ลานซักซ้อมจินตนาการ

เขียนโลกใบใหม่ ด้วยหัวใจ

Start…จัดทำแผนแบบมีส่วนร่วม สำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครพิษณุโลก…พ.ศ. 2553 - 2556

                   อยู่งานแผนงานและวิชาการ  สำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม  เทศบาลนครพิษณุโลก ก็เป็นเรื่องธรรมดา ที่จะต้องรับผิดชอบในการดูแลข้อมูลและประสานแผน…

                   ได้รับโจทย์ว่า….จะต้องจัดทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนาเทศบาล (พ.ศ. 2553 2556)….ในส่วนที่สำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมต้องรับผิดชอบ…เช่น ด้านการสาธารณสุข(การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันและควบคุมโรค ศูนย์สุขภาพชุมชน)  การอนามัยสิ่งแวดล้อม  การสุขาภิบาล  การสัตวแพทย์  การรักษาความสะอาดโดยการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

                   ลองทบทวน การจัดทำแผนของแต่ละส่วนที่ผ่านมา…มักจะเป็นเสมือนหนึ่งมีส่วนร่วม…ครั้งนี้…ต้องพยายามทำให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

                   รอบแรกที่คุยกันเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2551…แต่ละส่วน…ยังคุ้นชิน..กับการนำเอาแผนงาน/โครงการเก่า ๆ มาปัดฝุ่น…เปลี่ยนเพียง พ.ศ กับรายละเอียดนิดหน่อย…และไม่มีการติดตามประเมินผลที่แสดงถึงความคุ้มค่าของการดำเนินการ…เมื่อแจ้งว่า คงต้องมีการเปลี่ยนแปลง…ในการจัดทำแผน…หลายคนแสดงถึงความรู้สึกว่า…มันยุ่งยาก…บางคนถึงขั้นถามว่า…ไม่ทำได้ไหม…จึงมีการนัดหมายคุยกันอีกรอบ…ในวันที่  26  ธันวาคม  2551…

                   ไม่ใช่เรื่องง่าย…กับการที่จะต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง….เป็นความรู้สึกแว่บแรกของนักการอิ่ม…แต่มันต้องเปลี่ยนแปลง…แล้วจะทำอย่างไร…วันที่  26 มีเวลาเพียง 2 ชั่วโมง  ควรจะเริ่มต้นอย่างไร…กระบวนการควรจะเป็นอย่างไร…แล้วควรจะได้อะไร…มากน้อยแค่ไหน… และก็ตัดสินใจไปตายเอาดาบหน้า…โดยใช้เทคนิคการระดมสมอง….ธรรมดา…ธรรมดา

                   เมื่อวันที่  26  ธันวาคม  2551 มาถึง…09.30 น. บุคลากรยังมาน้อยเหลือเกิน….แต่ก็ตัดสินใจเริ่มต้น…โดยการเล่าให้ฟังว่า…มีการกำหนดให้มีการจัดทำแผนแบบมีส่วนร่วม…และเป็นแผนยุทธศาสตร์พัฒนาเทศบาล….โดยให้มีกระบวนการ…ที่ถูกต้อง..ตามหลักวิชาการของการทำแผน…อืมม…

·       ต่อด้วยการโยนโจทย์ไปว่า…หากพูดถึง…คำว่าแผน…การวางแผน…แผนยุทธ์ศาสตร์…เรานึกถึงอะไร….แล้วก็แจก card technique ให้เขียน…..หนึ่งแผ่น ต่อหนึ่งใจความสำคัญ…เขียนตัวโต ๆ แนวขวาง….สั้นกะทัดรัด…ไม่ต้องกังวล…ว่าอะไรผิด…อะไรถูก…

·       หลังจากนั้น นักการอิ่มจึงเปิดข้อความที่ปิดไว้บนบอร์ด…ซึ่งเป็นการสรุปองค์ประกอบหลัก ๆ ของการจัดทำแผน…

1.      เราอยู่ตรงไหน เป็นอย่างไร ณ ปัจจุบันการวิเคราะห์ตนเองรากฐานของการวางแผน

2.      เราจะไปที่ไหน  ทิศทางขององค์กรการกำหนดเป้าหมาย..วิสัยทัศน์…

3.      เราจะทำอย่างไร ให้สู่จุดหมาย….การวางแผน

4.      เราจะปฏิบัติอย่างไรการนำไปปฏิบัติ

5.      เราจะรู้ได้อย่างไรว่าแผนบรรลุเป้าหมาย…การติดตามประเมินผล

6.      อื่น ๆ…คือไม่แน่ใจว่าอยู่ในข้อไหน…

·       แล้วให้ทุกคนนำ card technique ที่แต่ละคนเขียนไว้…มาติดที่บอร์ดตามหัวข้อข้างบน….การระดมสมองเริ่มต้น….ทุกคนต่างอธิบายถึงข้อความที่ตนเองเขียน…และทำไมถึงคิดว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของแต่ละหัวข้อข้างต้น…ออกมาค่อนข้างดีเชียวล่ะ…บรรยากาศอบอุ่น..ยิ้มแย้ม..กระเซ้าเย้าแหย่….

·       สำหรับวันนี้ …นักการอิ่ม…ขอให้มีการระดมสมองต่อเฉพาะส่วนของข้อ 1 โดยให้โจทย์ทีละข้อ

·       โจทย์แรกของข้อ  1 … ข้อมูลอะไรที่จำเป็นสำหรับการวางแผน….โดยตีวงแคบ ๆ…และขอให้กลับไประดมสมองต่อในแต่ละส่วน…โดยลักษณะของข้อมูลน่าจะมีประโยชน์ต่อการวางแผนของแต่ละส่วน…เป็นเชิงเปรียบเทียบและให้สามารถวิเคราะห์แนวโน้มได้….และส่งกลับงานแผนงานและวิชาการ ก่อนวันที่  10 มกราคม 2552

·       โจทย์ที่สองของข้อ 1…..ปัญหาและอุปสรรค ในการปฏิบัติงาน ในการวางแผน….กลุ่ม…ไม่กล้าที่จะเขียนปัญหาและอุปสรรคมากนัก…บอกว่าไม่มีปัญหาและอุปสรรค…เพราะผู้บริหาร(ไม่แน่ใจว่าจอมป่วนหรือเปล่า..อิ..อิ..)…สั่งว่า..ห้ามบอกว่างานมีปัญหาและอุปสรรค…ผลของการระดมสมอง…จึงมีผู้ที่ฝ่าฝืนผู้บริหารเขียนออกมาไม่กี่ข้อ…(แต่ขณะที่ระดมสมอง…มีการวิเคราะห์ card technique แต่ละแผ่นพูดถึงแต่ปัญหา/อุปสรรค ซะส่วนใหญ่..อิ..อิ..)…นักการอิ่มเลยต้องบอกว่า..ไม่เป็นไรนะ…การเปิดเผยครั้งนี้…จะมีการกลั่นกรองก่อน..ไม่ให้ผู้บริหารรับทราบหรอก..หากไม่ได้รับอนุญาต…เราจะจัดพิมพ์สรุปผลการระดมสมองวันนี้…ส่งกลับไปให้แต่ละส่วนงานทบทวนอีกครั้ง….ก่อนที่จะดำเนินการขั้นต่อไป…ท่าทีของทุกคนจึงผ่อนคลายขึ้น…

·       โจทย์ที่สามของข้อที่ 1 ….ในการวางแผน…นอกจากข้อมูลพื้นฐาน สถิติต่างๆ ปัญหาและอุปสรรค นโยบาย  แล้ว…ส่วนหนึ่งคือปัญหาและความต้องการของประชาชน…ซึ่งเราคงมาคิดแทนไม่ได้…(ไม่ใช่แฟน ทำแทนไม่ได้ หรือบางทีเป็นแฟน ก็ยังทำแทนไม่ได้…สำนวนคุ้น ๆ ไหม..อิ..อิ..)….คงต้องลงพื้นที่ไปทำงานร่วมกับประชาชน….

·       คำถามที่ตามมาคือ  แล้วงานที่เราปฏิบัติอยู่ทุกวันนี้  เรารู้ไหมว่า เราทำอะไรกันบ้าง มีหน้าที่อะไร ต้องรับผิดชอบอะไร…ให้ทุกคนเขียนลง card technique อีกครั้ง และให้มาติดตามหัวข้อที่คิดว่า…งานที่ตนเองรับผิดชอบนั้น…มีใครมีบทบาทบ้าง…

§       ทำเองได้…ต้องทำด้วยตนเอง….หมายถึงในส่วนของตนเอง..ไม่ใช่เฉพาะตนเอง

§       ต้องให้คนอื่นช่วย….คือช่วยกันทำงาน…ทำงานร่วมกับต่างส่วน…ต่างกอง…กับชุมชน..กับสถานประกอบการ หรืออื่น ๆ

§       ต้องให้คนอื่นทำ…เช่นให้ชุมชนทำ ตัวเอง ส่วนของตัวเอง มีหน้าที่สนับสนุน

·       แล้วตามด้วยการคุยกันถึง card technique….แต่ละใบ…

·       โจทย์สุดท้ายคือ…ใคร ; หน่วยงาน/คน/กลุ่มภายนอกเทศบาลนครพิษณุโลก  ที่เราต้องทำงานร่วมด้วย…….โจทย์สุดท้ายเนี่ย..เพื่อที่จะรู้ว่า…เราควรทำแผนร่วมกับกลุ่มเป้าหมายใดบ้าง …อีกคำคือ รู้ว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คือใคร… เพื่อที่จะได้เกิดการระดมสมอง…ในการทำแผนแบบมีส่วนร่วมให้ครอบคลุมกับทุกกลุ่มเป้าหมาย…

จบท้ายด้วยการ…..ทางทีมงานแผนงานและวิชาการ…จะไปสรุปผล…

การระดมสมองครั้งนี้…แล้วส่งไปให้แต่ละส่วนพิจารณา เพื่อเติมเต็ม และตรวจความถูกต้อง…ก่อนจะเข้าสู่ขึ้นตอนต่อไป….2 ชั่วโมง…คงได้แค่เนี๊ยะอ่ะ…

3 Comments
taintedsong.com taintedsong.com taintedsong.com

ส่งท้าย…สุนทรียสนทนา (Dialogue) ; ศาสตร์และศิลป์แห่งการหันหน้าเข้าหากัน…สำหรับชุมชน…ครั้งที่ 1

วันพุธที่   24  ธันวาคม  2551

วันนี้สัมผัสถึงความปลื้มปิติ…ภายในใจ…รู้สึกว่ามีสายน้ำบริสุทธิ์ที่เข้ามาหล่อเลี้ยงร่างกาย…และจิตใจ….หลังจากที่ทำ AAR กิจกรรม สุนทรียสนทนา(Dialogue); ศาสตร์และศิลป์แห่งการหันหน้าเข้าหากัน…

                   เมื่อกิจกรรม World Café ในหัวข้อเรื่อง อะไรทำให้เราสามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข…จบลง….นักการอิ่มจึงขอให้ทั้ง 23 ชีวิต…ที่อยู่ร่วมกันในห้องแห่งนี้…ลุกขึ้นยืน…และอยู่กับตัวเอง…ใคร่ครวญถึงความรู้สึก…เหตุการณ์…ในสองวันที่พวกเราใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน….

                   หลังจากนั้น…ก็นำเข้าสู่วงสนทนา…โดยการเชิญชวนให้สมาชิก…ถ่ายทอดความรู้สึก…ที่เกิดขึ้นจากการอยู่ร่วมกันในสองวัน….มีสามคนยกมือจะพูดพร้อมกัน….แต่ก็มีการให้เกียรติกัน…ไม่มีการแย่งการพูด…เหมือนเมื่อวาน…เมื่อคนหนึ่งพูดจบ…ก็มีเสียงอื่น ๆ ตามมา…ขณะที่แววตาของผู้ฟังดูอ่อนโยน…มีท่าทีที่เห็นคล้อยตาม…..พยักหน้าบ้าง…ส่งเสียงสนับสนุนบ้าง….

                   เสียงที่นักการอิ่มได้ยิน….มันช่างบางเบา…แต่แจ่มชัด…ในหัวใจ

·       รู้สึกมีความสุข….เป็นการอบรมที่มีความสุขที่สุด

·       เหมือนครอบครัวเดียวกัน

·       อายุจนจะ 70 ปีแล้ว เพิ่งรู้จักว่า…การพูดคุยกัน…มันทำให้มีความสุขได้

·       รู้สึกดีที่มีคนฟังเรา….

·       รู้สึกดีที่ได้ฟังคนอื่น…

·       ทำไมทุกคนจึงมีแต่รอยยิ้มนะ

·       ได้ขัดเกลาจิตใจตน…ให้อ่อนโยนขึ้น…รับฟังคนอื่นมากขึ้น

·       อยากเผื่อแผ่ความสุขนี้ให้กับคนอื่น ๆ

·       รู้สึกเบาทั้งตัว  ทั้งใจ…

·       เหมือนความรักอบอวลอยู่ทั่วห้อง

·       อยากให้คนอื่นเข้ามาสัมผัส

·       มีกำลังใจที่จะเหนี่ยวนำคนอื่นเข้ามาพูดคุย

·       ขอบคุณ และขอบคุณ…ที่ทำให้เกิดความรู้สึกสุขอย่างบอกไม่ถูก

·       ป้าจินตนา  จากชุมชนสระสองห้องบอกว่า…ที่ชุมชนสระสองห้อง…มีคนเอาขยะมาทิ้งไม่เรียบร้อย…ต่อไปป้าจะไม่ต่อว่าเค้าแล้ว…แต่จะไปสร้างซุ้ม…เพื่อตั้งวงน้ำชา…แล้วจะเชิญชวนให้เค้ามานั่งจิบชาด้วยกัน….

ปิดท้ายคำมั่นสัญญา…ว่าเราจะกลับมาพบกันอีก…และจะเหนี่ยวนำคน

อื่นมาด้วย…เพราะเราคือ…ครอบครัวเดียวกัน…จะให้กำลังใจซึ่งกันและกัน…เพื่อทำงานร่วมกัน…ในการพัฒนาเมืองพิษณุโลกของเรา…ช้า ๆ…แต่มั่นคงในจิตใจ…

                   ข้าวเหนียวมื้อนี้…อร่อยอีกแล้วสิ….

                   งานหน้า….ทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนาเทศบาลแบบมีส่วนร่วม…สู้ ๆ ๆ

5 Comments
taintedsong.com taintedsong.com taintedsong.com

KM เทศบาลนครพิษณุโลก ; ผู้นำสี่ทิศ….ผิดคิว…

  • วันอังคารที่ 9 ธันวาคม 2551 …วันนี้ มาทำงานเช้ากว่าทุกวัน …เพราะมีสุนทรียสนทนา ในหัวข้อเรื่อง “ผู้นำสี่ทิศ” ….. ได้รับแจ้ง…ว่า จะมีผู้มาเข้าร่วมประมาณ 15 คน รวมทีมเราด้วย ก็น่าจะอยู่ประมาณ 22 คน ซึ่งนับว่ามีขนาดกลุ่มที่พอเหมาะ….
  • แต่ก็มีอุปสรรคเล็กน้อย…เกี่ยวกับห้อง…เพราะตอนแรก จองห้องประชุมจุฬามณี 1 ไว้…แต่มีคณะศึกษาดูงานมาแทรกคิว…เลยต้องเปลี่ยนมาใช้ ห้องจุฬามณี 3….แต่ก็มีอุปสรรคอีก…เพราะมีคณะศึกษาดูงานมาแทรกคิวอีกหนึ่งคณะ…จึงต้องย้ายอีก…มาใช้ห้องศูนย์ข้อมูลข่าวสารยาเสพติด…เนื่องจากไม่มีเวลาเพียงพอ และวันนี้ ทีมงานก็ต้องแบ่งส่วนหนึ่ง สำหรับต้อนรับคณะศึกษาดูงาน ทำให้วุ่นวายพอสมควร….แต่เรื่องวุ่นวายไม่ได้จบลงเพียงแค่นี้…เพราะเกิดการเข้าใจผิด…ทางศูนย์สุขภาพชุมชน…ได้มีการส่ง อสม. เข้าร่วมอบรม อีก 10 คน…ทำให้ต้องเปิดห้องอีกห้อง คือห้องเก่าของ GTZ เพราะว่า ห้องศูนย์ข้อมูลข่าวสารมีขนาดเล็ก สามารถจุคนได้เพียง 15 คน ขณะที่ผู้ที่แจ้งชื่อว่าจะเข้ามาร่วมกิจกรรม…หาห้องไม่เจอบ้าง เห็นมีบุคคลภายนอกเข้ามาด้วย เลยมีอาการลังเลที่จะเข้าร่วม….ก็เลยมีการกลับไป…ครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม จึงเหลือเพียง 11 คน…
  • งานนี้…นักการอิ่ม…ต้องวิ่งรอก 2 ห้อง…คือ “ห้องชุมชน” และ “ห้องเทศบาล”….เราเริ่มต้นในห้องชุมชนก่อน เพราะ อสม….มารอตั้งแต่ 08.30 น. …สมาชิกในห้องชุมชนมี 14 คน…มาจากชุมชน 10 คน…จากเทศบาลฯ 4 คน…คือ พี่หนิง…นักการมุ่ย…นักการไก่ และนักการอิ่ม….กิจกรรมเริ่มด้วยการผ่อนพักตระหนักรู้…โดยมี…พี่หนิง…ทำหน้าที่เป็นกระบวนกร…ระหว่างนั้น…นักการอิ่ม..ก็รีบวิ่งไปอีกห้อง…”ห้องเทศบาล”…ช่างโชคดีเหลือเกินที่สมาชิกห้องเทศบาลฯ ยังไม่มามากนัก…เลยมอบหมายให้นักการหญิง…ทำหน้าที่ในการดูแล…สมาชิกห้องเทศบาล….และนักการอิ่มก็โยนตัวกวนไปในวงว่า…เราจะมาพบกันบ่อย ๆ ได้ไหม…พอมีเสียงตอบว่า “ได้” มันทำให้รู้สึกดี มาก ๆ …เลยได้ใจ….ฝากคำถามทิ้งไว้ว่า “เราจะตั้งชื่อห้องของพวกเราว่าอะไรกันดี เพื่อสื่อสารถึงกัน” …ก่อนที่นักการอิ่มจะวิ่งกลับไปห้องชุมชนต่อ…
  • ในห้องชุมชน…พี่หนิง..ดำเนินกิจกรรมผ่อนพักตระหนักรู้เสร็จสิ้นพอดี…นักการอิ่มเลยเริ่มกิจกรรม….ผู้นำสี่ทิศ….เริ่มจากพี่ไก่…เล่าความเป็นกระทิงของตนเอง…ต่อด้วย…พี่หนิง…ถ่ายทอดความเป็นหมี…หันรีหันขวางไม่มีใคร…เพราะคนที่ซักซ้อมไว้ติดรับคณะดูงาน…เลยให้นักการมุ่ย…เป็นหนู…และนักการอิ่ม…เป็นอินทรี….หลังจากนั้น…ก็ให้สมาชิก ลองดูว่าในชีวิตของตนเอง…มีความเป็นสัตว์ทั้งสี่ทิศมากน้อยแค่ไหน…ให้ถ่ายทอดโดยการเขียนภาพ….แอบกระซิบบอกพี่หนิงว่า…หากวาดภาพกันเสร็จแล้ว…ให้ทำการแบ่งกลุ่ม 3 กลุ่ม พูดคุยกันนะ…แล้ว…นักการอิ่ม…ก็วิ่งจู๊ดดดด….ไปห้องเทศบาลต่อ….ในห้องเทศบาล…ได้ชื่อห้องของพวกเราแล้ว…ใช้ชื่อว่า “ห้องรวมมิตร”….ต่อจากนั้น…นักการอิ่ม…ก็เริ่มกิจกรรม… “ผู้นำสี่ทิศ”…..โดยการเล่าเรื่องราวของแต่ละทิศ…..หลังจากนั้น ก็ฝากโจทย์ให้แต่ละคนอยู่กับตนเอง…วาดภาพลงไปว่า…ในชีวิตของตน…มีความเป็นทิศแต่ละทิศมากน้อยแค่ไหน…แล้วคนใกล้ชิด..ในที่ทำงาน…เราคิดว่าเค้ามีความเป็นทิศแต่ละทิศมากน้อยแค่ไหน….
  • วิ่งกลับไปที่ห้องชุมชน…พี่หนิงทำหน้าที่กระบวนกรได้ดีเชียวล่ะ…บรรยากาศการพูดคุยออกมาค่อนข้างดี…..นักการอิ่มเลยวิ่งไปห้องเทศบาลต่อ…ห้องเทศบาล..แต่ละคน กำลังอยู่กับตัวเอง…บรรจงวาดภาพอย่างตั้งใจ……..มีเสียงหยอกล้อกัน…เป็นระยะ ๆ….นั่งดูอยู่สักพัก…ก็กลับไปห้องชุมชนอีก…พี่หนิง…นำสู่กลุ่มใหญ่พอดี….เราเลยเข้าไปช่วยสรุปกิจกรรม…และเชิญชวน…เพื่อมาพบกันอีก….ในวันที่ 23 - 24 ธันวาคม 2551….เสร็จสิ้นกิจกรรมห้องชุมชน… คำพูดก่อนจาก “ขอบคุณที่มอบสิ่งดี ๆ ให้”….
  • กลับมาที่ห้องเทศบาล…พี่หนิง กับพี่ไก่…ตามมาสมทบด้วย….ภาพวาด…ยังไม่เสร็จ…พี่ไก่ กับพี่หนิง…เลยได้เข้าร่วม…วาดภาพด้วย….หลังจากนั้น…นักการอิ่ม…ก็ให้จับคู่คุยกันเพื่อถ่ายทอดความหมาย….
  • เมื่อกลับเข้าสู่วงใหญ่…..บางคนคิดว่าตัวเองเป็นกระทิง…เพื่อน ๆ สมาชิกกลับบอกว่า…หมีชัด ๆ…บางคนบอกว่า…รู้สึกดีนะ…ที่ได้วิเคราะห์ตัวเองบ้าง…และสะท้อนอีกหลาย ๆ อย่างร่วมกัน…เรารู้สึกถึงบรรยากาศที่อบอุ่น…มิตรภาพ…
  • เสียงใครคนหนึ่งดังมาว่า “มีความสุขจัง”…สีหน้าและแววตา…ของคนอื่นๆ เหมือนจะเห็นด้วย…แต่บางคนทนไม่ได้ ถึงขนาดออกเสียงสนับสนุนว่า “ใช่” …ขณะที่บางคน…ทำเพียงพยักหน้า….พวกเราอยู่ด้วยกันจนเที่ยงกว่า ๆ…และทานข้าวด้วยกัน…ถึงจะเป็นเพียงข้าวเหนียว หมูทอด หมูฝอย…แต่เรากลับรู้สึกว่า มันอร่อยกว่าทุกครั้ง….ขอบคุณ…สำหรับมิตรภาพ….และขอบคุณตัวเอง…ที่ตัดสินใจ…ทำกิจกรรม….
  • ครั้งหน้า…เจอกันที่ “ห้องรวมมิตร”….
3 Comments
taintedsong.com taintedsong.com taintedsong.com

ถอดบทเรียน KM วิถีสู่องค์กรที่มีชีวิต

          ตัดสินใจที่จะเปิดตัว  “การจัดการความรู้”  ของเทศบาลนครพิษณุโลก หลังจากที่แอบ ๆ ทำกับกลุ่มของตัวเอง  โดยใช้วันที่  25  พฤศจิกายน 2551 เป็นวันดำเนินการ ….คิดหนักเหมือนกันว่า….จะใช้หัวข้ออะไร…เพื่อจะดึงคนเข้ามา…แล้วจะใช้กิจกรรมอะไร เพราะเรามีเวลา ในการทำกิจกรรม เพียง 2 ชั่วโมง คือ ตั้งแต่เวลา 13.30 - 15.30 น. และมีเวลาเตรียมตัว   1 สัปดาห์…และแล้ว 1  สัปดาห์ ที่คิดว่าจะใช้ในการเตรียมตัว ก็มีอะไรเข้ามาให้ทำมากมาย … จนเวลาเตรียมตัวไม่เหลือ …ต้องตัดสินใจกำหนดหัวข้อ…สำหรับ…รายละเอียดเนื้อหาและกิจกรรม ก็ต้องไปตายเอาดาบหน้า

ในครั้งนี้  ใช้หัวข้อ “ถอดบทเรียน KM วิถีสู่องค์กรที่มีชีวิต”…..แล้วก็วิ่งไปขอให้พี่หนิง (สุภาวดี) และ ผอ.น้อง (สุกัญญา)  ช่วยเตรียมตัว ในการร่วมถอดบทเรียนในครั้งนี้ เพราะเราจะเริ่ม โดยการ ให้ Story telling… ซึ่งเป็นบทเรียน ที่เราได้เข้าร่วมเรียนรู้กับวงน้ำชา เมื่อวันที่ 15 - 18 ตุลาคม 2551

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2551 มีความจำเป็นต้องเดินทางกลับไปบ้านที่เพชรบูรณ์ กลับมาพิษณุโลก ก็วันที่  24 พฤศจิกายน  2551 เวลา  22.00 น. เหนื่อยมาก เลยต้องพักผ่อนเอาแรงก่อน วันที่ 25 พฤศจิกายน 2551 เวลา 09.00 - 10.00 น. ก็ติดประชุม มีเวลาเริ่มในการเตรียมงานครั้งนี้ จริง ๆ ก็แค่  1.30 ชั่วโมง ก่อนที่จะเริ่มกิจกรรม….

รู้สึกตื่นเต้น เพราะตอนแรก คิดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ไม่เกิน 15 คน…ปรากฏว่า..มีการแจ้งเข้าร่วม ถึง 35 คน….แถมจอมป่วน ก็มาทิ้งกันอีก…สมาชิกที่แจ้งชื่อมาเข้าร่วมกิจกรรมครบทั้ง 35 คน… มีคนที่ติดภารกิจ ต้องออกก่อน 4 คน…เดินเข้าเดินออกอีก ประมาณ 6 คน… ดูจริงจังกับกิจกรรม..ประมาณ 25 คน….คิดว่าน่าจะมี Cops เกิดขึ้นอีกอย่างน้อย 2 Cops….นับว่าเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมาย…

ในครั้งนี้…นักการอิ่ม…กับนักการหนิง…ทำหน้าที่เล่าเรื่องแบบย่อ ๆ…..แต่เล่าไม่จบ….เพราะดูท่าทีแล้ว…ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ส่วนใหญ่…ให้ความสนใจมาก…ก็เลย…เก็บ ๆ ไว้…ให้เข้ามาติดตามในครั้งหน้า…ส่วน ผอ.น้องติดภารกิจ ไม่สามารถเข้ามาเล่าเรื่องราวได้ แต่ก็มาเข้าร่วมกิจกรรมในช่วงท้าย ๆ ….เราต่อด้วยการให้สมาชิก…เข้าสู่ Dialogue สองรอบ…รอบแรก…นักการอิ่ม…ให้วาดภาพ….ภาวะที่สามารถเรียนรู้ได้ดี และภาวะที่ไม่สามารถเรียนรู้ได้…แล้วให้จับคู่ Dialogue…สภาพห้อง..ไม่เอื้ออำนวยนัก…การพูดคุยของแต่ละคู่…ดังอื้ออึง…จนบางคู่ ไม่มีสมาธิจะคุยกัน…แล้วก็เริ่มมีการหัน..ไปแหย่ คู่อื่น ๆ… นักการอิ่มเลยต้องเบรคเกม….ดึงสมาชิกเข้าสู่การอยู่กับตนเอง…หลับตา…อยู่กับตนเอง…นึกถึงชีวิต…ในแต่ละช่วงวัย…หลังจากนั้น ให้ฉีกกระดาษ…สื่อความหมายชีวิตในแต่ละช่วงวัย…แล้วจับคู่ Dialogue อีกครั้ง…โดยขอให้เปลี่ยนคู่ด้วย และเป็นคู่ที่มาจากคนละหน่วยงาน….ครั้งนี้…วง Dialogue เป็นไปด้วยดี กว่าที่คิด…หลายคู่ที่บอกให้หยุด..ยังไม่ค่อยอยากจะหยุดสนทนากันเลย….บางคู่…ยังหันมาต่อว่ากระบวนกร…ว่าทำไมให้หยุดเร็วจัง…

เราปิดกิจกรรม….ด้วยการ…เชิญชวนให้กลับเข้ามาอีก…โดยเริ่มจาก.. ผอ.น้อง…นักการหนิง และสุดท้ายคือนักการอิ่ม….

ต่อจากนั้น….ทีมนักการอิ่ม …ซึ่งได้มีการตั้งวง ชื่อ “วงเล่า” …ก็มีการทำ AAR กันต่อ โดยมีนักการหนิงร่วมแจมด้วย…โดยภาพรวมแล้ว ออกมาค่อนข้างดี…ไม่มีใครรู้ว่า…นักการอิ่มหลุดคิว…และทำกิจกรรมพลาดเยอะ…แม้แต่ทีมงานเอง…อิอิอิ…

ตอนแรก วางธง ไว้ว่า จะเริ่มตั้งวงสนทนาของเทศบาล ในเดือนมกราคม 2552 … คงจะต้องเลื่อนขึ้นมา เดือนธันวาคม 2551 แล้วล่ะ…..

“ใจ” แคบ  “โลก”  แคบ

“ใจ” กว้าง “โลก”  กว้าง

“ใจ” ไร้พรมแดน  “โลก” ไร้พรมแดน…..

5 Comments
taintedsong.com taintedsong.com taintedsong.com

น้ำตาที่ โรงเรียนพ่อแม่ นครสวรรค์;วันสุดท้าย..

  • วันสุดท้าย (9 พฤศจิกายน 2551)
  • o พ่อแม่ลูก ยังคงแยกห้องกันอยู่….เช้านี้…เรารู้สึกแปลกๆ …และดูเด็ก ๆ ก็เกร็ง ๆ …เพราะมีทีมผู้จัดการอบรม…เข้ามาด้วย…เพราะว่า…จะมีพิธีปิดในช่วงเช้านี้…
  • o กระบวนกรเชื้อเชิญ…ให้เด็ก ๆ…ล้อมวงเข้ามา…แล้วแจกจดหมายรักจากลูกถึงพ่อแม่คืนให้กับเด็ก ๆ
  • o พี่น้อง..นำเด็ก ๆ อยู่กับตัวตน…เดินอย่างไร้ทิศทาง ช้า ๆ ใคร่ครวญ…..แล้วหลับตาลง…เดินอย่างช้า ๆ…รำลึกถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ณ ที่นี่… แล้วให้นั่งลง…ทั้งที่ยังหลับตา…ใคร่ครวญ…แล้วกระบวนกร…ก็ให้เด็ก ๆ นำผ้าปิดตา ที่กระบวนกรแจกให้…ทำการปิดตาตนเอง…เพื่อรอให้พ่อแม่…เข้ามาตามหา…กระบวนกรจัดให้เด็ก ๆ นั่ง…ห่างกัน พอสมควร..แล้วบอกกับเด็ก ๆ ว่าสักครู่ พ่อแม่ของเด็ก ๆ จะถูกปิดตาเข้ามาตามหาเด็ก ๆ มิให้เด็ก ๆ พูด หรือบอก แต่ให้แสดงออกให้พ่อแม่รับรู้ว่า นี่คือตัวตนเอง ด้วยท่าทาง…เสียงแว่วมา…ไม่มีอะไรน่าหวาดกลัว…หายใจเข้าออกลึก ๆ…อ่อนโยนต่อชีวิต…อ่อนโยน…ต่อตัวเรา…อย่าหวาดกลัว…จงกล้าเผชิญ…
  • o สักครู่…กระบวนกรห้องพ่อแม่…ก็นำพาพ่อแม่ ที่ถูกปิดตา..เข้ามาในห้อง…เสียงกระบวนกรบอกว่า ” ให้นึกถึงลูก ๆ ของเรา กำลังหลงทาง และเรากำลังตามหา…และสิ่งที่ทำให้เราตามหากันเจอ…คือความรักที่มีต่อกัน….หากคราวหน้า..หากเราพลัดพรากจากกันอีก…เราจะตามหากันให้เจอ..ด้วยความรัก”….พ่อ..แม่…สัมผัส..ไปตามใบหน้า…ตามตัว…เพื่อหาลูกที่หลงทางไป..กลับคืนมา…เมื่อคิดว่าใช่..ก็กอดกันแน่น….จนพบครบทุกครอบครัว…กระบวนกรจึงบอกให้เปิดผ้าปิดตาออก….และนั่งลง…
  • o หลังจากนั้น…ให้พ่อแม่ และลูก….อ่านจดหมายรัก…ที่ต่างเขียนให้กันและกันฟัง..ให้อ่านด้วยเสียงของตนเอง…ครั้งนี้…เราเห็นน้ำตา…ท่วมห้อง…ไม่รู้ว่าน้ำตาใคร…เป็นน้ำตาใคร..ซึ่งมันรวมไปด้วย..น้ำตากระบวนกร..น้ำตาเรา..น้ำตาของอาจารย์พรทิพย์…พี่น้องชนิดา…ปนเปกันเต็มไปหมด…อ้อมกอดของแต่ละครอบครัว…มันดูแนบแน่น…แต่ไม่เห็นมีใครบอกว่าอึดอัด….เรารู้สึกดีมาก ๆ… จนรู้สึกว่ารำคาญ…เสียงแชะ ๆ และแสงแฟลช จากกล้องถ่ายรูปน้อยลง…
  • o เวลาพอสมควร กระบวนกรให้ยืนขึ้น …และให้ลูกมอบพวงมาลัยดอกมะลิให้กับพ่อแม่…และพ่อแม่ก็มอบให้แก่ลูกเช่นกัน…
  • o หลังจากนั้น …ก็เข้าสู่พิธีปิดการอบรม…ซึ่งผู้จัด…ได้ให้ตัวแทน พ่อแม่…และลูก กล่าวความรู้สึก….เป็นคุณพ่อน้องอ้อ…คุณแม่น้องแทน…น้องกล้วย และน้องบี…ซึ้งจริง ๆ….
  • o สำหรับเทศบาลนครพิษณุโลก…อาจารย์พรทิพย์ เป็นตัวแทนกล่าวความรู้สึก….
  • o พิธีปิด….โดย…นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ และร้องเพลงอำลา…..
  • คุ้มค่า…ที่มา…เสียงใครบางคน…แว่วมา…
No comment
taintedsong.com taintedsong.com taintedsong.com

น้ำตาร่วง..โรงเรียนพ่อแม่ นครสวรรค์;วันที่สาม..

  • วันที่สาม (8 พฤศจิกายน 2551)
  • o วันนี้…เรารู้สึก…ทั้งอยากมาที่นี่…และไม่อยากมาที่นี่…รู้สึกตื้นตัน…เราคงไม่สามารถเป็นกระบวนกร…ของ..โรงเรียนพ่อแม่ได้…
  • o ช่วงที่ 1 ครูสุ เริ่มด้วย Ice breaking… กับเพลง…ไปทะเล….มีพี่อ้อ กับพี่อ๋อ…แสดงท่าทางตัวอย่างให้ดู….
  • § เราอยู่ด้วยกัน…. คน (…..คน)
  • § เราจะไปไหน…. ไปชายทะเล เราร้องเพลงฮาเฮ..ชึ ดึ ดึ๊บ ชึ๊บ ดือ ดื่อ ดึ๊บ…ชึ ดึ ดึ๊บ ชึ๊บ ดือ ดื่อ ดึ๊บ….
  • § เธอมองฉัน ฉันก็มองเธอ…หลั่น ลัน ล้า ลั้น ลา หลั่น ล้า….ฮึ่ยย ๆๆ….หลั่น ลัน ล้า ลั้น ลา หลั่น ล้า..ฮึ่ยย ๆๆ
  • o อืมม…เรารู้สึกว่า…เด็ก ๆ น่ารัก และสดใสมาก….มือทุกมือที่เราสัมผัส…รู้สึกอบอุ่น…มีความหมาย….
  • o พี่สุต่อด้วยการให้เด็ก ๆ…เข้ากลุ่ม..Home base…แล้วทำกิจกรรมต่อ
  • § รอบแรก …เริ่มด้วยการที่ …หากพี่สุ…เรียกชื่อกลุ่มไหน..ให้กลุ่มนั้น..ลุกขึ้นยืน..แล้วช่วยกันตะโกนบอกชื่อกลุ่มตัวเอง…2 ครั้ง
  • § รอบที่สอง…เป็นการแข่งขัน…แบบแพ้คัดออก…ให้เรียกชื่อกลุ่มตัวเองสองครั้ง..ต่อด้วยเรียกชื่อกลุ่มอื่น 1 ครั้ง…กลุ่มที่ถูกเรียกชื่อ…ก็จะทำการเรียกชื่อกลุ่มตัวเองสองครั้ง และเรียกชื่อกลุ่มอื่น 1 ครั้ง …เวียนไปเรื่อย ๆ…กลุ่มไหนช้า…ไม่สามัคคี…เรียกกลุ่มอื่นไปคนละทาง…เสียงเบา…คัดออก…เราอยู่กลุ่ม…อาโนเนะ…โดนคัดออกเป็นกลุ่มแรก…แหะ แหะ…
  • o หลังจากสนุกสนานกับกิจกรรม..เราก็มานั่งล้อมวงกัน..พี่น้องเล่าให้ฟัง…ถึงเรื่อง…ที่ได้ไปอยู่ห้องพ่อแม่ เมื่อวานนี้…ได้รับรู้ถึงความยากลำบาก…ความเจ็บปวด..ความรัก…ความห่วงใย…ความตั้งใจที่จะทำเพื่อลูก…..ของคนที่เป็นพ่อแม่…
  • o พี่น้อง…ให้ทุกคนยืนขึ้น…เดินอย่างไร้ทิศทาง
  • § เดินเร็ว ๆ ไปอย่างไม่มีทิศทาง ไม่สนใจใคร
  • § เดินช้าลง ช้าอย่างที่จะสามารถช้าได้ และคาดไม่ถึงว่าตนเองจะช้าได้ขนาดนี้
  • § หยุดอยู่กับที่…หลับตาลง…นิ่ง…หายใจเข้า…ออก…อย่างรู้สึกตัว….ช้า ๆ….ทบทวนลมหายใจของตัวเอง….ก้าวเดินไป…ทั้ง ๆ ที่ยังหลับตา…ใคร่ครวญ อยู่กับตัวเอง…
  • § หยุดนิ่ง…นั่งลง…ทั้ง ๆ ที่ยังหลับตา…รำลึกเหตุการณ์…ย้อนไปถึงพ่อแม่..กับตนเอง..นึกถึงช่วงเวลา แห่งความสุข …มีถ้อยคำใด …เรื่องราวใด…ที่เราอยากบอกกล่าวกับพ่อแม่มากที่สุด…ไม่ใช่เพื่อร้องขอ…ไม่ใช่เพื่อตำหนิ…แต่ที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อความเป็นพ่อแม่…ในฐานะลูก…ที่โตพอจะเข้าใจโลก….และมันเป็นประโยชน์จริง ๆ…
  • § ลืมตาขึ้น….หามุมสงบ….เขียน “จดหมายรักจากลูก..ถึงพ่อแม่”….”ถ้าพ่อกับแม่ สามารถเป็นผู้รับฟังเราได้ สิ่งที่เราปรารถนาจะให้เกิด และอยากบอกกับพ่อแม่ คืออะไร อาจจะเป็นจดหมายรัก…หรือระบายออกมา..เพื่อให้พ่อแม่รับทราบ”……
  • § เด็ก ๆ เขียนจดหมายเสร็จ…ก็พับครึ่ง…ส่งคืนให้กระบวนกร…เรารู้สึก…อยากอ่าน…แต่…ไม่อ่านก็ดี…เด๋วร้องไห้มากกว่านี้….
  • o พักเบรก
  • o เมื่อกลับเข้าห้อง…พี่สุ…นำพาเด็ก ๆ เข้าสู่สภาวะการอยู่กับตัวตน….ใคร่ครวญชีวิตในแต่ละช่วงวัยที่สดชื่น มีความสุข ที่เจ็บปวด..
  • o แล้วให้เด็ก ๆ จับคู่กัน สลับกันเป็น A และ B โดยวนเวียนไปเรื่อย ๆ
  • § A : พูดว่า…”คุณคือใคร”…
  • § B: ………..(ตอบอะไรก็ได้ ที่อยากตอบ…ที่เป็นตัวตน)
  • § A : พูดว่า…”ได้ยินแล้ว รู้แล้ว คุณคือใคร”…
  • § B: ………..(ตอบอะไรก็ได้ ที่อยากตอบ…ที่เป็นตัวตน….ไม่ซ้ำเดิม)
  • § A : พูดว่า…”ได้ยินแล้ว รู้แล้ว คุณคือใคร”…
  • § B: ………..(ตอบอะไรก็ได้ ที่อยากตอบ…ที่เป็นตัวตน….ไม่ซ้ำเดิม)
  • o หลังจากนั้น…ให้เด็ก ๆ …เข้าพูดคุยกับกระบวนกร…คนไหนก็ได้….โดยให้กระบวนกร เป็น A และเด็ก ๆ เป็น B….
  • o ครั้งนี้…เราได้คุยกับ…บอม…ต๊อป…เฟิร์น…อ้อ และท๊อป…น้ำตาคลอทุกครั้ง…มันเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่คอ…เมื่อได้ฟังเรื่องราวของเด็ก ๆ….
  • o พักรับประทานอาหารกลางวัน
4 Comments
taintedsong.com taintedsong.com taintedsong.com

น้ำตาร่วง…โรงเรียนพ่อแม่ นครสวรรค์;วันที่สอง…(1)

  • วันที่สอง (7 พฤศจิกายน 2551)
  • o เช้าวันนี้ เด็ก ๆ ทักทายเราด้วยรอยยิ้ม และแบบไทย ๆ คือสวัสดี…อืมม..รู้สึกดีกว่าเมื่อวานนะ
  • o ช่วงที่ 1 พี่สุ เริ่มด้วยการนำเล่นเกม วิวัฒนาการของชีวิตมนุษย์ ซึ่งทุกคนเริ่มจากการเป็นแมงหวี่ เมื่อเป่ายิงฉุบ ชนะ ก็จะกลายเป็นเป็ด แล้วให้ไปหาสายพันธ์เดียวกัน เป่ายิงฉุบ หากเป็ดด้วยกันชนะ ก็จะกลายเป็นลิง และจากลิง เมื่อเป่ายิงฉุบชนะ ก็จะกลายเป็นคน…สำหรับเรา..เป็นแมงหวี่ไม่เลิกเลย…
  • o พี่น้อง มาเล่าต่อในเรื่อง คนเราไม่เหมือนกัน มันมีความแตกต่าง แว่นที่ตา มันเชื่อมโยงกับตัวตนภายใน หากตัวตนภายในแคบ แว่นที่มีก็จะแคบ และเรามักใช้แว่นนี้วัดคนอื่น ซึ่งเมื่อแว่นที่มองเราแคบ มันทำให้เรารู้สึกอึดอัด หากมันกว้างเกินไป บางทีเราอาจจะรู้สึกอ้างว้าง ช่างไม่พอดีเอาเสียเลย ความรู้สึกที่ไม่พอดี เรามักจะหาคนมาเติมเต็ม เมื่ออยู่ในช่วงฮันนีมูน เราจะรู้สึกว่าคนนี้ใช่เลย และทำให้ชีวิตเราสมบูรณ์ แต่เมื่อผ่านพ้นช่วงเวลาของการฮันนีมูน บางทีเราอาจจะรู้สึกได้ว่า มันจืดจาง ส่วนที่เราคิดว่านำมาเติมเต็มกลับ กลายเป็นส่วนเกิน แต่…เราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวตนภายในได้…..เหมือนกับสามเหลี่ยมที่พยายามกลิ้งตัวเอง…ซึ่งตอนแรกอาจจะลำบาก..แต่เมื่อเหลี่ยมค่อยๆ ลบ ไป ก็เริ่มกลิ้งได้อย่างคล่องตัว…สามารถนำพาตนเองไปได้…
  • o พี่น้อง…ต่อด้วย Voice dialogue …ตัวตนภายใน…เปรียบเทียบกับคนเราเกิดมาทุกคนมีไพ่ 52 ใบเท่ากันหมด แต่เพศ การเลี้ยงดู ชีวิตในแต่ละช่วงวัย สังคม ครอบครัว การศึกษา การคบเพื่อน พื้นที่เกิด ประสบการณ์ ความรัก ฯลฯ ทำให้แต่ละคน ค่อย ๆ ทิ้งไพ่หรือตัวตนภายใน ทีละใบ เพื่อปกป้องตนเอง เพื่อให้ดำรงอยู่ได้ …เราทิ้งไพ่ จนเหลือในมือไม่มากนัก…และเริ่มกำจำนวนที่เหลือจนแน่น…เพราะมันทำให้เราเติบโต มีชีวิตรอดมาจนทุกวันนี้ และคิดว่ามันเป็นทั้งหมดของชีวิต…แต่แท้ที่จริงแล้ว…เราเก็บความอยากไว้ตลอด….
  • o เมื่อตัวตนภายเปลี่ยน…จะรู้สึกว่าต้องการจะเก็บไพ่เพิ่ม…ซึ่งไพ่และตัวตนต่าง ๆ ที่เรามี เราไม่ได้ทิ้งมันไป แต่เราแค่วางซ่อนไว้…เราสามารถเก็บมันขึ้นมา…เหมือนกับสามเหลี่ยม ที่พยายามกลิ้งด้วยตัวเอง…พี่น้องบอกกับเด็ก ๆ ว่า…ชีวิตต้องมีการเริ่มต้น….ไม่จำเป็นต้องเก็บมาทีเดียวทั้งหมด…ค่อย ๆ เติมเต็ม เก็บขึ้นมาทีละใบ เหมือนสามเหลี่ยม ที่ค่อย ๆ ลบเหลี่ยมของตนเอง…..หากเราไม่เริ่มต้น…เราก็จะมีไพ่ในมืออย่างจำกัด ในการเลือกเล่น ทำให้รู้สึกตีบตัน…ไปไม่รอด…..”สนใจจะเก็บไพ่ของตนเองไหม”….พี่น้องถาม…ไม่มีใครตอบ..สักครู่มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งตอบมาว่า… “ไม่สนใจ มันกร่อย”….อืมม…เรื่องที่พี่น้องเล่า…เด็กได้ฟังไหมนะ..ถ้าฟัง..แล้วเข้าใจไหมนะ…มันยากที่จะเข้าใจสำหรับเด็กหรือเปล่านะ….
  • o พักเบรก… เราเข้ามาต่อ Voice dialogue … การทิ้งไพ่ เริ่มด้วยการแบ่งกระดาษ เอสี่ เป็น 4 ช่อง คือ 1 2 3 4 ตามลำดับ แต่ให้เริ่มเขียนที่ช่องที่ 2 ก่อนว่า คุณลักษณะของบุคคลใกล้ตัว ที่ทำให้เรารู้สึกจี๊ด โกรธ โมโห… แล้วมาเขียนที่ช่องที่ 3 ด้านดีของเรา ที่ตรงกันข้ามกับช่อง 2 … หลังจากนั้น ก็รวมกลุ่ม Home base กัน… อ่านช่องที่ 2 ให้สมาชิกในกลุ่มฟัง แล้วให้เพื่อน สะท้อนด้านดี ของช่องที่ 2 แล้วเขียนลง ช่องที่ 1 ต่อจากนั้น….ให้อ่านช่องที่ 3 ซึ่งเป็นด้านดีของเราให้เพื่อนฟัง….แล้วให้เพื่อนช่วยกันสะท้อนด้านลบสุด ๆ ของช่องที่ 3 แล้วเขียนลงในช่องที่ 4
  • o พักรับประทานอาหารกลางวัน
4 Comments
taintedsong.com taintedsong.com taintedsong.com

น้ำตาร่วง…โรงเรียนพ่อแม่ นครสวรรค์; วันแรก…

 ในระหว่างวันที่ 6 9 พฤศจิกายน  2551 ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ “โรงเรียนพ่อแม่” ตามโครงการสร้างทางชีวิตใหม่ ให้ครอบครัวอบอุ่น รุ่นที่ 3   ศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนาสุขภาพภาคประชาชนภาคเหนือ จ.นครสวรรค์ จัดโดย  องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ ร่วมกับศาลเยาวชนและครอบครัว จ.นครสวรรค์  จำนวนผู้เข้ารับการอบรม         30  ครอบครัว

 

·       เยาวชน(ลูก) จำนวน  31  คน (ชาย  27  หญิง 3 คน บอกว่าเป็นหญิงอีก 1 คน)

·       ผู้ปกครอง(พ่อแม่) จำนวน  31  คน

กระบวนกร  จากสถาบันขวัญเมือง  มูลนิธิสังคมวิวัฒน์

·       ห้องเยาวชน(ห้องของลูก)จำนวน    5  คน (มีเยาวชนรุ่นที่ 2 มาช่วยงาน  2 คน)  รวมเป็น 7 คน

·       ห้องผู้ปกครอง(พ่อแม่)   จำนวน   5  คน

 มีการแบ่งออกเป็น 2 ห้อง คือ ห้องพ่อแม่ และห้องของลูกo      พักรับประทานอาหารกลางวัน….

ในครั้งนี้ นักการอิ่มเข้า ห้องของลูก

แว่บแรก ที่เห็นเด็ก ๆ ถึงกับน้ำตาคลอ… ลำคอตีบตัน…เกิดอะไรขึ้นหนอ….

 ·       วันที่แรก (6 พฤศจิกายน 2551)

o      ช่วงที่  1 เริ่มต้นด้วยพิธีเปิดของหน่วยงานผู้จัด

o      เวลา 10.30  แยกย้ายพ่อแม่ และลูก  อยู่คนละห้อง ในครั้งนี้ สมัครใจ อยู่ห้องของลูก เพราะว่า ยังไม่เคยเป็นแม่

o      ใน ห้องของลูก กระบวนกรเริ่มต้นได้ในเวลา 11.00 น. พี่น้อง ทำหน้าที่กระบวนกรคนแรก ได้เชื้อเชิญให้เด็ก ๆ เข้ามาใกล้ๆ พี่น้องที่สุด เท่าที่ จะใกล้ได้  และขอให้น้อง ๆ ไว้วางใจ  กระบวนกร ได้แสดงให้เห็นว่า ยืนอยู่ข้างเด็ก ไม่ขอให้เด็ก ๆ เปลี่ยนแปลง

o      ต่อจากนั้น ได้มีการแนะนำ น้อง ๆ เยาวชนรุ่นที่ 2 จำนวน 2 คน ที่มาช่วยงาน คือน้องมิ้น กับน้องอ๋อ และแนะนำทีมกระบวนกร คือ พี่น้อง  พี่เอก พี่สุ พี่อ้อ และพี่นุช

o      พี่สุได้มีการบอกกติกาการอยู่ร่วมกัน และ นำเล่นเกม เพื่อเป็นการ Ice breaking ในครั้งนี้ใช้เกม เป่า ยิง ฉุบ แต่ท่าทีของเด็ก ๆ ยังเกร็ง ๆ อยู่ กระบวนกรเลยให้มีการจัดกลุ่ม Home base จำนวน 6 กลุ่ม กลุ่มละ 5 คน และมีพี่เลี้ยงประจำกลุ่ม หลังจากนั้นก็ได้มีการทำกิจกรรม Ice breaking อีกครั้ง โดยใช้เกม มังกรคาบหาง…เกมนี้เด็ก ๆ รู้สึกสนุกขึ้น แต่พี่เลี้ยงแย่ไปตาม ๆ กัน เพราะเป็นเกมที่จะต้องใช้ความเร็ว ในการวิ่งหนี และวิ่งไล่

o      ต่อจากนั้น กระบวนกรให้เด็ก ๆ แยกย้ายเข้า Home base และเขียนชื่อเล่นตัวเอง ลงในป้ายชื่อ พร้อมกับให้แต่งสีสันตามใจชอบ พี่เลี้ยง ทำหน้าที่ในการชวนเด็ก ๆ คุย ถึงความรู้สึก ความกังวลใจ และเรื่องราวของตนเอง เพื่อให้สนิทสนมกัน แต่กิจกรรมนี้ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จนัก เด็ก ๆ ยังไม่ไว้วางใจพอที่จะพูดคุย

o      กระบวนกรให้โจทย์ต่อ โดยให้การตั้งชื่อกลุ่ม Home base ไม่เกิน 3 พยางค์  แต่ละกลุ่มได้ชื่อดังนี้   S&T (มาจากซอยตัน), Freedomครับ, รักกันครับ, คิกขุจัง, S&P และอาโนเนะ

 

 o      ช่วงที่ 2  เด็ก ๆ เข้าห้องกันค่อนข้างจะตรงเวลา กระบวนกรเริ่มต้นด้วยกิจกรรม ผ่อนพักตระหนักรู้ ให้เด็ก ได้พักผ่อน ประมาณ 40 นาที … พอตื่นขึ้นมา เด็ก ๆ ส่วนใหญ่ ยังทำหน้าเหมือนยังนอนไม่เต็มอิ่มเลย กระบวนกร เลยพาออกกำลังกายเล็ก ๆ

o      กระบวนกร นำให้เข้าสู่ กลุ่ม Home base  และให้เด็ก ๆ แต่ละคน อยู่กับตัวเอง รำลึกถึงช่วงชีวิตที่ผ่านมา  โดยให้มีการฉีกกระดาษ หรือทำอะไรกับกระดาษเอสี่ ที่แจกไป ตามอารมณ์ ความรู้สึกในแต่ละช่วงเวลาที่รำลึกถึง หลังจากนั้นให้เด็ก ๆ ในกลุ่ม Home base เล่าให้เพื่อนฟัง

o      กระบวนกรต่อด้วยการให้ เด็ก ๆ เดินอย่างไร้ทิศทาง ใคร่ครวญ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ปล่อยตัวเอง อยู่ในห้วงคำนึง ท่ามกลางแสงสลัว และบทเพลงบรรเลงที่บางเบา  สักครู่ก็ให้เด็ก ๆ จับคู่กันพูดคุย เล่าเรื่องราวเหตุการณ์ที่ทำให้เข้ามา ณ ที่นี่  และเพิ่มเป็น 4 คนช่วงนี้ เริ่มเห็นน้ำตามที่ไหลริน…จากใบหน้าน้องชุ สาวอายุ 18 และน้องเฟิร์น สาวน้อยอายุ 15น้องชุบอกว่า ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนที่นครสวรรค์ ติดเพื่อน ส่วนพ่อแม่อยู่กรุงเทพฯ พ่อแม่ไม่ใคร่ชอบกลุ่มเพื่อนของน้องชุนัก บอกว่าเป็นคนไม่ดี สักวันชุจะต้องเสียเพราะเพื่อน..แล้วก็เป็นจริง ชุ เริ่มอยากลองยา เป็นครั้งแรก…รับมาแล้ว..ยังไม่ทันลอง..ก็มาถูกจับเสียก่อน…เพื่อนหายไปหมด ไม่เคยมาเยี่ยมเธอเลย… ส่วนน้องเฟิร์น เป็นฝาแฝด กับน้องเฟิร์ส..เข้ามาด้วยเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกับเพื่อน… 

o      ช่วงที่ 3 กระบวนกร ถ่ายทอด แนวคิดของชนเผ่า ในเรื่อง ผู้นำสี่ทิศ และให้เด็ก ๆ ไปนั่ง ณ ทิศ ที่คิดว่าแสดงถึงความเป็นตัวเค้ามากที่สุด และถ่ายทอดให้เพื่อน ๆ ฟังว่า ทำไมเค้าถึงคิดว่า ทิศนี้ คือ ใช่เลยสำหรับเค้า

o      หลังจากนั้น ก็กลับมาที่กลุ่ม Home base กระบวนกรแจกกระดาษเอสี่ ให้โจทย์ว่าให้ใช้สีเป็นสัญลักษณ์ แทนแต่ละทิศ สีแดง คือกระทิง  สีดำ คือหนู สีเขียวคือหมี และสีฟ้า คืออินทรี  แล้วแบ่งดูว่า ภายในพื้นที่วงกลมวงหนึ่ง ที่สมมติว่า เป็นตนเอง ตัวเองมีความเป็นสัตว์ในแต่ละทิศมากน้อยแค่ไหน โดยการระบายสีลงในวงกลมนั้น ๆ และวาดวงกลม เพิ่มขึ้นอีกเท่ากับจำนวน บุคคลในครอบครัว แล้วเขียนชื่อของเจ้าของวงกลม แต่ละวง เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย แล้วให้แบ่งว่าแต่ละคนในครอบครัว มีทิศแต่ละทิศมากน้อยแค่ไหน  

o      สะท้อนวันแรก…เด็ก ๆ ยังไม่เปิดเผยตัวเองมากนัก…แววตาดูเหมือนยังไม่ไว้วางใจ…

….หนักหนาแนวเขิน เนินไศล คือทางที่เราก้าวไป…ก้าวไกลเกินฝัน..วันวาน

 

 

3 Comments
taintedsong.com taintedsong.com taintedsong.com

KM :วิถีสู่องค์กรที่มีชีวิต ณ ห้องนั่งเล่น จังหวัดเชียงราย

ระว่างวันที่  15 - 18 ตุลาคม 2551 เทศบาลนครพิษณุโลกได้ส่งบุคลากรจำนวน 3 คน คือ ผู้ช่วยน้อง  พี่หนิง และเรา..นักการอิ่ม  เข้ารับการฝึกอบรมเรื่อง KM: วิถีสู่องค์กรที่มีชีวิต  ณ ห้องนั่งเล่น สถาบันขวัญเมือง จังหวัดเชียงราย 

ในครั้งนี้ เราได้รู้จักกับสมาชิกใหม่ ที่เป็นบุคคลภายนอก..มาจากกรุงเทพมหานคร คือ ไก่  และสมาชิกวงน้ำชา คือ  น้ำ เป็ด แอน เก่ง ใหม่  ร่วมด้วยสมาชิกวงน้ำชาที่เคยรู้จักแล้ว เมื่อครั้งที่เคยมาเยือนวงน้ำชา คือ อาใหญ่ หรืออาจารย์วิศิษฐ์ และผึ้ง  พร้อมกับการให้บริการเรื่องอาหาร จากแอม ปอน นิด และลูกตาล ซึ่งได้เข้ามาร่วมแจมในบางวัน 

ในวันที่ 18 ตุลาคม 2551 ก่อนการร่ำลา ได้มีการจัดทำกิจกรรม ที่เรียนกว่า ธาราลิขิต โดยให้แต่ละคนเขีย