ผู้นำที่ยากจนที่สุดในโลก

อ่าน: 1929

ฝนดาวไม่ตก เมื่อคืนนี้..มีคนชวนให้ตื่นมาดูฝนดาวตก
แต่ช่วงนี้ฝนตกตัดหน้าเสียก่อน ตกหนักตกเบาหยิมๆทั้งวันทั้งคืน บางช่วงก็เหมือนขี้เกียจตก
หรือจำใจตก เออหนอ ธรรมชาติก็เพี้ยนเหมือนกันนะเธอ ลองตื่นย่องมาดูอีกทีตอนตี
3 ฟ้าก็ยังครึ้ม มาดูตี4ครึ่ง ฝนยังไม่เลิกรา
เป็นอันว่า ฝนตกแทนดาวตกแน่นอน เลิกตอแย กลับหลังหันมามุดมุ้ง
เปิดดูในเว็ปเจอเรื่องประธานาธิบดีที่จนที่สุดในโลก อ่านแล้วแสนประทับใจจนต้องลุกมาบันทึกไว้เตือนใจตนเอง

 

อ่านเรื่องดีๆบ้านเขา
นึกย้อนมาดูประวัติและผลงานผู้นำของไทยแล้ว อิจฉาชาวอรุวัยเป็นบ้า ผู้นำของเรามันมีแต่ไอ้เขี้ยวลากดินกินตะกะมูมมาม
จัดอยู่ในประเภท
..พวกสมองหมาปัญญาควาย..

 

ประธานาธิบดี
แห่งอุรุวัย นายโอเซ่ มูฮิก้า
ได้ปิดบ้านหรูที่รัฐบาลมอบให้ในกรุงมอนเดวิเดโอ
และเลือกที่จะอยู่กับภรรยาที่บ้านหลังเล็กๆสุดถนนลูกรัง ในฟาร์มย่านเมืองหลวง
ทั้งสองท่านทำเกษตรกรรมเท่าที่พอจะอำนวยด้วยตนเอง 
ด้วยการปลูกพืชไม้ดอก

ชีวิตที่แสนเรียบง่ายและความจริงที่ว่า
นายมูฮิกาบริจาคเงินเดือนซึ่งตกเดือนละ
12,000 ดอลลาร์สหรัฐกว่าร้อยละ90 เพื่อมอบให้การกุศล
ซึ่งนี่เองที่ทำให้เขาได้ชื่อว่าประธานาธิบดีที่ยากจนสุดในโลก นายมูฮิกาเปิดเผยว่า
เขาใช้ชีวิตเช่นนี้มานานแล้ว นั่งพักผ่อนบนเก้าอี้ไม้เก่าๆในสวน

“ผมพอใจในสิ่งที่ผมมี”

 

ในปี2010 การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของคณะรัฐบาลอุรุวัย
พบว่านายมูฮิกามีทรัพย์สินมูลค่า
1,800ดอลลาร์ (ราว215,800
บาท) ซึ่งก็คือราคารถเต่าโฟล์กสวาเกนของเขา ที่ซื้อมาตั้งแต่ปี 1987
 ส่วนในปีนี้
เขาบวกทรัพย์สินของภรรยาไปด้วย ซึ่งประกอบด้วยที่ดิน รถแทรกเตอร์ และบ้านรวมแล้ว
เขามีทรัพย์สินอยู่ที่
215,000ดอลลาร์ (ราว 6,665,000
บาท)

เ ข า ก ล่ า
ว ว่ า  การได้รับฉายาประธานาธิบดีที่ยากจนที่สุดในโลก
ไม่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองจน
คนจนคือคนที่ทำงานเพื่อตอบสนองรสนิยมอันหรูราของตน
และมีความต้องการไม่สิ้นสุด
 
สำหรับเขา “สภาพความเป็นอยู่เช่นนี้ คือการได้อิสรเสรี เพราะหากคุณไม่ได้ครอบครองสิ่งใดมากมาย
คุณก็ไม่ต้องทุ่มแรงกายแรงใจเยี่ยงกรรมกรเพื่อหามันมาครอบครอง
และยิ่งไปกว่านั้น
คุณยังมีเวลาเป็นของตนเองด้วย “

 

ผู้นำอุรุวัย
กล่าวถึงประเด็นเดียวกันนี้ ในการกล่าว ณ ที่ประชุมสุดยอดด้านสิ่งแวดล้อม ริโอ
+20 เมื่อเดือนมิถุนายนว่า
..หลายประเทศต่างพูดถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน
เพื่อให้ประชาชนหลุดพ้นจากความยากจน
 “ แต่เรากำลังคิดอะไรอยู่? เราต้องการรูปแบบการพัฒนาการบริโภคของประเทศที่ร่ำรวยอย่างนั้นหรือ?  ผมขอถามคุณว่า อะไรจะเกิดขึ้นกับโลกใบนี้ หากชาวอินเดียมีสัดส่วนการครอบครองรถต่อครัวเรือนเท่าเยอรมันนี?
แล้วเราจะเหลืออกซิเจน
ไว้หายใจอีกเท่าไหร่?

 

 

“โลกใบนี้มีทรัพยากรเพียงพอ
เพื่อจะตอบสนองคน
7หรือ8พันล้านคน  มีระดับการบริโภคและการสร้างขยะที่เท่าเทียมกับประเทศที่ร่ำรวยหรือไม่
และนี่เป็นระดับการบริโภคที่เกินจำเป็นที่กำลังทำร้ายโลกของเรา”

 

นายมูฮิกา กล่าวตำหนิผู้นำของโลกส่วนใหญ่ ที่มีความเชื่อผิดๆว่า
การสร้างการเติบโต คือการกระตุ้นการบริโภค ซึ่งในทางตรงกันข้าม จะนำไปสู่จุดจบของโลก

ผมละทึ่งกับอีตาคนนี้นัก แต่ก็นั่นแหละเธอ ขึ้นอยู่กับวาสนาของประเทศใครประเทศมัน
จะทำยังไงได้ ในเมื่อบางประเทศทำแต่สิ่งตรงกันข้ามความพอเพียงทั้งนั้น

 

พอเดินมาถึงจุดนี้
เธอจะเห็นแล้วว่าความพอเพียงใช้ได้กับบุคคลทุกสถานะ ไม่เลือกผู้ดีมีจน ไม่เลือกคนที่ยศถาบรรดาศักดิ์
ความพอเพียงเป็นวินัยของมนุษยชาติ ประเทศไหนมีต้นทุนในเรื่องนี้มาก
สังคมก็จะสันติสุข ประเทศไหนที่กิเลสหนาตราช้าง ก็รับกรรมกันไปทั่วหน้า
.ที่ชอบเรื่องนี้เพราะสะท้อนความจริงเชิงประจักษ์ว่า
ความพอดีนั้นเอามาใช้ในตำแหน่งผู้นำของประเทศได้อย่างดีเชียวแหละ

·      
ไม่ต้องกอบโกยทรัพย์สินมากมายจนต้องแอบซุกไว้ที่โน่นที่นี่

·      
ไม่ต้องบิดตะกูดกับกฎระเบียบกฎหมายของบ้านเมือง

·      
ไม่ต้องวางยาสังคมและประเทศชาติ

·      
ไม่ต้องก่อสร้างมวลชนนอกระบบมาชนหน้าชนหลัง

·      
ไม่ต้องพลิกแพลงเอางบประมาณแผ่นดินมาซื้อห่วงจูงจมูกควาย

·      
ไม่ต้องแสดงความประพฤติลิงหลอกเจ้า

 

เขาก็เป็นประธานาธิบดีสง่างามได้
ในแบบฉบับความดีงามแห่งตน
แสดงว่าคนดีจริงไม่ต้องกระเสือกกระสนอะไรมาก
อยู่อย่างเกษตรกรธรรมดาๆก็มีคนยกย่องเลือกให้ไปเป็นผู้นำประเทศได้  แหม
.ระหว่างที่เข้าได้เข้าเข็มกับเรื่องนี้ ก็มีโทรศัพท์เข้ามาจวนรุ่งสาง
ให้ออกไปรับที่สถานีขนส่งบุรีรัมย์ ผมก็กระโจนลงจากเตียงสิเธอ
..รีบอาบน้ำ
ใส่เสื้อผ้าแล้วแจ้นขับรถเข้าเมือง ระยะทางประมาณ
40 กม. ระหว่างทางสังเกตเห็นร่อยรอยฝนตกบางๆ

 

พอฟ้าเรื่อเรือง..

ได้เห็นรุ่งกินน้ำพาดเฉลียงขอบฟ้าอยู่ตรงหน้า

เอ๊ะ! รึจะเป็นลางดี ..ว่าต่อไปนี้บ้านเมืองเราจะฟ้าสีทองผ่องอำไพ

เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นรุ่งกินน้ำในยามเช้าตรู่เช่นนี้

จึงจอดๆๆ..รถ กดชัตเตอร์ ฉับๆๆ..

เพื่อจะเอารูปมาฝากคนสวย

ที่ช่วยคอมเมนท์เรื่องความพอเพียงภาคการบริหารประเทศยังไงละเธอ 

อิ  อิ,,


เบิ่งตาแลไทยแลนด์ในอีก20ปีข้างหน้า****

อ่าน: 1767

 

 

คนบ้านป่าได้รับการชี้ชวนให้มองเมืองไทยในอนาคต20ปีข้างหน้า นับว่าเป็นโจทย์ที่น่าใคร่ครวญไม่เบาเลยนะครับ ล อ ง ค า ด ห วั ง สิ ว่ า ป ร ะ เ ท ศ ของฉัน จ ะ เ ป็ น ฉั น ใ ด ? . . มองสังคมมองประเทศไม่เหมือนมองคนสวยหรอกนะเธอ มันมีมุมให้พิเคราะห์พิจารณายุบยับไปหมด โดยเฉพาะการมองแบบคาดการณ์นี่สิ ถึงตอนนั้นผมไม่มีโอกาสได้ทราบผลการคาดคะเนที่ว่าไว้ จะใกล้เคียงหรือเอนเอียงไปสุดกู่ประการใดก็ไม่อาจทราบได้

อีก20ปี ใ น ห มู่ เ ร า รุ่ น เ ก๋ า ส์ กึ๊ ก ก็ ค ง แ ย ก ย้ า ย ไ ป เ ป็ น ธ า ตุ อ า ก า ศ ที่ ไ ห น ก็ ไ ม่ รู้ จะยังชีพอยู่ก็แต่รุ่นสวยสะพรั่งตอนนี้ แต่ตอนนั้นก็คงนมยานจนเอาพาดบ่าได้แล้วละ เรื่องอย่างนี้มองคนเดียวไม่กระจ่างหรอก มั น ย า ก ก ว่ า ต า บ อ ด ค ลำ ช้ า ง ห ล า ย เ ท่ า นั ก ..เมื่อรับการบ้านมาก็ต้องทำการบ้านสิเธอ แต่มีปัญญาแค่หางอึ่งจะทำอะไรได้ จึงมองหาตัวช่วย..สมาชิกชาวFB.และลานปัญญาโปรดสะท้อนทัศนคติช่วยผมด้วย อย่าปล่อยให้คนป่าไปขายขี้เท่อบนเวทีเลยนะแม่คุณ

 

เมื่อเร็วๆนี้ได้รับซองเอกสาร เปิดอ่าน..สะดุ้งโหยง!..เรื่อง ขอเรียนเชิญไปเป็นองค์ปาฐกถาบรรยายพิเศษ ..ด้วยวโรกาศมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร์รามาธิบดี จักรนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมราชบพิตร เจริญพระชนมพรรษา 84 สำนักงานสภาการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทั้ง9แห่งทั่วประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงพร้อมใจกันจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติภายใต้โครงการประชุมสัมมนาวิชาการนานาชาติ “การยกระดับคุณภาพชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่น อาเชียน” ครั้งที่ 1 (International Symposium on Local Wisdom and Improving Quality of Life) ในระหว่างวันที่ 8-11สิงหาคม 2555 ณ อุทยานหลวงราชพฤษ์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยเชิญชวนภาคประชาชน ผู้ปฏิบัติ นักวิชาการ และผู้ทรงคุณวุฒิ จากประเทศกลุ่มประชาคมอาเชียนและประเทศภูฐาน,จีน,ญี่ปุ่น,อินเดีย,เกาหลี,ไต้หวัน,มานำเสนอผลงานและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น อาทิ Mr. Muhammad Yunus ผู้ก่อตั้งธนาคารกรามีน (Grameen Bank) ในการบรรยายเรื่อง”การพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน”

หลายปีผ่านมานี้ ผมไปเกี่ยวข้องกับงานคล้ายๆกันนี้ในหลายเวที สิ่งใดที่เป็นงานถวายเทิดพระเกียรติพ่อหลวงของเรา ผมยินดีไปขยายขี้เท่อสุดฤทธิ์สุดเดช แต่ด้วยข้อจำกัดของสติปัญญาที่จำกัดจำเขี่ยและร่อยหรอบริบททางวิชาการ ก็ได้แต่น้อมถวายความจงรักภักดีพ่อหลวงตามมีตามเกิด ทั้งๆที่ตั้งใจไว้เปี่ยมล้นที่จะทำหน้าที่พกนิกรที่ดีของพระองค์

แต่ก็นั่นแหละเธอ..

บ้านเราตอนนี้มีพสกนิกรหลายสายพันธุ์

พูดไปก็กระเทือนทรางกันเปล่าๆ

เรามาช่วยกันเทิดพระเกียรติพ่อพระในดวงใจสไตล์เราๆชาวFB.ดีไหมครับ

 

เท่าที่สนทนาเบื้องต้น ผมเห็นความมุ่งมั่นที่จะสนองพระราชดำริเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินอย่างเต็มสติปัญญาก็น่าชื่นใจ เมื่อวานให้เจ้าหนูฝนไปประสานงาน ก็ได้งานมาเต็มหน้าตัก ดร.ฝน เล่าว่ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาต้องการจะสรุปงานในหลายรูปแบบ โดยเฉพาะในบทสรุปของ20มิตรประเทศที่สะท้อนความเห็น จึงทาบทามมาว่าเราจะอาสารับทำให้ได้ในรูปของพ็อกเก็ตบุกส์ให้ได้ไหม?

เห็นไหมละครับ..วิธีคิดของฝ่ายดำเนินงานบรรเจิดขนาดไหน?

ในฐานะตัวแทนประเทศไทย ถ้าผมสรุปมุมมองประเทศใน20ปีก็คงงั้นๆแหละ แต่ถ้าพี่น้องชาวFB.และลานปัญญาช่วยกันลงขันความคิดช่วยผม เขยเชียงใหม่คงจะไม่ตกม้าตายที่ดอยสุเทพแน่นอน ช่วยๆเขยเชียงใหม่หน่อยนะครับ

เพียงแค่แย้มพรายเรื่องออกมานิดๆ..

ใบหน้าของพี่น้องก็ลอยฟ่องมาเต็มอากาศ

ท่านใดจะอาสา ขอได้โปรดเอามือลง..

แล้วก็เริ่มวางศิลากฤษ์เบิกตัวอักษรได้เลย

รีบๆตะครุบ..ระวังตัวหนังสือจะกระโดดออกมาจากหน้ากระดาษ!

 

อนึ่ง. ช่วงที่เขยเชียงใหม่ไปอยู่หลายวัน น้าอึ่งอ๊อบ ครูอึ่ง ครูอาราม อุ๊ยจันตา เจ้าหนูฝน ฯลฯ อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว คงไม่ยากนักที่จะไล่กอด ยังหนักใจแต่ญาติทางไกล ทำยังไงจะนัดมาพบปะกันสักวันหนึ่ง ในช่วง7-11 สิงหาคมนี้ เ ร า ม า ก ร ะ ดี๊ ก ร ะ ด๊ า กั น ดี ไ ห ม ค รั บ ? คุณหมอจอมป่วน เจ้าตาหวาน พี่บางทราย ท่านอัยการชาวเกาะ รอกอดส์ หมอเบริด์ หมอเจ๊ แหม..ถ้าจะให้ล่ารายชื่อทั้งหมดคงไม่ต้องกินข้าวเช้าแน่ ผมคิดไปถึงลุงเอก พระอาจารย์ไร้กรอบแห่งนาซา และผองญาติในลานปัญญาทุกท่าน ไม่ให้กระเด็นเล็ดลอดหายไปได้สักคนหรอกหนา อยากจะขออนุญาตจับเข่าถามว่า..มาเที่ยวเชียงใหม่กันไหม?

 

เ ป็ น ไ ป ไ ด้ ไ ห ม ค รั บ ที่เราจะนัดจัดงานวันเฮฮาศาสตร์ ฉบับมินิในช่วงดังกล่าว ถ้าตัดสินใจร่วมกันว่าจะลุย ท่านที่มีเวลาก็มาเที่ยวมาชมและมาคุยงานกัน หลังจากจบงานนี้ก็ค่อยไปนั่งละเลียดความครุ่นคิดคำนึง ดึงเอาความรักความคิดถึงมาแชร์กันคนละเข่งสองเข่ง

เรื่องนี้สำคัญนะครับ มุมที่มองต่างอาชีพและประสบการณ์นั้นมีเสน่ห์ยิ่งนัก โ ด ย เ ฉ พ า ะ ค ว า ม มี อิ ส ร ะ แ ห่ ง ตั ว ต น ..ไม่ได้เขียนเสนอผลงานวิชาการ หรือเขียนแบบรายงานเจ้าสำนัก แต่..เป็นการเขียนตามใจฉันที่เห็นและเข้าใจ ขออนุญาต..ฉ ะ อ้ อ น ฉ อ เ ล า ะ ม า ถึ ง ที่ รั ก ส ม่ำ เ ส ม อ เมื่อบรรลุจุดประสงค์ปลงใจแล้ว ทั้งรูปหล่อและรูปสวยกรุณาบอกกล่าวเล่าแจ้งFB.และลานปัญญาด้วยเถิด

โปรดเปลี่ยนความเข้าใจ ให้เป็นความตั้งใจโดยพลัน ! อิ อิ..

 

ผมโชคดีที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนถึงวันนี้ ถึงชีวิตจะลุ่มๆดอนๆเพราะโดนสังคมจับเหวี่ยงจนกายาบอบช้ำ แต่หัวใจยังกระชุ่มกระช่วยกระยิ่มยิ้มย่องได้อยู่นะเธอ ..ก่อนที่จะมองไปข้างหน้า20ปี ก็ขอมองย้อนหลังไป20-30-40ปี ในช่วงชีวิตของเราๆท่านๆนี่แหละ สังคมไทยเปลี่ยนแปลงแบบพุ่งกระฉูด หลายเรื่องเป็นเสมือนมีอภินิหาร แต่หลายเรื่องก็พาลพาโลจนเกินความคาดหมาย ตอนผมเป็นเด็กๆ เตี่ยแม่ได้สร้างบ้านเป็นลักษณะร้านค้าเล็กๆในตัวกิ่งอำเภอที่ไกลปืนเที่ยง เป็นบ้าน2ชั้นด้านล่างเทพื้นปูนซีเมนต์

<· เจ้าพื้นซีเมนต์นี่แหละครับที่มันบ่งบอกความหัศจรรย์อย่างเอกอุให้แก่คนชนบท ผู้คนแถบนั้นตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งจะได้เห็นพื้นบ้านแข็งแกร่ง-ดูเรียบและเย็น-เ ด็ ก ๆ ช า ว บ้ า น ต่ า ง พ า กั น ม า ลู บ ม า น อ น ก ลิ้ ง เอาไปโจดขานกันเป็นเรื่องแปลกใหม่

<· <!–[endif]–>วิทยุก็เข้ามา ยุคที่ใช้ถ่านไฟฉายเป็นลังๆนั่นละครับ ชาวบ้านก็มารุมดูกันอีก แปลกใจตู้อะไรนะทำไมมันรายงานข่าว/ร้องเพลง/ประกาศเลขหวยออกอากาศ

<!· <!–[endif]–>ต่อมามีทีวีมันยิ่งมาขยายความอึ้งทึ่งๆและทึ่ง สมัยนั้นใช้ไฟปั่น ยังแพร่ภาพออกอากาศเป็นขาว-ดำ เด็กๆตื่นเต้นมาเฝ้าดูกันจนไม่กินข้าวกินปลา เลิกง้อรถหนังขายยา ไม่ต้องวิ่งตามโฆษกประกาศรอบหมู่บ้าน..ฮัลโหลๆ..คืนนี้จะฉายหนังกลางแปลงที่หน้าสุขศาลา กินข้าวกินปลาแล้วรับมากันนะครับ

<· <!–[endif]–>พาหนะใช้เกวียนบรรทุกสิ่งของ ต่อมาก็มีรถจิ๊ปลากไม้ รถมอเตอร์ไซด์ มาแทนรถจักรยาน ก่อนที่จะรู้จักรถอีตุ๊กอีแต๋นอยู่หลายสิบปี

<!· <!–[endif]–>เจ้าหน้าที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มาประชุมประจำเดือน ล้วนขี่ม้าบักจ้อนมาประชุม หน้าที่ว่าการอำเภอจะมีหลักสำหรับผูกม้าไว้ใต้ร่มไม้ เด็กๆไปเกี่ยวหญ้าม้ามาขาย หอบละ50 สตางค์ อีตอนเลิกประชุมทุกคนต่างกลับบ้านนี่สิครับ มีม้าวิ่งฝุ่นตลบออกทุกทิศทุกทาง มองดูคล้ายๆกับในหนังคาวบอย

สภาพการณ์ดังกล่าวนี้ มีมาก่อนหน้าเพลงผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม พ..2504 หลังจากนั้นแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติฉบับต่างๆก็ทยอยออกมา ในช่วงแผนพัฒนาฉบับที่8 ก่อนหน้าช่วงฟองสบู่แตก ในแผนฯมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ แต่พอเศรษฐกิจมีปัญหาเราก็ปรับแผนฯมาเน้นเรื่องความเป็นนิกส์ ลดความสำคัญของการพัฒนาการศึกษา ผลเป็นประการใดท่านทั้งหลายก็คงจะทราบกันดีอยู่แล้ว

 

ดังนั้นถ้าจะตั้งข้อสังเกต พอให้ได้ข้อสรุปหยาบๆในการพิจารณาวันข้างหน้า ก็คงจะมองสภาพการณ์บ้านเมืองในเวลานี้กระมังครับ สังคมบ้านเรามีข้อดีข้อด้อยประการใด มันก็จะไปส่งผลในอนาคตภายหน้าครบเครื่องเรื่องกลไกของสังคม พอจะประมาณได้ว่า

“ถ้าจะดูวันหน้า ก็ควรดูวันนี้”

“ทำวันนี้ให้ดี วันข้างหน้าก็จะออกมาดี”

<!· วันนี้..เราทำหน้าที่พลเมืองไทยแล้วหรือยัง!<!–[endif]–>

<!· วันนี้<!–[endif]–>..เราเป็นพกสกนิการที่ดีแล้วหรือยัง!

<!· วันนี้<!–[endif]–>..เธอเล่นบทไหนในฐานะประชาชนคนไทย!

อย่างน้อยคนไทยก็ควรทำหน้าที่ 2 ประการ

1 ทำ ห น้ า ที่ ก า ร ง า น ข อ ง ต น ใ ห้ เ รี ย บ ร้ อ ย ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งอะไรก็ขอให้มีความรับผิดชอบ

2 ทำ ห น้ า ที่ พั ฒ น า แ ล ะ ดู แ ล สั ง ค ม ถ้ายังเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ปล่อยให้กระแสเถื่อนลากจูงสังคมเข้ารกเข้าพง สร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย ถามว่าสังคมเราเกิดอะไรกันครับ

“ถ้าเราลอยเพสังคม สั ง ค ม ก็ จ ะ ล อ ย เ พ เ ร า ”

สั ง ค ม ที่ ถู ก ล อ ย เ พ วั น นี้ วันข้างหน้าจะไม่เพแตกรึครับ!

หลายท่านอาจจะตัดช่องน้อยแต่พอตัว ฉันรวย ฉันพร้อมเผ่น ฉันพร้อมแก้ปัญหาด้วยตนเอง เรื่องของสังคมก็ปล่อยให้เป็นสวะลอยไปในน้ำเน่าปล่อยให้เหตุการณ์บ้าๆบอๆล้วงควักประเทศชาติกันไป บางกลุ่มคนก็อึ้งกิมกี่ด้วยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ได้แต่เข้าวัดเข้าวาสงบจิตสงบใจ บางกลุ่มก็ถือโอกาสชุลมุนแย่งชิงฉกฉวยประโยชน์ สถาบันต่างๆคลอนแคลน เกิดสภาวะวิกฤติศัทธา กาวใจไร้ประสิทธิภาพ ทั้งๆที่ประชาชนคนไทยโชคดีที่สุดในโลก ก็ลองนึกดูสิเธอ

<!1. คนไทยมีสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่พระประมุขทรงทุ่มเททำงานให้แก่คนไทยตลอดพระชนชีพของพระองค์ ทรงยอมเหนื่อยยากเพื่อให้พกสกนิกรกินอิ่มนอนอุ่น ทรงทำหน้าที่พระมหากษัตริย์จนเป็นเลิศเป็นแบบอย่างทั้งโลก ได้รับการยกย่องและชื่นชมเสมอมา ทั้งในระดับราชวงศ์ ระดับประมุขของประเทศ และระดับสหประชาชาติ

<!2. คนไทยมีสถาบันศาสนา เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ศาสนาเป็นวินัยทางสังคมที่ผู้คนน้อมปฏิบัติ มีวัฒนาธรรมจารีตประเพณีและครรลองครองธรรมเป็นหลักชัยให้ดำเนินรอยตาม

<!3. คนไทยมีความเป็นชาติ ชาติที่มีความพร้อมมีอัตลักษณ์ มีความเป็นไท มีปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีพและพัฒนา

<!4. คนไทยมีความเป็นไท ยิ้มสยามเป็นตัวชี้วัดคุณภาพของจิตใจและอารมณ์ มีความเอื้ออาทรกัน “ข้าวบ้านเหนือ เกลือบ้านใต้” บ่งบอกถึงความสมานไมตรีจิตทุกระดับ มีภูมิปัญญาคอยดูแลวิถีไทให้ปกติสุขเรื่อยมา

<!5. คนไทยอาศัยอยู่ในพื้นที่ๆมีความหลากหลายทางชีวภาพ จึงมีสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ ดินฟ้าอากาศความชุ่มชื้นพอเหมาะต่อการเพาะปลูก ภาคการเกษตรได้ทะนุบำรุงภาคอุตสาหกรรมจนรุ่งเรือง

<!6. คนไทยมีศักยภาพที่จะพัฒนาตนเองให้ก้าวทันโลกภายนอก ชนบททุกวันนี้มีไฟฟ้าทุกซอกทุกซอย มีประปาหมู่บ้าน มีถนน2เลน4เลนบรรจบกันทั่วประเทศ มีวิทยุทีวีไม่รู้กี่ร้อยช่อง มีอินเตอร์เน็ท และกำลังแจกเท็บเล็ทให้เด็กนักเรียนชั้นประถมทั่วประเทศ มีสพานข้ามแม่น้ำเชื่อมประเทศเพื่อนบ้านหลายจุด มีสนามบินทันสมัยไม่แพ้ประเทศใดในโลกนี้

ถ้าพิเคราะห์ถึงต้นทุนและปัจจัยในการพัฒนาประเทศ โดยเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ประเทศของเราได้เปรียบทางด้านกายภาพมาก ถ้ารัฐบาลและคนไทยใส่ใจเรื่องเทคโนโลยีที่เหมาะสม ส่งเสริมการผลิตบุคลากรทางด้านเทคนิคอย่างเป็นรูปธรรม โดยพิจารณาโครงสร้างทางด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ลูกหลานไทยที่ศึกษามาทางด้านอาชีวะ นอกจากจะไม่เป็นปัญหาสะสมให้ระบบการพัฒนาสังคมแล้ว ยังเป็นตัวคูณที่ไปเสริมสร้างความเข้มแข็งที่ทรงพลัง ไปเกื้อหนุนให้แรงงานช่างที่ขาดแคลนในประเทศและในต่างประเทศ จุดสำคัญดังกล่าวนี้จะช่วยการสร้างงานสร้างชาติให้ดำเนินไปได้อย่างเท่าทันกับสถานการณ์โลก

ถ้าระบบการศึกษาเน้นมาทางด้านสายอาชีวะ มากกว่าที่จะไปเน้นทางสายสังคม ที่ผลิตกันจนเกร่อแถมยังด้อยคุณภาพอีกต่างหาก ขอเสนอให้ปรับปรุงบางสถาบันที่สอนสายสังคม ให้เปลี่ยนมาสอนสายอาชีวะให้ได้สัดส่วนระหว่างอาชีวะกับสายสังคม70:30 ไม่อย่างนั้น ประเทศนี้จะสะสางเรื่องแรงงานช่างเทคนิคขาดแคลนด้วยวิธีไหนละครับ

ปัญหาอยู่ที่..ค่านิยมเต่าล้านปีของผู้ปกครอง ต้องการให้ลูกเรียนสายสามัญ -เรื่องเงินค่าหัว ทำให้แต่ละโรงเรียนกักเด็กไว้นาน ไม่แนะนำให้เด็กไปเรียนปวช.ปวส. –นโยบายเชิงโครงสร้างของสถาบันอาชีวะควรได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง-ข่าวด้านลบของเด็กอาชีวะ ทำให้เกิดภาพพจน์ที่ไม่ดีในสายตาสังคม -วิธีการเรียนการสอนเน้นทฤษฎี ทำให้เด็กมีคุณสมบัติเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ไม่สนใจทำงานที่ใช้แรงงาน ไม่นิยมไปฝึกงานฝึกทักษะ ต้องการเรียนแบบจบง่ายๆได้กระดาษเปื้อนหมึกพอใจแล้ว หลังจากนั้นก็ถูลู่ถูกังกระเสือกกระสนเอาตัวไม่รอด ตกงาน เลือกงาน อู้งาน เบื่องาน แบบมือขอตังส์ ให้พ่อแม่เลี้ยงไปจนโข่ง

 

จุดยักแย่ยักยันเรื่องการผลิตบุคลากรทางด้านสายอาชีวะ

จะยกเครื่องกันอย่างไร? ใครเป็นพระเอก ใครเป็นพระรอง

นโยบายที่เป็นรูปธรรม ความรับผิดชอบ มีประสิทธิผลแค่ไหน?

ในยุคของการเปลี่ยนแปลงอย่างดุเดือดนี้ การแข่งขันขึ้นอยู่กับคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ในประเทศนั้นๆเป็นสำคัญ

ถามว่า คุณภาพคนไทยอยู่ในระดับไหน มีศักยภาพเป็นอย่างไร?

ใ ค ร จ ะ เ ป็ น ค น รับผิดชอบ ต อ บ คำ ถ า ม นี้ ?

จุดเปราะบางของสังคมไทยอยู่ที่ความรู้ไม่พอใช้ ทำให้เราต้องนำเข้าวิชาความรู้ นำเข้าอุปกรณ์เครื่องมือ นำเข้าเทคโนโลยี นำเข้าทุน นำเข้าแม้กระทั้งวัฒนธรรมประเพณีที่มีทั้งเหมาะสมและซับซ้อน ที่ควรคำนึงก็คือ..เรายังนำเข้าปุ๋ยเคมีสารเคมี ยาฆ่าแมลง เครื่องจักรกลการเกษตร พันธุ์พืชพันธุ์สัตว์และเมล็ดพันธุ์มีมูลค่าปีละหลายแสนล้านบาท หักลบกลบนี้แล้วคงจะเหลือแต่ถุงกระดาษ ที่ซ้ำร้าย..เรายังนำเข้าพืชผักผลไม้เพิ่มมากขึ้นทุกปี นี่แหละหนอความล่าช้าของการพัฒนาฝีมือแรงงาน

สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือการสอนวิชาทิ้งถิ่น

ลูกหลานไทยเรียนไปแล้วหาทางกลับบ้านไม่เจอ

ภาคการเกษตรกำลังง่อยเปลี้ยเสียขา

เด็กรุ่นใหม่ไม่นิยมศึกษาภาคการเกษตร

หรือที่ศึกษาจยไปแล้วก็ไม่ทราบว่าหายไปหาย

ปล่อยให้ภาคการเกษตรต่ำต้อยเป็นลูกเมียน้อย

ต้องแบมือขอทุน ขอความเอื้ออาทรอย่างน่าเวทนา

ถ้าเปลี่ยนจากลบเป็นบวกไม่ได้ เจ้าประคุณเอ๋ยไม่รู้จะออกหัวออกก้อย

อย่ามาชวนเป่าหยิงฉุบนะตัวเอง..

สรุปว่า..เราพัฒนามาจนถึงขั้นเลือกจะโชว์เบอร์โชว์ใจกันแล้ว ต่อไปจะเป็นยังไงคงต้องขอเวลาเขียนทบทวนอีกสักตั้ง ในชั้นนี้ขอรายงานช่วงจังหวะเวลาที่นัดพบปะ จะได้ไม่คลาดเคลื่อนและคลาดครากัน

ผมมีภาระกิจดังนี้

วันที่ 8 สิงหาคม 2555 บรรยายพิเศษกลุ่มย่อย หัวข้อ “ผู้ปฏิบัติจริงในชุมชนท้องถิ่น” เวลา 13.00-14.30 ณ อุทยานหลวงราชพฤษ์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

วันที่ 9 สิงหาคม 2555 บรรยายพิเศษในประเด็น “วิถีชีวิตชุมชนอยู่กันอย่างไร หากมองไกล 20 ปี” ในมุมมอง

v มิติต่างประเทศ โดย Mr. Muhammad Yunus ผู้ก่อตั้งธนาคารกรามีน

v มิติประเทศไทย โดย หม่อมราชวงค์ดิศนัดดา ดิสกุล

v มิติชุมชนท้องถิ่น โดย ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์

เวลา 09.00 เป็นต้นไป ณ อุทยานหลวงราชพฤษ์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

วันที่10สิงหาคม 2555 ร่วมประชุมเสวนาโต๊ะกลม เพื่อกำหนดแนวทางการยกระดับคุณภาพชีวิตและภูมิปัญญาในกลุ่มภูมิภาคอาเซียนในหัวข้อ “ชุมชนท้องถิ่นจะอยู่กันอย่างไร หากมองไกล20ปี” กับผู้นำในระดับชาติและกลุ่มอาเซียนประมาณ20-30คน เวลา 09.00-16.00.ณ อุทยานหลวงราชพฤษ์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

วันที่11จะกลับบางกอกไฟล์บ่าย หรือจะเอ้อระเหยยังบ่แน่บ่นอน

 

ง า น นี้ ห นั ก ห น่ ว ง ทั้ ง ต อ น อ ยู่ บ น เ ว ที และ ล ง เ ว ที

ตั้งแต่นี้ไปคงต้องทำการบ้านแล้วละเธอ

ถ้าคนสวยว่างช่วยไปหิ้วปีกลงจากเวทีด้วยเน้อ มี ใ ห้ เ ลื อ ก ถึ ง 3 วั น

อิ อิ..


ทฤษฎีหญ้าเจ้าชู้

อ่าน: 3152

·

พู(รังแรกเจอภัยพิบัติน้ำฝนถล่มเมื่อคืนสามารถซ่อมแซมได้รวดเร็ว)

ดถึงหญ้าเจ้าชู้พวกเราจะรู้จักไหมนะ ในเมื่อสมัยนี้มีหญ้าพันธุ์ใหม่ๆระบาดไปทั่ว หญ้าพื้นเมืองพื้นถิ่นกลายเป็นหญ้านอกสายตา ใครๆเห็นแล้วรำคราญ มองไม่ระรื่นตาเหมือนหญ้าญี่ปุ่น หรือหญ้านวลน้อยหญ้ามาเลฯที่ปลูกประดับสนามหน้าบ้าน อาการหมั่นไส้หญ้าเกิดขึ้นกับเกษตรกรรุ่นใหม่ เจอเป็นไม่ได้วิ่งโร่ไปหายาฆ่ามาฉีดๆๆให้สูญพันธุ์ ทำไมเป็นยังงั้นก็ไม่รู้นะครับ ชาวไร่ชาวนาสมัยก่อนไม่เห็นมีใครอาฆาตมาดร้ายหญ้าเท่าคนสมัยนี้ หญ้าชนิดไหนก็ใช้เลี้ยงวัวควายได้ รึหันมาใช้ควายเหล็กให้กินน้ำมันแทนหญ้า หญ้าก็เลยหมดความหมายหนักเข้าไปอีก เกิดเป็นหญ้านี่น่าน้อยใจ ใครๆก็จ้องทำลาย

สมัยหนึ่งมีเรื่องฮากันที่สุรินทร์

หัวหน้าพิธีกรรมจัดงานเกี่ยวกับประเพณีของจีน

ได้กล่าวต้อนรับผู้ว่าราชการจังหวัดสมัยโน้น

“ผู้ ว่ า เ ป รี ย บ เ ห มื อ น ส้ น ตี น น น น น”

“พ ว ก ผ ม เ ป รี ย บ เ ห มื อ น ย อ ด ห ญ้ า”

“ถ้ า ส้ น ตี น เ ห ยี ย บ ห ญ้ า ห ญ้ า ก็ แ บ น แ ต๊ ด แ ต๋”

· ถ้าท่านเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดไปเป็นประธานเปิดงานนี้ ท่านจะกล่าวตอบยังไงดีละครับ ถ้าเริ่มต้นตรงที่ซ่นตีนรับทราบข้อนี้ดี คงจะมันส์พิลึก สิ่งที่กล่าวรายงานไม่ได้เกิดอคติใดๆ อุตส่าห์กลั้นกรองออกมาจากจิตใจบริสุทธิ์ เพราะกรรมการพ่อค้าท่านนี้เป็นคนดีมาก คนรักทั่วเมือง แต่พูดอะไรก็จะพูดตรงๆเช่นนี้ ไม่ได้มีความหมายไปในทางที่แอบแฝงใดๆ

· คราวนี้มาถึงบทบาทหญ้าเจ้าชู้บ้าง โดยทั่วไปหญ้าชนิดนี้ชอบเกิดในพื้นที่โล่งกว้าง เช่นพื้นที่สนามฟุตบอลตามโรงเรียนในชนบท พบเห็นสองข้างทางทั่วไป ตามคันนาหัวไร่ปลายนาก็เจอประจำ เป็นหญ้าที่มีเถาว์เลื้อยไปตามพื้นดิน ขยายพันธุ์โดยชูก้านดอกแข็งๆสูงประมาณ๑ฟุต มีเมล็ดที่ห่อหุ้มด้วยเปลือกแข็งรูปกระสวยเล็กๆ ไม่ว่าสัตว์หรือคนเดินฝ่าไปใกล้ เจ้าเมล็ดหญ้าปลายแหลมก็จะทิ่มเข้าตามผิวหนัง คนไหนเดินผ่านก็จะปักเต็มขากางแกง ไม่ได้ปักนิดๆหน่อยนะเธอ ปักแน่นพรึดเต็มทุกตารางนิ้ว

แปลกแท้ๆ

ปักได้ปักดียังกะมีเครื่องอัตโนมัติรุ่นนาโนทำหน้าที่นี้

ใ ค ร โ ด น ต้ อ ง ม า นั่ ง แ ก ะ ที ล ะ ด อ ก ๆ กว่าจะหมดก็นานโข

มันปักได้ซาบซึ้งตรึงทรวงจริงๆ

เ ค ย เ ห็ น เ ด็ ก บ า ง ค น ถึ ง กั บ เ อ า มี ด เ ห ล า ดิ น ส อ ค่ อ ย ๆ ขู ด อ อ ก จ า ก ก ร ะ โ ป ร ง

· หญ้าเจ้าชู้นับว่ามีอัตลักษณ์ในการขยายพันธุ์เป็นพิเศษ ยากที่จะเห็นในหญ้าชนิดอื่น ทำให้ผมนั่งนึกตรึกตรองว่า ถ้าคนเราใส่ใจเรียนรู้เหมือนหญ้าเจ้าชู้ก็จะดี เห็นความรู้ใหม่ๆดีๆแปลกๆก็เข้าไปก๊อปปี้ หรือคอมเมนท์ไว้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ มนุษย์ยุคนี้มีเครื่องมือดูดซับความรู้สะดวกและรวดเร็ว ถ้าลองใช้ทฤษฎีที่ผมกล่าวถึงนี้ น่าจะดีไหมครับ

การเป็นผู้เรียนทำให้ชีวิตมีความหมายและมีศักดิ์ศรี

· ไม่ต้องไปงมโข่งกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

· ไม่ต้องไปนั่งบ่นเป็นหมีกินผึ้ง

· ไม่ต้องไปเซ็งกระจาย๓เวลาหลังอาหาร

· ไม่ต้องอยู่กับเรื่องเก่าๆซ้ำซาก

· สามารถยืนอยู่บนลำแข้งตัวเองได้อย่างทรนง

คุณสมบัติของผู้เรียน ก็คือผู้ที่เปิดใจ

อยากรู้ อยากเห็น อยากทดลอง อยากค้นคว้า

อยากเจาะลึก บางคนถึงกับกัดไม่ปล่อย

(รังที่๒ เจอน้ำท่วมมิด แต่ยังอุตส่าห์สู้ซ่อมแซม)

· ถ้าเด็กไทย คนไทยมีนิสัยเยี่ยงนี้ คุณภาพของการจัดการความรู้ของคนไทยไปโลดแน่ เท่าที่เห็นๆ ส่วนมากมักจะประมาทกับการเรียนรู้ อยากจะเรียนง่ายๆ ทำวิทยานิพนธ์ง่ายๆ จบง่ายๆ โธ่ แม่คุณ ถ้ามันทำง่ายแล้วได้ประสิทธิผลดีคงไม่มีใครมาบ้าทำให้มันยุ่งยากหรอก ในบางเรื่องบางกรณี ม นุ ษ ย์ ยั ง ไ ม่ พ บ วิ ธี สั น ด า ป ค ว า ม รู้ ไ ด้ เ ร็ ว ก ว่ า นี้ บางทีอาจจะเกี่ยวข้องกับสติปัญญามีข้อจำกัด เรื่องนิสัยการเรียนรู้ต้องอาศัยการฝึกฝนเป็นลำดับ ถ้าตั้งต้นตั้งใจดี เราก็เขยิบเข้าไปหาตัวความรู้ได้ตามขั้นตอน แต่ถ้าคิดเบี่ยงแบนจากความเป็นจริงมันก็ยากละครับ

สู้สิ่งยากตรงๆจะไม่ดีกว่าหรือ

ในเมื่อทุ่มเทจะศึกษาแบบเจาะลึกก็เจาะให้มันหมดก๊อกไปเลย

จะขยักขยุกขยิกทำไมเล่า

หรือพอใจกับที่ตัวเองไม่มีความรู้ความสามารถจริง

แต่ก็สามารถฝ่าไปรับ กระดาษเปื้อนหมึก ม า อ ว ด ใ ค ร ๆ ไ ด้

ถ้าแบบนี้ไม่เข้าเกณฑ์ทฤษฏีหญ้าเจ้าชู้หรอกนะเธอ

สงสัยว่าจะเป็น ห ญ้ า ตี น ตุ๊ ก แ ก

ยามได้ยินเสียง กั๊ บ แ ก กั๊ บ แ ก ก็สะดุ้ง

กลัวจะโดนล้วงตับ หรือลองวิชา

เอาเป็นว่า เ รี ย น เ ล่ น ๆ ก็ ไ ด้ แ ต่ ข อ ใ ห้ รู้ จ ริ ง ๆ ก็ แ ล้ ว กั น

รู้ไม่จริง อนาคตจ่ายค่าโง่บานตะไทเลยละเธอเอ๋ย

ค ว ร ดำ เ นิ น ต า ม ค ร ร ล อ ง -รู้จัก –รู้จริง –รู้แจ้งก็พอ

ก า ร เ ป็ น ห ม า ห ล ง อ ยู่ บ น ท า ง ด่ ว น จะสนุกตรงไหนละเธอ

อาการมันหนักกว่า ห ม า ห อ บ แ ด ด ส มั ย ก่ อ น เ สี ย อี ก

ถ้าอยากจะฟังเรื่องนี้เต็มๆ

วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ภาคบ่าย

มีรายการสัมมนาแพทย์พยาบาลทั่วประเทศ

เ ร า ม า เ จ อ กั น ที่ เ มื อ ง ท อ ง ธ า นี ดี ไ ห ม ?

อย่าเผลอไปนัดกิ๊กเที่ยวละ

เอาถ่านหุงข้าวขีดกาวันที่ติดฝาบ้านไว้เลย

เ ดี๋ ย ว จ ะ ห า ห ล่ อ ไ ม่ เ ตื อ น

คริ คริ


งกไปก็เท่านั้น

อ่าน: 2496

ไม่มีมนุษย์ตนใด สามารถเอาทรัพย์สมบัติของโลกนี้ไปได้แม้แต่เท่าเม็ดทราย เรื่องนี้ผ่านการพิสูจน์มาหลายยุคสมัยและหลายอารยะธรรม มนุษย์พยายามสร้างสิ่งที่คิดว่ามั่นคงถาวรเท่าที่จะคิดทำได้ ดูง่ายๆจากปิรามิดฝังพระศพของกษัตริย์อียิป หรือสุสานหลวงในประเทศจีน อุตส่าห์ปั้นหุ่นสรรพกำลังทั้งกองทัพลงไปด้วย สร้างกำแพงเมืองจีนยาวหลายแสนลี้ ล้วนแล้วแต่พยายามยุ่งกับทรัพย์ยุ่งกับกิเลศ แต่สุดท้ายมันก็ไอ้แค่นั้นแหละต๋อย เสียดายเวลาเสียดายแรงความคิดที่ทุ่มทำเรื่องโง่ๆ ถ้าเอาพลังเหล่านั้นพลิกกลับมาสร้างโลกให้น่าอยู่ มีความคิดที่จะให้ที่จะตอบแทนที่จะสำนึกบุญคุณ เธอคิดดูเถิดโลกนี้จะเป็นสวรรค์บนดินสักเพียงไหน เท่าที่ย้อนหลังไปดูตั้งแต่เกิดมีมนุษย์ขึ้นมา พวกกะโหลกหนาเหล่านี้มีแต่พากันเปลี่ยนแปลงโลกทำลายโลก แล้วเรียกสิ่งนั้นว่าพัฒนาและเจริญ บ า ง ก ลุ่ ม ยั ง ท ะ ลึ่ ง ใ ช้ คำ ว่ า โ ช ติ ช่ ว ง ชั ช ว า ล ด้ ว ย น ะ

ขณะนี้โลกกำลังเน่าเหม็นบูดมากขึ้น เธอก็รู้สึกได้นี่

ทุกคนต่างก็มีประเทศ มีญาติ มีลูกหลาน

แ ต่ ไ ม่ มี ใ ค ร เ ล ย ที่ จ ะ นั บ ญ า ติ กั บ โ ล ก ใ บ นี้

พวกลูกอีช่างโกย ก อ บ โ ก ย เ อ า ท รั พ ย์ ข อ ง โ ล ก ม า ไ ว้ กั บ ตั ว

เพื่อเป็นเหยื่อให้คนอยู่ข้างหลังสืบสันดานโกยต่อไป

ผมไม่เข้าใจว่าพวกนี้ ไ ป เ รี ย น วิ ช า ม อ ม เ ม า วิ ธี คิ ด จ า ก สำ นั ก ไ ห น

บางคนเข้าวัดเข้าวาท่องปาฎิโมกข์ได้คล่องปรือ

แต่ มันก็แค่นั้นแหละต๋อย

มีตำรับตำรา ครูบาอาจารย์ พระสงฆ์องค์เจ้า และผู้รู้อยู่ไม่น้อย ที่พยายามฉุดรั้งเรื่องของกูตัวกู พวกขี้โกงนี่ก็เข้าวัดนะ ก็ไปนั่งทำหน้าซื่อตาใสยังงั้นแหละ เผลอเมื่อไหร่ก็คืนร่างเป็นลูกอีช่างโกยเหมือนเดิม แล้วโลกในอนาคตมันจะเป็นยังไงละครับ ในเมื่อคนทำลายมันตายจากไปโดยไม่รับผิดชอบอะไรเลย แถมลูกหลานหว่านเครือก็ไม่รู้ร้อนรู้หนาว เกรงไอ้ขี้โลภจะน้อยใจ ยั ง ทำ พิ ธี ก ง เ ต๊ ก ส่ ง ไ ป ใ ห้ อี ก แ น๊ ะ เอาเข้าไปทั้งที่ยังมีชีวิตและไร้วิญญาณ อีตอนลงไปขุมนรก ก็ไม่รู้ว่าจะกอบโกยอะไรที่นั่นอีกหรือเปล่า

ทั้งหมดนี้ทำเพื่อสืบสันดานตามความเชื่อของชนเผ่าต่างๆ ซึ่งนับว่าแปลกแตกต่างกว่าสัตว์อื่นทั่วไป ถ้าสัตว์พูดได้มันคงหัวเราะจนเยี่ยวเล็ด นี่หรือสัตว์ประเสริฐ คิดได้เท่านี้สติปัญญามีแค่นี้รึ ผมไม่เคยเห็นสัตว์กลุ่มไหนสะสมทรัพย์สมบัติไว้อย่างเอาเป็นเอาตายเหมือนมนุษย์ ดูๆไปแล้วในก้อนกะโหลกบรรจุด้วยความคิดที่เป็นพิษไม่น้อย บางคนใช้เวลาทั้งชีวิตกอบโกยวัตถุจนไม่เป็นอันทำอะไร วันๆคิดแต่จะแสวงหาทรัพย์จนหน้ามืด ไม่ได้ทางตรงก็ทางอ้อม เกิดมาเพื่อจะกอบและโกย ท่านมหาตะมะคานธี บอกว่า ทรัพย์สินในโลกนี้มีให้มนุษย์ใช้อย่างสุขสบายถ้าแบ่งปันกัน แต่ถ้าคิดกอบโกยเมื่อไหร่มันไม่พอแม้แต่จะให้ไอ้ขี้โลภคนเดียว ผู้นำทุกศาสนาต่างเห็นหายนะของกิเลศ ได้พยายามออกข้อบัญญัติกำกับและควบคุมกิเลศ ไม่ทราบว่าถูกหรือผิดนะครับ ผมรู้สึกว่ามันหนักข้อขึ้นทุกที ใครมีทรัพย์มากจะได้การยอมรับจากวงการมนุษย์ด้วยกัน ถ้าร่ำรวยจากความสามารถก็ดีหรอก แต่ส่วนใหญ่ทำมาหาได้จากกลโกง สังคมยอมรับได้ โกงเข้าไว้โกงสำเร็จ ถือว่าเป็นฮีโร่

ไม่รู้มีกี่ร้อยประเทศนะครับ ที่ผู้นำมันขี้โกง มีประธานาธิบดีนายกรัฐมนตรีตกเป็นข่าวทุกปี เข้าซังเตก็เยอะ ไอ้ผมก็ใช้ภาษาไม่สลวย คำว่าโกงฟังดูไม่ระรื่นหู เดี๋ยวนี้เขาใช้คำว่า “คอรัปชั่น” พวกผู้นำโกงได้มากเพราะมีอำนาจ สามารถเบี่ยงเบนวิธีอุบอิบให้ดูเนียน ผู้นำบางคนใจร้อนถึงกับหาทางเปลี่ยนกฎหมาย เปลี่ยนกติกาก็มี เมื่อประชากรในประเทศไหนเห็นผู้นำโกงเก่งโกงได้สำเร็จ พลเมืองในประเทศนั้นๆก็โกงตามสิครับ โ ก ง ทั้ ง แ ผ่ น ดิ น สร้างระบบใต้โต๊ะบนโต๊ะตบตาตอแหลจนเป็นเรื่องปกติ บางคนมันโกงแม้กระทั้งของพี่น้องด้วยกันเอง คงไม่ต้องยกตัวอย่างกระมัง อยู่ใกล้ๆตัวเรานี่แหละ 

ถ้า วั ฒ ธ ร ร ม ขี้ เ กี ย จ  เอ๊ย ขี้โกงแพร่ระบาดไปเรื่อยๆ

เธอคิดดูสิว่าแผ่นดินนั้นจะเป็นอย่างไร

ขยับอะไรนิดหน่อยต้องจ่ายภาษีเถื่อน

ถ้าเธอเป็นพลเมืองของประเทศนั้นๆจะมีความสุขไหมละ

เธอเชื่อหรือว่าการใช้วิธีโกงจะเป็นการสร้างชาติให้เจริญรุ่งเรืองได้

ยกตัวอย่างมาให้ดูสักประเทศหน่อยเถอะ

ถ้ า สั ง ค ม ม นุ ษ ย์ ส ร้ า ง ก ร ะ แ ส ต ร ง กั น อ ย่ า ง นี้

ค ว า ม ส ง บ สุ ข จ ะ ไ ป ห า ไ ด้ ที่ ไ ห น

สุดท้ายต่างก็ใส่หน้ากากหากัน ทำอะไรเชิงพิธีการให้ดูดี เคลือบมลพิษไว้ให้มิดชิด หลังจากนั้นก็ปร๋อแสดงละคร เล่นบทโจรใส่เสื้อนอก เรียนวิชาหลอกกันมาเป็นชั้นๆ พอกกิเลศเข้าไปทุกวัน อยู่กันอย่างถูลู่ถูกัง อมทุกข์อมโศกกันไปตามยะถากรรม ไม่รู้ว่ามีเวลาฉุกคิด มีเวลาอยู่กับตัวเองบ้างหรือเปล่า เคยถามตัวบ้างไหม ว่าเกิดมาทำซากอะไร? ผมละชอบใจคำนี้นัก ที่พระอาจารย์ไร้กรอบชูประเด็นไว้ในหนังสือ “เจ้าเป็นไผ” ถ้ายังไม่เคยอ่าน ก็รีบๆอ่านเสียก่อนที่วาสนาจะชำรุดไปกว่านี้

คนที่โกงคนอื่นได้เพราะไม่มีความละอาย หน้าหนาหลายชั้นนัก หัวจิตหัวใจเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ได้ คงไม่เคยคิดถึงคำตอบสุดท้ายเลยสิท่า ที่หน้าด้านหน้าทนคดโกงได้มานั้นจะเอาไปไว้ที่ไหน เอาไปทำอะไร เอาไปให้ใคร มรดกบาปจะเป็นมรดกดีไปได้อย่างไร ไม่มีสารวิเศษชนิดไหนฟอกบาปได้หรอกนะเธอ

เรื่องเงินๆทองๆเป็นของบาดใจ

มี เ งิ น เ ข า นั บ ว่ า น้ อ ง   มี ท อ ง เ ข า นั บ ว่ า พี่

ถ้า มี ทั้ ง เ งิ น ทั้ ง ท อ ง เ ข า นั บ เ ป็ น คุ ณ พี่  อิ อิ

แต่บางทีทองก็ไม่ไม่ค่าเท่ากับผัวฉัน เ อ า อ ะ ไ ร ม า แ ล ก ก็ ไ ม่ ย อ ม  โช๊ดโช้

พักนี้เรามักจะไม่ได้ยินคำว่าอดออม ประหยัด

คำขวัญที่บอกว่า “มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท” หายไปไหนก็ไม่รู้

ยุคสมัยนี้เขาพลิกแพลงง่ายๆ แปลงหนี้ เป็น เครดิต

ฟังดูดีกว่ากันเยอะเลย

ผมละสงสารพวกตั้งกองทุนตัวจริงเหลือเกิน เช่นกองทุนที่คลองเปรี๊ยะ กองทุนวันละบาท ที่เขาเข้าใจเรื่องพวกนี้อย่างถึงแก่น กองทุนชุมชน กองทุนครัวเรือน เขาหมายถึงการระดมทุนในหมู่กันเอง ไม่ได้เที่ยวไปร้องแรกแหกกระเชอขอมาจากใคร แต่ก็นั่นแหละเธอ สมัยห่วยแตกอะไรๆก็พลิกผันได้ มีคนเอาเรื่องนี้ไปพลิกโผเป็น “กองทุนหมู่บ้าน” ซึ่งหมายถึงการเอาทุนไปแจกทุกครัวเรือน เกิดเป็นกองทุนแตกลูกหลานออกไปจนนับไม่ถ้วน ซึ่งกรณีนี้น่าจะตั้งชื่อใหม่ว่า “กองทุนเคาะกะลา” การที่มาตั้งชื่อซ้ำซ้อนกับของชาวบ้านคิด แล้วทำตรงกันข้าม สิ่งที่จอมยุทธทางภาคใต้ ครูชุบ ยอดแก้ว ที่เคารพรักของผม ทำถูกทำดีมาแล้ว แต่เมื่อมาเจอกองทุนเถื่อนอย่างนี้เข้า ครูชุบจะเดินหน้ายังไงต่อละ ใ น เ มื่ อ มี ทุ น ใ ห้ เ ป ล่ า ๆ บ้ า ๆ บ อ ๆ ม า ยั ด เ ยี ย ด ใ ห้ ส ม า ชิ ก ทั่ ว ป ร ะ เ ท ศ จะห้ามไม่ให้ชาวบ้านเอา เด๊๋ยวก็เป็นหมาหางด้วนได้ง่ายๆ

หลังจากทำเละเทะมาได้พักหนึ่ง ก็ทำท่าจะเปลี่ยนเป็นเงินให้เปล่า

ออกระเบียบชดเชยเงินพวกนี้แทนชาวบ้าน ทำให้เป็นหนี้ศูนย์

ไอ้เรื่องอย่างนี้ ทำ ไ ม ช ะ ล อ ห ลั ง ย า ว จ ะ ไ ม่ ช อ บ ล ะ ค รั บ

เป่าปากหวิีดว๊ายกระตู้วู๊กันครึกครื้น

โดยหารู้ไม่ว่าในที่สุดแล้ว กองทุนหมู่บ้าน ก็คือ กองทุกข์หมู่บ้าน นั้นเอง

ก า ร ดึ ง  จ มู ก ค น จ น นั้ น ส นุ ก เ ข า ล ะ

ยังจะมี ก อ ง ทุ น อ ก อี แ ป้ น แ ต ก อะไรจะตามมาอีกก็ไม่รู้

นี่ก็เพิ่งแจกเงินสัมนาคุณที่มาตายในสนามม๊อบไปรายละ ๖-๗ ล้าน

ผมไม่ได้มองเหมือนคนอื่นนะ ผ ม ว่ า มั น จ่ า ย น้ อ ย ไ ป

น่าจะแจกศพละ ๕,๐๐๐ ล้าน

ในโลกนี้ไม่มีคนจนคนรวยหรอกนะเธอ จ ะ ตี ร า ค า ชี วิ ต ข อ ง เ ธ อ กี่ บ า ท ให้สักพันล้านแล้วขอให้ตัดคอมาขาย เธอจะยอมไหมละ ราคาของชีวิตประเมินไม่ได้หรอก เอาทรัพย์ทั้งโลกมาแลกเธอก็ไม่ยอม แล้วเธอจะเป็นคนจนได้อย่างไร

· คนที่มีประเทศเป็นของตนเอง

· คนที่มีศาสนาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ

· คนที่มีพระมหากษัตริย์ให้เคารพเทิดทูน

· จ ะ เ รี ย ก ว่ า ค น จ น ไ ด้ อ ย่ า ง ไ ร ?

เมื่อเธอไม่ได้เป็นคนจน เธอก็เป็นมหาเศรษฐีนะสิ ท่านมหาเศรษฐีครับ อานุภาพในตัวตนของท่านนั้นไม่ธรรมดาหรอกนะครับ ปลดสัมภาระรุงรังออกเสียบ้าง แล้วลงมือลงแรงสร้างโลกใบนี้ให้น่าอยู่ดีไหมครับ อย่างน้อยท่านก็จะได้ภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่พลเมืองดีของโลก อย่าห่วงไอ้พวกเวรตะไลขี้โกงเหล่านั้นเลย กรรมใดใครก่อคนนั้นก็ต้องได้รับอยู่แล้ว ก่อนตื่นนอนพรุ่งนี้เช้า ถามตัวเองสักหน่อยว่า ท่านจะทำความดีคืนให้แก่โลกอย่างไรได้บ้าง การคิดบวกคิดดีนั้นมีกุศลติดปลายนวมแน่นอน มันรู้สึกดีตั้งแต่ได้คิด เมื่อคิดได้ก็ยิ่งภูมิใจกับตัวเอง และเมื่อเอาความคิดนั้นมาปฏิบัติ ก็จะเกิดผลดีต่อตนเองและต่อโลก ใครก็ไม่ทราบพูดว่า “คิดให้ไกล ไปให้ถึง” แสดงว่า ท่านมีกัลยาณมิตรร่วมเดินทางแน่นอน ถ้าท่านทุ่มเทใจทำสิ่งที่ดีด้วยพละกำลังของท่านเอง ถ้าท่านเป็นคนจริง คิดจริงทำจริงจะเกิดความกล้า จะไม่สงสัย จะไม่เสียเวลาอยู่กับคำว่า “ใช่” หรือ “ไม่ใช่”

ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้น

เธอเคยคิดรักจริงหวังแต่งบ้างไหม

ลองมาแต่งงานกับโลกใบนี้ชีวีเธอสุดแสนจะวิไล

อิ อิ


ตุ๊กตาจากนางฟ้า

อ่าน: 1875

ช่วงนี้ดอกเหรียงหล่นมาทั้งวันทั้งคืน ปีนี้ติดดอกมากทุกต้น จึงหล่นเกลื่อนพื้น ต้นก็สูงลิ่ว ดอกเปราะบางจึงเสียหาย80% แต่ยังโชคดีที่บางดอกหล่นมาแล้วไม่ช้ำ พอที่จะเก็บมาแต่งให้เป็นตุ๊กตาอวดหลาน แต่งไปแต่งมาได้รูปร่างแปลกๆ ปีที่แล้วเราเล่นสนุกโดยนั่งใต้ต้นเหรียง แล้วรอเสี่ยงดวงว่าลูกโม่งจะหล่นมาโดนใคร เฉี่ยวไปเฉี่ยวมาให้ลุ้นจนใจตกไปอยู่ตาตุ่ม

· คิดถึงหลานไทกิสที่อยู่เบลเยี่ยม

· จึงไปเก็บมาทำตุ๊กตาถ่ายรูปส่งมาให้ดู

· เป็นของเล่นที่นางฟ้าส่งจากท้องฟ้ามาให้

· เป็นตุ๊กตาจากสวรรค์นะหนูไทกิส

· ปีนี้คุณตาจะปลูกต้นเหรียงให้ 2 ต้นนะ แบ่งพี่แบ่งน้อง

สมัยก่อนเด็กบ้านป่าหาของเล่นจากธรรมชาตินี่แหละ ดัดแปลงของเล่นสนุกๆต่างๆนานา ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อ ทำจากจินตนาการ เป็นการบ่มเพาะวิถีชีวิตแบบค่อยเป็นค่อยไป เด็กสมัยก่อนจึงไม่ดื้อเพราะมีเรื่องสนุกทำ พอเข้าสู่วัยเลือดร้อนก็จับบวชเรียน ใช้ธรรมะสะกดความพุ่งพล่าน หว่านล้อมให้อยู่ใต้ผ้าเหลือง อยู่กับหลวงพี่หลวงพ่อหลวงตา พี่ป้าน้าอาหน้าบานเป็นจานเชิง รำป้อออกหน้าขบวนบวช เฉิบๆ

Ø เด็กบ้านป่าเล่นหมากเก็บ ..ได้ออกกำลังนิ้ว

Ø ขี่ม้าก้านกล้วย..ได้ออกกำลังขา

Ø เก็บลูกโพสีมาทำล้อรถแข่งกัน

Ø ทำลูกดอกไม้ซางเป่ายิงเป้า

Ø ทำบ่วงคล้องกะปอม(กิ้งก่า)

Ø เอาดินเหนี่ยวมาปั้นวัวควาย

Ø เก็บดอกไม้ร้อยพวงมาลาลัยมาคล้องแบบนักรบโรมัน

Ø เก็บลูกยางแห้งมาประดิษฐ์เป็นโมบาย

Ø ทำข้าวหลาม ปลาอบดินเหนียว หมกไข่ ฯลฯ

เด็กชนบทมีเรื่องสนุกทั้งวัน เจอกันเมื่อไหร่ก็หาเรื่องประชันขันแข่งสนุก วิ่งแข่ง ว่ายน้ำแข่ง ปีนต้นไม้เก็บผลไม้ ปักเบ็ดแข่งจับปลาตัวเล็กตัวใหญ่ บางเรื่องก็เกี่ยวข้องกับประเพณีท้องถิ่น ดนตรี ศิลปะต่างๆ เป็นการริเริ่มโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังฝึกและเลือกทักษะที่ตนเองชอบและถนัด เด็กชนบทจึงทำอะไรๆได้ด้วยตัวเอง เพราะอาศัยการละเล่นเป็นการเรียนเพื่อชีวิตนี่เอง

ลูกผู้หญิงช่วยแม่ทำงานบ้านงานครัว

ลูกผู้ชายตามพี่ป้าน้าอาทำงานเชิงช่าง งานในท้องไร่ท้องนา

เด็กสมัยนี้ ถ้ามาเรียนเรื่องการปลูกผักปลูกต้นไม้เป็นครั้งคราว จะได้เข้าใจธรรมชาติชีวิตและสังคม การปลูกนี่สำคัญนะครับ สนุกตอนเก็บผลไม้มาชิม มะละกอ เสาวรส กล้วย เผือก มัน ฝรั่ง ผักต่างๆอายุปีเดียว ก็ได้เจี๊ยะแล้ว โชคดีที่บ้านเราออกแบบวิชาชีวิตและสภาพแวดล้อมใกล้ตัวทำได้ง่าย

แต่หลักสูตรการศึกษาไม่ได้เข้าใจตรงจุดนี้

ไพล่ไปบ้า ห้ามตก ห้ามตี

สุภาษิต รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี ประเพณีไทยก็ผิดนะสิ!

อ้างสิทธิเด็กตามประเทศที่เขามีบริบทสังคมได้มาตรฐานกว่าเรา

ทำให้เด็ก..ทุกวันนี้เรียบร้อยกว่าสมัยก่อนมากใช่ไหมต๋อยยยย

เด็กไทยหาสไตล์ไทยไม่เจอ

จะให้เด็กรักและภูมิใจความเป็นไทยจากสิ่งใด

ไอ่พวกตัวเป้งๆนั่นแหละเป็นตัวการ

Ø ผู้ใหญ่สมัยนี้ ไม่เหมือนพี่ป้าน้าอาสมัยก่อน

Ø ผู้ใหญ่สมัยก่อนเป็นที่พึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่

Ø มีเมตตาเอื้ออาทรไม่ว่าลูกเต้าหลานใครถือเป็นลูกหลานทั้งหมู่บ้าน

Ø เป็นที่ปรึกษา เป็นแบบอย่างที่ดี เป็นที่ศรัทธานับถือ

Ø ทำให้เด็กไว้ใจ กล้าเข้าใกล้เข้าหา

Ø อบรมกันมาตั้งแต่แบเบาะ..ด้วยเพลงกล่อมลูก

ทุกวันนี้เราอบรมบ่มนิสัยเด็กอย่างไร

ในเมื่อแม่ปูพาลูกปูเดินเป๋ไปเป๋มา..

พสกนิกรทั้งประเทศกำลังปลึ้มปิติเฉลิมฉลองให้พ่อพระของแผ่นดิน

ไอ่หัวล้านมันประกาศเรื่องคืนPASSPORT

มันจะรอให้ผ่านงานนี้ไปก่อนก็ไม่ได้

มันไม่ได้หยามน้ำใจพสกนิกรมันจะตายรึไร

คุณคนสวยจีบปากจีบคอบอกไม่รู้เรื่อง

ถ้าเป็นอย่างนี้ เด็กรุ่นนี้จะไปเอาตัวอย่างดีๆจากที่ไหนละเธอ

มันน่าจับไอ่หัวล้านตบล้างน้ำเน่าจริงๆ พะยะค่ะ



Main: 0.10036706924438 sec
Sidebar: 0.047224998474121 sec