ลานเดี้ยง!

อ่าน: 1844

นอนสะดุ้งตื่นกลางดึก  นึกว่าใครนินทา ที่แท้ฝนเทลงมาอย่างหนัก แถมยังมีฟ้าร้องครืน ๆ อย่างกับหน้าฝน  ถ้ากบ เขียด ร้องระงม ก็จะเหมือนฤดูเข้าพรรษาเลยละครับ เสียดาย 2 สาวกลับไปก่อน ไม่งั้นคงจะเปียกมะล่อกมะแล่กน่าดู  ..ฝนตก รถติดที่กรุงเทพฯ แต่บ้านนอกฝนตก ต้นไม้ติดช่อออกดอกตรึม  ตอนหัวค่ำอากาศอ้าว กลิ่นดอกลำดวนปะทะดอกส้มโอ เกิดกลิ่นแปลก ๆ  เออ..ธรรมชาติก็ปรุงแต่น้ำหอมเหมือนกันนะ

ปกติผมก็จะตื่นในช่วงนี้ ประมาณตี 3-4

สลายความงัวเงียด้วยการเปิดลานเจ๊าะแจ๊ะ

เจอที่คุณหมอจอมป่วนรำพันรำพึง

ก็เกิดความรู้สึกว่าลานปัญญาดูท่าจะเป็นลานผีบอกไปแล้ว

มีคนแอบอ่านเพิ่มขึ้น

แต่คนแอบเขียนมีจำกัดจำเขี่ย

จำนวนผู้เขียนเพิ่มช้ามาก

เหมือนเต่าขาหักเดินลงภูเขาทอง

ขอให้เข้าใจคนที่อยู่เบื้องหลังบ้าง

  • จากที่คุณหมอจอมป่วนรำพัน

เปิดลาน ไม่ค่อยมีอะไรให้อ่าน (เพราะเข้ามาบ่อย)

ที่จริงตัวเองก็ไม่ค่อยได้เขียน อิ อิ

เมื่อก่อนนี้ิลานปัญญามีชีวิตชีวามาก แต่ตอนนี้ผมก็รู้สึกเหมือนคุณหมอจอมป่วน.. จะเปิดลานมาเพื่ออ่านเรื่องตัวเองอย่างนั้นรึ แบบนี้ก็บ้านะสิ ถ้าเข้าลานปัญญามาเจอแป๊ดเขียนเขย่าต่อมขำขัน เรื่องลูกสนุก ๆ  แม้อยู่คนเดียวก็ฮาแทบบ้านแตก แห้วศรีเขียนแต่ละทีก็มีสีสรรอำไพ พวกหนุ่ม ๆ เจ้าออต เจ้ากามนิตหนุ่ม เจ้าสายลม ที่เคยขย่มบล็อก ก็ติ๊กต๊อกไปไหนก็ไม่รู้ แฟนก็หมั้นแล้ว บ้านก็แต่งแล้ว ไม่มีอะไรน่ากังวลจนเขียนเรื่องแม่ยายพ่อตามาให้อ่านไม่ได้ ..ปล่อยให้ 2 ผู้อาวุโสแห่งเมืองย่าโมปักหลักลุยบล็อกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ถ้าไม่มีท่านบางทราย หมอเจ๊ หมอเบิร์ด อุ๊ยสร้อย ครูอึ่ง อัยการ อาว์เปลี่ยน ผีหลอกลานแน่ ป้าหวานก็หายไปนานจนความคิดถึงบูดแล้วเน้อ หมอจอมป่วนเองก็เถอะนะ ไปทั่วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ปัจจัยการเขียนเรื่องแง่คิดมุมมองของหมอนั้นสนุกสะดุดใจสดใสซาบซ่า ช่วยเขียนมาให้กิ๊ก ๆ กั๊ก ๆ กันหน่อยเถิด อีตาโสธรกับอีตาเม้งก็เว้นวรรคออกไป หัวใจขึ้นราหรือยังไงถึงไม่มีชีวิตชีวาเหมือนเมื่อก่อน ได้ข่าวว่ารื้อสวนยางทำสวนเกษตรในฝัน มันน่าสนใจมากนะ  ถ้าว่างก็ช่วยเล่าให้คนไกลอ่านหน่อย จะให้ใช้จินตนาการนึกเอาเดี๋ยวก็เป็นบ้ากันเท่านั้น

ถ้าอ่านเท่าไหร่ เขียนเท่านั้น ก็จะสมดุล

อ่านเรื่องอะไร Comment ให้กันบ้างก็จะน่ารักที่ซู๊ด

อย่างน้อยก็เป็นการส่งเสริมกำลังใจให้กันและกัน

ถ้าอ่านแล้วปัดก้นหนีก็แล้งน้ำใจเกินไป

ถ้าเอาแต่อ่าน ไม่เขียน ลานปัญญาก็ขาดทุน

ขาดทุนในที่่นี่หมายถึงกาลเวลาที่เราจะอยู่ร่วมกันใต้ชายคาอาศรมแห่งนี้

คนสมัยก่อนอยู่บ้านปั้นวัวปันควาย

คนอยู่ลานก็ควรปั้นเรื่องราวมาปันกัน

เราจะอยู่ไปวัน ๆ แบบไก่เหงาอย่างนั้นรึ

ช่วยกันขย่มจอลานให้ครื้นเครงเถิดนะคนดี

แต่ก็เข้าใจและเห็นใจนะ ถ้าไม่คันในหัวใจ มันจะติดขัดไปหมด แรงคิดแรงเขียนก็จะอ่อนล้าโรยแรง เราจะเติมพลังกันด้วยสิ่งใด วัฒนธรรมขององค์กรมีคลิ๊กพิเศษอะไรไหม ถ้าอ่านที่ท่านบางทรายวิเคราะห์เรื่องภาระมาก เมื่อก่อนเราก็มีภาระไม่ต่างกับตอนนี้ใช่ไหม ปัญหาอยู่ที่แรงส่งใจไม่พอเขียน เราจะเติมกระสุนใจได้อย่างไร เจ้าน่องหวานกับตาหวานก็เขียนดีแต่ไม่เขียนมันเฉยๆยังงั้นแหละ ถ้าไม่ช่วยกันทำมาหากิน กินแต่บุญเก่า เราจะขาดทุนโอกาสอยู่ร่ำไป

ผมต้นทุนต่ำ เขียนได้แต่กับเรื่องก๊อก ๆ แก๊ก ๆ พล๊อตซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่เห็นว่าสมาชิกเข้าลานมาเจอแต่หน้าจอขาว ๆ เดี๋ยวจะหาว่าลานผีหลอก ก็ตื้อเขียนมาทุกวี่ทุกวันทั้ง ๆ ที่รู้ตัวว่ามันเปี้อนจอ เมื่อเขียนมั่วซั่วน่าเบื่อก็ิอาศัยลงรูปภาพเยอะ ๆ คงกินเนื้อที่หน่วยความจำของลานไปไม่น้อย เราจะจัดกิจกรรมอะไรช่วยโหยหาความกระชุ่มกระชวยกลับคืนมา ถ้าสมาชิกถือฝักบัวคนละใบ รดน้ำใจลงไปในแปลงที่ปลูกต้นรักและไมตรี ละเลิกเรื่องอางขนางเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้า ๆ บอ ๆ นอกจากจะยกระดับความเป็นสายญาติร่วมลานแล้ว ผืนแผ่นไมตรีจิตก็จะผ่องใส จะพบจะพูดจะกอดกันได้สนิทใจ ลานปัญญาไม่ใช่ลานละครน้ำเน่า  แต่เป็นลานที่สร้างความงดงามจิตใจของมนุษย์ให้บรรเจิด

การละลดการเขียน

เป็นตัวชี้วัดอะไรบ้าง

ทุกอย่างสำคัญที่ใจ

ถ้าใจมาอะไร ๆ ก็มา

เงื่อนไขที่ยกมาอ้างแพ้ทางใจทั้งนั้น

ยู้ฮู..ช่วยคลำดูหน่อย

ตอนนี้ใจอยู่กับเนื้อกับตัวหรือเปล่า

ใครใจหาย..เอามือลง

แคว๊กๆ

« « Prev : จุดไต้ตำตอ

Next : มองให้เห็นความงดงาม » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

5 ความคิดเห็น


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.088714122772217 sec
Sidebar: 0.06616997718811 sec