เป็นนักเลงบ้านนอก ดีกว่าเป็นกิ๊กก๊อกในเมืองหลวง

อ่าน: 4011

ถ้าท่านใดได้ฟังเพลงที่ลูกหลานจุฬา-น่านร้อง ในคริปที่เราเอามาลงไว้แล้วนั้น จะเห็นนัยสำคัญอย่างยิ่ง เรื่องมุมมองของคนรุ่นใหม่ที่มีต่อชนบทไทย ทั้งๆที่คนรุ่นเก่าต่างโหยละห้อยมองหาทางออกไปพำนักอาศัยในชนบท โดยเฉพาะท่านที่ทำงานรุกรี้รุกรนเหมือนหนูติดจั่นมาตลอดชีวิต กว่าจะลากยาวจนผ่านเกษียณอายุมาได้ก็หืดขึ้นคอ ทนทุกข์ทรมานอัดกันแย่งกันอยู่เหมือนปลากระป๋อง

ทุกครั้งที่เราขับรถออกต่างจังหวัด

ฝ่าจราจรผ่านวังน้อยอยุธยาทะลุมาได้

ทุกคนจะโล่งอกโล่งใจเหมือนหลุดภัยสงครามมาได้หวุดหวิด

ส่วนพวกที่หนีไม่ออกทนทรมาทรกรรมในกรุงนั้นเล่า..

ก็ต้องหวานอมขมกลืนเผชิญวิกฤติจราจรจลาจลแบบไม่มีน้ำยาอะไร?

ใหญ่แค่ไหน?..ก็ต้องรอ ไ ฟ เ ขี ย ว – ไ ฟ แ ด ง !

ถึงจะมีทางด่วนสักร้อยชั้น มีรถไฟใต้ดินสักร้อยสาย มันก็ยังต้องตะกายอยู่ตะกายกินอยู่นั่นแหละ ทำไงได้ ในเมื่อพัฒนาประเทศแบบเอาทุกอย่างมากองไว้ในเมืองหลวง ผังเมืองก็ห่วยแตก ระบบสาธารณูปโภคก็เลวเละ ฝนตกทีก็ติดเป๊กกันทั้งเมือง เวลาชีวิตแต่ละวันหมดไปบนท้องถนนนี่แหละ ลองคิดดูเถิดว่าถ้ามีลูกน้อยต้องไปส่ง-ไปรับที่โรงเรียน คุณแม่แทบจะเสียสติในบางวัน ถ้ามีญาติเจ็บป่วยต้องฝ่าจราจรไปโรงพยาบาล คุณภาพชีวิตจะไปอยู่ตรงไหน? มีชีวิตอยู่ท่ามกลางความวิตกกังวลไม่เว้นแต่ละวัน มันสนุกมากรึไง

ขอยืนยันว่าคุณภาพชีวิตเลือกได้ถ้าหัวใจเต็มร้อย

รึคุ้นชินเสียแล้วที่จะทนทุกข์ทนใจไปวันๆ

เครียดมากๆก็หน้าเหี่ยวใจเหี่ยว

ต้องหาเครื่องสำอางมาโป๊ะเอาไว้หนาๆ

นั่ ง ๆ ไ ป ก็ ค วั ก ก ร ะ จ ก ม า ส่ อ ง ที ..

เกรงว่าผนังแป้งที่ใบหน้าจะร่วงกราว

เมื่อก่อนเคยเห็นแต่พวกงิ้วพวกหมอลำแต่งหน้า ทุกวันนี้คนกรุงบางส่วนไม่แต่งหน้าออกจากบ้านไม่ได้ วันไหนลืมขนตาปลอม ถือเป็นความเสียหายร้ายแรงแห่งวันเลยเชียวแหละ มันสำคัญยิ่งกว่ากระเป๋าสะตังค์เสียอีก เคยส่องกระจกมองตัวเองจนเคยชิน วันหยุดอยู่บ้านเดินผ่านกระจกยังเผลอตัวต๊กกะใจ ต้องรีบไปใส่ขนตาปลอม ..แยกไม่ออก ทำใจไม่ไม่ได้ ว่าจะอยู่กับใบหน้าไหน?

หน้ากาก หรือหน้าตัว

หลอกตัวเองว่ามีความสุขมีความสะดวกสบาย สิ่งร้ายๆเหล่านี้นำพาความเครียดสะสมไว้ไม่รู้ตัว ก่อเกิดให้ความเห็นแก่ตัว ไม่ค่อยได้ดูดำดูดีกับสังคมภายนอกเท่าไหร่ เรื่องร้ายๆจึงมักจะเกิดขึ้นในเมืองหลวง เพราะมันเหมาะที่จะหาเรื่องกันดีนัก ความเครียดมันเข้าใครออกใครที่ไหนละเธอ  ต่อให้สวยสะอางแค่ไหน? ถ้าตกอยู่ในความเครียดกังวลบ่อยๆ อีกหน่อยใบหน้าก็แก่เกินวัย โรคความดันโรคระบบประสาทและโรคมะเร็งก็จะถามหา

สัจธรรมแปรรูปได้ที่ไหนละเธอ?

ผมฟังลูกหลานจุฬา-น่านร้องเพลงแล้วมันเขี้ยวนัก ..

ห ล า ย ค น บ อ ก ไ ม่ ก้ า ว ห น้ า  ไ ม่ มี ค ว า ม มั่ น ค ง

แ ต่ เ ร า ทุ ก ค น ตั้ ง ใ จ  ใ ช้ ค ว า ม รู้ ฟื้ น ฟู แ ผ่ น ดิ น

เพลงท่อนนี้มีความหมายอย่างมาก ..ใครนะที่บอกว่าไม่ก้าวหน้า เธอก็ทำแซงหน้าให้ดูเสียสิ ใครนะบอกว่า..ไม่มีความมั่นคง เธอก็สร้างความมั่นคงให้ดูได้นี่ ตั้งใจใส่ใจใช้ความรู้ฟื้นฟูแผ่นดิน เท่าที่พบมีแต่คนใช้ความรู้ทำลายระบบความสมดุลของธรรมชาติ ทำการเกษตรแบบล้างผลาญ คิดง่ายๆโง่ๆแบบบ้องตื้น ทำลายภูเขา ทำลายป่าไม้ แม่น้ำลำธาร ทำเอาหน้าดิน อินทรียวัตถุ แม้แต่จุลินทรีย์ในดินก็สูญพันธุ์ สิ่งที่จรรโลงความเป็นธรรมชาติย่อยยับ น้ำหมอกน้ำค้างหายไป ต้นทุนธรรมชาติเสื่อมโทรมลงตามลำดับ พวกเกษตรพันธุ์ห่วยแตกนี้ ไปอยู่ที่ไหนทำลายระบบนิเวศพังยับ นำสารพิษสารเคมี นำความโง่เขลามาหากิน กระทำตรงกันข้ามกับห่วงโซ่ของธรรมชาติ คิดจะเอาแต่ได้ ไม่คำนึงถึงความเป็นจริง เรียนและหลอกกันมาเป็นทอดๆ ไม่ได้กล่าวหาใครหรอกนะ

ลองพิจารณาดูพื้นที่เกษตรกรรมของประเทศนี้ดูเถิด มีที่แหล่งใดบ้างที่ทำการเกษตรแล้วมันเอื้อต่อความปกติของธรรมชาติ มีหมู่บ้านไหนตำบลไหนที่มนุษย์กับธรรมชาติอี๋อ๋อไปด้วยกันได้ พากันโค่นทลายสภาพแวดล้อม เพื่อจะได้ผลผลิตเฉพาะหน้าแบบตีหัวเข้าบ้าน ความรู้ผิดๆนำมาซึ่งวิกฤติธรรมชาติที่นับวันจะหนักข้อขึ้นทุกที

สังคมเกษตรบ้านเราเกิดวิกฤติจนล่มสลาย

ไม่มีไอ้บ้าคนไหน ทำมาหากินบนผืนดินที่แต่แดดกับลมแล้วยั่งยืนหรอกนะเธอ นอกจากนี้ยังเจ็บป่วยด้วยสารพิษสารเคมี แถมยังมีหนี้สินล้นพ้นตัว ภาพที่เห็นล้วนเป็นเกษตรกรที่ดูดี แต่ไม่มีอะไรดีสักอย่าง ส่งเสริมหลอกหลอนกันมาซ้ำซากเต็มที ทุกวันนี้มีพื้นที่การเกษตรที่ปนเปื้อนสารเคมีเต็มประเทศ ผู้บริโภคก็เจอมลพิษและยาฆ่าแมลงอยู่ในสายเลือด ป่วยกันแทบจะล้นโรงพยาบาลอยู่แล้ว ยังไม่สะดุ้งสะเทือนอะไร

ถามว่าเกษตรไทยใช้วิชาอะไรทำมาหากิน

กรมกองที่ส่งเสริม..ส่งเสริมความรู้อะไร

สถาบันที่สอนภาคการเกษตร..สอนวิชาเกษตรจากกรุไหน?

ทำไมมันถึงเจ๊งกะโบ๊ะกันตั้งแต่หัวจรดเท้ายังงี้ละครับ

ส่งเสริมกันจนภาคการเกษตรล้มละลายขายตัว

ชาวบ้านเผ่นหนีอาชีพเกษตรกรรมไปเป็นกรรมกร เพราะทำตามที่ส่งเสริมแล้วมันไปไม่รอด เดี๋ยวนี้ทุกอย่างเดินมาจนถึงเส้นตาย เส้นยาแดงที่ต้องออกมาตรการเยี่ยวยากันทั้งปี ไม่ว่าน้ำท่วม ฝนแล้ง ผลผลิตราคาตก จำนำโน่นนี้ อีกไม่นานหรอกจะเอาอนาคตมาจำนำ..มันก็ไอ้แค่เรื่องแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปวันๆแค่นั้นแหละ ยังไม่มีระบบการเกษตรที่ถูกต้องเหมาะสมและยั่งยืนอย่างแท้จริงในประเทศนี้

เรื่องที่น่าเศร้าสลดที่เล่ามานี้ เป็นเพียงน้ำจิ้มเท่านั้นแหละลูกหลานเอ๋ยยังมีเบื้องหลังบ้าบอคอแตกอีกเยอะ ถ้าเราไปสนใจก็เสียเวลาเปล่า อยากจะให้มองว่า..โจทย์ชีวิต โจทย์สังคม โจทย์ประเทศที่เกิดวิกฤติขึ้นนี้ เป็นเพราะความรู้ไม่พอใช้ และมีความรู้ที่ไม่ถูกต้อง น่าจะเป็นโอกาสทองของเรา ที่ศึกษามาทางด้านทรัพยากรการเกษตร จะนำพาวิชาความรู้ที่ถูกต้องแหละเหมาะสมออกไปปักธงในบ้านเกิดของเราเอง

ไปทำให้ดู อยู่ให้เห็น ว่าการเกษตรที่ถูกต้องนั้นทำได้ ทำให้ดี ให้ยั่งยืนและมั่นคงแค่ไหนก็ได้ ใช้วิชาความรู้ฟื้นฟูแผ่นดินให้ถิ่นเกิดของเรา ให้มันกลับมาเขียวสะพรั่ง มีอยู่มีกิน อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่เราลงแรงไป เรื่องนี้พิสูจน์ไม่ยากหรอก ถ้าคนเราไปอยู่ตรงไหน แล้วใช้วิชาความรู้ความตั้งใจสร้างสภาพแวดล้อมให้เจริญเติบโตขึ้นทุกปีๆ แล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นภาคีของธรรมชาติก็หวนกลับมาอยู่กับเธอ เธอเพียงแต่ใช้วิชาความรู้ด้านทรัพยากรการเกษตรแนวใหม่ มาสร้างชีวิตใหม่ ชีวิตเธออนาคตเธอจะมั่นคง จนพวกปากหอยปากปูต้องเหล่ตามอง..

น้ำค้างน้ำหมอกก็จะกลับมาช่วยเธอเพิ่มความชุ่มชื้น

ไส้เดือนจุลินทรีย์ก็จะมาช่วยเธอบำรุงดิน

พันธุ์พืชพันธุ์ไม้ป่าก็จะกลับมาช่วยเธอแต่งแต้มธรรมชาติ

ใบไม้ใบหญ้า  ดอกไม้ก็จะเบ่งบานให้กำลังใจเธอ

นกหัวขวาน  ก็จะมาสับโพรงไม้ โป๊กๆ กล่อมเธอนอนพักผ่อน

นกเขาก็จะมาขันคู ร้องเพลงให้เธอได้ยินทุกเช้า-บ่าย

ผึ้งก็จะออกบินหึ่งตั้งแต่เช้ามืดเพื่อมาชวนเธอไปรดผัก

ดูสิเธอ..ไม่มีผึ้งตัวไหนงอแงบินหาน้ำหวานยามเช้าตรู่

ดูสิเธอ..ปลวกตัวไหนขี้เกียจสักตัว

ดูสิเธอ..ไม่มีมดตัวไหนลงพุง ทุกตัวล้วนมีเอวมาตรฐานทั้งนั้น

ดูสิเธอ..ไม่มีเช้าใดที่ไม่มีแสงแดดอุ่นมาทักทายเธอ

ดูสิเธอ..ไม่มีต้นไม้ต้นไหนไม่ขยันขันแข็ง

ดูสิเธอ..ทรัพยากรธรรมชาติล้วนมาอยู่เคียงข้างเธอเป็นเพื่อนเธอ

เสียดาย เสียดาย และเสียดาย

ที่พ่อไม่มีลูกชายลูกสาวเข้าศึกษาที่จุฬา-น่าน เช่นพวกเธอ

ไม่งั้น..พ่อจะพาเขาทำการเกษตรให้สะบึมส์ไปทั้งโลก


กว่าจะเป็นโมเดลบุรีรัมย์

อ่าน: 1597

พี่น้องครับ ผมต้องใช้เวลาปั้นดินทรายที่แห้งแล้งให้เป็นป่าผืนเล็กๆขึ้นมา ด้วยการใช้เวลาไปมากกว่าค่อนชีวิต ที่แทบไม่ได้ทำอย่างอื่นอย่างใดกับใครเขาเลย ก้มหน้าก้มตาสะเปะสะปะในพื้นที่ปลูกต้นไม้ ไ ม่ มี อ า ชี พ อื่ น แ ล ะ ก า ร ง า น อื่ น ด้ ว ย น ะ .. ผมเหนียมอายที่จะตอบว่ามีอาชีพอะไร? ครั้นจะตอบว่า..มีอาชีพปลูกสร้างสวนป่า ตามที่ระบุไว้ในโล่รางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติสาขาปลูกสร้างสวนป่า ที่ได้รับพระราชทานจากพระหัตถ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และรับเหรียญรางวัลของFA0. ก็ยังไม่กล้าที่จะพูดเต็มปากเต็มคำ..เพราะพูดไปก็ยากที่ใครจะทำความเข้าใจได้ แม้แต่สถาบันการเงินก็ยังไม่มีมาตรการเงินกู้เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรง

ก า ร นำ พ า ค ร อ บ ค รั ว อ อ ก น อ ก ลู่ น อ ก ท า ง ก ร ะ แ ส สั ง ค ม

มั น เ จ็ บ ตั ว จ น ห นั ง กำ พ ร้ า ถ ล อ ก ป อ ก เ ปิ ก อ ย่ า ง นี้ แ ห ล ะ

ทำไงได้..ในเมื่อเรากำหนดเอง ก็ควรรับเละรับทุกอย่างเอง

มาวันนี้..วันที่สรุปบทเรียนฉากใกล้สุดท้าย ซึ่งไม่ง่ายเลยถ้าไม่มีคุณชายและลูกสาวขันอาสา มาระดมพลังทำงานแบบหัวชนฝา ที่มีเรื่องลุ้นระทึกทุกๆ3เวลาก่อนอาหาร เ มื่ อ คื น ค น ทำ ห นั ง สื อ ยั ง อ ด ห ลั บ ขั บ ต า น อ น เ ขี ย น สิ่ ง ที่ เ รี ย ก ว่ า ถ อ ด บ ท เ รี ย น แหม..นึกว่าจะเข็ดหลาบรึอ่อนเพลียจนแผ่สองสลึงหลับนอน ยังมารำพึงรำพันต่อเสียยืดยาว แล้วให้ผมคอมเมนท์ ..เอาละสิ..ค น ที่ จุ ก จิ ก ก ว น ใ จ คุ ณ เ ธ อ ทั้ ง ห ล า ย ใ น เ รื่ อ ง ค อ ม เ ม น ท์ . . คราวนี้ โ ด น ย้ อ น ศ ร ใ ห้ ค อ ม เ ม น ท์ เ สี ย เ อ ง . .

ผมอยากจะบอกว่า ..นี่ไงมหากาพย์แห่งการทำหนังสือ ฉบับที่ได้ประมวลผลคนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่เรียกว่ากองบรรณาธิการ ที่ต้องทำงานแบบสุดลิ่มทิ่มประตู ยอมทุ่มเททุกอย่าง ทุกอย่างที่เหมารวมถึง-กำลังกาย-กำลังใจ-กำลังสติปัญญา มีเท่าไหร่โป๊ะลงหมดหน้าตัก..ท่ามกลางความบีบคั้นที่มาจากรอบทิศทาง

คณะทำงานโดนบีบ บีบ ๆๆ จนเหลือแต่หัวกะทิ ..

ผมอยากให้ท่านผู้อ่านหนังสือเล่มนี้ ได้รับทราบอะไรที่อยู่เบื้องหลังบ้าง เพื่อจะได้สัมผัสวิถีความดีของคนดีที่เรารู้จัก ว่าที่เขาทำอย่างนี้ได้เพื่ออะไรเพราะอะไร ..กว่าจะจับตัวอักษรออมาจากป่ามาร้อยเรียงได้นั้น ต้องชำระคราบไคลไปกี่ครั้ง แม้แต่ตอนท้ายๆที่จับอาบน้ำทาแป้งก่อนจะส่งขึ้นแท่นพิมพ์ ก็ยังดึงมาส่องกระจกจนเวียนหัว..

ผมอยากให้ “แม่หยิบ” และท่านที่อุปการคุณหนังสือเล่มนี้ได้รับรู้เรื่องหลังโรง ว่าที่ท่านช่วยกันอ่านสะดวกสบายนั้น คนที่ทำถูกกดดันจนอ้วกแตก! แต่เขาหายเหนื่อยจนปลิดทิ้งถ้าเห็นหนังสือโมเดลบุรีรัมย์ไปอยู่ในมือของท่าน ..เมื่อทุกอย่างเดินหน้าได้ทันครรลองของลิขิตฟ้า.. สามารถนำเสนอในงานที่โผล่ขึ้นมาแบบฟ้าผ่า!

เราจะไปเปิดตัวหนังสือเล่มนี้ที่ตึกสันติไมตรีครับผม..

และที่สำคัญโดยบังเอิญหรืออย่างไรก็สุดอธิบายได้

การประชุม r2r ครั้งที่ 5 “วิถี R2R: เรียบง่าย คุณภาพ ครบวงจร

การประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากงานประจำสู่งานวิจัย(R2R)ครั้งที่5
วิถีR2R:เรียบง่าย..คุณภาพ..ครบวงจร
10-12กรกฎาคม2555
ศูนย์การประชุมอิมแพ็คฟอรั่มเมืองทองธานี
จัดโดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขและภาคีเครือข่าย R2R

คือ…การร่วมวงสุนทรียสนทนากับปราชญ์แห่งชีวิตสองท่านคือ…

วันพุธที่ 11 กค. 2555 เวลา 10.30 - 12.00 น.

ห้องGrandDiamondBallroom:
ใครๆ ก็ทำ R2R กัน”

วิทยากร: ปราชญ์พ่อสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ อำเภอสตึก จ.บุรีรัมย์ (Sutthinun Pratchayapruet )
อาจารย์วิเชียร ไชยบัง ผู้อำนวยการโรงเรยนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์ (
โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา)

ซึ่ง..ประเด็นแห่งสุนทรียสนทนานี้…นำไปสู่การเรียนรู้ในประเด็นที่ว่า…

1.อยากให้เล่าบริบทในงานของตัวเองก่อนว่าทำงานด้านไหน เมื่อเกิดปัญหาแล้วแก้ยังไง โดยใช้แนวคิดเชิงวิจัย (R2R) อย่างไร เช่น วิธีตั้งคำถาม การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล

2.จากการทำงานนี้ เกิดการเรียนรู้ในชุมชน/องค์กรอย่างไร มีการนำความรู้นี้ไปใช้ในทางปฏิบัติอย่างไร มีการกระจายไปภาคอื่นๆ หรือไม่อย่างไร

**อยากให้เน้นที่กระบวนการเรียนรู้ของบุคลากร/องค์กร และการสนับสนุนที่ให้นี้ ทำอย่างไรในเชิงโครงสร้าง จึงเกิดขึ้นมาได้

และสิ่งที่ข้าพเจ้าคาดหวังก็คือว่า…อยากให้ผู้เข้าร่วมฟังได้เกิดการเรียนรู้ในวิธีคิด และการเรียนรู้จากวิทยากรทั้งสองท่านค่ะว่า ตลอดชีวิตแห่งการงานนั้น มีสิ่งใดบ้างที่เกิดเป็นประเด็นแห่งการเรียนรู้เกิดขึ้น …

ใน เวทีนี้ … คิดว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่หลายๆ ท่านจะได้รับโอกาสที่ดีที่ร่วมฟัง เรื่องราว เรื่องเล่า…ผ่องถ่ายจากประสบการณ์ถือเป็นความงดงามแห่งชีวิตการงาน

ท่านคงเห็นโจทย์บนเวทีวันที่ 11 .. แล้วใช่ไหมครับ ผมไม่ทราบว่าประเด็นหลักๆมันมาจ๊ะกันได้ยังไง ถึงตอนผมโม้..ผมก็จะบอกว่าเรื่องมันยาว..ฟังที่เล่าบนเวทีมันเป็นแค่น้ำจิ้ม..ถ้าอยากได้มหานทีคุณพี่ต้องอ่าน ..”โมเดลบุรีรัมย์” จึงจะได้คำตอบครบถ้วนตามที่ผู้ดำเนินการสนทนาจุดประเด็น อนึ่งผมทราบว่าเครือญาติคนสวยชาวFB.หลายท่านจะไปพบปะกัน ขอลายเซ็นคุณชายและคณะบรรณาธิการ นับเป็นมหาโอกาสดีเหลือเกิน ที่เราจะได้ให้กำลังใจ

ค น ที่ เ สี ย ส ล ะ สุ ข ส่ ว น ตั ว มา เ พิ่ ม ค ว า ม สุ ข ใ ห้ ส่ ว น ร ว ม ..

ความเหนื่อยยากเดินทางมาถึงป้ายจอด เราสามารถเก็บความรู้สึกที่เรี่ยราดตามรายทางระหว่างทำงานให้ทันเวลา เพื่อจะมาบอกเล่าหมายเหตุแห่งชีวิตต่อหน้าผู้คนที่ลงทะเบียน 2,000 คน เรื่องนี้มันไม่ง่ายเลยแม้แต่จุดเดียว การสรุปบทชีวิตของชาวป่าที่ผ่านมา30ปี ทีมีแต่น้ำลายกับกำปั้นเป็นปัจจัย ดิ้นรนทำงานบนฐานความไม่พร้อม พอถึงตอนถอดบทเรียน บ ท ที่ ว่ า นี้ มั น ติ ด เ ชื้ อ ค ว า ม ย า ก ลำ บ า ก ป ะ ป น ม า กั บ จ น ถึ ง อั ก ษ ร ตั ว สุ ด ท้ า ย

จ ง ภู มิ ใ จ เ ถ อ ะ คุ ณ ช า ย

ถอนลมหายใจ ร ะ บ า ย ค ว า ม ห นั ก ใ จ อ อ ก ไ ป ใ ห้ ห ม ด

เ ปิ ด รั บ ค ว า ม ห นั ก แ น่ น ใ ห้ ก ลั บ ม า อ ยู่ ใ น ตำ แ ห น่ ง เ ดิ ม

ค ว ร ห ลั บ พั ก ย า ว ๆ อ ย่ า ง อิ่ ม สุ ข

ขอบคุณมากมาย..จ น ไ ม่ รู้ จ ะ เ ขี ย น ว่ า ยั ง ไ ง

รวบรวมแรงไว้ไปเซ็นชื่อให้คนที่รักหนังสือเล่มนี้ก็แล้วกัน

อิ อิ ..


อยากจะจับก้นหนอน**

อ่าน: 1731

(หนอนขี้ประหลาด)

อ่านเรื่องของมดมาหลายครา แต่ก็ใช่ว่าจะจบนะครับ เรื่องของคุณมดยังมีประเด็นให้ลุ้นระทึกอีกมากมาย แต่เช้านี้มีเรื่องใหม่ๆสดๆร้อนๆเข้ามา เป็นเรื่องพิเศษน่าทึ่งมาก ระหว่างที่ผมนั่งๆนอนๆอาบแดดใต้ต้นยางนา มองไปมองมาอ้าว อะไรละนี่ก้อนเล็กๆกลมๆตกมากระจายเกลื่อน ลองเอามือบี้ดูเป็นคล้ายๆขี้หนอนที่กินใบไม้เข้าไป จึงเก็บมาพิเคราะห์ แค่เรื่องขี้หนอนมันไม่น่าสนใจตรงไหนหร๊อกนะเธอ

แต่ขี้หนอนที่พบวันนี้มันสุดแสนจะโอราฬ

มันเป็นงานศิลปะชัดๆ เป็นไปได้ไง

ไม่เชื่อก็ดูรูปเอาก็แล้วกัน

ขี้หนอนก้อนเล็กๆกลมๆมีลวดลายเป็นซี่เล็กๆตัดขวางคล้ายๆฟักข้าวโพด

สงสัยว่าต่อไปนี้จะมีเรื่องเล่าเรื่องขี้หนอนแล้วละครับ

ผมนะอยากจะจับก้นหนู เอ๊ย ! จับก้นหนอนมาปลิ้นดู

ลำไส้ถูกออกแบบมาพิเศษยังไง

เอาไว้ติดตามอีกทีตอนเย็นดีไหมครับ

•·         ตอนนี้เรามาคุยเรื่องบุญเรื่องคุณหรือเรื่องบุญของคุณกันสักหน่อย พูดถึงบุญบาปผมก็มีความเชื่อตามประสาของผม ไม่มองเป็นเรื่องผิดหรือถูกใช่หรือมิใช่ เพราะมีรายละเอียดที่ซับซ้อนจนยากจะหยั่งถึง การที่เราจะได้รู้จักใครสักคน คงไม่ใช่เรื่องจับฉลากเอากระมังครับ ถ้าวาสนาต้องกันมันก็ไม่ยากหรอก ธรรมะจัดสรรนั้นมีจริง บางคนมานั่งนึกย้อนทีหลังก็งงเหมือนกัน “เรารู้จักกันตอนไหนนะ” ญาติแต่ละคนของผมมีจุดประทับใจเฉพาะเรื่องเฉพาะตัว เช่น อยู่ๆก็ได้รับยานวดที่ผลิตจากเมล็ดลำไย อยู่ๆก็ได้รับยาดม หมอนสมุนไพร อยู่ๆก็ได้รับยาผงทาผิวหนังตำหรับฤๅษี สิ่งเหล่านี้นึกถึงเมื่อใดก็มีภาพฉายชัดในห้วงคำนึง ขออนุญาตยกตัวอย่าง เช่น ครูอึ่ง แห่งโรงเรียนมงคลวิทยา จังหวัดลำพูน ” จั ง ห วั ด ที่ ไ ป น อ น ห นึ่ ง คื น อ า ยุ ยื น ไ ป ห นึ่ ง ปี นั่ น แ ห ล ะ “ พอเห็นหน้าทีไรก็นึกถึงเรื่องที่ครูอึ่งเขียนเล่าประวัติตัวเอง ลงภาพด้วยนะ เป็นภาพเด็กหญิงตัวเล็กตัดผมม้าท่าทางส่อแววเฮี้ยวระดับหลุดโลกเชียวแหละ ถ้าอ่านเรื่องที่เล่าด้วยก็ยิ่งตีบทแตกกระเจิง ผมอ่านเรื่องนี้หลายรอบ อ่านทีไรก็มีสะเก็ดหล่นเพิ่มขึ้น ระยะหลังสนิทกันก็ยิ่งประทับใจในญาติผู้นี้ เกิดความเห็นใจอย่างบอกไม่ถูก คนที่จะเห็นใจกันระดับนี้ ต้องมีอะไรให้เห็น ไม่ใช่จู่ๆจะสถาปนาหรือปลุกเสกขึ้นมาได้ ผมจึงโชคดีมากที่ได้รู้จักครูอึ่ง ผู้ซึ่งอุทิศตนให้กับคนเยาวชนลำพูนให้กับชาวเฮและให้กับโลกการศึกษา ผมยังคิดว่าใครได้รู้จักครูอึ่งแล้วไม่เห็นความพิเศษในตัวคน แสดงว่าเครื่องรับของท่านชำรุดแล้ว

เช้านี้นั่งมองดูขี้หนอนคนเดียว

แ ต่ ถ้ า มี ค รู อึ่ ง ม า นั่ ง ข้ า ง ๆ เ ฝ้ า สั ง เ ก ต ด้ ว ย

ผมจะได้มุมมองเอ็กซเรย์จาก ส า ย ต า ค รู บ ว ก พ ย า บ า ล ที่ ล ะ เ อี ย ด ลึ ก ซึ้ ง

ทุกครั้งที่มีเรื่องเกี่ยวข้องกับการเฝ้าสังเกตสิ่งที่อยู่รอบตัว

ใ บ ห น้ า ค รู อึ่ ง ก็ จ ะ ผุ ด พ ร า ย ขึ้ น เ ส ม อ

เรื่องชีวิตครูอึ่งนั้นสนุกนัก

ต อ น เ ด็ ก ๆ เ ฮี้ ย ว จั ด  โตมาจึ ง ต้  อ ง ม า จั ด เ ฮี้ ย ว ให้กับเด็กๆในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียน

เด็กไหนๆก็เอาอยู่หมัด เพราะครูผ่านกลไกการเฮี้ยวมาหมดทุกกระบวนท่าแล้ว

ไ ม่ เ ชื่ อ ก็ ล อ ง ซื้ อ ห นั ง สื อ เ จ้ า เ ป็ น ไ ผ ไ ป อ่ า น ดู เ น้ อ

•·         อีกคนหนึ่งคืออุ้ยจันตา ขออนุญาตกล่าวถึงอุ้ยหน่อยนะ ผ.ศ.ดร.จันทรัตน์ เจริญสันติ แห่งคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อุ้ยเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนสตรีวัฒโนทัยพายัพ ซึ่งเป็นโรงเรียนเดียวกันกับคนสวยของผม อุ้ยเกิดมาเพื่อที่จะเป็นครูบาอาจารย์โดยแท้ ไม่รู้จะอธิบายยังไง ถ้าผมอยากจะเห็นคนเป็นครูทั้งตัวและหัวใจก็จะคิดถึงอุ้ยนี่แหละ ทั้งเนื้อทั้งตัวไม่ว่าจะแง่มุมไหนความเป็นครูฉานฉายอยู่ตลอด ที่สำคัญ  อุ้ ย นี่ น ะ ห น้ า ต า เ ห มื อ น กั บ แ ม่ ย า ย ผ ม เ ป๊ ะ เ ล ย  เรียกว่าเห็นอุ้ย ก็ เ ท่ า กั บ เ ห็ น แ ม่ ย า ย นั้นแหละ อิ อิ

•·         เจอกันครั้งแรก  อุ้ยเข้ามากอดจากข้างหลัง ยังอบอุ่นประทับใจไม่ตกหล่นไปไหนได้เลยนะอุ้ย มีคราวหนึ่งชาวเฮมาชุมนุมกันที่สวนป่า ก่อนจะขึ้นรถทยอยแยกย้ายกันกลับ ผ ม จั ด ม ห ก ร ร ม ก อ ด อุ้ ย  นั่นก็คือพวกเราล้อมวงหน้าอาคาร ๓๐กว่าคนได้ แล้วให้อุ้ยเดินกอดทักทายญาติแซ่เฮทุกคน พระอาจารย์แฮนดี้หัวไว วิ่งไปเปิดเพลง”กอด” ซึ่งเป็นเพลงประจำสถาบันเฮ งานนั้นอุ้ยถูกกอดอ่วมอรทัย พวกเราประทับใจในกันและกันมิรู้ลืม มันไต่ระดับจากมิตรภาพไปซึมซาบในใจ อุ้ยเป็นญาติผู้ใหญ่ที่พูดน้อยต่อยตรงกระโดงคาง ให้ความห่วงใยและความตั้งใจดีกับเราอยู่เสมอ อุ้ยเคยพาผมทัวร์หลายสิบวัดรอบๆเชียงใหม่ แต่ละวัดมีเหตุผลกำกับอย่างน่าทึ่ง ว่าทำไมจึงชวนให้มาที่วัดแห่งนี้

•·         อุ้ยเป็นมัคคุเทศก์ที่ดีที่สุดประจำก๊วน ขอมีเวลาแม้นิดเดียว อุ้ยจะเลี้ยวพวงมาลัยทันที เราจึงได้ชมสิ่งดีๆที่ไม่คาดฝันเสมอ ค รั้ ง ห ลั ง สุ ด ไ ป ช ม วั ด เ จ ดี ย์ ห ล ว ง คื น ที่ พ ร ะ จั น ท ร์ ก ร ะ จ่ า ง ฟ้ า  ไม่มีใครเลย บรรยากาศสงบลมเย็นๆพัดอยู่รอบตัว ทำให้ย้อนถึงตอนมาจีบแม่ยอดขมองอิ่มเมื่อครั้งกระโน้น ..น้าอึ่งอ๊อบถลาถือกล้องไปถ่ายรูปแบบก๋าๆตามสไตล์ขาโจ๋ ผ ม ก ลั บ นิ่ ง งั น ส่ ง ค ว า ม ร ะ ลึ ก ถึ ง ไ ป ยั ง ส ร ว ง ส ร ร ค์  เ ป็ น ค รั้ ง ห นึ่ ง ที่ คิ ด ถึ ง ค น รั ก จ น ท่ ว   ม ท้ น ใ จ  ไม่นึกว่าจะมีห้วงเวลาที่วิเศษอย่างคืนนั้น อุ้ยมักจะทำเรื่องให้เราต้องขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่าสม่ำเสมอ 

•·         ผมมีหลานสาวเยอะ ที่พิษณุโลกมีหลานตัวกะเปี๊ยก๒คน ชื่อภวรัญชน์ (นีน่า) กับ พิชามยน์ (เอ็มมี)เรียนอยู่ชั้น ป.๖ กับ ป.๕ ทั้ง๒เป็นหลานของตาหวาน (ศุภราภรณ์ พุทธพจน์มงคล) ตาหวานเปิดร้านเสริมสุขภาพความงาม ผมก็เรียกชื่อไม่ถูก เอาเป็นว่าทำนองสวยดูดีก็แล้วกันนะ ส่วนคุณพ่อเปิดร้านอินเดียสโตร์ คุณแม่ตาหวานทำอาหารประจำชาติได้เด็ดขาดนัก คณะแซ่เฮเคยไปชิมฝีมือถึงก้นครัวหลายครั้ง คุณแม่ลงมือแสดงเอง ยกโรตี ยกอะไรๆมา เกลี้ยงในพริบตา ลุงเอก (พลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ) ชม..ระดับฝีมือบวกความอร่อย ดูได้จากอัตราความเร็วของอาหารที่หายในพริบตา เสิร์ฟแทบไม่ทันลูกหลานชูชกเจี๊ยะ

•·         ปีนี้หลานสาว๒คนโตพอที่จะส่งไปเรียนที่อินเดีย  ตาหวานซึ่งเป็นอาเลี้ยง๒คนนี้มา เคยไปเผชิญความลำบากมาแล้ว ไม่อยากให้หลานต้องพลัดพรากจากพ่อแม่ไปเล่าเรียนอย่างนั้นอีก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะส่งหลานตัวจ้อยไปเรียนต่อที่ไหน เป้าหมายก็คืออยากได้โรงเรียนแนววิธีพุทธจริงๆ ถ้าได้โรงเรียนประจำก็ยิ่งดี เธอกับน้องเที่ยวตระเวนไปดูโรงเรียนหลายแห่งแต่ก็ยังไม่ปลงใจ หลานๆก็ไม่อยากไปอินเดีย ให้ทำอะไรก็ยอม สุดท้ายเธอตัดสินใจเลือกโรงเรียนสัตยาไส ที่อาจารย์ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ก่อตั้ง

•·         ตาหวานโทรฯมาหา ด้วยน้ำเสียงของคนที่แบกโลกไว้ เธอเล่าเรื่องหาโรงเรียนให้นีน่ากับเอ็มมี่จนท้อใจ เล่าว่าได้แอบเข้าไปเลียบเคียงที่โรงเรียนนี้แล้วชอบมาก นักเรียนรับประทานมังสะวิรัต เด็กทุกคนเป็นนักเรียนประจำ แนวทางการสั่งสอนอบรมก็ยอดเยี่ยม ฝึกปฏิบัติครบเครื่องเรื่องคุณธรรมประจำใจ แต่เมื่อทราบระเบียบการของโรงเรียนแล้ว เ ธ อ แ ท บ ห ม ด กำ ลั ง ใ จ  ไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แม้เท่ารูเข็ม ในเมื่อโรงเรียนแห่งนี้จะรับเด็กเฉพาะที่เข้าเรียนตั้งแต่แรกเริ่ม จะไม่รับระหว่างทาง ซึ่งก็มีเหตุผลอย่างยิ่งเกี่ยวกับการปรับตัวที่ไม่ง่ายเลย อนึ่ง มีผู้ปกครองจำนวนมากมองหาโรงเรียนที่อบรมด้านคุณธรรมและจริยธรรม ถ้าเปิดรับระหว่างทาง โรงเรียนแบกปัญหาสารพัดไม่ไหวแน่ จึงมีกฎเหล็กดังกล่าวไว้

•·         เมื่อผมทราบกองทุกข์ของตาหวาน ผมก็นอนก่ายหน้าผากสิครับ โดยปกติผมจะไม่ยอมเตะต้องระเบียบต่างๆที่วางไว้ดีอยู่แล้ว แต่ก็แปลก คนนอกมักจะเข้าใจผิดว่าผมเป็นคนมีเส้น น่าจะใช้เส้นครูบาทำโน่นทำนี่ได้ ที่จึงไม่ได้มีน้ำยาอะไรหรอก ถ้าเป็นเรื่องจำเป็นของเครือญาติไม่กระทบกับกติกาของคนอื่นก็ยินดี แต่เรื่องที่จะไปเตะต้องความปกติสุขของโรงเรียนสัตยาไสนี่นึกไม่ออกจริงๆ ถ้าเลือกเป็นโรงเรียนอื่นน่าจะสบายใจกว่านี้ แต่นี่..ตาหวานปักหมุดให้แล้ว เป็นโจทย์ที่ยากกว่าเข็นครกขึ้นภูเขา เดินหน้าก็ไม่ได้ จะถอยหลังก็ไม่ได้ คิดถึงเรื่องนี้ทีไรแอบถอนใจทุกที ปลอบใจตัวเองว่าทุกเรื่องต้องมีทางออก ท า ง อ อ ก อ ยู่ ที่ ไ ห น ล ะ  ป้ า ย ก็ ไ ม่ มี บ อ ก   ล า ย แ ท ง ก็ ไ ม่ มี ใ ห้ อ่ า น   มืดแปดด้านอยู่เป็นเดือน เพราะภารกิจไม่เขยื้อนเลย

จนกระทั้งวันหนึ่ง

ผมนึกถึงเรื่องราวเมื่อคราวบล็อกโกทูโนมีปัญหา

พวกเราคนแซ่เฮคุยกันว่าเราจะลงขันระดมทุนช่วยเหลือบล็อกให้คงอยู่ต่อไป

ผมจึงป่าวประกาศเรื่องนี้ลงบล็อก

พวกเราทุกคนต่างกุลีกุจอเสนอตัวที่จะให้หักเงินเดือน ส่งเงินออม

บางคนอาสาผลิตของที่ระลึกหรือหาทางหาทุนมาสมทบจ้าละหวั่น

นีน่ากับเอ็มมี่ทุบกระปุกออมสินเอาเงินเหรียญมานับเป็นกองๆส่งมาให้เรา

ตาหวานถ่ายภาพลงบล็อก พี่ป้าน้าอากระตู้วู้กับจิตกุศลของหลาน๒คนนี้มาก

•·         ผมนะปลื้มจนแทบลืมกินข้าว รักเจ้าหลานตัวจ้อยจนสุดหัวใจ นีน่าพี่คนโต ตาหวานเคยเอามาเที่ยวเมื่อคราวจัดงานเฮที่ภูเก็ต และเคยมาที่สวนป่าด้วย  นีน่า ร่าเริง เป็นเด็กที่กล้าแสดงออก ร้องเพลงเก่ง จับไมค์เมื่อไหร่เหมือนมือติดตังเม ทั้งร้องทั้งเต้นด้วยนะ ร่าเริงแจ่มใสเรียกเสียงหัวเราะพี่ป้าน้าอาฮาตึง วันเข้าไปสอบสัมภาษณ์ที่สัตยาไสเป็นภาษาอังกฤษ ตาหวานเล่าว่า นีน่าดำน้ำตอบภาษาอังกฤษอย่างมั่นใจ ให้รู้เสียมั่ง ว่าเป็นหลานไผ  อิ อิ

การที่เด็ก๒คนฝ่าด่านเหล็กเข้าไปเรียนในสัตยาไสได้

เป็นเพราะเธอช่วยเหลือตัวเอง

ทั้ ง บุ ญ กุ ศ ล ที่ เ ธ อ ทำ ม า    แ ล ะ ค ว า ม ส า ม า ร ถ พิ เ ศ ษ ใ น ตั ว

ทำให้วันนี้นีน่ากับเอ็มมี่ได้เข้าเป็นน้องใหม่ของโรงเรียนสัตยาไสเรียบร้อยแล้ว

เฮ้อ เรื่องนี้มีเบื้องหลังลุ้นระทึกจนไม่อาจจะเขียนเล่าสั้นๆได้

ถ้าต้องการอ่านจนจบถ้อยกระทงความ

ก็รออ่านในหนังสือ บุรีรัมย์ โมเดล ดีไหมครับ

อิ อิ

 


งกไปก็เท่านั้น

อ่าน: 2480

ไม่มีมนุษย์ตนใด สามารถเอาทรัพย์สมบัติของโลกนี้ไปได้แม้แต่เท่าเม็ดทราย เรื่องนี้ผ่านการพิสูจน์มาหลายยุคสมัยและหลายอารยะธรรม มนุษย์พยายามสร้างสิ่งที่คิดว่ามั่นคงถาวรเท่าที่จะคิดทำได้ ดูง่ายๆจากปิรามิดฝังพระศพของกษัตริย์อียิป หรือสุสานหลวงในประเทศจีน อุตส่าห์ปั้นหุ่นสรรพกำลังทั้งกองทัพลงไปด้วย สร้างกำแพงเมืองจีนยาวหลายแสนลี้ ล้วนแล้วแต่พยายามยุ่งกับทรัพย์ยุ่งกับกิเลศ แต่สุดท้ายมันก็ไอ้แค่นั้นแหละต๋อย เสียดายเวลาเสียดายแรงความคิดที่ทุ่มทำเรื่องโง่ๆ ถ้าเอาพลังเหล่านั้นพลิกกลับมาสร้างโลกให้น่าอยู่ มีความคิดที่จะให้ที่จะตอบแทนที่จะสำนึกบุญคุณ เธอคิดดูเถิดโลกนี้จะเป็นสวรรค์บนดินสักเพียงไหน เท่าที่ย้อนหลังไปดูตั้งแต่เกิดมีมนุษย์ขึ้นมา พวกกะโหลกหนาเหล่านี้มีแต่พากันเปลี่ยนแปลงโลกทำลายโลก แล้วเรียกสิ่งนั้นว่าพัฒนาและเจริญ บ า ง ก ลุ่ ม ยั ง ท ะ ลึ่ ง ใ ช้ คำ ว่ า โ ช ติ ช่ ว ง ชั ช ว า ล ด้ ว ย น ะ

ขณะนี้โลกกำลังเน่าเหม็นบูดมากขึ้น เธอก็รู้สึกได้นี่

ทุกคนต่างก็มีประเทศ มีญาติ มีลูกหลาน

แ ต่ ไ ม่ มี ใ ค ร เ ล ย ที่ จ ะ นั บ ญ า ติ กั บ โ ล ก ใ บ นี้

พวกลูกอีช่างโกย ก อ บ โ ก ย เ อ า ท รั พ ย์ ข อ ง โ ล ก ม า ไ ว้ กั บ ตั ว

เพื่อเป็นเหยื่อให้คนอยู่ข้างหลังสืบสันดานโกยต่อไป

ผมไม่เข้าใจว่าพวกนี้ ไ ป เ รี ย น วิ ช า ม อ ม เ ม า วิ ธี คิ ด จ า ก สำ นั ก ไ ห น

บางคนเข้าวัดเข้าวาท่องปาฎิโมกข์ได้คล่องปรือ

แต่ มันก็แค่นั้นแหละต๋อย

มีตำรับตำรา ครูบาอาจารย์ พระสงฆ์องค์เจ้า และผู้รู้อยู่ไม่น้อย ที่พยายามฉุดรั้งเรื่องของกูตัวกู พวกขี้โกงนี่ก็เข้าวัดนะ ก็ไปนั่งทำหน้าซื่อตาใสยังงั้นแหละ เผลอเมื่อไหร่ก็คืนร่างเป็นลูกอีช่างโกยเหมือนเดิม แล้วโลกในอนาคตมันจะเป็นยังไงละครับ ในเมื่อคนทำลายมันตายจากไปโดยไม่รับผิดชอบอะไรเลย แถมลูกหลานหว่านเครือก็ไม่รู้ร้อนรู้หนาว เกรงไอ้ขี้โลภจะน้อยใจ ยั ง ทำ พิ ธี ก ง เ ต๊ ก ส่ ง ไ ป ใ ห้ อี ก แ น๊ ะ เอาเข้าไปทั้งที่ยังมีชีวิตและไร้วิญญาณ อีตอนลงไปขุมนรก ก็ไม่รู้ว่าจะกอบโกยอะไรที่นั่นอีกหรือเปล่า

ทั้งหมดนี้ทำเพื่อสืบสันดานตามความเชื่อของชนเผ่าต่างๆ ซึ่งนับว่าแปลกแตกต่างกว่าสัตว์อื่นทั่วไป ถ้าสัตว์พูดได้มันคงหัวเราะจนเยี่ยวเล็ด นี่หรือสัตว์ประเสริฐ คิดได้เท่านี้สติปัญญามีแค่นี้รึ ผมไม่เคยเห็นสัตว์กลุ่มไหนสะสมทรัพย์สมบัติไว้อย่างเอาเป็นเอาตายเหมือนมนุษย์ ดูๆไปแล้วในก้อนกะโหลกบรรจุด้วยความคิดที่เป็นพิษไม่น้อย บางคนใช้เวลาทั้งชีวิตกอบโกยวัตถุจนไม่เป็นอันทำอะไร วันๆคิดแต่จะแสวงหาทรัพย์จนหน้ามืด ไม่ได้ทางตรงก็ทางอ้อม เกิดมาเพื่อจะกอบและโกย ท่านมหาตะมะคานธี บอกว่า ทรัพย์สินในโลกนี้มีให้มนุษย์ใช้อย่างสุขสบายถ้าแบ่งปันกัน แต่ถ้าคิดกอบโกยเมื่อไหร่มันไม่พอแม้แต่จะให้ไอ้ขี้โลภคนเดียว ผู้นำทุกศาสนาต่างเห็นหายนะของกิเลศ ได้พยายามออกข้อบัญญัติกำกับและควบคุมกิเลศ ไม่ทราบว่าถูกหรือผิดนะครับ ผมรู้สึกว่ามันหนักข้อขึ้นทุกที ใครมีทรัพย์มากจะได้การยอมรับจากวงการมนุษย์ด้วยกัน ถ้าร่ำรวยจากความสามารถก็ดีหรอก แต่ส่วนใหญ่ทำมาหาได้จากกลโกง สังคมยอมรับได้ โกงเข้าไว้โกงสำเร็จ ถือว่าเป็นฮีโร่

ไม่รู้มีกี่ร้อยประเทศนะครับ ที่ผู้นำมันขี้โกง มีประธานาธิบดีนายกรัฐมนตรีตกเป็นข่าวทุกปี เข้าซังเตก็เยอะ ไอ้ผมก็ใช้ภาษาไม่สลวย คำว่าโกงฟังดูไม่ระรื่นหู เดี๋ยวนี้เขาใช้คำว่า “คอรัปชั่น” พวกผู้นำโกงได้มากเพราะมีอำนาจ สามารถเบี่ยงเบนวิธีอุบอิบให้ดูเนียน ผู้นำบางคนใจร้อนถึงกับหาทางเปลี่ยนกฎหมาย เปลี่ยนกติกาก็มี เมื่อประชากรในประเทศไหนเห็นผู้นำโกงเก่งโกงได้สำเร็จ พลเมืองในประเทศนั้นๆก็โกงตามสิครับ โ ก ง ทั้ ง แ ผ่ น ดิ น สร้างระบบใต้โต๊ะบนโต๊ะตบตาตอแหลจนเป็นเรื่องปกติ บางคนมันโกงแม้กระทั้งของพี่น้องด้วยกันเอง คงไม่ต้องยกตัวอย่างกระมัง อยู่ใกล้ๆตัวเรานี่แหละ 

ถ้า วั ฒ ธ ร ร ม ขี้ เ กี ย จ  เอ๊ย ขี้โกงแพร่ระบาดไปเรื่อยๆ

เธอคิดดูสิว่าแผ่นดินนั้นจะเป็นอย่างไร

ขยับอะไรนิดหน่อยต้องจ่ายภาษีเถื่อน

ถ้าเธอเป็นพลเมืองของประเทศนั้นๆจะมีความสุขไหมละ

เธอเชื่อหรือว่าการใช้วิธีโกงจะเป็นการสร้างชาติให้เจริญรุ่งเรืองได้

ยกตัวอย่างมาให้ดูสักประเทศหน่อยเถอะ

ถ้ า สั ง ค ม ม นุ ษ ย์ ส ร้ า ง ก ร ะ แ ส ต ร ง กั น อ ย่ า ง นี้

ค ว า ม ส ง บ สุ ข จ ะ ไ ป ห า ไ ด้ ที่ ไ ห น

สุดท้ายต่างก็ใส่หน้ากากหากัน ทำอะไรเชิงพิธีการให้ดูดี เคลือบมลพิษไว้ให้มิดชิด หลังจากนั้นก็ปร๋อแสดงละคร เล่นบทโจรใส่เสื้อนอก เรียนวิชาหลอกกันมาเป็นชั้นๆ พอกกิเลศเข้าไปทุกวัน อยู่กันอย่างถูลู่ถูกัง อมทุกข์อมโศกกันไปตามยะถากรรม ไม่รู้ว่ามีเวลาฉุกคิด มีเวลาอยู่กับตัวเองบ้างหรือเปล่า เคยถามตัวบ้างไหม ว่าเกิดมาทำซากอะไร? ผมละชอบใจคำนี้นัก ที่พระอาจารย์ไร้กรอบชูประเด็นไว้ในหนังสือ “เจ้าเป็นไผ” ถ้ายังไม่เคยอ่าน ก็รีบๆอ่านเสียก่อนที่วาสนาจะชำรุดไปกว่านี้

คนที่โกงคนอื่นได้เพราะไม่มีความละอาย หน้าหนาหลายชั้นนัก หัวจิตหัวใจเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ได้ คงไม่เคยคิดถึงคำตอบสุดท้ายเลยสิท่า ที่หน้าด้านหน้าทนคดโกงได้มานั้นจะเอาไปไว้ที่ไหน เอาไปทำอะไร เอาไปให้ใคร มรดกบาปจะเป็นมรดกดีไปได้อย่างไร ไม่มีสารวิเศษชนิดไหนฟอกบาปได้หรอกนะเธอ

เรื่องเงินๆทองๆเป็นของบาดใจ

มี เ งิ น เ ข า นั บ ว่ า น้ อ ง   มี ท อ ง เ ข า นั บ ว่ า พี่

ถ้า มี ทั้ ง เ งิ น ทั้ ง ท อ ง เ ข า นั บ เ ป็ น คุ ณ พี่  อิ อิ

แต่บางทีทองก็ไม่ไม่ค่าเท่ากับผัวฉัน เ อ า อ ะ ไ ร ม า แ ล ก ก็ ไ ม่ ย อ ม  โช๊ดโช้

พักนี้เรามักจะไม่ได้ยินคำว่าอดออม ประหยัด

คำขวัญที่บอกว่า “มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท” หายไปไหนก็ไม่รู้

ยุคสมัยนี้เขาพลิกแพลงง่ายๆ แปลงหนี้ เป็น เครดิต

ฟังดูดีกว่ากันเยอะเลย

ผมละสงสารพวกตั้งกองทุนตัวจริงเหลือเกิน เช่นกองทุนที่คลองเปรี๊ยะ กองทุนวันละบาท ที่เขาเข้าใจเรื่องพวกนี้อย่างถึงแก่น กองทุนชุมชน กองทุนครัวเรือน เขาหมายถึงการระดมทุนในหมู่กันเอง ไม่ได้เที่ยวไปร้องแรกแหกกระเชอขอมาจากใคร แต่ก็นั่นแหละเธอ สมัยห่วยแตกอะไรๆก็พลิกผันได้ มีคนเอาเรื่องนี้ไปพลิกโผเป็น “กองทุนหมู่บ้าน” ซึ่งหมายถึงการเอาทุนไปแจกทุกครัวเรือน เกิดเป็นกองทุนแตกลูกหลานออกไปจนนับไม่ถ้วน ซึ่งกรณีนี้น่าจะตั้งชื่อใหม่ว่า “กองทุนเคาะกะลา” การที่มาตั้งชื่อซ้ำซ้อนกับของชาวบ้านคิด แล้วทำตรงกันข้าม สิ่งที่จอมยุทธทางภาคใต้ ครูชุบ ยอดแก้ว ที่เคารพรักของผม ทำถูกทำดีมาแล้ว แต่เมื่อมาเจอกองทุนเถื่อนอย่างนี้เข้า ครูชุบจะเดินหน้ายังไงต่อละ ใ น เ มื่ อ มี ทุ น ใ ห้ เ ป ล่ า ๆ บ้ า ๆ บ อ ๆ ม า ยั ด เ ยี ย ด ใ ห้ ส ม า ชิ ก ทั่ ว ป ร ะ เ ท ศ จะห้ามไม่ให้ชาวบ้านเอา เด๊๋ยวก็เป็นหมาหางด้วนได้ง่ายๆ

หลังจากทำเละเทะมาได้พักหนึ่ง ก็ทำท่าจะเปลี่ยนเป็นเงินให้เปล่า

ออกระเบียบชดเชยเงินพวกนี้แทนชาวบ้าน ทำให้เป็นหนี้ศูนย์

ไอ้เรื่องอย่างนี้ ทำ ไ ม ช ะ ล อ ห ลั ง ย า ว จ ะ ไ ม่ ช อ บ ล ะ ค รั บ

เป่าปากหวิีดว๊ายกระตู้วู๊กันครึกครื้น

โดยหารู้ไม่ว่าในที่สุดแล้ว กองทุนหมู่บ้าน ก็คือ กองทุกข์หมู่บ้าน นั้นเอง

ก า ร ดึ ง  จ มู ก ค น จ น นั้ น ส นุ ก เ ข า ล ะ

ยังจะมี ก อ ง ทุ น อ ก อี แ ป้ น แ ต ก อะไรจะตามมาอีกก็ไม่รู้

นี่ก็เพิ่งแจกเงินสัมนาคุณที่มาตายในสนามม๊อบไปรายละ ๖-๗ ล้าน

ผมไม่ได้มองเหมือนคนอื่นนะ ผ ม ว่ า มั น จ่ า ย น้ อ ย ไ ป

น่าจะแจกศพละ ๕,๐๐๐ ล้าน

ในโลกนี้ไม่มีคนจนคนรวยหรอกนะเธอ จ ะ ตี ร า ค า ชี วิ ต ข อ ง เ ธ อ กี่ บ า ท ให้สักพันล้านแล้วขอให้ตัดคอมาขาย เธอจะยอมไหมละ ราคาของชีวิตประเมินไม่ได้หรอก เอาทรัพย์ทั้งโลกมาแลกเธอก็ไม่ยอม แล้วเธอจะเป็นคนจนได้อย่างไร

· คนที่มีประเทศเป็นของตนเอง

· คนที่มีศาสนาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ

· คนที่มีพระมหากษัตริย์ให้เคารพเทิดทูน

· จ ะ เ รี ย ก ว่ า ค น จ น ไ ด้ อ ย่ า ง ไ ร ?

เมื่อเธอไม่ได้เป็นคนจน เธอก็เป็นมหาเศรษฐีนะสิ ท่านมหาเศรษฐีครับ อานุภาพในตัวตนของท่านนั้นไม่ธรรมดาหรอกนะครับ ปลดสัมภาระรุงรังออกเสียบ้าง แล้วลงมือลงแรงสร้างโลกใบนี้ให้น่าอยู่ดีไหมครับ อย่างน้อยท่านก็จะได้ภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่พลเมืองดีของโลก อย่าห่วงไอ้พวกเวรตะไลขี้โกงเหล่านั้นเลย กรรมใดใครก่อคนนั้นก็ต้องได้รับอยู่แล้ว ก่อนตื่นนอนพรุ่งนี้เช้า ถามตัวเองสักหน่อยว่า ท่านจะทำความดีคืนให้แก่โลกอย่างไรได้บ้าง การคิดบวกคิดดีนั้นมีกุศลติดปลายนวมแน่นอน มันรู้สึกดีตั้งแต่ได้คิด เมื่อคิดได้ก็ยิ่งภูมิใจกับตัวเอง และเมื่อเอาความคิดนั้นมาปฏิบัติ ก็จะเกิดผลดีต่อตนเองและต่อโลก ใครก็ไม่ทราบพูดว่า “คิดให้ไกล ไปให้ถึง” แสดงว่า ท่านมีกัลยาณมิตรร่วมเดินทางแน่นอน ถ้าท่านทุ่มเทใจทำสิ่งที่ดีด้วยพละกำลังของท่านเอง ถ้าท่านเป็นคนจริง คิดจริงทำจริงจะเกิดความกล้า จะไม่สงสัย จะไม่เสียเวลาอยู่กับคำว่า “ใช่” หรือ “ไม่ใช่”

ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้น

เธอเคยคิดรักจริงหวังแต่งบ้างไหม

ลองมาแต่งงานกับโลกใบนี้ชีวีเธอสุดแสนจะวิไล

อิ อิ


สัญญาณรัก หรือสัญญาณร้าย

อ่าน: 1233

สัญญาณรัก หรือสัญญาณร้าย

ช่วงบ่าย 3

โมงแพะทั้งฝูงร้องเซ็งแช่ ซึ่งไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน เดินดูใกล้ๆ มีแม่แพะตัวหนึ่งวิ่งมาหา ทำท่าเหมือนจะฟ้องจะบอกอะไรสักอย่าง แต่เราสื่อสารกันไม่ได้ มนุษย์ถอดรหัสของสัตว์ยังไม่สำเร็จ ส่วนแพะตัวอื่นร่วมร้องประมาณครึ่งชั่วโมงก็เงียบเสียลง

บ่าย 4 โมง

กบร้องส่งเสียงรับกัน โอ๊บๆ นานประมาณ 5 นาที

บ่าย 5 โมง

กลุ่มเขียดหลายชนิดส่งเสียงร้องอย่างกับฝนพรำยังงั้นแหละ

อาการเหล่านี้

ตอบไม่ได้ว่าทำไม? จะเกิดอะไร? พยากรณ์ฯไม่ได้บอกว่าจะมีฝน

ได้ยินได้เห็นมาอย่างนี้ก็เล่าสู่กันฟัง แล้วจะคอยสังเกตว่าจะมีสัญญาณจากสิ่งใดเกิดขึ้นอีก ถ้าทำนายประสาชาวบ้าน ปีนี้ฝนน่าจะมาเร็ว เพราะปลาช่อนไข่เปล่งท้องทุกตัว ตามปกติถ้าฝนมาช้าปลาจะไม่ไข่เร็วอย่างนี้ พอฝนมาน้ำท่าบริบูรณ์ดี ปลาจะเร่งวางไข่

ต้นไม้

นับว่าแปลกไม่น้อย มีไม้หลายชนิดออกดอกเป็นครั้งแรก เช่นมะไฟต้นข้างครัว พันธุ์สีชมพูติดผล ส่วนพันธุ์สีเหลืองออกดอกมากมายแต่ช่อดอกร่วงหมด มะกรูดหลายต้นทิ้งใบ ตามกิ่งติดดอกขาวไปทั่วกิ่ง ประดู่แดงต้นเล็กต้นใหญ่นัดกันออกดอก ส่วนลำดวนดงกำลังออกดอกตูมเต็มต้น อีกหน่อยก็คงหอมระบัดไปทั้งสวนแห่งนี้

อากาศ

ช่วงเช้า กับ ช่วงเย็น อากาศพอดีมีความร่มเย็น

ช่วงกลางวันอากาศร้อนจี๋

ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก จุดไฟป่ากันสนุกสาน

เกินควันคละคลุ้งคลุมบรรยากาศ หลายแห่งวัดแล้วเกินมาตรฐานความปลอดภัย เรื่องง่ายๆแค่นี้แหละปล่อยให้บานปลาย มันสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยโคตรมักง่าย ไม่จริงจังที่จะช่วยกันดูแลทรัพยากรป่าไม้ เกิดปัญหามานานแล้วนะเรื่องจุดฟางในไร่นา จุดสวนอ้อย จุดป่า ถ้าจัดการแค่นี้ไม่ได้

  • ป่วยการที่จะไปพูดเรื่องลดโลกร้อน
  • รีบช่วยกันสูดควันพวกนี้มากๆจะได้ช่วยลดมลภาวะ.. !

ท่านมีจิตอาสา ถ้าอยากจะช่วยพวกไม่มีกระจิตกระใจจะอาสา ควรหันมาดูส่วนนี้เพิ่มอย่างไหมครับ ต่อจากการทำเขื่อนหินเขื่อนดินเล็กๆตามป่าตามเขา มารักษาหญ้า ใบไม้ ต้นไม้เล็กไม้น้อยให้ทำหน้าที่ปกคลุมผืนโลก จะได้สอดคล้องกับเขื่อนหินเขื่อนดินเล็กๆ

เรื่องนี้ตลกมาก

ที่คนในพื้นที่ไม่สะดุ้งสะเทือนอะไร

นอนกระดิกเท้าอยู่บ้าน

ใครอยากจะมาช่วยมาทำอะไรตามป่าตามเขาก็เชิญ!

ถ้ายังดูดายโลกที่ตัวเองอาศัยอยู่ด้วยลักษณะอากาศต่างคิดต่างทำ

มั น ก็ เ ห มื อ น เ อ า ท ร า ย ม า ปั้ น โ อ่ ง นั่ น แ ห ล ะ ต๋อย!


ความมักง่าย+ความหมางเมิน=สังคมที่มีน้ำใจแต่ไร้ความร่วมใจ

พวกเรา เ อ า น้ำ ไ ป ป ลู ก ต้ น ไ ม้ กั น ดี ก ว่ า น ะ ค รั บ

จังหวัดไหนจุดไฟป่ามากๆ

ก็ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด-นายอำเภอ-อบต.

และชาวบ้านไปนั่งสูดควันไฟป่าให้สำลักตายไปข้างหนึ่ง

จะได้รู้แล้วรู้แร๊ด..กันไปเสียที



Main: 0.077703952789307 sec
Sidebar: 0.048014879226685 sec