ลานซักซ้อมจินตนาการ

21 กรกฏาคม 2009

1,500 บาท เปลี่ยน “ลิงซำเหมา” เป็น “นักธุรกิจ” เมืองสมุย

Filed under: บ่มเพาะความทรงจำ — Iem @ 4:35 (เย็น)

(more…)

19 มกราคม 2009

“วงเล่า”…หล่อเลี้ยงกันและกัน เพื่อลมหายใจเดียวกัน

Filed under: ซักซ้อมจินตนาการ — Iem @ 3:16 (เย็น)

ช่วงบ่าย ของทุกวันพฤหัสบดี งานแผนงานและวิชาการ สำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครพิษณุโลก จะมีการตั้ง วงเล่า…เพื่อพูดคุยเรื่องงาน…และอื่น ๆ…

แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นักการอิ่ม ติดที่จะต้องไปช่วยงาน มิตรภาพบำบัด ของ สปสช เขต 2 พิษณุโลก…จึงขอเลื่อนวงเล่า…มาเร็วขึ้น…คือในเป็นวันอังคารที่  13 มกราคม  2552… มีเรื่องงานสำคัญ…ที่เราต้องพูดคุยกันอยู่ 2 เรื่องคือ

o      การอบรม สุนทรียสนทนา(Dialogue) ; ศาสตร์และศิลป์แห่งการหันหน้าเข้าหากัน สำหรับชุมชน รุ่นที่ 2 ระหว่างวันที่  22 23  มกราคม 2552  และ

o      การจัดการขยะมูลฝอยโดยสถาบันการศึกษา สำหรับ โรงเรียนมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยนเรศวร ในระหว่างวันที่  4 -  6 กุมภาพันธ์  2552

วันนี้ วงเล่า..เราทำงานร่วมกัน โดยการกำหนด…กิจกรรม…แผนปฏิบัติการ…สิ่งที่ต้องทำก่อนวันงาน…ระหว่างวันงาน…และหลังวันงาน…โดยมีการแทรกถึงประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา…ว่ามีจุดอ่อน จุดแข็ง อะไรที่ต้องคำนึงถึง…ระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง…มีอะไรบ้าง

·       ในรายละเอียดสิ่งที่จะต้องทำในวันจัดการฝึกอบรม…ก็จะประกอบไปด้วย

o      เวลา..ช่วงเวลา…และมีเวลาในแต่ละกิจกรรม กี่นาที

o      กิจกรรม…ทำอะไร อย่างไร

o      วัสดุ/อุปกรณ์ที่ใช้ในแต่ละกิจกรรม

o      ใครเป็นวิทยากรหลัก…และใครเป็นวิทยากรผู้ช่วย…

o      หน่วยสนับสนุน…จะมีจังหวะในการเข้ามาตอนไหน…และจุดยืนของทีม ในแต่ละกิจกรรม…

พวกเราใช้เวลาประมาณ  2 ชั่วโมง..ในการพูดคุย…และมอบหมายงานในการทำต่อ…หลังจากนั้น…ก็เป็นการพูดคุยในเรื่องทั่ว ๆ ไป…ใครไปประชุมสัมมนา หรือฝึกอบรมอะไรมา ก็มาเล่ากันฟัง….หรือแม้แต่…ประสบการณ์ส่วนตัว…ที่เป็นเรื่องราวสนุกสนาน และเป็นเรื่องราวที่น่าจะเป็นบทเรียนในชีวิต….

หล่อเลี้ยงกันและกัน…เพื่อให้มีลมหายใจเดียวกัน…

การประชุมเครือข่ายมิตรภาพบำบัดเพื่อนช่วยเพื่อน สปสช เขต 2 พิษณุโลก

Filed under: บ่มเพาะความทรงจำ — Iem @ 11:49 (เช้า)

15 มกราคม  2552 ได้รับเชิญเข้าร่วมเป็นกระบวนกร ในการประชุมเครือข่ายมิตรภาพบำบัดเพื่อนช่วยเพื่อน ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพเขต 2 พิษณุโลก เป้าหมายที่ผู้จัดต้องการก็คือ การสร้างเครือข่ายมิตรภาพบำบัดเพื่อนช่วยเพื่อน และระลึกถึง นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์  ผู้ริเริ่มมิตรภาพบำบัด ที่จากไปเมื่อวันที่  15 มกราคม  2551  ด้วยโรคมะเร็งเยื้อหุ้มปอด  ในการประชุมครั้งนี้ มีกิจกรรมหลัก ๆ คือ

·       นิทรรศการของเครือข่าย

·       กิจกรรมในห้องประชุม

o      พิธีเปิดงาน และรำลึกถึง นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์

o      การนำเสนอ ประสบการณ์ศูนย์มิตรภาพบำบัดเพื่อนช่วยเพื่อน รพศ.พุทธชินราชพิษณุโลก

o      กิจกรรมกระจกเงา

o      สุนทรียสนทนา ความประทับใจในมิตรภาพบำบัด

o      สัญญาใจ

กระบวนกรหลักในวันนี้ คือทีมของ รพศ.พุทธชินราชพิษณุโลก ซึ่งนำทีมโดย นพ.นิพัธ กิตติมานนท์   สำหรับทีมเทศบาลนครพิษณุโลก 2 คน คือนักการอิ่ม และนักการหนิง ได้ขอให้ร่วมเป็นกระบวนกร ในกิจกรรม สุนทรียสนทนา ความประทับใจในมิตรภาพบำบัด….ที่เริ่มดำเนินการในช่วงบ่าย…โดยมีการใช้เกมในการแบ่งกลุ่มออกเป็น  5 กลุ่ม…แต่เราก็เข้าร่วมกิจกรรมตั้งแต่เช้า…เหมือนกับผู้เข้ารับการอบรมคนอื่น…เพื่อดูบรรยากาศ…และทำการเชื่อมโยง….

 

ครั้งนี้  นักการอิ่ม…จะขอเล่าเพียง…กิจกรรมสุนทรียสนทนา ความประทับใจในมิตรภาพบำบัด… ในกลุ่มของนักการอิ่ม…

·       ในกลุ่มของนักการอิ่ม มีสมาชิกทั้งหมด 12 คน  คือ พี่โต้ง พี่มณฑา  พี่ศุภกร  พยาบาลผู้ดูแลผู้ป่วย AIDS จาก รพ.อุตรดิตถ์  พี่บุญเลี้ยง พี่วิภา  น้องนิศารัตน์ พี่เครือมาศ พี่กมลธร พี่สมชาย พี่สมนึก และนักการอิ่ม….

·       นักการอิ่ม รับหน้าที่เป็นกระบวนกรกลุ่ม เริ่มด้วยการแนะนำตัวเองก่อน ตกลงกติการ่วมกัน คือการฟังอย่างตั้งใจ พูดสั้น ๆ กระชับ เพื่อให้พื้นที่กับเพื่อน ๆ และทำการโยนโจทย์คือ เพราะอะไร ถึงเข้ามาทำงานจิตอาสา หรืองานมิตรภาพบำบัด และในการทำงานที่ผ่านมา มีความประทับใจอะไร….

o      พี่มณฑา ยกมือขอเริ่มต้นก่อน… บอกว่าแต่ก่อน…เป็นครูสอนออกกำลังกาย และอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ…ต่อมา ได้ป่วยเป็นมะเร็ง….ร่างกายทรุดลงอย่างรวดเร็ว…แต่ได้รับการดูแล และหล่อเลี้ยงเป็นอย่างดีจากทีมคุณหมอที่รักษา…จนสุขภาพร่างกายดีขึ้น จึงสมัครใจที่จะเข้ามาช่วยเหลือในการดูแลผู้ป่วย…โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเหมือนตน…รู้สึกว่ามันทำให้ช่วงชีวิตของตนมีประโยชน์กับคนอื่น…

o      เหมือนมีพลังจากพี่มณฑา ส่งต่อได้…พี่ศุภกร…ที่นั่งติดกับพี่มณฑา จึงทำหน้าที่ผู้เล่าต่อ…พี่ศุภกรบอกว่า..ตนเป็นผู้ป่วย AIDS ….ซึ่งมีการติดเชื้อมานาน…โดยไม่รู้ตัว…จากผู้หญิงคนหนึ่ง…ที่ไม่คิดว่าเขาจะเข้ามาในชีวิต…เพียงแค่ต้องการเงิน….และยังฝากความเจ็บปวดนี้ไว้…ช่วงชีวิตที่รู้…รู้สึกท้อแท้..สิ้นหวัง….การหล่อเลี้ยง…จากทีมคุณหมอของ รพ.อุตรดิตถ์..ทำให้สามารถสู้ชีวิต…ดูแลตนเอง…และดำรงชีวิตได้..เฉกเช่นคนปกติ…จึงอยากนำประสบการณ์จริงในการให้กำลังใจ…เพื่อให้เพื่อนที่พบชะตากรรมเดียวกัน…สามารถดำรงอยู่

o      เสียงของพี่ศุภกร ส่งต่อไปยังพยาบาลวิชาชีพ จากชมรมฟ้าใหม่ รพ.อุตรดิตถ์ ทีมผู้ดูแลพี่ศุภกร…ได้เล่าให้พวกเราฟังว่า…ในการทำงาน…มีเรื่องของหน้าที่…และการให้…ด้วยใจ…ในส่วนของหน้าที่..ตนต้องมีความเข้าใจ และเชี่ยวชาญ ในเรื่องที่จะต้องทำ…ต้องมองแบบองค์รวม ไม่ใช่แค่เพียงการรักษา..ต้องให้คำแนะนำ มีการให้กำลังใจ หล่อเลี้ยง และดูแล…ทั้งในส่วนตัวของเขา ที่บ้าน และสังคม …เพื่อให้เข้าใจและยอมรับ…อีกสิ่งหนึ่งคือ รายได้ ของผู้ป่วย…เพราะมักจะไม่ค่อยมีคนจ้างทำงาน….

o      พี่บุญเลี้ยง…อดีตเป็นคุณครู…ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าตนจะเป็นโรคไตวายเรื้อรังเฉียบพลัน….ชีวิตเข้าสู่การเฉียดตาย…คิดว่าไม่รอดแล้ว…แต่การดูแล..รักษาจากทีมคุณหมอ ทำให้ไม่ได้ข้ามเข้าไปในเส้นตาย…ทุกวันนี้…ก็เข้ามาหล่อเลี้ยงเพื่อน ๆ …และได้รับการหล่อเลี้ยงจากเพื่อนบ้าง…

o      พี่วิภา…เป็นพยาบาลคลินิกเต้านม…เดิมทำงานตามหน้าที่ให้ดีที่สุด…แต่ความสุข…แววตา และรอยยิ้มของผู้ป่วย…ที่พี่วิภาได้ให้การหล่อเลี้ยง…เป็นแรงผลักดันให้พี่วิภา ทุ่มเทกับ…มิตรภาพบำบัด…เพียงเพื่อ…ความสุข…ของทุกคน…ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต…และมันก็คือเป้าหมายของชีวิตพี่วิภาด้วย…

o      น้องนิศารัตน์…โภชนากร…มีหน้าที่ดูแลในเรื่องของโภชนาการ ของผู้ป่วยเรื้อรัง…เล่าว่ามีแรงบันดาลใจ..ในการมาเป็นโภชนากร เนื่องจากการเคยดูแลผู้ป่วยมะเร็ง…ซึ่งมีการบริโภคอาหารซ้ำซาก และไม่ค่อยมีประโยชน์มากนัก..ทำให้ร่างกายทรุดเร็ว…และเสียชีวิต… จึงอยากมีความรู้ด้านอาหาร..เพื่อมาช่วยดูแลผู้ป่วย..โดยเฉพาะผู้ป่วยเรื้อรัง…และมะเร็ง

o      พี่เครือมาศ…พยาบาลผู้อบอุ่นและใจดี ของผู้ป่วยโรคไต…รพศ.พุทธชินราช…เล่าว่า..ปกติผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง  มักจะมีโรคซึมเศร้าตามมา…เนื่องจากความเจ็บปวด และค่าใช้จ่ายที่สูง…การเข้ามาช่วยเหลือของ..สปสช…ในเรื่องของค่าใช้จ่าย…ได้เพียงแค่บรรเทาความเดือดร้อน…จึงคิดที่จะให้มีการสร้างเครือข่ายให้ผู้ป่วยฝึกดูแลตนเอง…ตนจึงเริ่มต้นด้วยการศึกษาข้อมูล…เพื่อให้คำแนะนำผู้ป่วย…และทำ Good Model…ตอนนี้ ได้ขยายผลในการสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานอื่น ๆ …แต่คงทำได้เพียงพี่เลี้ยงทางโทรศัพท์…

o      พี่กมลธร…ผู้ดูแลผู้ป่วย หน่วยไตเทียม…รพ.อุตรดิตถ์…จากแนวคิดเดิม…คือพยายามศึกษา…เชี่ยวชาญในงานที่ปฏิบัติ..ซึ่งมันทำได้เพียงยืดอายุ…แต่ผู้ป่วยก็ต้องอยู่กับความทุกข์ทรมาน…จึงฝึกทักษะ ความชำนาญ เพื่อให้การรักษาและคำแนะนำ ควบคู่ไปกับการทำความเข้าใจ การดูแล…การไม่เพิกเฉยต่อการที่ผู้ป่วยต้องการระบายความทุกข์…ร้อยยิ้มของผู้ป่วย…คือความสุข…

o      พี่สมชาย…เป็นผู้ป่วยไตวาย…ซึ่งเป็น Good Model ของ รพศ.พุทธชินราช…และบ้านของพี่สมชาย…เป็นแหล่งศึกษาดูงาน….พี่สมชายบอกเราว่า…แต่เดิมคิดว่าจะไม่รอด..แต่ก็รอดมา…และสามารถใช้ชีวิตได้ เหมือนคนปกติ..ดูแลตนเองที่บ้าน…ไม่เป็นภาระใคร…ภายในห้องนอนของตน…จะมีการจัดด้วยตนเอง..เป็นห้องปลอดเชื้อ…มีการเตรียมสิ่งแวดล้อมที่ดีสำหรับตนเอง

o      ลุงสมนึก…คนนี้ เป็นคนบ้านเดียวกันกับนักการอิ่ม…คือเป็นคนเพชรบูรณ์…แกเป็น อสม.จังหวัดเพชรบูรณ์…ไม่ได้ป่วย แต่เข้ามาทำงานตรงนี้ ด้วยจิตอาสา…..เพราะมีความสุขและสบายใจ….โดยเริ่มจากทำตนเป็นแบบอย่าง..นำสู่ครอบครัว…สู่ชุมชน…ค่อย ๆ …มีกลุ่มที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ …เข้าคลุกคลี…เหนี่ยวนำ…มีการออมเงิน…และจัดทำสวัสดิการเยี่ยมบ้าน…แล้วมาพูดคุยกัน….

o      พี่โต้ง…สาวสวยจาก งานเวชศาสตร์ครอบครัว รพศ.พุทธชินราช   …เป็นหน่วยงานที่สนับสนุนและประสานงาน มิตรภาพบำบัด..รู้สึกภูมิใจ…ที่มีส่วนร่วมในการจุดประกายมิตรภาพบำบัด…จนมีเครือข่าย…เป็นพลังของเพื่อนช่วยเพื่อน…ก่อให้เกิดรอยยิ้ม..ความสุข…กำลังใจ…เหนี่ยวนำ….สมาชิกเพิ่มขึ้น…และกำลังอยู่ระหว่างการจัดตั้งศูนย์มิตรภาพบำบัด รพศ.พุทธชินราช…

ต่างคน…ต่างวาระ…ต่างหน้าที่…แต่หล่อเลี้ยง ดูแล ซึ่งกันและกัน…สร้างพลังของ มิตรภาพบำบัด

26 ธันวาคม 2008

Start…จัดทำแผนแบบมีส่วนร่วม สำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครพิษณุโลก…พ.ศ. 2553 - 2556

Filed under: บ่มเพาะความทรงจำ — Iem @ 3:09 (เย็น)

                   อยู่งานแผนงานและวิชาการ  สำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม  เทศบาลนครพิษณุโลก ก็เป็นเรื่องธรรมดา ที่จะต้องรับผิดชอบในการดูแลข้อมูลและประสานแผน…

                   ได้รับโจทย์ว่า….จะต้องจัดทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนาเทศบาล (พ.ศ. 2553 2556)….ในส่วนที่สำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมต้องรับผิดชอบ…เช่น ด้านการสาธารณสุข(การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันและควบคุมโรค ศูนย์สุขภาพชุมชน)  การอนามัยสิ่งแวดล้อม  การสุขาภิบาล  การสัตวแพทย์  การรักษาความสะอาดโดยการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

                   ลองทบทวน การจัดทำแผนของแต่ละส่วนที่ผ่านมา…มักจะเป็นเสมือนหนึ่งมีส่วนร่วม…ครั้งนี้…ต้องพยายามทำให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

                   รอบแรกที่คุยกันเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2551…แต่ละส่วน…ยังคุ้นชิน..กับการนำเอาแผนงาน/โครงการเก่า ๆ มาปัดฝุ่น…เปลี่ยนเพียง พ.ศ กับรายละเอียดนิดหน่อย…และไม่มีการติดตามประเมินผลที่แสดงถึงความคุ้มค่าของการดำเนินการ…เมื่อแจ้งว่า คงต้องมีการเปลี่ยนแปลง…ในการจัดทำแผน…หลายคนแสดงถึงความรู้สึกว่า…มันยุ่งยาก…บางคนถึงขั้นถามว่า…ไม่ทำได้ไหม…จึงมีการนัดหมายคุยกันอีกรอบ…ในวันที่  26  ธันวาคม  2551…

                   ไม่ใช่เรื่องง่าย…กับการที่จะต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง….เป็นความรู้สึกแว่บแรกของนักการอิ่ม…แต่มันต้องเปลี่ยนแปลง…แล้วจะทำอย่างไร…วันที่  26 มีเวลาเพียง 2 ชั่วโมง  ควรจะเริ่มต้นอย่างไร…กระบวนการควรจะเป็นอย่างไร…แล้วควรจะได้อะไร…มากน้อยแค่ไหน… และก็ตัดสินใจไปตายเอาดาบหน้า…โดยใช้เทคนิคการระดมสมอง….ธรรมดา…ธรรมดา

                   เมื่อวันที่  26  ธันวาคม  2551 มาถึง…09.30 น. บุคลากรยังมาน้อยเหลือเกิน….แต่ก็ตัดสินใจเริ่มต้น…โดยการเล่าให้ฟังว่า…มีการกำหนดให้มีการจัดทำแผนแบบมีส่วนร่วม…และเป็นแผนยุทธศาสตร์พัฒนาเทศบาล….โดยให้มีกระบวนการ…ที่ถูกต้อง..ตามหลักวิชาการของการทำแผน…อืมม…

·       ต่อด้วยการโยนโจทย์ไปว่า…หากพูดถึง…คำว่าแผน…การวางแผน…แผนยุทธ์ศาสตร์…เรานึกถึงอะไร….แล้วก็แจก card technique ให้เขียน…..หนึ่งแผ่น ต่อหนึ่งใจความสำคัญ…เขียนตัวโต ๆ แนวขวาง….สั้นกะทัดรัด…ไม่ต้องกังวล…ว่าอะไรผิด…อะไรถูก…

·       หลังจากนั้น นักการอิ่มจึงเปิดข้อความที่ปิดไว้บนบอร์ด…ซึ่งเป็นการสรุปองค์ประกอบหลัก ๆ ของการจัดทำแผน…

1.      เราอยู่ตรงไหน เป็นอย่างไร ณ ปัจจุบันการวิเคราะห์ตนเองรากฐานของการวางแผน

2.      เราจะไปที่ไหน  ทิศทางขององค์กรการกำหนดเป้าหมาย..วิสัยทัศน์…

3.      เราจะทำอย่างไร ให้สู่จุดหมาย….การวางแผน

4.      เราจะปฏิบัติอย่างไรการนำไปปฏิบัติ

5.      เราจะรู้ได้อย่างไรว่าแผนบรรลุเป้าหมาย…การติดตามประเมินผล

6.      อื่น ๆ…คือไม่แน่ใจว่าอยู่ในข้อไหน…

·       แล้วให้ทุกคนนำ card technique ที่แต่ละคนเขียนไว้…มาติดที่บอร์ดตามหัวข้อข้างบน….การระดมสมองเริ่มต้น….ทุกคนต่างอธิบายถึงข้อความที่ตนเองเขียน…และทำไมถึงคิดว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของแต่ละหัวข้อข้างต้น…ออกมาค่อนข้างดีเชียวล่ะ…บรรยากาศอบอุ่น..ยิ้มแย้ม..กระเซ้าเย้าแหย่….

·       สำหรับวันนี้ …นักการอิ่ม…ขอให้มีการระดมสมองต่อเฉพาะส่วนของข้อ 1 โดยให้โจทย์ทีละข้อ

·       โจทย์แรกของข้อ  1 … ข้อมูลอะไรที่จำเป็นสำหรับการวางแผน….โดยตีวงแคบ ๆ…และขอให้กลับไประดมสมองต่อในแต่ละส่วน…โดยลักษณะของข้อมูลน่าจะมีประโยชน์ต่อการวางแผนของแต่ละส่วน…เป็นเชิงเปรียบเทียบและให้สามารถวิเคราะห์แนวโน้มได้….และส่งกลับงานแผนงานและวิชาการ ก่อนวันที่  10 มกราคม 2552

·       โจทย์ที่สองของข้อ 1…..ปัญหาและอุปสรรค ในการปฏิบัติงาน ในการวางแผน….กลุ่ม…ไม่กล้าที่จะเขียนปัญหาและอุปสรรคมากนัก…บอกว่าไม่มีปัญหาและอุปสรรค…เพราะผู้บริหาร(ไม่แน่ใจว่าจอมป่วนหรือเปล่า..อิ..อิ..)…สั่งว่า..ห้ามบอกว่างานมีปัญหาและอุปสรรค…ผลของการระดมสมอง…จึงมีผู้ที่ฝ่าฝืนผู้บริหารเขียนออกมาไม่กี่ข้อ…(แต่ขณะที่ระดมสมอง…มีการวิเคราะห์ card technique แต่ละแผ่นพูดถึงแต่ปัญหา/อุปสรรค ซะส่วนใหญ่..อิ..อิ..)…นักการอิ่มเลยต้องบอกว่า..ไม่เป็นไรนะ…การเปิดเผยครั้งนี้…จะมีการกลั่นกรองก่อน..ไม่ให้ผู้บริหารรับทราบหรอก..หากไม่ได้รับอนุญาต…เราจะจัดพิมพ์สรุปผลการระดมสมองวันนี้…ส่งกลับไปให้แต่ละส่วนงานทบทวนอีกครั้ง….ก่อนที่จะดำเนินการขั้นต่อไป…ท่าทีของทุกคนจึงผ่อนคลายขึ้น…

·       โจทย์ที่สามของข้อที่ 1 ….ในการวางแผน…นอกจากข้อมูลพื้นฐาน สถิติต่างๆ ปัญหาและอุปสรรค นโยบาย  แล้ว…ส่วนหนึ่งคือปัญหาและความต้องการของประชาชน…ซึ่งเราคงมาคิดแทนไม่ได้…(ไม่ใช่แฟน ทำแทนไม่ได้ หรือบางทีเป็นแฟน ก็ยังทำแทนไม่ได้…สำนวนคุ้น ๆ ไหม..อิ..อิ..)….คงต้องลงพื้นที่ไปทำงานร่วมกับประชาชน….

·       คำถามที่ตามมาคือ  แล้วงานที่เราปฏิบัติอยู่ทุกวันนี้  เรารู้ไหมว่า เราทำอะไรกันบ้าง มีหน้าที่อะไร ต้องรับผิดชอบอะไร…ให้ทุกคนเขียนลง card technique อีกครั้ง และให้มาติดตามหัวข้อที่คิดว่า…งานที่ตนเองรับผิดชอบนั้น…มีใครมีบทบาทบ้าง…

§       ทำเองได้…ต้องทำด้วยตนเอง….หมายถึงในส่วนของตนเอง..ไม่ใช่เฉพาะตนเอง

§       ต้องให้คนอื่นช่วย….คือช่วยกันทำงาน…ทำงานร่วมกับต่างส่วน…ต่างกอง…กับชุมชน..กับสถานประกอบการ หรืออื่น ๆ

§       ต้องให้คนอื่นทำ…เช่นให้ชุมชนทำ ตัวเอง ส่วนของตัวเอง มีหน้าที่สนับสนุน

·       แล้วตามด้วยการคุยกันถึง card technique….แต่ละใบ…

·       โจทย์สุดท้ายคือ…ใคร ; หน่วยงาน/คน/กลุ่มภายนอกเทศบาลนครพิษณุโลก  ที่เราต้องทำงานร่วมด้วย…….โจทย์สุดท้ายเนี่ย..เพื่อที่จะรู้ว่า…เราควรทำแผนร่วมกับกลุ่มเป้าหมายใดบ้าง …อีกคำคือ รู้ว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คือใคร… เพื่อที่จะได้เกิดการระดมสมอง…ในการทำแผนแบบมีส่วนร่วมให้ครอบคลุมกับทุกกลุ่มเป้าหมาย…

จบท้ายด้วยการ…..ทางทีมงานแผนงานและวิชาการ…จะไปสรุปผล…

การระดมสมองครั้งนี้…แล้วส่งไปให้แต่ละส่วนพิจารณา เพื่อเติมเต็ม และตรวจความถูกต้อง…ก่อนจะเข้าสู่ขึ้นตอนต่อไป….2 ชั่วโมง…คงได้แค่เนี๊ยะอ่ะ…

24 ธันวาคม 2008

ส่งท้าย…สุนทรียสนทนา (Dialogue) ; ศาสตร์และศิลป์แห่งการหันหน้าเข้าหากัน…สำหรับชุมชน…ครั้งที่ 1

Filed under: บ่มเพาะความทรงจำ — Iem @ 3:23 (เย็น)

วันพุธที่   24  ธันวาคม  2551

วันนี้สัมผัสถึงความปลื้มปิติ…ภายในใจ…รู้สึกว่ามีสายน้ำบริสุทธิ์ที่เข้ามาหล่อเลี้ยงร่างกาย…และจิตใจ….หลังจากที่ทำ AAR กิจกรรม สุนทรียสนทนา(Dialogue); ศาสตร์และศิลป์แห่งการหันหน้าเข้าหากัน…

                   เมื่อกิจกรรม World Café ในหัวข้อเรื่อง อะไรทำให้เราสามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข…จบลง….นักการอิ่มจึงขอให้ทั้ง 23 ชีวิต…ที่อยู่ร่วมกันในห้องแห่งนี้…ลุกขึ้นยืน…และอยู่กับตัวเอง…ใคร่ครวญถึงความรู้สึก…เหตุการณ์…ในสองวันที่พวกเราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน….

                   หลังจากนั้น…ก็นำเข้าสู่วงสนทนา…โดยการเชิญชวนให้สมาชิก…ถ่ายทอดความรู้สึก…ที่เกิดขึ้นจากการอยู่ร่วมกันในสองวัน….มีสามคนยกมือจะพูดพร้อมกัน….แต่ก็มีการให้เกียรติกัน…ไม่มีการแย่งการพูด…เหมือนเมื่อวาน…เมื่อคนหนึ่งพูดจบ…ก็มีเสียงอื่น ๆ ตามมา…ขณะที่แววตาของผู้ฟังดูอ่อนโยน…มีท่าทีที่เห็นคล้อยตาม…..พยักหน้าบ้าง…ส่งเสียงสนับสนุนบ้าง….

                   เสียงที่นักการอิ่มได้ยิน….มันช่างบางเบา…แต่แจ่มชัด…ในหัวใจ

·       รู้สึกมีความสุข….เป็นการอบรมที่มีความสุขที่สุด

·       เหมือนครอบครัวเดียวกัน

·       อายุจนจะ 70 ปีแล้ว เพิ่งรู้จักว่า…การพูดคุยกัน…มันทำให้มีความสุขได้

·       รู้สึกดีที่มีคนฟังเรา….

·       รู้สึกดีที่ได้ฟังคนอื่น…

·       ทำไมทุกคนจึงมีแต่รอยยิ้มนะ

·       ได้ขัดเกลาจิตใจตน…ให้อ่อนโยนขึ้น…รับฟังคนอื่นมากขึ้น

·       อยากเผื่อแผ่ความสุขนี้ให้กับคนอื่น ๆ

·       รู้สึกเบาทั้งตัว  ทั้งใจ…

·       เหมือนความรักอบอวลอยู่ทั่วห้อง

·       อยากให้คนอื่นเข้ามาสัมผัส

·       มีกำลังใจที่จะเหนี่ยวนำคนอื่นเข้ามาพูดคุย

·       ขอบคุณ และขอบคุณ…ที่ทำให้เกิดความรู้สึกสุขอย่างบอกไม่ถูก

·       ป้าจินตนา  จากชุมชนสระสองห้องบอกว่า…ที่ชุมชนสระสองห้อง…มีคนเอาขยะมาทิ้งไม่เรียบร้อย…ต่อไปป้าจะไม่ต่อว่าเค้าแล้ว…แต่จะไปสร้างซุ้ม…เพื่อตั้งวงน้ำชา…แล้วจะเชิญชวนให้เค้ามานั่งจิบชาด้วยกัน….

ปิดท้ายคำมั่นสัญญา…ว่าเราจะกลับมาพบกันอีก…และจะเหนี่ยวนำคน

อื่นมาด้วย…เพราะเราคือ…ครอบครัวเดียวกัน…จะให้กำลังใจซึ่งกันและกัน…เพื่อทำงานร่วมกัน…ในการพัฒนาเมืองพิษณุโลกของเรา…ช้า ๆ…แต่มั่นคงในจิตใจ…

                   ข้าวเหนียวมื้อนี้…อร่อยอีกแล้วสิ….

                   งานหน้า….ทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนาเทศบาลแบบมีส่วนร่วม…สู้ ๆ ๆ

11 ธันวาคม 2008

KM เทศบาลนครพิษณุโลก ; ผู้นำสี่ทิศ….ผิดคิว…

Filed under: ซักซ้อมจินตนาการ — Iem @ 4:12 (เย็น)
  • วันอังคารที่ 9 ธันวาคม 2551 …วันนี้ มาทำงานเช้ากว่าทุกวัน …เพราะมีสุนทรียสนทนา ในหัวข้อเรื่อง “ผู้นำสี่ทิศ” ….. ได้รับแจ้ง…ว่า จะมีผู้มาเข้าร่วมประมาณ 15 คน รวมทีมเราด้วย ก็น่าจะอยู่ประมาณ 22 คน ซึ่งนับว่ามีขนาดกลุ่มที่พอเหมาะ….
  • แต่ก็มีอุปสรรคเล็กน้อย…เกี่ยวกับห้อง…เพราะตอนแรก จองห้องประชุมจุฬามณี 1 ไว้…แต่มีคณะศึกษาดูงานมาแทรกคิว…เลยต้องเปลี่ยนมาใช้ ห้องจุฬามณี 3….แต่ก็มีอุปสรรคอีก…เพราะมีคณะศึกษาดูงานมาแทรกคิวอีกหนึ่งคณะ…จึงต้องย้ายอีก…มาใช้ห้องศูนย์ข้อมูลข่าวสารยาเสพติด…เนื่องจากไม่มีเวลาเพียงพอ และวันนี้ ทีมงานก็ต้องแบ่งส่วนหนึ่ง สำหรับต้อนรับคณะศึกษาดูงาน ทำให้วุ่นวายพอสมควร….แต่เรื่องวุ่นวายไม่ได้จบลงเพียงแค่นี้…เพราะเกิดการเข้าใจผิด…ทางศูนย์สุขภาพชุมชน…ได้มีการส่ง อสม. เข้าร่วมอบรม อีก 10 คน…ทำให้ต้องเปิดห้องอีกห้อง คือห้องเก่าของ GTZ เพราะว่า ห้องศูนย์ข้อมูลข่าวสารมีขนาดเล็ก สามารถจุคนได้เพียง 15 คน ขณะที่ผู้ที่แจ้งชื่อว่าจะเข้ามาร่วมกิจกรรม…หาห้องไม่เจอบ้าง เห็นมีบุคคลภายนอกเข้ามาด้วย เลยมีอาการลังเลที่จะเข้าร่วม….ก็เลยมีการกลับไป…ครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม จึงเหลือเพียง 11 คน…
  • งานนี้…นักการอิ่ม…ต้องวิ่งรอก 2 ห้อง…คือ “ห้องชุมชน” และ “ห้องเทศบาล”….เราเริ่มต้นในห้องชุมชนก่อน เพราะ อสม….มารอตั้งแต่ 08.30 น. …สมาชิกในห้องชุมชนมี 14 คน…มาจากชุมชน 10 คน…จากเทศบาลฯ 4 คน…คือ พี่หนิง…นักการมุ่ย…นักการไก่ และนักการอิ่ม….กิจกรรมเริ่มด้วยการผ่อนพักตระหนักรู้…โดยมี…พี่หนิง…ทำหน้าที่เป็นกระบวนกร…ระหว่างนั้น…นักการอิ่ม..ก็รีบวิ่งไปอีกห้อง…”ห้องเทศบาล”…ช่างโชคดีเหลือเกินที่สมาชิกห้องเทศบาลฯ ยังไม่มามากนัก…เลยมอบหมายให้นักการหญิง…ทำหน้าที่ในการดูแล…สมาชิกห้องเทศบาล….และนักการอิ่มก็โยนตัวกวนไปในวงว่า…เราจะมาพบกันบ่อย ๆ ได้ไหม…พอมีเสียงตอบว่า “ได้” มันทำให้รู้สึกดี มาก ๆ …เลยได้ใจ….ฝากคำถามทิ้งไว้ว่า “เราจะตั้งชื่อห้องของพวกเราว่าอะไรกันดี เพื่อสื่อสารถึงกัน” …ก่อนที่นักการอิ่มจะวิ่งกลับไปห้องชุมชนต่อ…
  • ในห้องชุมชน…พี่หนิง..ดำเนินกิจกรรมผ่อนพักตระหนักรู้เสร็จสิ้นพอดี…นักการอิ่มเลยเริ่มกิจกรรม….ผู้นำสี่ทิศ….เริ่มจากพี่ไก่…เล่าความเป็นกระทิงของตนเอง…ต่อด้วย…พี่หนิง…ถ่ายทอดความเป็นหมี…หันรีหันขวางไม่มีใคร…เพราะคนที่ซักซ้อมไว้ติดรับคณะดูงาน…เลยให้นักการมุ่ย…เป็นหนู…และนักการอิ่ม…เป็นอินทรี….หลังจากนั้น…ก็ให้สมาชิก ลองดูว่าในชีวิตของตนเอง…มีความเป็นสัตว์ทั้งสี่ทิศมากน้อยแค่ไหน…ให้ถ่ายทอดโดยการเขียนภาพ….แอบกระซิบบอกพี่หนิงว่า…หากวาดภาพกันเสร็จแล้ว…ให้ทำการแบ่งกลุ่ม 3 กลุ่ม พูดคุยกันนะ…แล้ว…นักการอิ่ม…ก็วิ่งจู๊ดดดด….ไปห้องเทศบาลต่อ….ในห้องเทศบาล…ได้ชื่อห้องของพวกเราแล้ว…ใช้ชื่อว่า “ห้องรวมมิตร”….ต่อจากนั้น…นักการอิ่ม…ก็เริ่มกิจกรรม… “ผู้นำสี่ทิศ”…..โดยการเล่าเรื่องราวของแต่ละทิศ…..หลังจากนั้น ก็ฝากโจทย์ให้แต่ละคนอยู่กับตนเอง…วาดภาพลงไปว่า…ในชีวิตของตน…มีความเป็นทิศแต่ละทิศมากน้อยแค่ไหน…แล้วคนใกล้ชิด..ในที่ทำงาน…เราคิดว่าเค้ามีความเป็นทิศแต่ละทิศมากน้อยแค่ไหน….
  • วิ่งกลับไปที่ห้องชุมชน…พี่หนิงทำหน้าที่กระบวนกรได้ดีเชียวล่ะ…บรรยากาศการพูดคุยออกมาค่อนข้างดี…..นักการอิ่มเลยวิ่งไปห้องเทศบาลต่อ…ห้องเทศบาล..แต่ละคน กำลังอยู่กับตัวเอง…บรรจงวาดภาพอย่างตั้งใจ……..มีเสียงหยอกล้อกัน…เป็นระยะ ๆ….นั่งดูอยู่สักพัก…ก็กลับไปห้องชุมชนอีก…พี่หนิง…นำสู่กลุ่มใหญ่พอดี….เราเลยเข้าไปช่วยสรุปกิจกรรม…และเชิญชวน…เพื่อมาพบกันอีก….ในวันที่ 23 - 24 ธันวาคม 2551….เสร็จสิ้นกิจกรรมห้องชุมชน… คำพูดก่อนจาก “ขอบคุณที่มอบสิ่งดี ๆ ให้”….
  • กลับมาที่ห้องเทศบาล…พี่หนิง กับพี่ไก่…ตามมาสมทบด้วย….ภาพวาด…ยังไม่เสร็จ…พี่ไก่ กับพี่หนิง…เลยได้เข้าร่วม…วาดภาพด้วย….หลังจากนั้น…นักการอิ่ม…ก็ให้จับคู่คุยกันเพื่อถ่ายทอดความหมาย….
  • เมื่อกลับเข้าสู่วงใหญ่…..บางคนคิดว่าตัวเองเป็นกระทิง…เพื่อน ๆ สมาชิกกลับบอกว่า…หมีชัด ๆ…บางคนบอกว่า…รู้สึกดีนะ…ที่ได้วิเคราะห์ตัวเองบ้าง…และสะท้อนอีกหลาย ๆ อย่างร่วมกัน…เรารู้สึกถึงบรรยากาศที่อบอุ่น…มิตรภาพ…
  • เสียงใครคนหนึ่งดังมาว่า “มีความสุขจัง”…สีหน้าและแววตา…ของคนอื่นๆ เหมือนจะเห็นด้วย…แต่บางคนทนไม่ได้ ถึงขนาดออกเสียงสนับสนุนว่า “ใช่” …ขณะที่บางคน…ทำเพียงพยักหน้า….พวกเราอยู่ด้วยกันจนเที่ยงกว่า ๆ…และทานข้าวด้วยกัน…ถึงจะเป็นเพียงข้าวเหนียว หมูทอด หมูฝอย…แต่เรากลับรู้สึกว่า มันอร่อยกว่าทุกครั้ง….ขอบคุณ…สำหรับมิตรภาพ….และขอบคุณตัวเอง…ที่ตัดสินใจ…ทำกิจกรรม….
  • ครั้งหน้า…เจอกันที่ “ห้องรวมมิตร”….

26 พฤศจิกายน 2008

ถอดบทเรียน KM วิถีสู่องค์กรที่มีชีวิต

Filed under: บ่มเพาะความทรงจำ — Iem @ 10:11 (เช้า)

          ตัดสินใจที่จะเปิดตัว  “การจัดการความรู้”  ของเทศบาลนครพิษณุโลก หลังจากที่แอบ ๆ ทำกับกลุ่มของตัวเอง  โดยใช้วันที่  25  พฤศจิกายน 2551 เป็นวันดำเนินการ ….คิดหนักเหมือนกันว่า….จะใช้หัวข้ออะไร…เพื่อจะดึงคนเข้ามา…แล้วจะใช้กิจกรรมอะไร เพราะเรามีเวลา ในการทำกิจกรรม เพียง 2 ชั่วโมง คือ ตั้งแต่เวลา 13.30 - 15.30 น. และมีเวลาเตรียมตัว   1 สัปดาห์…และแล้ว 1  สัปดาห์ ที่คิดว่าจะใช้ในการเตรียมตัว ก็มีอะไรเข้ามาให้ทำมากมาย … จนเวลาเตรียมตัวไม่เหลือ …ต้องตัดสินใจกำหนดหัวข้อ…สำหรับ…รายละเอียดเนื้อหาและกิจกรรม ก็ต้องไปตายเอาดาบหน้า

ในครั้งนี้  ใช้หัวข้อ “ถอดบทเรียน KM วิถีสู่องค์กรที่มีชีวิต”…..แล้วก็วิ่งไปขอให้พี่หนิง (สุภาวดี) และ ผอ.น้อง (สุกัญญา)  ช่วยเตรียมตัว ในการร่วมถอดบทเรียนในครั้งนี้ เพราะเราจะเริ่ม โดยการ ให้ Story telling… ซึ่งเป็นบทเรียน ที่เราได้เข้าร่วมเรียนรู้กับวงน้ำชา เมื่อวันที่ 15 - 18 ตุลาคม 2551

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2551 มีความจำเป็นต้องเดินทางกลับไปบ้านที่เพชรบูรณ์ กลับมาพิษณุโลก ก็วันที่  24 พฤศจิกายน  2551 เวลา  22.00 น. เหนื่อยมาก เลยต้องพักผ่อนเอาแรงก่อน วันที่ 25 พฤศจิกายน 2551 เวลา 09.00 - 10.00 น. ก็ติดประชุม มีเวลาเริ่มในการเตรียมงานครั้งนี้ จริง ๆ ก็แค่  1.30 ชั่วโมง ก่อนที่จะเริ่มกิจกรรม….

รู้สึกตื่นเต้น เพราะตอนแรก คิดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ไม่เกิน 15 คน…ปรากฏว่า..มีการแจ้งเข้าร่วม ถึง 35 คน….แถมจอมป่วน ก็มาทิ้งกันอีก…สมาชิกที่แจ้งชื่อมาเข้าร่วมกิจกรรมครบทั้ง 35 คน… มีคนที่ติดภารกิจ ต้องออกก่อน 4 คน…เดินเข้าเดินออกอีก ประมาณ 6 คน… ดูจริงจังกับกิจกรรม..ประมาณ 25 คน….คิดว่าน่าจะมี Cops เกิดขึ้นอีกอย่างน้อย 2 Cops….นับว่าเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมาย…

ในครั้งนี้…นักการอิ่ม…กับนักการหนิง…ทำหน้าที่เล่าเรื่องแบบย่อ ๆ…..แต่เล่าไม่จบ….เพราะดูท่าทีแล้ว…ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ส่วนใหญ่…ให้ความสนใจมาก…ก็เลย…เก็บ ๆ ไว้…ให้เข้ามาติดตามในครั้งหน้า…ส่วน ผอ.น้องติดภารกิจ ไม่สามารถเข้ามาเล่าเรื่องราวได้ แต่ก็มาเข้าร่วมกิจกรรมในช่วงท้าย ๆ ….เราต่อด้วยการให้สมาชิก…เข้าสู่ Dialogue สองรอบ…รอบแรก…นักการอิ่ม…ให้วาดภาพ….ภาวะที่สามารถเรียนรู้ได้ดี และภาวะที่ไม่สามารถเรียนรู้ได้…แล้วให้จับคู่ Dialogue…สภาพห้อง..ไม่เอื้ออำนวยนัก…การพูดคุยของแต่ละคู่…ดังอื้ออึง…จนบางคู่ ไม่มีสมาธิจะคุยกัน…แล้วก็เริ่มมีการหัน..ไปแหย่ คู่อื่น ๆ… นักการอิ่มเลยต้องเบรคเกม….ดึงสมาชิกเข้าสู่การอยู่กับตนเอง…หลับตา…อยู่กับตนเอง…นึกถึงชีวิต…ในแต่ละช่วงวัย…หลังจากนั้น ให้ฉีกกระดาษ…สื่อความหมายชีวิตในแต่ละช่วงวัย…แล้วจับคู่ Dialogue อีกครั้ง…โดยขอให้เปลี่ยนคู่ด้วย และเป็นคู่ที่มาจากคนละหน่วยงาน….ครั้งนี้…วง Dialogue เป็นไปด้วยดี กว่าที่คิด…หลายคู่ที่บอกให้หยุด..ยังไม่ค่อยอยากจะหยุดสนทนากันเลย….บางคู่…ยังหันมาต่อว่ากระบวนกร…ว่าทำไมให้หยุดเร็วจัง…

เราปิดกิจกรรม….ด้วยการ…เชิญชวนให้กลับเข้ามาอีก…โดยเริ่มจาก.. ผอ.น้อง…นักการหนิง และสุดท้ายคือนักการอิ่ม….

ต่อจากนั้น….ทีมนักการอิ่ม …ซึ่งได้มีการตั้งวง ชื่อ “วงเล่า” …ก็มีการทำ AAR กันต่อ โดยมีนักการหนิงร่วมแจมด้วย…โดยภาพรวมแล้ว ออกมาค่อนข้างดี…ไม่มีใครรู้ว่า…นักการอิ่มหลุดคิว…และทำกิจกรรมพลาดเยอะ…แม้แต่ทีมงานเอง…อิอิอิ…

ตอนแรก วางธง ไว้ว่า จะเริ่มตั้งวงสนทนาของเทศบาล ในเดือนมกราคม 2552 … คงจะต้องเลื่อนขึ้นมา เดือนธันวาคม 2551 แล้วล่ะ…..

“ใจ” แคบ  “โลก”  แคบ

“ใจ” กว้าง “โลก”  กว้าง

“ใจ” ไร้พรมแดน  “โลก” ไร้พรมแดน…..

น้ำตาที่ โรงเรียนพ่อแม่ นครสวรรค์;วันสุดท้าย..

Filed under: บ่มเพาะความทรงจำ — Iem @ 9:29 (เช้า)
  • วันสุดท้าย (9 พฤศจิกายน 2551)
  • o พ่อแม่ลูก ยังคงแยกห้องกันอยู่….เช้านี้…เรารู้สึกแปลกๆ …และดูเด็ก ๆ ก็เกร็ง ๆ …เพราะมีทีมผู้จัดการอบรม…เข้ามาด้วย…เพราะว่า…จะมีพิธีปิดในช่วงเช้านี้…
  • o กระบวนกรเชื้อเชิญ…ให้เด็ก ๆ…ล้อมวงเข้ามา…แล้วแจกจดหมายรักจากลูกถึงพ่อแม่คืนให้กับเด็ก ๆ
  • o พี่น้อง..นำเด็ก ๆ อยู่กับตัวตน…เดินอย่างไร้ทิศทาง ช้า ๆ ใคร่ครวญ…..แล้วหลับตาลง…เดินอย่างช้า ๆ…รำลึกถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ณ ที่นี่… แล้วให้นั่งลง…ทั้งที่ยังหลับตา…ใคร่ครวญ…แล้วกระบวนกร…ก็ให้เด็ก ๆ นำผ้าปิดตา ที่กระบวนกรแจกให้…ทำการปิดตาตนเอง…เพื่อรอให้พ่อแม่…เข้ามาตามหา…กระบวนกรจัดให้เด็ก ๆ นั่ง…ห่างกัน พอสมควร..แล้วบอกกับเด็ก ๆ ว่าสักครู่ พ่อแม่ของเด็ก ๆ จะถูกปิดตาเข้ามาตามหาเด็ก ๆ มิให้เด็ก ๆ พูด หรือบอก แต่ให้แสดงออกให้พ่อแม่รับรู้ว่า นี่คือตัวตนเอง ด้วยท่าทาง…เสียงแว่วมา…ไม่มีอะไรน่าหวาดกลัว…หายใจเข้าออกลึก ๆ…อ่อนโยนต่อชีวิต…อ่อนโยน…ต่อตัวเรา…อย่าหวาดกลัว…จงกล้าเผชิญ…
  • o สักครู่…กระบวนกรห้องพ่อแม่…ก็นำพาพ่อแม่ ที่ถูกปิดตา..เข้ามาในห้อง…เสียงกระบวนกรบอกว่า ” ให้นึกถึงลูก ๆ ของเรา กำลังหลงทาง และเรากำลังตามหา…และสิ่งที่ทำให้เราตามหากันเจอ…คือความรักที่มีต่อกัน….หากคราวหน้า..หากเราพลัดพรากจากกันอีก…เราจะตามหากันให้เจอ..ด้วยความรัก”….พ่อ..แม่…สัมผัส..ไปตามใบหน้า…ตามตัว…เพื่อหาลูกที่หลงทางไป..กลับคืนมา…เมื่อคิดว่าใช่..ก็กอดกันแน่น….จนพบครบทุกครอบครัว…กระบวนกรจึงบอกให้เปิดผ้าปิดตาออก….และนั่งลง…
  • o หลังจากนั้น…ให้พ่อแม่ และลูก….อ่านจดหมายรัก…ที่ต่างเขียนให้กันและกันฟัง..ให้อ่านด้วยเสียงของตนเอง…ครั้งนี้…เราเห็นน้ำตา…ท่วมห้อง…ไม่รู้ว่าน้ำตาใคร…เป็นน้ำตาใคร..ซึ่งมันรวมไปด้วย..น้ำตากระบวนกร..น้ำตาเรา..น้ำตาของอาจารย์พรทิพย์…พี่น้องชนิดา…ปนเปกันเต็มไปหมด…อ้อมกอดของแต่ละครอบครัว…มันดูแนบแน่น…แต่ไม่เห็นมีใครบอกว่าอึดอัด….เรารู้สึกดีมาก ๆ… จนรู้สึกว่ารำคาญ…เสียงแชะ ๆ และแสงแฟลช จากกล้องถ่ายรูปน้อยลง…
  • o เวลาพอสมควร กระบวนกรให้ยืนขึ้น …และให้ลูกมอบพวงมาลัยดอกมะลิให้กับพ่อแม่…และพ่อแม่ก็มอบให้แก่ลูกเช่นกัน…
  • o หลังจากนั้น …ก็เข้าสู่พิธีปิดการอบรม…ซึ่งผู้จัด…ได้ให้ตัวแทน พ่อแม่…และลูก กล่าวความรู้สึก….เป็นคุณพ่อน้องอ้อ…คุณแม่น้องแทน…น้องกล้วย และน้องบี…ซึ้งจริง ๆ….
  • o สำหรับเทศบาลนครพิษณุโลก…อาจารย์พรทิพย์ เป็นตัวแทนกล่าวความรู้สึก….
  • o พิธีปิด….โดย…นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ และร้องเพลงอำลา…..
  • คุ้มค่า…ที่มา…เสียงใครบางคน…แว่วมา…

13 พฤศจิกายน 2008

น้ำตาร่วง..โรงเรียนพ่อแม่ นครสวรรค์;วันที่สาม..

Filed under: บ่มเพาะความทรงจำ — Iem @ 4:18 (เย็น)
  • วันที่สาม (8 พฤศจิกายน 2551)
  • o วันนี้…เรารู้สึก…ทั้งอยากมาที่นี่…และไม่อยากมาที่นี่…รู้สึกตื้นตัน…เราคงไม่สามารถเป็นกระบวนกร…ของ..โรงเรียนพ่อแม่ได้…
  • o ช่วงที่ 1 ครูสุ เริ่มด้วย Ice breaking… กับเพลง…ไปทะเล….มีพี่อ้อ กับพี่อ๋อ…แสดงท่าทางตัวอย่างให้ดู….
  • § เราอยู่ด้วยกัน…. คน (…..คน)
  • § เราจะไปไหน…. ไปชายทะเล เราร้องเพลงฮาเฮ..ชึ ดึ ดึ๊บ ชึ๊บ ดือ ดื่อ ดึ๊บ…ชึ ดึ ดึ๊บ ชึ๊บ ดือ ดื่อ ดึ๊บ….
  • § เธอมองฉัน ฉันก็มองเธอ…หลั่น ลัน ล้า ลั้น ลา หลั่น ล้า….ฮึ่ยย ๆๆ….หลั่น ลัน ล้า ลั้น ลา หลั่น ล้า..ฮึ่ยย ๆๆ
  • o อืมม…เรารู้สึกว่า…เด็ก ๆ น่ารัก และสดใสมาก….มือทุกมือที่เราสัมผัส…รู้สึกอบอุ่น…มีความหมาย….
  • o พี่สุต่อด้วยการให้เด็ก ๆ…เข้ากลุ่ม..Home base…แล้วทำกิจกรรมต่อ
  • § รอบแรก …เริ่มด้วยการที่ …หากพี่สุ…เรียกชื่อกลุ่มไหน..ให้กลุ่มนั้น..ลุกขึ้นยืน..แล้วช่วยกันตะโกนบอกชื่อกลุ่มตัวเอง…2 ครั้ง
  • § รอบที่สอง…เป็นการแข่งขัน…แบบแพ้คัดออก…ให้เรียกชื่อกลุ่มตัวเองสองครั้ง..ต่อด้วยเรียกชื่อกลุ่มอื่น 1 ครั้ง…กลุ่มที่ถูกเรียกชื่อ…ก็จะทำการเรียกชื่อกลุ่มตัวเองสองครั้ง และเรียกชื่อกลุ่มอื่น 1 ครั้ง …เวียนไปเรื่อย ๆ…กลุ่มไหนช้า…ไม่สามัคคี…เรียกกลุ่มอื่นไปคนละทาง…เสียงเบา…คัดออก…เราอยู่กลุ่ม…อาโนเนะ…โดนคัดออกเป็นกลุ่มแรก…แหะ แหะ…
  • o หลังจากสนุกสนานกับกิจกรรม..เราก็มานั่งล้อมวงกัน..พี่น้องเล่าให้ฟัง…ถึงเรื่อง…ที่ได้ไปอยู่ห้องพ่อแม่ เมื่อวานนี้…ได้รับรู้ถึงความยากลำบาก…ความเจ็บปวด..ความรัก…ความห่วงใย…ความตั้งใจที่จะทำเพื่อลูก…..ของคนที่เป็นพ่อแม่…
  • o พี่น้อง…ให้ทุกคนยืนขึ้น…เดินอย่างไร้ทิศทาง
  • § เดินเร็ว ๆ ไปอย่างไม่มีทิศทาง ไม่สนใจใคร
  • § เดินช้าลง ช้าอย่างที่จะสามารถช้าได้ และคาดไม่ถึงว่าตนเองจะช้าได้ขนาดนี้
  • § หยุดอยู่กับที่…หลับตาลง…นิ่ง…หายใจเข้า…ออก…อย่างรู้สึกตัว….ช้า ๆ….ทบทวนลมหายใจของตัวเอง….ก้าวเดินไป…ทั้ง ๆ ที่ยังหลับตา…ใคร่ครวญ อยู่กับตัวเอง…
  • § หยุดนิ่ง…นั่งลง…ทั้ง ๆ ที่ยังหลับตา…รำลึกเหตุการณ์…ย้อนไปถึงพ่อแม่..กับตนเอง..นึกถึงช่วงเวลา แห่งความสุข …มีถ้อยคำใด …เรื่องราวใด…ที่เราอยากบอกกล่าวกับพ่อแม่มากที่สุด…ไม่ใช่เพื่อร้องขอ…ไม่ใช่เพื่อตำหนิ…แต่ที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อความเป็นพ่อแม่…ในฐานะลูก…ที่โตพอจะเข้าใจโลก….และมันเป็นประโยชน์จริง ๆ…
  • § ลืมตาขึ้น….หามุมสงบ….เขียน “จดหมายรักจากลูก..ถึงพ่อแม่”….”ถ้าพ่อกับแม่ สามารถเป็นผู้รับฟังเราได้ สิ่งที่เราปรารถนาจะให้เกิด และอยากบอกกับพ่อแม่ คืออะไร อาจจะเป็นจดหมายรัก…หรือระบายออกมา..เพื่อให้พ่อแม่รับทราบ”……
  • § เด็ก ๆ เขียนจดหมายเสร็จ…ก็พับครึ่ง…ส่งคืนให้กระบวนกร…เรารู้สึก…อยากอ่าน…แต่…ไม่อ่านก็ดี…เด๋วร้องไห้มากกว่านี้….
  • o พักเบรก
  • o เมื่อกลับเข้าห้อง…พี่สุ…นำพาเด็ก ๆ เข้าสู่สภาวะการอยู่กับตัวตน….ใคร่ครวญชีวิตในแต่ละช่วงวัยที่สดชื่น มีความสุข ที่เจ็บปวด..
  • o แล้วให้เด็ก ๆ จับคู่กัน สลับกันเป็น A และ B โดยวนเวียนไปเรื่อย ๆ
  • § A : พูดว่า…”คุณคือใคร”…
  • § B: ………..(ตอบอะไรก็ได้ ที่อยากตอบ…ที่เป็นตัวตน)
  • § A : พูดว่า…”ได้ยินแล้ว รู้แล้ว คุณคือใคร”…
  • § B: ………..(ตอบอะไรก็ได้ ที่อยากตอบ…ที่เป็นตัวตน….ไม่ซ้ำเดิม)
  • § A : พูดว่า…”ได้ยินแล้ว รู้แล้ว คุณคือใคร”…
  • § B: ………..(ตอบอะไรก็ได้ ที่อยากตอบ…ที่เป็นตัวตน….ไม่ซ้ำเดิม)
  • o หลังจากนั้น…ให้เด็ก ๆ …เข้าพูดคุยกับกระบวนกร…คนไหนก็ได้….โดยให้กระบวนกร เป็น A และเด็ก ๆ เป็น B….
  • o ครั้งนี้…เราได้คุยกับ…บอม…ต๊อป…เฟิร์น…อ้อ และท๊อป…น้ำตาคลอทุกครั้ง…มันเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่คอ…เมื่อได้ฟังเรื่องราวของเด็ก ๆ….
  • o พักรับประทานอาหารกลางวัน

12 พฤศจิกายน 2008

น้ำตาร่วง…โรงเรียนพ่อแม่ นครสวรรค์;วันที่สอง…(1)

Filed under: บ่มเพาะความทรงจำ — Iem @ 2:20 (เย็น)
  • วันที่สอง (7 พฤศจิกายน 2551)
  • o เช้าวันนี้ เด็ก ๆ ทักทายเราด้วยรอยยิ้ม และแบบไทย ๆ คือสวัสดี…อืมม..รู้สึกดีกว่าเมื่อวานนะ
  • o ช่วงที่ 1 พี่สุ เริ่มด้วยการนำเล่นเกม วิวัฒนาการของชีวิตมนุษย์ ซึ่งทุกคนเริ่มจากการเป็นแมงหวี่ เมื่อเป่ายิงฉุบ ชนะ ก็จะกลายเป็นเป็ด แล้วให้ไปหาสายพันธ์เดียวกัน เป่ายิงฉุบ หากเป็ดด้วยกันชนะ ก็จะกลายเป็นลิง และจากลิง เมื่อเป่ายิงฉุบชนะ ก็จะกลายเป็นคน…สำหรับเรา..เป็นแมงหวี่ไม่เลิกเลย…
  • o พี่น้อง มาเล่าต่อในเรื่อง คนเราไม่เหมือนกัน มันมีความแตกต่าง แว่นที่ตา มันเชื่อมโยงกับตัวตนภายใน หากตัวตนภายในแคบ แว่นที่มีก็จะแคบ และเรามักใช้แว่นนี้วัดคนอื่น ซึ่งเมื่อแว่นที่มองเราแคบ มันทำให้เรารู้สึกอึดอัด หากมันกว้างเกินไป บางทีเราอาจจะรู้สึกอ้างว้าง ช่างไม่พอดีเอาเสียเลย ความรู้สึกที่ไม่พอดี เรามักจะหาคนมาเติมเต็ม เมื่ออยู่ในช่วงฮันนีมูน เราจะรู้สึกว่าคนนี้ใช่เลย และทำให้ชีวิตเราสมบูรณ์ แต่เมื่อผ่านพ้นช่วงเวลาของการฮันนีมูน บางทีเราอาจจะรู้สึกได้ว่า มันจืดจาง ส่วนที่เราคิดว่านำมาเติมเต็มกลับ กลายเป็นส่วนเกิน แต่…เราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวตนภายในได้…..เหมือนกับสามเหลี่ยมที่พยายามกลิ้งตัวเอง…ซึ่งตอนแรกอาจจะลำบาก..แต่เมื่อเหลี่ยมค่อยๆ ลบ ไป ก็เริ่มกลิ้งได้อย่างคล่องตัว…สามารถนำพาตนเองไปได้…
  • o พี่น้อง…ต่อด้วย Voice dialogue …ตัวตนภายใน…เปรียบเทียบกับคนเราเกิดมาทุกคนมีไพ่ 52 ใบเท่ากันหมด แต่เพศ การเลี้ยงดู ชีวิตในแต่ละช่วงวัย สังคม ครอบครัว การศึกษา การคบเพื่อน พื้นที่เกิด ประสบการณ์ ความรัก ฯลฯ ทำให้แต่ละคน ค่อย ๆ ทิ้งไพ่หรือตัวตนภายใน ทีละใบ เพื่อปกป้องตนเอง เพื่อให้ดำรงอยู่ได้ …เราทิ้งไพ่ จนเหลือในมือไม่มากนัก…และเริ่มกำจำนวนที่เหลือจนแน่น…เพราะมันทำให้เราเติบโต มีชีวิตรอดมาจนทุกวันนี้ และคิดว่ามันเป็นทั้งหมดของชีวิต…แต่แท้ที่จริงแล้ว…เราเก็บความอยากไว้ตลอด….
  • o เมื่อตัวตนภายเปลี่ยน…จะรู้สึกว่าต้องการจะเก็บไพ่เพิ่ม…ซึ่งไพ่และตัวตนต่าง ๆ ที่เรามี เราไม่ได้ทิ้งมันไป แต่เราแค่วางซ่อนไว้…เราสามารถเก็บมันขึ้นมา…เหมือนกับสามเหลี่ยม ที่พยายามกลิ้งด้วยตัวเอง…พี่น้องบอกกับเด็ก ๆ ว่า…ชีวิตต้องมีการเริ่มต้น….ไม่จำเป็นต้องเก็บมาทีเดียวทั้งหมด…ค่อย ๆ เติมเต็ม เก็บขึ้นมาทีละใบ เหมือนสามเหลี่ยม ที่ค่อย ๆ ลบเหลี่ยมของตนเอง…..หากเราไม่เริ่มต้น…เราก็จะมีไพ่ในมืออย่างจำกัด ในการเลือกเล่น ทำให้รู้สึกตีบตัน…ไปไม่รอด…..”สนใจจะเก็บไพ่ของตนเองไหม”….พี่น้องถาม…ไม่มีใครตอบ..สักครู่มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งตอบมาว่า… “ไม่สนใจ มันกร่อย”….อืมม…เรื่องที่พี่น้องเล่า…เด็กได้ฟังไหมนะ..ถ้าฟัง..แล้วเข้าใจไหมนะ…มันยากที่จะเข้าใจสำหรับเด็กหรือเปล่านะ….
  • o พักเบรก… เราเข้ามาต่อ Voice dialogue … การทิ้งไพ่ เริ่มด้วยการแบ่งกระดาษ เอสี่ เป็น 4 ช่อง คือ 1 2 3 4 ตามลำดับ แต่ให้เริ่มเขียนที่ช่องที่ 2 ก่อนว่า คุณลักษณะของบุคคลใกล้ตัว ที่ทำให้เรารู้สึกจี๊ด โกรธ โมโห… แล้วมาเขียนที่ช่องที่ 3 ด้านดีของเรา ที่ตรงกันข้ามกับช่อง 2 … หลังจากนั้น ก็รวมกลุ่ม Home base กัน… อ่านช่องที่ 2 ให้สมาชิกในกลุ่มฟัง แล้วให้เพื่อน สะท้อนด้านดี ของช่องที่ 2 แล้วเขียนลง ช่องที่ 1 ต่อจากนั้น….ให้อ่านช่องที่ 3 ซึ่งเป็นด้านดีของเราให้เพื่อนฟัง….แล้วให้เพื่อนช่วยกันสะท้อนด้านลบสุด ๆ ของช่องที่ 3 แล้วเขียนลงในช่องที่ 4
  • o พักรับประทานอาหารกลางวัน
บันทึกใหม่กว่า »

Powered by WordPress