจะมีตอนอื่นๆตามมาจะทำไงดีละ อิอิ

  • #15 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2008 เวลา 23:12
    #13 น้องหนิงคนสวย
     อิอิ
  • #16 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 16 พฤศจิกายน 2008 เวลา 23:14
    #14  ทั่นอัยการชาวเกาะ

    ผมเขียนแล้วนะครับ

    ของทั่นอัยการก็เขียน 10 ตอนจบก็ได้ครับ  อิอิ

  • #17 sompornp ให้ความคิดเห็นเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2008 เวลา 9:53

    ยิ่งเปิด ยิ่งอยากปิด
    เอ๊ะ ๆ ๆ ๆ

  • #18 จอมป่วน ให้ความคิดเห็นเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2008 เวลา 20:08

    เอ๊ะ  ชักพูดไม่รู้เรื่อง  อิอิ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.097657918930054 sec
Sidebar: 0.042747974395752 sec