แผ่นดินไทย - ธนาคารต้นไม้ (Tree Bank)

โดย มิสเตอร์สะตอฯ เมื่อ 16 ตุลาคม 2008 เวลา 8:31 (เช้า) ในหมวดหมู่ Uncategorized, ธรรมชาติ, แนวคิด ปรัชญา ศาสนา #
อ่าน: 3183

สวัสดีครัีบญาติมิตรทุกท่าน

เมื่อคืน (15 ต.ค. 2551) ผมได้ดูรายการแผ่นดินไทย จากช่อง ไทยพีบีเอส ว่าด้วยเรื่องธนาคารต้นไม้ ซึ่งก่อตั้งโดยคุณไสว แสงสว่าง และคุณพงศา ชูแนม

อำเภอพะโต๊ะ ร่วมกับ ธกส สาขาพะโต๊ะ - หลังสวน และหน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ ได้ร่วมกันจัดทำโครงการธนาคารต้นไม้ โดยวางหลักการให้ ประชาชนที่ปลูกต้นไม้สามารถนำข้อมูลไปจดทะเบียนกับทาง ธกส โดย ธกส จะให้สิทธิในการนำต้นไม้ไปเป็นหลักประกันสินเชื่อเสมือนเป็นหลักทรัพย์ และจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี ขณะนี้ได้เพาะกล้าไม้ไว้ที่บ้านคลองเรือเพื่อเป็นการนำร่องกว่า 1 แสนกล้าแล้ว ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการติดต่อได้ที่ ธกส.พะโต๊ะ และหน่วยอนุรักษ์จัดการต้นน้ำพะโต๊ะ (คัดลอกจาก http://treebank.multiply.com/)

คุณพงศา ชูแนม เล่าว่าให้ชาวบ้านเป็นผู้เพาะพันธุ์กล้าไม้เอง ดูแลเอง แล้วทำให้ได้ผลในการเลี้ยงดูได้ดีกว่าองค์กรรัฐเลี้ยงดูอีก เพราะมีกรณีทีชาวบ้านเลี้ยงดูแล้วต้นกล้าสูงกว่า เจริญเติบโตดีกว่าด้วย การปลูกต้นไม้ ก็เริ่มปลูกในพื้นที่ของตัวเองซึ่งอาจจะเริ่มปลูกที่บริเวณเขตแดนของพื้นที่ของชาวบ้้านเอง พอต้นไม้สูงระดับหนึ่งจะตีราคาต่อต้น ต้นละ 100 บาท และจะมีการมานับเพื่อตรวจสอบจำนวนต้นและเมื่อต้นไม้โตขึ้นก็จะตีราคาต่อต้นสูงขึ้นครับ สำหรับต้นไม้ก็มีหลายชนิดเช่น พันธุ์ไม้สาขาบ้านในเหมือง จ.ชุมพร ได้แก่ ต้นมะฮอกกานี ต้นตะเคียนทอง สะเดาเทียม กิ่งพันธุ์ยอดเหลียง ต้นจิก ต้นเทพทาโร (ไม้จวง) ไม้ทัง ต้นธัมมัง ฯ นั่นคือ แต่ละพื้นที่ก็จะมีการกำหนดกันว่าต้นไม้ที่เข้าจดทะเบียนกับ ธนาคารต้นไม้ได้นั้น ก็จะมีการกำหนดตามแต่ละจังหวัดจะตกลงกัน

ธนาคารต้นไม้เป็นโครงการที่ดีมากๆ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นคำตอบให้กับสังคมไทยในเรื่องการเพิ่มพื้นที่ป่าได้เป็นอย่างดี คิดโดยคนไทย ทำโดยประชาชนไทย เพื่อไทยและโลกสีเขียว นับเป็นงานวิจัยของชาวบ้านเพื่อหาคำตอบว่าแต่ละพื้นที่ควรจะปลูกไม้ยืนต้นแบบไทยๆ ได้อย่างไร สิงที่ผมเห็นจากรายการ ผมคิดว่า

การทีชาวบ้านได้ปลูกต้นไม้ด้วยตนเองนั้น ทำให้เค้าเห็นความเป็นมาเติบโตเหมือนเลี้ยงลูกเลี้ยงสัตว์ การจะโค่นก็ย่อมมีการชั่งคิดถ่วงความคิด ไม่ใช่ตัดสินใจเหมือนการขโมยตัดไม้ในป่า นี่คือความผูกพัน นี่คือความรัก นี่คือศรัทธาทำในใจ

จากในรายการ เห็นชาวบ้านลุกขึ้นยืนแล้วบอกว่า ในเครือข่ายของตนนั้น มีสมาชิกกี่คน แล้วปลูกต้นไม้ไปแล้วกี่หมื่นกี่แสนต้น แล้วชื่นใจครัีบ คนไทยเรานั้นจริงๆ แล้วมีมันสมองเป็นเลิศ เพียงแต่เราต้องการผู้นำในภาคส่วนต่างๆ ที่มีแนวคิดที่ดี หลักการดี และปฏิบัติได้ สัมฤทธิ์ผล มานำคนไทย แล้วดำเนินอาชีพไปในแนวทางที่ยั่งยืน มั่นคง พอเพียง มีธรรม

ผมยังเชื่ออีกว่า หากได้มีการขยายผลโครงการดีๆ เหล่านี้ โดยเบื้องต้น นำเสนอสิ่งที่จังหวัดชุมพรได้ทำไปแล้วนั้นไปยังชาวบ้านในจังหวัดอื่นๆ แล้วเชื่อมโยงกับ ธกส. ก็คงจะเป็นเครือข่ายในไทยได้ องค์กรของรัฐ ป่าไม้เข้ามาร่วมพลังด้วย ใ้ห้ชาวบ้านอยู่กับป่า ปลูกป่า รักษาป่า และจัดการป่าด้วยความรู้ น่าจะดีกว่าการเปิดสัมปทานในบางอย่างที่ไม่สมเหตุสมผลต่อการเพิ่มพื้นที่ป่า

สำหรับประโยชน์ของป่านั้น ทุกท่านก็ทราบประโยชน์กันดีอยู่แล้วครัีบ ในเมื่อเครือข่ายชาวบ้านเกิด เครือข่ายความรู้ก็เกิด เครือข่ายป่าก็เกิด ภาวะน้ำท่วมก็อาจจะลดลง น้ำท่วมภาคใต้ก็จะได้ไม่ต้องย้ายหนีกันไปซื้อพื้นที่ในที่ราบสูงกัน

เมืองไทยเรานั้นมีทรัพย์ในดิน สินในน้ำ ปัญญาในสมอง เหลือแต่การบริหารจัดการ ว่าเราควรจะทำอย่างไร??? นั่นคือภารกิจของคนไทยทุกคนร่วมกัน มิใช่เป็นการจ้างฝรั่งมาดูแลประเทศไทย หากเราบอกว่า ปุ๋ยของต้นไม้ชนิดใดๆ คือใบของต้นไม้ชนิดนั้นๆ นั่นคือ ผู้สร้างชาตินั้นๆ ก็คือคนในชาตินั้นๆ นั่นเอง

ธนาคารต้นไม้ จะนำเสนออีกในรายงานแผ่นดินไทย ในวันพุธหน้าต่อเป็นตอนที่สอง หากท่านใดสนใจก็ติดตามชมได้ หรืออ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://treebank.multiply.com แล้วใครจะเป็นผู้ริเริ่มธนาคารต้นไม้ในชุมชนเรา หากไม่ใช่ตัวเราเอง เริ่มด้วยใจ ทำด้วยใจ ไทยสีเขียว เริ่มที่รั้วของเรา เปลี่ยนลวดหนามหรือกำแพงเป็นต้นไม้จะดีไหมครัีบ? รั้วบ้านย้อนกลับสู่อดีต

ขอบพระคุณมากครัีบ

เม้ง

« « Prev : พหุวัฒนธรรม กับความขัดแย้งและอคติที่รั้วใจ

Next : จากเธอที่ชุมทางเขาชุมทอง-ฉากเดิมต่างเวลา » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

5 ความคิดเห็น

  • #1 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 17 ตุลาคม 2008 เวลา 8:17 (เช้า)

    เข้าท่าค่ะ อ่านแล้วน่าสนใจ

    การตีราคาต้นไม้ใครเป็นคนทำ และใช้หลักเกณฑ์อะไรคะ ในขณะที่ค้ำประกันเงินกู้จะสามารถตัดได้มั้ย ถ้าถูกลักลอบตัดจะมีผลต่อเงินกู้อย่างไร ..คงต้องหาคำตอบในรายการตอนต่อไปใช่มั้ยคะ

    รั้วกินได้ของเราในอดีตก็มีคุณค่ามากมาย แต่ปัจจุบันหายไปเยอะ ถ้าเราสามารถเก็บอะไรกินได้จากในบ้านของเรา การจ่ายเงินก็น้อยลงนะคะ และถ้าเกิดอะไรขึ้นไม่ว่าจะเป็นยางราคาตก ข้าวถูกกดราคา หรือว่ามันสำปะหลังขายไม่ได้ การมีของกินอยู่ในบ้านก็เป็นหลักประกันได้ว่ายังไงก็ยังไม่อด

    ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆค่ะ กำลังคิดถึงสหกรณ์หมู่บ้าน กองทุนหมู่บ้านที่น่าจะนำหลักการนี้ไปลองใช้ดู ที่ยุโรปก็เคยใช้หลักการคล้ายกันในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำไปทั่วยุโรปโดยรัฐจ้างให้คนปลูกป่า.. ป่าดำ ( Black Forest ) ที่สวยเหลือเกินก็เป็นป่าปลูกใช่มั้ยคะ

  • #2 bangsai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 17 ตุลาคม 2008 เวลา 5:32 (เย็น)

    น่าสนใจ พี่จะไปศึกษาต่อกับ ธกส. เพื่อนทพี่เขาเป็นใหญ่โตในกรุงเทพฯนั่นอาจจะขอปรึกษาเรื่องนี้ได้

  • #3 มิสเตอร์สะตอฯ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2008 เวลา 3:26 (เย็น)

    สวัสดีครับคุณเบิร์ด
    สบายดีนะครับ การตีราคาจะมีชุดเจ้าหน้าที่มาเป็นการตีราคาให้ครับ เริ่มต้นที่เมื่อต้นไม้สูงขึ้นในระดับที่ผ่านเกณฑ์จะมีราคาประมาณเริ่มต้นหนึ่งร้อยบาท หลักจากนั้นจะมีการวัดต้นไม้และตรวจสอบความเป็นอยู่สุขภาพทุกๆ ปีครับ หากมีต้นไหนตายไป ชาวบ้านก็ต้องปลูกชดเชยหรือไม่ก็ต้องลดจำนวนลง จำนวนเงินก็ลดลงตามจำนวนต้นไม้ครับ เป็นแนวทางในการสร้างธรรมชาติ และความรักษ์ธรรมชาติจากใจของชาวบ้านเองครับ จนท.เค้าบอกว่า กรมป่าไม้ทำเองบางทีต้นไม้หนึ่งปีไม่สูงขนาดนี้อย่างที่ชาวบ้านทำ ซึ่งจะว่าไป ชาวบ้านอยู่ในพื้นที่ และก็ดูแลอยู่แล้วครับ เหมือนการสร้างคนให้รักษาดูแลปกป้องชาตินั่นล่ะครับ ไม่ต้องสิ้นเปลืองจ้างคนมาดูแลชาติ เอาเงินส่วนนั้นไปทำอย่างอื่นได้ อาจจะมีในการดูแลในส่วนที่จำเป็นตามหลักการของความมั่นคง คือว่าไปประเทศจะมั่นคง มั่งคั่งได้ มันอยู่ที่ฐานคิดของคนในชาตินั้นๆ เป็นสำคัญครับ
    มนุษย์เราช่วยธรรมชาติได้เยอะครับ หากเราเข้าใจระบบเค้าเราจะช่วยในการพัฒนาปรับปรุงให้ธรรมชาติพบสิ่งที่ดีขึ้นได้ ลดเวลาครับ แต่ไม่ใช่การพัฒนาที่ผิดฝาผิดตัวครับ

    ขอบคุณมากครับ

  • #4 มิสเตอร์สะตอฯ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2008 เวลา 3:28 (เย็น)

    สวัสดีครับพี่บางทราย
    สบายดีไหมครับ ด้วยความคิดถึงครับ หวังว่าพี่สบายดีนะครับ ผมก็ใช้เวลาอยู่กับการศึกษาและวิจัยในห้องเรียน ตอนนี้ทำวิจัยอยู่ด้วยครับ เกี่ยวกับต้นไม้ และภัยพิบัติการปรับตัวของโลกเรากันต่อไปครับ มีโอกาสคงได้พบเจอกันที่ไหนสักแห่งนะครับ

    รักษาสุขภาพครับ

  • #5 น้องแสงธรรม ให้ความคิดเห็นเมื่อ 30 ธันวาคม 2008 เวลา 12:09 (เช้า)

    เข้ามาสำรวจ อ่านความคิดเห็นเรื่องธนาคารต้นไม้ ขออนุญาตนำบางตอนของความคิดเห็นไปให้เพื่อนคนอื่นได้อ่านบ้าง

    ขอบคุณสำหรับการประชาสัมพันธ์โครงการนี้


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.74785208702087 sec
Sidebar: 0.7106249332428 sec