ถ้าเธอไม่ช่วย ป่าไม้ก็จะเป็นป่าม้วย

อ่าน: 1565

ผมมีกิ๊ก ชื่อคุณกรมป่าไม้  เป็นแฟนเก่าเก็บกันมานาน ปีหนึ่งๆจะเจอะเจอกันหลายครั้ง เรียกว่าไม่ยอมทิ้งระยะห่างให้ห่วงหาอาวรณ์ ไม่ไปก็มีรายการมาหากันสม่ำเสมอ ปีหนึ่งๆมีจดหมายรักมาถึงหลายฉบับ ซองที่ได้รับล่าสุด แจ้งว่า..กรมป่าไม้จะจัดประชุมวิชาการประจำปี หัวข้อเรื่อง “ป่าไม้ให้ชีวิต สร้างเศรษฐกิจไทย” ในระหว่างวันที่12-17กันยายน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ด้านการบริหารและด้านวิชาการป่าไม้   ตลอดจนหาแนวทางแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการเพิ่มประสิทธิภาพหารบริหารงานป่าไม้ วิชาการป่าไม้ และพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ด้านการป่าไม้ โดยเปิดโอกาสให้ภาครัฐ เอกชน และองค์กรต่างๆ เข้ามามีส่วนในการสนับสนุนงานป่าไม้

โห งานนี้เธอเอ๋ยจัดประชุม5วัน ก็ต้องเกณฑ์วิทยากรมาแทบหมดหน้าตักนั่นแหละ ดูรายชื่อจอมยุทธที่มาขึ้นเวทีแล้ว กำหนดการแต่ละวันแทบโป่ง นับตั้งแต่ รัฐมนตีว่าการกระทรวงธรรมชาติสิ่งแวดล้อมมาเปิดงาน, ศ.ดร.เกษม จันทร์แก้ว, ฯพณฯ อำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี, ผศ.ดร.สุภี ภูมิภมร, รศ.ดร.อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา,นายจิราวัฒน์ ตั้งกิจนามวงศ์,นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ, ศ.ดร.นิพนธ์ ตั้งธรรม, ผศ.วันชัย อรุณประภารัตน์,ผศ.ดร.บุญวงศ์ ไทยอุตส่าห์,ดร.วีระชัย ณ นคร,ดร.นุจรินทร์ รามัญกุล,คุณโชติมา เยี่ยมสวัสดิ์กุล, ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์, นางสาวนรินี เรืองหนู,นางสาวฐปนีย์ เอียดศรีไชย,นายเอมพงศ์บุญญานุพงศ์,นายเกรียงไกร ภู่ระย้า, นายวิชา ธิติประเสริฐ, นายสภลท์ บุญเสริมสุข, นายจิรวัฒน์ ตั้งกิจงามวง์, นายประเดิม แสงคู่วงษ์,ดร.โกมล แพรกทอง, นายภินันท์ วงศ์ภินันท์วัฒนา,นายวีระพล สุทธิพรพลางกรู, นายวรธรรม อุ่นจิต,  นางสาวปิยวดี  บัวจงกล, นางสุวรรณา อ่ำเผือก,นายทรงศักดิ์  วิทยอุดม, นางศิริลักษณ์ ตาคะยางนนท์,นายทินกร พิริยโยธา, นางสาวปียาภรณ์ กล้าใจ, นางเปรมพิมล พิมพ์พันธุ์, นายกิตติพัฒน์ ลิขิตวโรรส,

โอยเขียนต่อไม่ไหว ยังเหลืออีกสักห้าคืบได้ ถ้าสนใจก็ติดตามข่าวกรมป่าไม้ได้นะครับ ถ้าบอกเกียติคุณของแต่ละท่านและหัวข้อต่างๆด้วย เกรงว่าท่านจะเวียนหัว นี่ขนาดบอกไม่ครบนะครับ แต่เรื่องที่ผมสนใจมากได้แก่เรื่องไม้ยูคาลิปตัสเป็นโรคระบาดทั่วประเทศ,เรื่องของปลวกๆๆๆ,เรื่องการใช้ป่าไม้อย่างยั่งยืน,และเรื่องที่พิเศษจริงๆ (อ่านพบในหนังสือ) เรื่องการแปรรูปผงไม้ไผ่สู่ผลิตภัณฑ์เชิงอุตสาหกรรม การนำผงไม้ไผ่มาแปรรูปเป็นอาหารสัตว์,การทำปุ๋ยหมักและอื่นๆ ทราบว่าสำนักส่งเสริมและฝึกอบรมกำแพงแสน จับมือพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศร่วมกับบริษัท Chubu University Swine and Poultry Research Center Marudai Tekko Co. Ltd. และ NITOMO Co. Ltd. งานนี้ทำพิธีเปิดโครงการไปเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2555 เสียดายทราบข่าวช้า งานผ่านล่วงเลยไปแล้ว ท่านใดทราบรายละเอียด กรุณาอุปการะข้อมูลด้วยนะครับ

วันที่ 16 ผมขึ้นเวทีเวลา 09.00-12.00 น.

ณ ห้องประชุม1 อาคารเทียมคมกฤส กรมป่าไม้

ในหัวข้อ “การพัฒนาทางเศรษฐกิจกับการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน”

รองอธิบดีกรมป่าไม้ เป็นผู้ดำเนินรายการ

ผู้ร่วมสัมมนาได้แก่

-ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

-ผู้แทนทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

-ผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

-ผู้แทนชาวเฮฮาศาสตร์และFB.

เรื่องไม่เจียมบอดี้มีเป็นประจำเธอเอ๋ย งานอย่างนี้จะไม่ไปก็ไม่ได้ เพราะเราจะได้ขายความคิดทำไมๆๆเราถึงขยายความตระหนักเรื่องป่าไม้เข้าไปสู่หัวใจคนไทยไม่ได้ เราพูดกันมานานจนปากเปียกปากแฉะ แต่ก็นั่นแหละเธอ..คนไทยก็ยังไขสือ ชอบตัดไม้ รุกที่ป่าไม้ มากกว่าที่จะสร้างเสริมป่าไม้กันอย่างจริงจัง ทั้งๆที่โลกใบนี้ตั้งแต่ยุคแรกเริ่มก็มีป่าไม้ครอบคลุมโลกไว้ ต่อมามีมนุษย์ขี้เหม็นมากขึ้นเท่าใด ต้นไม้ก็หายไปเท่านั้น แสดงว่ามนุษย์ยังไม่มีความรู้ที่แท้จริงที่จะอยู่ร่วมกับป่าไม้ได้

มนุษย์ไปอยู่ที่ไหน..ต้นไม้ผวาที่นั่น

  • การที่มนุษย์ไม่ประสีประสาเรื่องป่าไม้
  • ไม่มีสำนึกที่ดีต่อสภาพแวดล้อม
  • ไม่มีสติปัญญาพอที่ใคร่ครวญเรื่องความปลอดภัยที่เป็นกลไกธรรมชาติ
  • ไม่เข้าใจเรื่องทุนทางธรรมชาติ
  • ไม่ทราบเลยรึว่าความอยู่รอดของมนุษย์ขึ้นอยู่กับความอยู่รอดของทรัพยากรธรรมชาติ
  • ไม่ทำหน้าที่มนุษย์ที่ดี

ถ้าสังเกต เราจะพบว่า มนุษย์กระทำย่ำยีทรัพยากรธรรมชาติมากเท่าใด ผลกระทบที่มนุษย์ต้องรับเคราะห์กรรมก็มีมากขึ้นเท่านั้น สมการนี้ชัดเจนมาโดยตลอด แต่ก็ดื้อตาไส ข่าวเรื่องการบุกรุกที่ดิน ข่าวขโมยตัดไม้พยุงและไม้มีค่าอื่นๆมีไม่เว้นแต่ละวัน ที่ซ้ำร้าย..ถ้ายางพาราราคาดีเท่าไหร่ ป่าไม้ก็ยิ่งเป็นป่าม้วยมากขึ้นเท่านั้น

เราจะบ้าทำลายป่าจนถึงตอสุดท้ายยังงั้นรึครับ!

เรื่องพวกนี้ผมพูดจนหลอดลมอักเสบ ตับไตไส้พุงก็พลอยกระเทือน หัวใจนั้นชีช้ำกล่ำปลีมานักต่อนักแล้ว แต่ก็ไม่ได้ผลอะไร กลายเป็นหมาเห่าเครื่องบิน สู้มาชวนคนสวยปลูกต้นไม้ ปลูกผัก ปลูกสมุนไพร ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ ว่างๆก็มาช่วยกันทำอาหารเมนูอร่อยๆแจกกันชิม คนที่ชอบกินผักสารพัดชนิดก็หุ่นดีอารมณ์ดี แข็งแรงจนหนอนค้อนควัก

ที่ จ ริ ง ใ ค ร อ ย า ก จ ะ ทำ อ ะ ไ ร ดี ๆ ก็ ม า ป ลู ก ต้ น ไ ม้ กั น นี่ แหละ

ส่งผลดีต่อตัวเอง ต่อสังคม ต่อประเทศชาติและต่อโลกใบนี้

จะทำความดีอย่างไรละครับที่ได้คู ณ ค ว า ม ดี ตั้ ง ห ล า ย ต่ อ

ถ้าไม่รัก..ไม่ชวนหรอกนะเธอ..

ฝ่ายประสานงานจองตั๋วเครื่องบินและจองที่พักให้แล้ว ขากลับเครื่องบินออกจากดอนเมืองบ่ายโมงเล็กน้อย ไปโม้ก็ต้องลากกระเป๋าติดตัวไปด้วย พอพูดสรรคงไม่ได้ล่ำลาใครละครับกระโดดลงเวทีเผ่นไปขึ้นแท็กซี่ไปดอนเมือง

ถ้า ไ ม่ ทั น ก็ ต ก เ ค รื่ อ ง น ะ สิ

ตกเครื่องบิน มั น ค ง เ จ็ บ อ ก ก ว่ า ต ก ต า ล นะ เธอว่าไหม?

เผื่อกันเหนียว..อาจให้เขาซื้อตั๋วที่เปลี่ยนได้น่าจะดี

ผมเป็นสมาชิกนกคลับอยู่แล้วคงไม่ยากละมั๊ง

ถ้าตกเครื่องจริงๆ พี่แต๋วช่วยหิ้วปีกมาเป่าน้ำด้วยก็แล้วกัน อิ อิ..

ถ้าปลวกอ่านหนังสือ เท่ากับที่กินหนังสือ ปลวกฉลาดที่สุดในโลก

เสน่ห์เล็กๆน้อยๆในป่า

น้ำฟักทองปั่น

บินสำรวจป่าเลยตาเอ๊ยยายจะช่วย

เสน่ห์ของป่า

มาปลูกไม้สร้างบ้านกันเถอะ


ศึกษาดูงาน มาดูอะไร?****

อ่าน: 1331

การศึกษาดูงานสมัยเมื่อ3-40 ปีมาแล้ว คนอยู่บ้านป่าห่างไกลความเจริญ มักจะอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน จะไปไหนแต่ละทีเป็นเรื่องใหญ่ นอกจากการเดินทางไม่สะดวกแล้ว เรื่องสตางค์ในกระเป๋าก็สำคัญ เงินเป็นขาให้เราไปที่ห่างไกลได้ เมื่อมีข้อจำกัดก็ก้มหน้าก้มตาปลูกต้นไม้ สาละวนอยู่กับการแก้ปัญหาอุตลุด บางทีหลายๆเดือนผมถึงจะขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปในตัวอำเภอ ที่ไม่เข้าเพราะไม่รู้จะเข้าไปทำไม เงินไม่มีก็ไม่รู้จะคิดแล้วซื้ออะไรได้?

การเคยอยู่แบบมีเงินติดกระเป๋าไม่กี่บาทเป็นปีๆเป็นการเรียนรู้ชีวิตที่สุดมันส์

ยามตกยากนี่นะเธอมันอยากกินโน่นนี่สารพัด

อยู่ในป่าจะไปหาก้วยเตี๋ยวแป๊ปซี่หรือโอเลี้ยงที่ไหนละ?

หิวได้ ก็หายได้ เป็นบ่อยๆมันก็บอกตัวเองเรื่องอย่าเพ้อเจ้อ

ให้หันกลับมาอยู่กับความจริง

พอกลับหลังหันเราถึงตระหนักว่า..ในความจริงไม่ได้ขาดแคลนอะไร ความจริงมีสิ่งรอบตัวมากมายที่เรามองข้ามและหมางเมิน การได้กลับมาอยู่กับตัวเองนับเป็นวาสนา ที่ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น สุดท้ายคำตอบมันก็หลุดไปตกอยู่ที่ว่า ..หยาดเหงื่อแรงงาน ซึ่งก็ไม่ได้ลำบากลำบนอะไร เพียงใช้จอบขุดดินไม่กี่ฉึก..ก็เอาต้นกล้วย ขนุน มะม่วง น้อยหน่า ไปปลูกได้แล้ว

ต่อมาก็ได้เรียนวิชาก้นหลุม ถ้าก้นหลุมดีมีปุ๋ยต้นไม้ที่ปลูกก็เจริญงอกงามสมใจหวัง ถ้าปลูกแบบแล้งน้ำใจ ทำไปแบบซังกะตาย ฝืนปลูกฝืนทำ มันก็จะส่งผลให้เห็นเอง ไม่นานหรอกทำให้เกิดวิชาน้ำจิตน้ำใจ ปลูกอะไรก็รดน้ำช่วยบ้าง อ้าว ! เผอเรอไปเสียนาน ..พอรดน้ำช่วย พืชผลก็ตอบแทนน้ำใจของเราทบเท่าทวีคูณ ไอ้โน่นก็งาม ไอ้นี่ก็ผลดก ไอ้นั่นก็อร่อยๆ

ชีวิตที่เหี่ยวเฉาก็ค่อยๆฟื้นตัวจากวิชาพื้นฐานเหล่านี้

ไปสรุปตรงกันกับคำที่ว่า “ทำสิ่งใดได้ผลสิ่งนั้น”

ปลูกกล้วยมันไม่เคยออกผลเป็นมะละกอหรอกนะเธอ

การเรียนรู้ด้วยตนเองนี่สำคัญหนัก มันทำให้เรารู้ว่าตัวเรามีกึ๋นแค่ไหน ยังขาดตกบกพร่องในเรื่องใด ทำให้เราตระหนักที่จะเรียนรู้ สนใจในการกระหายใคร่รู้ เพราะถ้ารู้แล้วมันได้ประโยชน์ทันตาเห็น ทำอะไรก็เจริญก้าวหน้า การใฝ่หาความรู้จึงจำเป็นต่อการพัฒนาการความรู้ของเรา

เมื่อญาติฝ่ายเหนือมาศึกษาดูงาน สิ่งที่ได้รู้ได้เห็นก็คืองานเก่าๆนั่นเอง เพียงแต่มันผ่านร้อนผ่านหนาวสะสมขึ้นมาเรื่อยๆ จนคำว่าหลากหลายมีอยู่มีกินผุดโผล่ขึ้นมาพร้อมหน้า มีให้เลือกเก็บลงหม้อลงกระทะตามใจชอบ อิ่มอร่อยทุกมื้อ ย้อนรอยไปยังคำว่ามีอยู่มีกิน(ไม่อั้น) พืชพรรณธัญญาหารช่วงนี้ ยังเหลือเมนูที่ญาติๆยังไม่ได้ลองแสดงฝีมืออีกเยอะแยะ ถ้าพร้อมทำนะเธอ..ปัจจัยก็พร้อมรออยู่แล้ว

สิ่งเหล่านี้ไปสนับสนุนคำว่าศึกษาดูงาน ซึ่ ง ค ว ร ดู ตั้ ง แ ต่ อ ดี ต ม า จ น ถึ ง ปั จ จุ บั น  และช่วยกันคิดต่อไปถึงเรื่องในอนาคต การมาดูงานเช่นนี้ถึงจะเข้าสาระบบคำว่า”ศึกษาดูงาน”  อะไรคือการศึกษา การได้ลงมือช่วยกันทำกิจกรรมสารพัดอย่าง แทบไม่มีเวลาให้งีบเลย ซึ่งเราก็ไม่ได้กำชับอะไรกัน การมาดูงานควรจะสบายๆสนุกและอร่อย ควรได้คลี่คลายระบายความเคร่งครัดกับงานในหน้าที่ๆรัดรึง เป็นการยกเวลาให้กับตัวเองจริงๆ ถึงแม้จะเป็นช่วงสั้นๆไม่กี่วันก็ตาม

การที่ได้มาอยู่ในบรรยากาศกันเองและอบอุ่น

อานุภาพของความเป็นญาติเป็นยาที่วิเศษสุด

ถ้าเธอหาเจอพื้นที่ๆปลดระวางความเครียดได้ พื้นที่ๆที่ทำให้เราผ่อนคลายและมีความสุข ควรมีองค์ประกอบที่ดีพอที่จะทำให้เราศึกษาดูงานอย่างลงตัว พื้นที่ๆที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิงคุณภาพ ทุกขั้นตอนมีความสนุกมีรอยยิ้มและเสียงฮาเล็ดลอดมาเป็นระยะ สิ่งที่เห็นสำคัญไม่น้อยกว่าสิ่งที่อยู่ในหัว(ใจ) ของแต่ละคน

  • ลองนึกดูสิ..ถ้าเธออยู่ในบรรยากาศที่ตัวเองเผลอยิ้มทั้งวัน!
  • ลองนึกดูสิ..ถ้าเธอมีความสบายใจทั้งวันจะเป็นยังไง?
  • ลองนึกดูสิ..ถ้าเธอได้เติมเต็มแบบเตอรี่หัวใจแล้วหรือยัง?
  • ลองนึกดูสิ..เธอมีเพื่อนมีพื้นที่เย้าเยือนดังกล่าวนี้แล้วหรือยัง?
  • ลองนึกดูสิ..เธอมีเพื่อนมีญาติที่ไว้วางใจสนิทแน่นได้ทุกกรณีหรือยัง?

ถ้าเธอยังขาดสิ่งพิเศษตามที่กล่าวข้างต้น นับว่าน่าเสียดายนัก ที่ปล่อยให้ชีวิตเต้นแร้งเต้นกาในวัยที่ยังทำอะไรๆได้ ไม่อย่างนั้นยามแก่ชราภาพไป เธอจะไม่โดนผีหลอกรึ จะปรึกษาใครจะฝากผีฝากไข้ไว้กับใคร การศึกษาดูงานเชิงคุณภาพนี้แหละจะเป็นสะพานชีวิตให้เธออิ่มเอมสมบูรณ์ คนเราเกิดมาถ้าหาเพื่อนหาญาติไม่เจอมันน่าเศร้านัก

ควรใช้ยิ้มจากใจและรักใครด้วยหัวใจให้เป็น  แ  ล้ ว เ ธ อ จ ะ ไ ด้ สิ่ ง นั้ น

หลังจากที่ผมงมโข่งอยู่กับตัวเองมาครึ่งชีวิต ระยะหลังที่ความพร้อมบางส่วนบางประการ ผมสามารถที่จะเดินทางไปเรียนรู้ที่โน่นนี่ได้สะดวกขึ้น ตอนแรกๆก็ไปเอง ต่อมาก็มีคนหน่วยงานหรือสถาบันต่างๆมาเชิญ บางคนเย้าว่า..เสือถูกล่อออกจากถ้ำ” ผมไม่ถึงกับเป็นเสือสางอะไรอย่างนั้นหรอกนะเธอ คนบ้านนอกก็ไปแบบบ้านนอก และได้ไปเมืองนอกหลายครั้ง ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นอนุภาพของการเรียนให้รู้สิ้น

ถ้าเราไม่รู้อะไรเลย..ใ ค ร เ ข า จ ะ เ ชิ ญ ไ ป ทำ ซ า ก อ ะ ไ ร ล ะ ค รั บ

มีวิชาเหมือทรัพย์ ที่ทำให้ได้ท่องไปในทะเลกว้าง

การไปร่วมเวทีร่วมงานก็อย่าได้ประมาท ให้ถือว่าเราได้ไปเรียนเพิ่มเติมจากคนเก่งคนดีๆที่เราอยากรู้จัก ความคิดคำนึงถึงเมื่อครั้งยังบุกเบิก มันก็ได้บุกทะลุทะลวงเชิงรุกมากขึ้น ทำให้รู้ตัวว่า..ความรู้และประสบการณ์ที่เรามีเราผ่านมานั้นมันล้าสมัยตกรุ่นไปเรื่อยๆ คนเรารู้แค่ไหนก็เข้าใจได้แค่นั้น ทำให้เราตระหนักในอานุภาพของความรู้ เผลอเมื่อไหร่ตกรุ่นเหมือนรถยนต์ หรือมือถือ เชียวนะเธอ

ยุคสมัยนี้เรียนด้วยตัวคนเดียวไม่ทันกินหรอก

เราต้องมีเพื่อนที่รู้หลากหลายสาขาอยู่เคียงข้าง

พยายามต่อยอดความดีความรู้ความรัก

พระอาจารย์วรภัทร ภู่เจริญ บอกว่า

ให้ความรักก่อนให้ความรู้ ล อ ง ดู น ะ เ ธ อ

ถ้าเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ก็อย่าไปเสียเวลาว่าให้อะไรก่อนหลัง ทั้งความรักความรู้นั่นแหละประเคนเข้าไปเถอะ ไม่บอบช้ำเสียหายตรงไหนหรอก อย่างคุณเหมียวค้นเรื่องน้ำเต้า หนูฝนค้นเรื่องแบบบ้าน ครูกุลนทีวาดภาพประดิษฐ์ของที่ระลึกและทำกับข้าวมาอวด รวมทั้งที่ท่านทั้งหลายได้อุปการะผมเรื่อยมา ..ล้วนแต่สื่อความหมายถึงความปรารถนาดีที่แฝงความรู้ดีๆมาให้ด้วย ถ้าเราเรียนแบบนี้สม่ำเสมอ ความรู้เราก็จะงอกงามไปพร้อมๆกับมิตรภาพใช่ไหมละเธอ ความปรารถนาดีนั้นเป็นยาวิเศษทั้งผู้ที่ให้และผู้ที่รับ  มันเป็นทั้งบุญทั้งทานที่บรรเจิดที่สุด

จิตใจของเธอจะรอให้ใครมาดูแลทำไมละ

ถ้าจะทะนุถนอมความรู้สึกดีๆของเราก็ทำเองอย่างนี้แหละ

ไม่ต้องไปขออนุมัติใคร..การให้เกิดผลดีตั้งแต่การคิดจะให้แล้ว

ทำดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้หรอกนะเธอ

(แต่ก็ควรมีเรือและเครื่องดับเพลิงไว้ใกล้ๆ)

เรียนแบบนี่แหละ เขาเรียกว่าเรียนทางไกลขนานแท้*

ส่วนการเรียนแบบประชิด ก็อย่างที่ญาติฝ่ายเหนือฝ่ายใต้ลงมานี่แหละ*

ความหมายของการบริหารและพัฒนา ถ้าจะยกแม้น้ำทั้ง5มาก็จะชวนให้สวิงสวายไปเปล่าๆ เรื่องนี้อยากจะขอยกวิชาการห้อยไว้ ขอเอาวิชาเกินมาบอกเล่ากันดีกว่า..ในส่วนของข้าราชการ  แน่นอนย่อมเกี่ยวข้องกับกฎระเบียบ จะไปไหนทั้งทีเป็นเรื่องยุ่งยากขึ้นทุกวัน แต่ก็ไม่ใช้จะปิดตายทุกเรื่องนะเธอ คนมีปัญญาย่อมหารอยแตกเล็กๆได้ด้วยวิธีการทำงานแบบอิงระบบ

ขออนุญาตเอาตัวเลขมาหลอกล่อดังนี้

1 ข้าราชการระดับสูงกระทรวงเกษตรฯ จะเป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศสูงสุด ส่วนข้าราชการระดับสูงที่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี จะมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศต่ำสุด

2 ข้าราชการระดับสูงสังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะเป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศสูงสุด ส่วนข้าราชการระดับสูงที่สังกัดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จะมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศต่ำสุด

3 ข้าราชการระดับสูงที่มีสถานที่ทำงานอยู่นอกหน่วยงาน จะเป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศสูงกว่าผู้ที่มีสถานที่ทำงานในหน่วยงาน

4 ข้าราชการระดับสูงที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการพัฒนาชนบท จะเป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศสูง กว่าผู้ที่ไม่ได้ทำงานเกี่ยวข้องกับการพัฒนาชนบท

5 ยิ่งข้าราชการระดับสูงมีอายุมากขึ้นเพียงใด ก็ยิ่งมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศสูงขึ้นเพียงนั้น เฉพาะอย่างยิ่งข้าราชการที่มาอายุ 54 ปีขึ้นไป

6 ข้าราชการระดับสูงที่ประสงค์จะเกษียณอายุก่อนครบ60ปี จะมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศสูงกว่าผู้ที่ไม่ประสงค์จะทำเช่นนั้น

7 ข้าราชการระดับสูงที่มีบุตรธิดามากกว่า 3 คน จะเป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศสูงสุด ส่วนผู้ที่มีบุตรธิดาเพียงคนเดียว จะมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศต่ำสุด

8 ข้าราชการระดับสูงที่บิดาสิ้นชีวิตแล้ว จะมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศสูงกว่าผู้ที่บิดายังมีชีวิตอยู่

9 ข้าราชการระดับสูงที่มีระดับการศึกษาปริญญาเอก (เฉพาะทางด้านนิเทศศาสตร์) ก่อนเข้ารับราชการ จะมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศสูงสุด ส่วนผู้ที่มีระดับการศึกษาขั้นปริญญาโท (เฉพาะอย่างยิ่งด้านสัตวแพทย์) จะมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศต่ำสุด

10 ข้าราชการระดับสูงที่มีระดับการศึกษาปริญญาเอก (เฉพาะทางด้านปติมากรรม) และปริญญาตรี (เฉพาะอย่างยิ่งด้านการประมง) หลังเข้ารับราชการจะมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศสูงสุด ส่วนผู้ที่มีระดับการศึกษาขั้นปริญญาโท (เฉพาะอย่างยิ่งด้านนิเทศศาสตร์) จะมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศต่ำสุด

11 ข้าราชการระดับสูงที่ไม่เคยได้รับทุนการศึกษาภายในประเทศ ก่อนเข้ารับราชการ จะมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศสูงกว่าผู้ที่เคยรับทุน

12 ข้าราชการระดับสูงที่ไม่เคยได้รับทุนการศึกษาภายในประเทศ ก่อนเข้ารับราชการ จะมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศสูงกว่าผู้ที่เคยรับทุน เช่นนั้น และในบรรดาผู้ที่เคยได้รับทุนเช่นนั้น ผู้ที่ได้รับทุนจากองค์กรระหว่างประเทศจะมีความมุ้งมั่นในการพัฒนาประเทศสูงสุด ส่วนผู้ที่ได้รับทุนจากรัฐบาลไทยจะมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศต่ำสุด

13 ข้าราชการระดับสูงที่ไม่เคยศึกษาต่อต่างประเทศ หลังรับราชการจะมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศสูงสุด

14 ยิ่งข้าราชการระดับสูงมีอายุราชการมากขึ้นเพียงใด ก็ยิ่งมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศสูงมากขึ้นเพียงนั้น

15 ข้าราชการระดับสูง11 จะมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศสูงที่สุด ส่วนผู้ที่มีความมุ่งมั่นต่ำสุด คือ ข้าราชการระดับสูง 9

16 ข้าราชการระดับสูงที่มีเงินเดือนเต็มขั้นแล้ว จะมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศสูงสุด

17 จะบ้าเขียนต่อทำไมนะ

ปัญหาวิธีปฏิบัติทางการบริหารบุคล เรียงจากมากไปหาน้อยดังต่อไปนี้

  1. การขากความริเริ่ม
  2. การขาดการฝึกอบรม
  3. การขาดมูลเหตุจูงใจในการปฏิบัติงาน
  4. การควบคุมงานเคร่งครัดเกินไป
  5. การทำงานเป็นหมู่คณะไม่ดี
  6. การคัดเลือกบุคลากรไม่ดี
  7. โครงสร้างองค์กรไม่ดี
  8. การปูนบำเหน็จความดีความชอบไม่ดี
  9. การขาดภาวะผู้นำองค์กร
  10. เป้าหมายองค์กรไม่ชัดเจน
  11. ขาดการเตรียมคนไว้คอยสืบทอดตำแหน่ง

หมายเหตุ

: ตอนหัวค่ำคุยกับหมอเจ๊เรื่องการบริหารงานในโรงพยาบาล

: และพรุ่งนี้ มะรืนนี้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลจะมาดูงาน

: และเรื่องการศึกษาดูงานเครือญาติชาวเฮที่เพิ่งผ่านไปจึงบันทึกร่องรอยไว้

: ส่วนข้อมูลการวิจัยต่างๆอย่าไปตกหลุมคิดตามมากนัก ฟังหูไว้หู ดีแล

อิ อิ..


บริบทสุขภาวะแห่งจิตใจ ****

อ่าน: 2235

เรื่องที่จะเล่าในวันนี้นะเธอ เป็นตอน:จากห่วงโซ่อาหารมาเป็นความห่วงใย

มาจะกล่าวบทไป ถึงเรื่องอาหารการกินของมนุษย์เรา ชนชาติที่สนใจเรื่องนี้น่าจะยกให้คนจีน เจอหน้ากันก็จะทักทาย กินข้าวแล้วหรือยัง ส่วนคนไทยเราจะเน้นที่ความสุขสบาย สบายดีไหม ความห่วงใยแสดงออกถึงความเป็นไปของสังคมนั้นๆ คนไทยนั้นโชคดีนัก ไม่ค่อยจะเดือดร้อนเรื่องอาหารการกินสักเท่าไหร่ พิจารณาดูสำรับกับข้าวของคนไทย จะแตกต่างกว่าคนอื่นเขา มีอาหารคาวและของหวาน ตามด้วยน้ำปรุงรสปรุงใจอีกไม่น้อย คนไทยเสียเวลากับการประกอบอาหารแต่ละมื้อไม่น้อยเลย สังเกตดูรายการอาหารบนโต๊ะดูเถิด ของคาวก็ใช่ว่าจะมีชนิดเดียว ประเภทต้มยำตำแกงครบครันไม่มีตกหล่น วัฒนธรรมทางอาหารของไทยนั้นบ่งบอกถึงความหมายในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แผ่นดินของเราอุดมสมบูรณ์

คนไทยจะมีผักสวนครัวหลังบ้าน มีนิยามมากมาย ผักริมรั้ว ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก สวนครัวหมายถึงในสวนมีสิ่งที่ครัวต้องการครบถ้วน ไม่ต้องวิ่งไปซื้อหาให้เมื่อยตุ้ม เห็นว่าจำเป็นต้องมีพืชผักอะไรก็ปลูกเหน็บไว้ที่โน่นที่นี่ ในตู้เย็นมีอะไร ในสวนครัวมีมากกว่า แถมยังสดๆอีกต่างหาก

การเด็ดพริกขี้หนูเด็ดมะนาวสดๆจากต้นมาตำน้ำพริกกะปินี่นะเธอ

เราจะได้รสของความอร่อยจากความสดแตกต่างจากของซื้อค้างคืนมากนัก

ถึงจะมีวิธีถนอมอาหาร มีตู้แช่ต่างๆ..มันก็ชดเชยไม่ได้หรอก

เป็นแต่ข้อจำกัด หรือมีความจำเป็น..ก็หยวนๆกันไป

ทำให้คนสมัยนี้ลืมเสน่ห์ของคำว่า..ผักสวนครัวไปอย่างน่าเสียดาย

ในวาระที่คณะวิทยากรจัดโครงการเรื่อง การบริการความรู้สุขภาวะเชิงรุก ปลุกกระแสให้ประชาชนดูแลตัวเองและอนามัยสิ่งแวดล้อม มาจัดที่มหาชีวาลัยอีสานคล้ายกับกินยาถูกโรคเลยทีเดียวละครับ เพราะประเด็นและปัจจัยแวดล้อมพร้อมอยู่แล้ว คณะวิทยากรที่ประกอบด้วยแพทย์หญิงรุ่นใหญ่-อาจารย์พยาบาล-นักจัดการความรู้-ครูอาจารย์นักบริหาร-ผสมผสานกับนักกายภาพบำบัด-แม่ครัวหัวป่าส์-คุณป้าชาวบ้านที่รักการปลูกผักเป็นชีวิตจิตใจ เรามีคุณชายซึ่งเป็นชาวกรุงทั้งแท่ง ที่สัมผัสวิถีชีวิตชนบทแบบถึงลูกถึงคนน้อยมาก แต่ในสมองเต็มไปด้วยโจทย์ที่ตกคลักมานาน..ได้นำพาตัวเองมาเรียนรู้เรื่องสุขภาวะของชนบทอย่างถึงลูกถึงคน ถึงเป็นคณะเล็กๆแต่คุณภาพคับครัวด้วยประการละฉะนี้นะเธอ เพราะเขาเหล่านี้มีความเข้าใจในจุดประสงค์ตรงกันอย่างยิ่ง จะคิดจะชวนกันทำกิจกรรมเชิงรุกเรื่องอะไร มันดูเป็นปี่เป็นขลุ่ยลื่นไหล ไม่ต้องมานั่งประชุมคัดเลือกเรื่องที่จะทำ ใครเสนออะไรมามันเข้าที่เข้าทางแลดูง่ายๆไปเสียหมด

แต่ก็นั่นแหละเธอ..กว่าที่ขบวนการจะเดินทางมาถึงตรงจุดนี้ได้

มันมีที่ไปที่มาของการสะสมต้นทุนในเรื่องเหล่านี้

เธอรู้ไหม? กว่าจะเกิดกว่าจะเป็นคณะที่มีศักยภาพครบเครื่องเรื่องการวิจัยอัตลักษณ์สังคม มันไม่ใช่ว่าจะเกิดจะมีกันง่ายๆ ใช่ว่าคณะวิทยากรเพิ่งจะเจอกันครั้งสองครั้ง เราขลุกกันมานานจนมองตาก็รู้ใจ ได้แลกเปลี่ยนความรักความรู้ทั้งทางตรงทางอ้อม หลายปีมาแล้วที่นัดมาซ้อมฝีมือกันเป็นระยะๆ ถ้ า ท่ า น ติ ด ต า ม อ่ า น ก ร ะ บ ว น ก า ร ข อ ง ช า ว เฮฮาศาสตร์ในลานปัญญา ก็จะเข้าใจเข้าถึงในบริบทที่กล่าวถึงนี้ จากบทความที่เกริ่นถึงความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง”  ตัวนี้แหละสำคัญนัก คนเราถ้าชอบพอชอบใจคบกันจนคุ้นเคยกันอย่างญาติ ทุกอย่างก็เปิดโล่งสะดวก การทำกิจกรรมที่เส้นทางสว่างโล่ง มันจึงได้เรื่องได้ราวระดับมีชีวิตชีวาก้าวกระโดดโลดเต้นได้ ทุกเรื่องที่ทำ..

§ เราใช้ดุลยพินิจเสวนาภาคปฏิบัติแบบไม่ได้แยกส่วน

§ เรามองถึงต้นทุนชีวิตและบริบทของสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลง

§ เรามองถึงความเป็นไปในมิติของชีวิตโดยรวมแห่งยุคสมัย

§ เรามองถึงความเป็นอยู่ที่เป็นสุขภาวะทั้งมวล

เรามองจาก-ก้นครัวไปหา-สวนครัว-ไปสู่กระบวนของการกินอยู่กับปาก-ความลำบากไปอยู่ที่ท้อง-“คนเราเอาอะไรใส่ปาก ผลก็ออกมาเป็นอย่างนั้น การชี้ให้เห็นจุดพลิกผันที่เปลี่ยนแปลงทั้งในส่วนดีและส่วนด้อย ยกตัวอย่างเช่น การคุยกันถึงเรื่องยา มีผู้สันทัดกรณีให้ข้อมูลในวงกว้าง ว่าประเทศนี้บริหารหยูกยากันอย่างไร นับตั้งแต่ต้องพึ่งพาอาศัยนำเข้ายาจากต่างประเทศ การกำหนดเงื่อนไขให้แก่ผู้รับบริการ กฎเกณฑ์การใช้ยาในสภาพและสภาวะต่างๆ ประเทศเราต้องมีรายง่ายเพิ่มขึ้นปีละหลายหมื่นล้านบาท

การดูแลรักษาและป้องกันโรคภัยไข้เจ็บมันไปโยงกับความเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัย

คนไทยมีชุดความรู้เกี่ยวกับสุขภาวะในระดับใด?

ถ้ามีความรู้ถูกต้องและพอเพียง ก็จะช่วยให้กระแสการดูแลตนเองในภาคประชาคมมีความเป็นไปได้มากขึ้น

ปัญหาอยู่ที่จะ ค้นหาความรู้ดังกล่าวได้จากที่ไหน?

ใครเป็นเจ้าภาพหลัก เจ้าภาพรอง เจ้าภาพร่วม

ประเทศนี้ จะต้องหางบประมาณมาสร้างสุขภาวะสังคมเท่าไหร่มันถึงจะพอ ถ้าเรายังให้น้ำหนักกับการพึ่งพาภายนอกจนสุดโต่งในสภาพเตี้ยอุ้มค่อยเช่นนี้ การที่ ดร. จันทรัตน์ เจริญสันติ แห่งคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ใส่ใจในเรื่องนี้ มันจึงเสมือนการจุดคบเพลิงในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกนั่นแหละเธอ เรื่องนี้ไม่ใช่จะสรุปอะไรได้ง่ายๆ เป็นแต่ขอเปิดประเด็นให้ฉุกคิดในมุมสร้างสรรค์ เราคนไทยเราสามารถจะทำอะไรช่วยเหลือตัวเองและช่วยกันเองได้

ถ้าพิจารณาให้ดี เรามีบริบทที่เป็นทุนในเรื่องนี้ไม่น้อยหรอก ถ้ารู้จักเอาวัฒนธรรมประเพณีและภูมิปัญญาไทยมาเคาะสนิมโดยผู้ที่เข้าใจ เรื่องความเป็นไปของโลกเก่าและวิทยาการใหม่ๆ อนึ่ง ท่านเหล่านี้ต่างก็มีบทบาทเกี่ยวข้องในหน้าที่การงานอยู่แล้ว จึงพอจะมองเห็นแผนภูมิของสุขภาวะเชิงรุก ว่าจะรุกคืบกันอย่างไร?

เจอหน้ากันตอนเช้าก็รำพึงถึงเรื่องมุมมองเกี่ยวกับยาของคนสมัยนี้

คนยุคนี้รู้จักยาในลักษณะของ-เม็ด-ผง-แค็ปซูล-ในหลอดยาฉีด หรือที่เรียกว่ายาสำเร็จรูป อ้าว! แสดงว่ามียาที่ไม่สำเร็จรูปอยู่ด้วยสิ มันอยู่ที่ไหนละ ในเมื่อเกิดมาก็เห็นแต่ยาสำเร็จรูป เจ็บป่วยไปโรงพยาบาลก็เจอการตรวจการจ่ายยาใส่ซองเล็กๆ ยาที่เป็นใบไม้ดอกไม้รากไม้แก่นหรือกระพี้ไม่รู้จัก ทั้งๆที่ตนเองก็สัมผัสอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ผักผลไม้ที่รับประทานไม่ได้รู้สึกรู้สาว่ามันเป็นยารักษาอะไร นึกว่ากินเข้าไประงับความหิว บางครั้งไม่หิวก็ต้องกินเพราะเป็นเรื่องค่านิยมไปแล้ว ไม่ได้ฉุกคิดว่า..ร่างกายไม่หิว..อาจจะประเมินได้ว่า..ร่างกายยังไม่ต้องการอาหาร ฝืนกินเข้าไปตามความอยากความอร่อย มันก็พุงโย้สิเธอ ..วินัยในการรับประทานอาหารเป็นเรื่องที่ต้องว่ากันยาว ถ้าคลิกตรงจุดนี้ได้ สุขภาพของคนไทยก็เดินมาถูกทางหน่อยหนึ่งและเธอ

เรื่องกินเรื่องใหญ่ ทำให้มันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ที่ต้องสร้างความตระหนัก

เพราะมันเป็นบ่อเกิดและต้นเหตุสำคัญของการดำรงชีวิตและการมีคุณภาพของชีวิตที่ดี เรามาพิจารณาการกินอยู่ของคนไทยยุคนี้ดูสิเธอ มีจุดไหลที่จะตะล่อมเข้าทางตามหัวข้อเสวนาปฏิบัติการครั้งนี้ได้ เพื่อไม่ให้เสียเวลา เราก็เอาช่วงที่เรามาอยู่ร่วมกันนี้และเปิดบทเรียนสารบัญหน้าแรก

มื้อเช้าชวนกันเข้าสวนครัว ผมพาไปเดินชมผักพื้นที่ถิ่นที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ช่วงฝนดีอย่างนี้ ยอดอ่อมแซบ ยอดตำลึง ยอดโสม ยอดกระดุมเงิน ยอดมะรุม ยอดมะกล่ำ ยอดชะอม ยอดมะระขี้นก ยอดน้ำเต้า ถ้าจะเขียนทั้งหมดก็เสียเวลา มะ..ชวนกันถือตะร้ากับกรรไกรเดินกันฉับๆไปข้างบ้าน เลือกตัดเอาสิ เขียวพรึดเต็มสวนอย่างนี้ อยากจะชิมอะไรก็ตัดฉับๆๆไม่ถึง 10 นาทีก็ได้ครบสารพัดผักที่จะผัดไฟแดงกินกับข้าวต้ม เวลาที่เหลือก็โม้ชี้ชวนกันให้ดูสภาพสวนครัวธรรมชาติ นี่ๆๆๆไม่ได้ปลูกเองสักกะหน่อย ที่เดินลุยมานั้นย่ำบนผักทั้งนั้น มันเหลือเฟือไหมละบรรณาการจากจากธรรมชาติ  อ่อมแซบที่เห็นตรงหน้านี้ตัดไปผัดกระทะร้อนได้สัก500กระทะมะละมัง เลี้ยงคนได้เป็นพันใช่ไหมละเธอ

นอกจากจะได้ชิมผัดผักสดๆอร่อยแล้ว

ผักพวกนี้ปลอดสารพิษปลอดมลภาวะใดๆ

เป็นอาหารอันโอชะที่เข้าข่ายสุขภาพท้องไส้ยิ่งนัก

จุดสุดท้ายขึ้นอยู่กับฝีมือการควงตะหลิวของแม่ครัวแล้วละเธอ

อยากจะอร่อยแค่ไหนพลิกแพลงอย่างไรก็เชิญ

นอกจากข้าวต้มแล้ว ผัดผักกระทะร้อนแล้ว ยังมียำผลไม้ที่หนูฝนบรรจงแสดงฝีมือ เธอเก็บผลไม้นานาชนิดมาลงจาน ตบแต่งสวยงามด้วยใบชะพลูและดอกอัญชัน ได้รับคำชมอื้ออึงว่าอร่อย..ยังมีน้ำซุปผักและอาหารที่เป็นบรรณาการจากสวรรค์อีกนะเธอ ป้าสอนนะสิ.. ตื่นไปเก็บเห็ดมาให้เต็มตะกร้า มีเห็ดหลายชนิด แต่ครูอารามสนใจเห็ดผึ้งขมยูคาฯ จึงชวนป้าสอนไปทำลาบเห็ดยูคา ใส่เครื่องลาบตำรับชาวเหนือที่เตรียมมา แค่นี้แหละเธอเอ๋ย ได้เรื่องเลยยย..เห็ดยูคาที่ต้มเอาความขมออกคลุกเล้ากับเครื่องลาบ โดยผู้สันทัดกรณีอาหารพื้นถิ่นเมืองลำพูน กินกับแคบหมูกรอบที่เอามาด้วย ตามได้ผักจิ้มลาบอีสาน มันเป็นอะไรที่ต้องเขียนไปน้ำลายหยดแม๊ะ มันเข้าเครื่องเข้ารสเด็ดสระระตี่จนเล่าไม่ถูก

รู้แต่ว่า ณ บัดนี้เราค้นเจอเมนูเห็ดจานเด็ดขึ้นแล้ว

ถ้าใส่ข้าวคั่วแบบลาบอีสานเข้าไปด้วยจะเป็นยังไงละ

ถ้านำไปวิเคราะห์ถึงสารอาหารจานนี้จะเป็นยังไงละ

ถ้านำเอาตำรานี้ไปชี้ชวนคนอีสานลาบกินทุกหมูบ้านมันจะอร่อยเหาะขนาดไหน

เราได้เห็นบริบทของคำว่าเชิงรุกหน่อยแล้วใช่ไหมละเธอ

มาถึงมื้อกลางวัน ตั้งใจว่าจะทำอาหารจานเดียว จึงวางแผนทำก้วยเตี๋ยวกัน ระดับแม่ครัวหัวป่าส์จะทำตามก้นคนอื่นได้ไปทำไมละ เราก็พลิกแพลงทำให้อร่อยขึ้นได้รับประโยชน์มากขึ้น ไม่งั้นจะเรียกว่าเชิงรุกเรอะ..โฉมยงกับเจ้าหนูฝนเป็นเจ้าภาพในเรื่องนี้ ผมรับหน้าที่เพาะถั่วงอกมาสมทบ โห! ก้วยเตี๋ยวมื้อนี้หอมฉุยตลบไปทั้งบ้านด้วยกลิ่นว่านสาวหลง หมูมักเนื้อนุ่ม น้ำซุปมี2แบบ แบบน้ำซุปกระดูกไก่ กับน้ำซุปเห็ด6ชนิด สำหรับท่านที่จะชิมก้วยเตี๋ยวมังสะวิรัติ ยังมีเส้นให้เลือกอีก3ชนิดนะเธอ  เส้นเล็ก-เส้นหมี่-เส้นก้วยจับ ปรุงกันชุลมุม สุดท้ายก็ชิมกันทั้ง2แบบ ล่อกันจนตาค้างและพุงกางทั่วหน้า ให้รู้ฤทธิ์เสียบ้างว่าก้วยเตี๋ยวภาคพิศดารที่อร่อยที่สุดในโลกนั้นเป็นอย่างไร?

อ้าว! คุณชายยังเอาไก่อบมาสมทบอีก

หลังจากผ่านมื้อเที่ยงไปแล้ว ช่วงบ่ายอย่าให้ไปทำอะไรเลย ปล่อยให้นอนสบายๆสักคนละงีบ เดี๋ยวตื่นมาก็ได้เรื่อง หาเรื่องทำกันเองอีกนั่นแหละ ผมก็งีบเหมือนกันนะ อิ่มในสภาวะอากาศเย็นๆอย่างนี้ ใครจะถ่างตาไหว หลับกันเป็นแถวนะสิเธอ

คนที่ตื่นก่อนไปก่อไฟ เด็ดมะเขือยาวมาปิ้ง หมอเจ๊นัดครูอึ่งตำส้มมะละกอ ได้ยินเสียงโป๊กๆ เสียงแห่งความอร่อยเปิดฉากแล้ว ครูอารามรับอาสาปรุงยำมะเขือยาว ผมช่วยลอกเปลือกมะเขือ ครูอึ่งช่วยปิ้ง อุ้ยเอาเศษอาหารไปเลี้ยงวัว เล่าว่าสนุกมากที่เห็นวัวอร่อยไปพร้อมๆกับเรา

วัวเดินมาหาน้ำลายหยดติ๋งๆเลยนะครูบา

เออ หนอ ถ้าพยาบาลเลี้ยงวัวถ้าจะดี

ย า ม วั ว ท้ อ ง แ ก่ ก็ จ ะ ไ ด้ ทำ ค ล อ ด ใ ห้ ด้ ว ย

เมนูมื้อเย็น มียำมะเขือยาวกับส้มตำรสเด็ดไปนอนเอ้งเม้งอยู่ในท้องเรียบร้อย ทุกอย่างผ่านไปอย่างชื่นมื่น อุ้ยปอกลูกพลับใส่กล่องแช่เย็นไว้ หนูฝนเป็นคนเอามาบริการ อิ่มจนอืดอีกแหละพี่น้อง หลังจากนั่งคุยให้พุงคลายตัว ก็ชวนกันไปชมพระจันทร์ที่สุกสกาวที่หมู่บ้านโลก เราปิดไฟฟ้าได้ทุกดวง ลมพัดเย็นๆอย่างกะอยู่ชายทะเล นั่งเล่นเน็ทบ้าง คุยกันบ้าง เล่นลูกยิงใบพัดที่ติดไฟไอซีดวงเล็กๆให้หมุนติ้วแข่งกัน จนกระทั้งลูกข่างใบพัดวิทยาศาสตร์พุ่งไปค้างอยู่บนยอดไม้ ส่งแสงวับแววเหมือนหิ่งห้อยในเทพนิยาย

ได้เวลาพอสมควรชวนกันไปเยี่ยมคุณชาย

แล้วก็บ่ายหน้ามาอาบน้ำพักผ่อน

ก่อนนอนอุ้ยจับผมฉีดยาที่ก้น

แล้วก็สวดมนต์พร้อมกับนวดไปด้วย

เป็นกรรมวิธีชวนให้นอนหลับที่ดีที่สุดในโลก

ผ ม ฟั ง เ สี ย ง ส ว ด แ ล ะ ค ล้ อ ย ต า ม น้ำหนักมือที่นวดผ่อนคลายเบาๆ

เผลอไปไหว้พระอินท์ตอนไหนก็ไม่รู้

ตื่นกลางดึกเข้าห้องน้ำ..เห็นน้าอึ่งนอนขดบนสื่ออยู่ข้างๆ

ทั้ ง ๆ ที่ มี ที่ ห ลั บ ที่ น อ น บ น ฟู ก สุ ข ส บ า ย

คุณน้าแห่งชาติก็จะมีสไตล์คงเส้นคงวายังงี้แหละ

ม า ส ว น ป่ า ค ร า ใ ด ก็ จ ะ ค ว้ า เ สื่ อ ม า ปู น อ น ห ลั บ ง่ า ย ๆ

ตอนดึกๆก็จะคอยดูว่าผมห่มผ้าดีไหม? ถ้าไอค๊อกๆ จะเอาน้ำอุ่นมาให้

บ ริ บ ท ที่ เ ล่ า ม า โ ด ย สั ง เ ข ป นี้ ก็ เ พื่ อ จ ะ บ อ ก ว่ า

คณะวิจัยชุดนี้นี้ปฏิบัติงานเชิงรุกนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในโครงการมากนัก

เพราะทั้งหมดทั้งมวลนี้นับได้ว่าเป็นสุขภาวะแห่งหัวใจ

รุกเข้าไปจนถึงจิตใจ..เชียวนะเธอ

เรื่องอย่างนี้คนล่าช้า คิดช้า อ้อยอิ่ง ไม่ได้แอ้มหร็อก จะบอกไห่

อย่างเก่งก็ทำได้แค่..เชิงลุกลี้ลุกลน เท่านั้น !!   อิ อิ..


ชีวิต 3 เด้ง

อ่าน: 2117

ชีวิต3 เด้ง! ตอน ความรู้เล็กๆน้อยๆ****

 

คนเรานี่นะเธอ
ถ้าค่อยๆสะสมความรู้ใหม่ๆเพิ่มขึ้นวันละเล็กละน้อย เราก็จะมีความรู้รอบตัวมากขึ้นๆ
วันดีคืนดีก็งัดออกมาทดลองปฏิบัติ
แล้วขยายผลไปสู่การคลี่ความรู้เชื่อมโยงให้เบิกบานสู่ภายนอก ในบริบทของ”ผู้สู่รู้”
พัฒนาต่อไปก็จะเป็น   ถ้าเราไม่ทำอย่างนี้
..ค ว า ม รู้ จ ะ เ พิ่ ม ท วี คู ณ ไ ด้ น ะ ค น ส ว ย
ถ้ายังอ้อยอิ่งกับความรู้ ไม่จัดการความไม่รู้
ความไม่รู้ก็จะสะสมอยู่ตัวเช่นกัน สุดท้ายก็จะโดนแซวว่า
..

สวยแต่รูปจูบไม่หอม


ส ด ง ว่ า มี ค น แ อ บ ห อ ม อ ยู่ น ะ จ๊ ะ
..

อย่าลืมอาบน้ำประแป้งเป็นอันขาด!

เพลงลูกทุ่งยังโอดครวญว่า..แก้มนี่อย่าให้ใครมาจูบ แก้มนี้อย่าให้ใครมาลูบซ้ำรอย แหม!..พื้นที่ตรงนี้..ช่างเป็นเขตของหวงของห้ามเสียจริงนะเธอ
ทั้งที่การหอมแก้มแม่วันแม่ หรือหอมแก้วลูกวันลูก เอ๊ะ
! วันลูกมีรึเปล่า
อ๋อ
..วันเด็กยังไงละ ผมประทับใจในภาพที่ครูแมวหอมแก้มหนูขวัญหนูเพชร

ดังนั้นแก้มที่เธอมีไว้อย่าปล่อยปะละเลยให้เสียประโยชน์

ควรนำพื้นที่ๆเล็กๆนั้นสร้างสรรค์สันติสุขในครัวเรือน..

เรื่องความรู้  
ผมไม่ทราบว่าเขาเอาอะไรมาวัดว่าเป็นสิ่งเล็กๆหรือสิ่งใหญ่ๆ
เราแยกความรู้ให้เสียเวลาทำไมกัน ถ้ามีโอกาสก็ควรขวนขวายขยายความรู้
ทดลองโน่นนี้ทุกวัน เหมือนที่หนูกุลนทีประดิษฐ์โน่นนี่มาให้เราชมทุกวัน

ชี
วิ ต เ ธ อ ช่ า ง เ ต็ ม ส า ร ะ เ สี ย เ ห ลื อ เ กิ น

กับท่านอื่นก็ใช่ว่าจะนิ่งดูดาย

เพียงแต่บางท่านไม่ยอมเอามาอวด

ชอบเก็บตัว
เก็บใจ ไว้เงียบๆ แอบทำอะไรเพลินๆในมุมของตนเอง
..

 

ตั้งแต่บ่ายแล้วละครับ
ฝนปรอยๆมาแบบอีลุบตุ๊บป่องไม่ต่อเนื่อง หยอดมาเป็นระยะๆ
มีเพื่อนชาวสวนข้างๆกำลังปลูกยางพารา
..ก่อนหน้านี้ก็ลงมือลงแรงปลูกไปหลายแถว
เจอแล้งเข้ายางพาราก็อำลากลับบ้านเก่าไปหลายต้น คิดค่าเสียหายประมาณต้นละ
30บาท ปีนี้ฝนทิ้งช่วงด้วยสิเธอ ใครที่ปลูกยางพาราช่วงนี้จึงต้องมาคอยลุ้นว่าฝนจะตกไหม?
ผมเปิดคอมฯ
..ที่คุณชายตั้งโปรแกรมดูเมฆฝนทางดาวเทียมไว้ให้ ชี้ให้เขาดูกลุ่มเมฆกำลังพัดมาทางนี้ ดูไม่นานท้องฟ้าก็ครึ้ม
เมฆดำทะมึนลอยมาปกคลุมเหนือเรา ลมพัดอู้ๆ
..ลุ้นว่าอย่าพัดแรงพัดเร็วจนหอบเอาฝนหนีเสียละ
แ ล ะ แ ล้ ว พ ร ะ พิ รุ ณ ก็ เ ป็ น ใ จ
..ฝนตกมาจั๊กๆ..ถึงไม่หนักมากแต่ความชุ่มชื้นก็เกิดขึ้นกับต้นยางพาราเล็กๆที่กำลังปลูก
และหัวใจคนปลูกก็ย่อมชุ่มฉ่ำไปด้วย ตอนหัวค่ำก็ยังหยอดมาอีกชุดหนึ่ง
ก่อนหน้าที่ผมเขียนอยู่นี่ฝนก็เทลงมาอีกจนสะดุ้งตื่น ตื่นมาแล้วก็คิดถึงหนูกิ่งก้าน
ป่านฉะนี้ยังจะเป็นนกฮูก รึ
!คร๊อกฟี่ๆไปแล้ว ส่วนพี่วิไล..จะตื่นมาตอนตี3 ลุกเข้าห้องน้ำแล้วก็เข้าห้องFB.
พี่แต๋วเอาแน่ไม่ได้ บางคืนฝันหวานตื่นมาช่วงย่ำรุ่ง
บางทีก็นอนเสบยไปจนถึงรุ่งเช้า ตามมาตรฐานของผู้รักสุขภาพเป็นยอด

เมื่อวานทดลองเพาะถั่วงอกตามแนวคิดที่ว่า..รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม

คุณชายบันทึกขั้นตอนส่งภาพขึ้นให้ชมแล้วนะครับ

พรุ่งนี้ก็จะย่างเข้าวันที่2 เอาไว้ฟ้าแจ้งจะรายงานอีกครั้ง

คนเรานี่นะเธอ..ถ้าเอากำลังใจผสมน้ำใจใส่อะไรก็งาม
อยากจะทำสิ่งดีๆให้สนุกๆ
..ปลูกต้นไม้สิเธอ เอาต้นไม้ลงดิน
พอมันตั้งตัวได้ ต้นไม้ก็จะหากินเอง ค่อยๆยืนหยัดเติบโตขึ้นตามลำดับ
โดยไม่ต้องให้ใครมาช่วยเหลือตลอดเวลา ต้นไม้พยายามพึ่งตนเอง
ไม่ว่าจะร้อนแล้งหรือโดนพายุโยกคลอน ต้นไม้แก้ปัญหาได้อย่างทรหดเสมอ
ไม้ในป่าไม่มีใครไปใส่ปุ๋ยรดน้ำให้หรอกนะเธอ ก็ยังมีป่าไม้ขึ้นมาปกคลุมโลก

ที่เป็นปัญหาอยู่ตอนนี้..เกี่ยวเนื่องกับมนุษย์ทั้งนั้น

นอกจากไม่ปลูกแล้วยังไปเที่ยวระรานทรัพยากรป่าไม้

เปลี่ยนสภาพธรรมชาติที่สมดุลไปเป็นพื้นที่เสื่อมโสโครก

แล้วก็จ่อมจมอยู่กับสภาพแวดล้อมแย่ๆ

คุณภาพชีวิตจึงห่วยแตกหรือประมาณ..

สังคมมนุษย์ก็จะอิหลักอิเหลื่อยังงี้แหละ

งมงายอยู่กับความรู้สะลึมสะลือ..

เหมือนไก่ตาฟางตอนย่ำรุ่งยังไงยังงั้น..

คนเรานี่นะเธอ..ถ้ามีความรับผิดชอบกันบ้าง ช่วยกันแต่งแต้มพื้นที่กระดำกระด่างคนละเล็กละน้อย
ต่างคนต่างพิจารณาจะปลูกอะไรลงไปในพื้นที่ๆตัวเองมี บริเวณบ้าน บริเวณหมู่บ้าน
บริเวณตำบลก็จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ปีนี้ถ้าจะแล้ง
นั่งรถผ่านมาเมื่อวานข้าวกล้าในนาหลายทีกำลังเหี่ยวเฉา
ช่วงนี้ถ้ามีดีเปรสชั่นเข้ามาสักลูกสองลูกท่าจะดี แต่ก็นั่นแหละเธอ เรื่องนี้มันอยู่ไกลและยากเกินที่จะแห่นางแมวขอฟ้าฝนได้
แต่ถ้ามีต้นไม้เป็นร่มเงาบ้างก็ยังช่วยชะลอความเศร้าซมได้
สีเขียวเป็นสีแห่งชีวิตใช่ไหมละเธอ
เมื่อเป็นเช่นนี้เราจะไปจมอยู่กับสีช้ำเลือดช้ำหนองทำไมละ
ช่วยกันปลูกช่วยกันสร้างสีสันที่สดชื่นขึ้นมามากๆ

 

ตอนหัวค่ำฝนตกมาซู่หนึ่ง
ก่อนหน้านี้ก็ตกหนักตกเบาๆแบบเอาอกเอาใจคนปลูกป่า เช้านี้จึงชุ่มฉ่ำ
..นกเขามาจีบกันคันคูตั้งแต่ปลายฟ้าเปิด ส่วนไก่ชวนกันมาคุ้ยเขี่ยอาหารใกล้ เจ้าโต้งเขี่ยไปแล้วก็หยุดโก่งคอขัน
แสดงความอิสระแห่งชีวิตให้เราอิจฉา ไม่ต้องแต่งตัว ไม่ต้องขับรถ ไม่ต้องทนทรมานติดไฟแดง

ก ร ะ โ ด ด ล ง จ า ก ค อ น อ ย า ก จ ะ ไ ป ไ ห น ก็ ไ ป ไ ด้ ต า ม อำ เ ภ อ ใ จ
 เป็นไก่ในป่าก็ดียังงี้แหละน้อง เ พี
ย ง อ ย่ า ไ ป เ ป็ น ไ ก่ ใ น ฟ า ร์ ม ก็ แ ล้ ว กั น  ไก่ฟาร์มเปรียบเหมือนไก่ที่อยู่ในเรือนจำ
ถูกจำกัดจำเขี่ยสิทธิ์ทุกอย่าง ถึงจะมีอยู่มีกินแต่มันไม่มีอิสระ
ไม่ทราบว่าคนกรุงจะเปรียบเสมือนไก่ในฟาร์มได้ไหมนะ ยังมีบางคนแหกกรงบินออกมาได้บ้าง
ไม่ยังงั้นก็จมอยู่กับคำว่างาน งาน และ งาน

เคยพิจาณาไหมครับว่า..เรากำลังทำงานอะไร?

ทำมากน้อยแค่ไหน
จำเจแค่ไหน?

ผลลัพธ์เป็นอย่างไร?

เพื่อใคร! มีช่องเว้นวรรคให้หายใจหายคอบ้างไหม?

หรือว่าเคยชินกับการเป็นหุ่นยนต์ไปแล้ว


ม่ คิ ด แ บ่ ง ง า น
แ บ่ ง ชี วิ ต ติ ดโ ช ค
อั พ
บ้ า ง เ ล ย ห รื อ เ ธ อ

รึว่า..ชีวิตถูกบังคับจนเหมือนไก่ในฟาร์มเสียแล้ว

รึอยากได้ชื่อว่า..แ ม่ ไ ก่ ย่ า ง ห้ า ด า ว  

ตกเป็นเหยื่อของอะไรก็ไม่รู้

ชีวิต
หนอ ชีวิต
เ กิ ด ม า เ พื่ อ ติ ด ยึ ด 

ติ
ด น็ อ ต ติ ด ห นึ บ
.. อ ย่ า ง กั บ ติ ด ก า ว
ต ร า ช้ า ง

ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรนักหรอกคนสวย

ที่เธอจะติดFB.และติดการตอบคอมเมนท์

  น ไ ห น ต อบ . . คนนั้นน่ารักเป็นบ้าเลยเธอรู้ไม๊..

ถ้าหัวใจเธอเป็นพลาสติก..ก็แล้วไป ขออภัยที่มาตอแย อิ อิ..

 

: เพิ่งได้อ่านร่างโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ “การปฏิบัติการสุขภาวะเชิงรุกปลุกกระแสให้ประชาชนดูแลตัวเองและอนามัยสิ่งแวดล้อม”
วันที่
31 สิงหาคม-2กันยายน 2555
ที่อุ้ย
(ผ..ดร.จันทรรัตน์ เจริญสันติ) แห่งคณะพยาบาลศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ได้กรุณายกร่างโครงการเซาะร่องที่สมบูรณ์แบบมาก

ผมเอามาเป็นแผนเชิงรับของที่นี่ได้อย่างลงตัว
ถ้าเจ้าหน้าที่บริหารกรมอนามัย หรือชาวอนามัยได้อ่านน่าจะเป็นประโยชน์มาก
กระบวนการอบรมดังกล่าวนี้น่าจะนำไปสู่นโยบายเชิงรุก
ที่ต้องการให้ประชากรมีความรู้พื้นฐานที่จะดูแลตัวเองและดูแลกันเองในระดับหนึ่ง
ซึ่งเป็นจุดสำคัญมากในการสร้างวินัยให้แก่สุขภาวะครอบครัวและชุมชน ถ้าดำเนินการได้ต่อเนื่องน่าจะเป็นกรณีศึกษาที่นำไปสู่การขยายผล
ให้แต่ละหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆได้พิจารณา เพิ่มสัดส่วนการส่งเสริมเชิงกระบวนการ นอกเหนือจากการรับหลักการในห้องประชุมตามเวทีใหญ่ๆ
..

ยังไงๆ..การสร้างความตระหนัก ให้รักตนเอง รับผิดชอบตัวเอง
ก็ควรจะเป็นหลักการสำคัญในการที่จะนำไปสู่การสร้างกระแสสุขภาวะแบบองค์รวม ปัญหาอยู่ที่องค์กรที่เกี่ยวข้องพร้อมที่จะแอ็คชั่นแล้วหรือยัง
! แต่ก็มีนักพัฒนาสุขภาพบางแห่งติดต่อมาเหมือนกันนะครับ ยกตัวอย่าง เช่น..

“อาจารย์ขา
หนูบุษบา เป็นพยาบาลที่ ร
..ตระการ
ร่วมกลุ่มเครือข่าย ทั้งชาวสาสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชาวบ้านประมาณ
60 คน อยากไปเรียนรู้ เพื่อจัดการความรู้ด้วยตนเอง โดยชุมชน
เจ้าหน้าที่เป็นเพียงผู้สนับสนุน ก็เลยอยากจะไปเรียนรู้กับอาจารย์ ไม่ทราบว่า อ
.มีเวลาให้ได้ไหมค่ะ สัก2วัน1คืน
เดือนกันยายน
089-2814 822 mail Budsaba.k@hotmail.com

มีโปรแกรมคณะพยาบาล
.อุบล 22-24 ตุลาคม 2555 มากัน70ชีวิตอีกนะอุ้ย

ยังมีคณะขาจรย่อยอีก
รวมทั้งรายการเอาเถิดเอาล่อ

เฉพาะ
วันที่
6 กันยายน 2555

·       
มีประชุมสภาพัฒนฯประจำปี ที่บางกอก

·       
สัมมนาแทนคุณแผ่นดิน โดยบก.เครือเนชั่นที่ ม.ราชภัฏสุรินทร์

·       
มีกลุ่มผู้สนใจจากบางกอก
แจ้งผ่านคุณชายจะมาคุยด้วย

วั น เ ดี ย ว เ จ อ เ ข้ า ไ ป  3 เ ด้ ง

ใครจะมาช่วยหิ้วปีก ไปเป่าน้ำ ก็เชิญ นะครับ  


มาเพาะถั่วงอกกันดีไหมน้อง

อ่าน: 6694

วิชานี้ฮือฮามากตอนน้ำท่วมใหญ่คราวที่แล้ว อาจารย์ถั่ว คุณนิมิตร์ เทียมมงคล ได้เที่ยวตระเวนฝึกอบรมการเพาะถั่วงอกจนระเบิดระบือแกมีวิธีทำง่ายๆ ใช้เวลา3วันก็มีถั่วงอกรับประทานไม่อั้น พรุ่งนี้มาทดลองทำพร้อมๆกันดีไหมครับ มีขั้นตอนง่ายๆดังนี้

1. นำขวดพลาสติกมาจะรูระบายน้ำ2แถวๆละ5รู รวมทั้งหมด10รู เจาะรูระบายที่ใกล้คอขวดอีก 3 รู และเปิดปากขวดด้านตรงกันข้ามกับเจาะรู สำหรับเป็นที่รดน้ำถั่วงอก การเจาะรู้จะใช้หัวแร้งจะสะดวกกว่า ถ้าไม่มีสามารถใช้ธูปแทนได้ เวลาเจาะอย่าลืมเป่าธูปให้ติดไฟแดงๆ จะเจาะฉับๆๆง่ายมาก

2. นำถั่วเขียวแห้งใส่ลงไปในขวด ปริมาณเท่ากับความสูงของรอยควั่นแรก จากนั้นเติมน้ำอุ่นลงไปให้ถึงรอยควั่นที่2 แช่ทิ้งไว้ 6-8ชั่วโมง

3. เปลี่ยนใส่น้ำธรรมดา เขย่าให้เมล็ดถั่วกระจายทั่วขวด วางขวดไว้ในแนวนอน น้ำจะค่อยๆไหลซึมผ่านรูที่เจาะไว้ จากนั้นนำตะแกรงดำมาปิดทับขวดไว้ช่วยพรางแสง และช่วยลดแรงปะทะของน้ำที่รดลงไป และห่อทับอีกชั้นด้วยผ้าขนหนูหรือกระสอบป่าน เพื่อไม่ให้แสงเข้า วัดถัดมาให้รดน้ำด้วยฝักบัวหรือใช้ขันตักราด ให้น้ำค่อยๆซึมผ่านรูวันละ3เวลา

4. ผ่านไป3วัน จะได้ถั่วงอกแน่นเต็มขวด นำถั่วงอกออกจากช่องที่เจาะไว้
ขวดขนาด1,500ซีซี.จะได้ถั่วงอก600 กรัม
ขวดขนาด750ซีซี.จะได้ถั่วงอก300 กรัม
ขวดขนาด600ซีซี. จะได้ถั่วงอก 200 กรัม
ขวดขนาด 5 ลิตร จะได้ถั่วงอก 4-5 กิโลกรัม

: นอกจากวิธีนี้ ยังมีอีกหลายรูปแบบให้ทดลอง ตามวัตถุประสงค์
ถ้าทำเพื่อการค้าก็ทำอีกแบบหนึ่ง
แต่ถ้าทำเพื่อบริโภคในครัวเรือน แบบขวดนี่แหละเหมาะที่สุด



Main: 0.07532000541687 sec
Sidebar: 0.055144071578979 sec