สอบอารมณ์
อ่าน: 1948ตอนฝึกวิปัสสนาฯ ใหม่ๆ ดิฉันงงกับคำว่า สอบอารมณ์ มั่กๆ เลยค่ะ
พระอาจารย์ที่สอน คือ พระมหาณัชพล ดิฉันมีบุญได้พบท่านโดยบังเอิญ
และเท่าที่คนอย่างดิฉัน ซึ่งไม่เคยคิดดั้นด้น ตามหาเกจิฯ ที่ไหน ดิฉันจึงยังไม่พบว่า มีพระวิปัสสนาในจังหวัดพิษณุโลกองค์อื่นอีก นอกจากท่านคนเดียวเท่านั้น
พระอาจารย์ของดิฉัน ไม่โด่งดัง มีลูกศิษย์ไม่มากนัก อาจเพราะท่านยังหนุ่ม และเน้นฝึกปฏิบัติ ไม่เน้นเทศน์แบบฟังแล้วจับใจ แต่ดิฉันแน่ใจว่าท่านเป็นพระปฏิบัติจริงๆ
ดิฉันนั้นว่าง่ายอยู่แล้ว….ให้เดินจงกรมก็เดิน …จากเดินโซเซ ก็ค่อยๆ เดินเป็นเดินมากขึ้น จากนั่งง่วงไร้สติ ก็นั่งตื่นได้บ้าง…..
พระอาจารย์ของดิฉัน เพียรตามสอน อย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่าย……
ประมาณ 4 ปีเศษแล้ว นับแต่ดิฉันได้เรียนรู้วิธีฝึกเจริญสติ ด้วยการฝึกกับพระอาจารย์อย่างไม่สม่ำเสมอ (อาจารย์ต้องตามลูกศิษย์ตลอด) และด้วยการฝึกขณะดำเนินชีวิตประจำวัน
ดิฉันคิดว่า…..ดิฉันพอจะเข้าใจความหมายของคำว่า “สอบอารมณ์” ได้บ้างแล้ว
ในยามไม่ปฏิสัมพันธ์กับใคร ดิฉันชอบสอบอารมณ์ตนเองขณะดูหนัง โดยเฉพาะกับบทโศก บทตื่นเต้นหวาดเสียว……ถ้าตัวละครที่แสดงเก่งมากๆ ผลสอบออกมาว่ายังปาดน้ำตา….ยังซีึ้ง…..ยังเศร้า…..ยังเสียว…ตื่นเต้น หยุดไม่อยู่
ที่ชอบอีกอย่าง คือ สอบอารมณ์กับการฝันในแต่ละคืน เช่นถ้าฝันว่าเก็บเงินที่ไม่มีเจ้าของได้ แล้วตัวดิฉันในฝันทำอย่างไร? ผลสอบออกมาว่าปรากฎว่า รีบเก็บไว้ทันที…..ยังอยากได้อยู่ (หุ หุ โลภมาก)
ในยามที่ต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น…ครอบครัว…..เพื่อนฝูง…..สิ่งแวดล้อม แล้วมีเรื่องให้โกรธ เกลียดอิจฉา ริษยา หมั่นไส้ เสียใจ น้อยใจ ดีใจ ลำพองใจ เป็นยังไง…………ขอบอกว่า…..ยังสอบตกอยู่เสมอ
ที่ดีกว่าตอนยังโง่อยู่คือตอนที่ยังไม่เคยฝึกเลยก็คือ….ฝีเท้าดีขึ้น….
แต่ก็เพียงอยู่ใน speed ที่วิ่งไล่ตามทันเท่านั้น
”เจ้าหนูลอดสายตา วิ่งออกจากรูที่ซ่อนไปได้ตามเคย ยังไม่เคยตะครุบมันได้ทันทีที่เห็นแค่ปลายจมูกโผล่ออกมาจากรู”
« « Prev : ถังซำหจัง
15 ความคิดเห็น
แหม สมเป็นพี่น้องตระกูลใกล้ ๆ กันค่ะ น้องครูปูก็เป็นศิษย์สายวิปัสสนากรรมฐานของคุณแม่สิริ กรินชัย เหมือนกันค่ะ เรียกว่าชีวิตติดอาวุธเข้าให้แล้ว เพียงแต่ยังเผลอเรอหยิบมาใช้ไม่ทันการณ์บ้างก็เท่านั้น เนอะ อาจารย์เนอะ
^_^
สอบอารมณ์ ไม่เกี่ยวกับสอบ ได้ หรือ สอบตก อิอิ
จับอารมณ์มาทดสอบ อาจารย์เล่าเสียสนุกเลย คล้ายกับแมวจับหนู คิคิ
เรื่องชื่อบล็อก เรียกให้เต็มยศว่า “ลานถัง” ดีไหมครับ อิอิ
#3 ต้องรีบบอกครูบาก่อนว่า ถูกใจมากค่ะ “ลานถัง” เพราะมี “ลานซักล้าง” แล้ว ก็ต้องมีถังด้วยนะคะ ชีวิตจะได้สะดวกสบายขึ้น
เมื่อเช้าครู(จอมป่วน) ก็ได้เข้ามาสอบอารมณ์ศิษย์ผ่าน MSN
กำลังอยู่ในภาวะจิตตก ตามสติไม่ทัน มันจึงทำให้กระเจิดกระเจิงต่อสิ่งรอบข้าง
ดีที่ครูเข้ามา ถึงมีสติขึ้น แต่เห็นครู ก็ทำให้คิดและฝึกมากขึ้น
จึงเข้าใจกับการต้องสอบบอารมณ์ตัวเองอยู่เสมอ เมื่อตัวเองตั้งใจด้วยตัวเองแล้วไม่ผ่าน ก็ต้องฝึกเอง อ่านเอง อาจต้องสอบซ่อมบ้าง หลาย ๆ ครั้ง แต่ถ้าเราได้ไปติว กวดวิชาโดยครูบาอาจารย์ก์(อาจ)ทำให้เราเข้าใจมากข้น และสอบผ่านได้เร็ว เอ…ใช่ไหมคะเนี่ย พอโยงเข้ากับการเรียนแล้ว ตัวเองเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบให้ลูกหลานไปเรียนพิเศษ อยากให้ลูกหลานใช้เวลาในโรงเรียนให้เต็มที่ และนอกเวลา ก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขบ้าง เอ….(ครั้งที่ 2 ) แล้วเกี่ยวอะไรกันเนี่ย เอาเป็นว่า ต้องแยกแยะเหตุทั้งสองออกจากกัน เราก็จะเข้าใจดีขึ้น (ดีไหมคะ)
เจอครูอีกท่านหนึ่ง เป็นรองคณบดีเพิ่งเกษียณอายุ ท่านสอนมาว่า ท่านฟังวิทยุ และมีพระมาเทศนาให้ฟังว่า คนเราต้องมีสติ เจอสิ่งสวยงาม เจอคนสวย เจอคนหล่อ อย่าเพิ่งใจเต้น ตามคิด ตามรู้ว่า เขาสวย เขาหล่อ ทำไมเราไม่เหมือนเขา ทำให้ใจเราเต้น ปรุงแต่งตาม ท่านสอนให้คิดที่ละเปราะกระเทาะเปลือกออกทีละขั้นเห็นเสื้อผ้าอาภรณ์ ก็ถอดทีละอย่าง อย่างมีสติ เห็นเนื้อหนังมังสา ก็ให้นึกคิดไปจนถึงโครงกระดูก แล้วเราจะเห็นว่า ที่สุดแล้วคนเราก็เหมือนกัน ข้างในก็คือโครงกระดูก สุดท้าย ก็เผา ฝัง ไม่เหลือซากความงดงาม ความหล่อ….ทุกสรรพสิ่ง…จึงเป็นเช่นนั้นแล
ธรรมมะราตรีสวัสดิ์ค่ะ
เคยฝึกปลงอสุภะแบบน้าอึ่งว่า รู้สึกจะได้ผลกับการไม่ยึดติดตัวตน ความโกรธผู้อื่นน้อยลงมาก ทุกวันนี้ไม่ค่อยได้ฝึกเท่าไหร่ เพียงแต่เกิดอารมณ์ดีหรือร้ายก็ตามมันแม้จะช้ากว่ามันบ้างก็เหอะ ไม่ได้ไปดักหน้ามันหรือเดินคู่กับมันก็ดีกว่าปล่อยให้อารมณ์มันเปรี้ยงปร้างโดยไม่บันยะบันยัง
อาจารย์เขียนเรื่องธรรมะได้เบาสบายดีจังครับ
ถังใบขนาดนั้น เมื่อไหร่ก็ไม่เต็มครับ อิอิ
#1 ครูปู…คะ ได้อ่าน จปผ. ๑ เบอร์ ๖ แล้วค่ะ…..สนุกสุดเหวี่ยงจริงๆ และที่สำคัญก็คือ เหมือนเห็นเงาตัวเองในกระจก…..แม้วิถีชีวิตของเราสองคนพี่-น้อง (สาบานกันแล้วด้วยน้ำอมฤต 1 จอก) จะต่างกัน แต่ตัวตนหลายๆ อย่างของครูปูคล้ายถังมากเลยค่ะ รู้มั้ย….มิน่า…..ถึงได้รู้สึกถูกชะตาตั้งแต่แรกพบ (ที่ลาน)….. : ) : )
หยอกเล่นน้า….อย่าโกรธ
# 6 เหย่ยย….ท่านอัยการเอาจริงขนาดนั้นเลยเหรอคะ…..ปลงแบบที่ว่า….ต้องเห็นของจริงเลยหรือเปล่าคะ? หรือว่าเพียงจินตนาการเอา….เคยเห็นพี่คนนึงที่ทำงาน…เอารูปศพคนผ่าเห็นตับไตไส้พุง มาติดข้างโต๊ะทำงาน…..พรรคพวกไม่กล้าเฉียดโต๊ะพี่ท่านเลยค่ะ….. ไม่ทราบว่าพี่ท่านทานข้าวที่โต๊ะที่ทำงานด้วยหรือเปล่า..!!!!
ขอบคุณมากค่ะ อ. panda น้ำใกล้หมดถังพอดี….ถังนี้ชอบรั่วอยู่เรื่อยเชียวค่ะ
ถังของจริงก็ขนาดเนี้ยยย…แหละค่ะ หวังว่าจอมป่วนจะไม่ชวนไปวิ่งนะคะ….เดี๋ยวน้ำ(มัน)กระฉอกออกหมด
ไม่รู้จักเหมือนกันค่ะ่ว่าสอบอารมณ์หมายความว่าอย่างไร
รู้แต่ว่ามีอะไรเกิดในใจก็รู้ และบางทีกว่าจะรู้ก็หลงเพลินคิดไปซะตั้งนานค่ะ มีครั้งหนึ่งเห็นชัดๆ เลยว่าใจตัวเองเกิดอาการยิ้มเยาะ ด้วยความสะใจเล็กๆ ในใบหน้าที่นิ่งๆ เฉยๆ ก้มหน้าอ่านงาน พอรู้ก็เกิดอาการอายตัวเอง เออ ทำเข้าไป
วันก่อนดูหนังเกาหลีซินยุนบก ก็ลองทำตัวแบบผู้ดูที่ไม่อินเข้าไป ไม่ได้ผลค่ะ น้ำหูน้ำตา น้ำมูก น้ำลายยย ยังไหลย้อยอยู่เลย สนุกจังเลยหนังเรื่องนี้
วันก่อนเข้าไปในเวปของวัดญาณเวศกวัน ไปดาวน์โหลดธรรมบรรยาย หัวข้อจากจิตวิทยาสู่จิตภาวนา ของพระพรหมคุณาภรณ์ มาศึกษาค่ะ ได้ความรู้เยอะเลยค่ะ
หมู่ก็หนักกว่าอาจารย์นะคะ พอเห็นอะไรเกิด ดับ เกิด ดับ ๆ ๆ ชักสนุก ตานี้ก็คอยเฝ้าดู (ดักดู) ว่าอะไรจะเกิด จิตก็เหมือนเด็กซนๆ ค่ะ พอทำอย่างนั้นก็เลยเกิดอาการนิ่งๆ มาได้ประมาณครึ่งเดือนแล้ว
แต่ก่อนถ้าปริ้ด หรือจี้ด ก็จะไม่ชอบ เดี๋ยวนี้ถ้าเกิดก็ตามดูค่ะ
# 14 ฮั่นแน่……เจออีกแล้ว……คนที่มีคลื่นความถี่ตรงกัน…ที่เขาว่า น่าจะจริงนะคะว่า คนที่มีอะไรคล้ายๆ กัน มักจะชอบอยู่ด้วยกัน ถ้าเป็นแบบไทยๆ เขาก็ว่า ธาตุมันใกล้กัน ก็เลยอยู่ด้วยกันได้
ขอบคุณมากนะคะ คุณหนิง สำหรับ link ดีดี….ที่นำพาไปสู่ความเห็นชอบ…..ต้องค่อยๆ ไล่ฟังซะแล้ว