คิดได้ อยากทำ

อ่าน: 1855

เรื่องนี้ เป็นเรื่องเราคิดเราทำ บังเอิญตะกี้นี้ ได้ชมรายการทีวีที่โดนใจอย่างมาก เป็นเรื่องราวชีวิตของชายคนหนึ่งที่สนใจเรื่องงานประดิษฐ์ไม้เล็กๆเชิงศิลปะ จำได้แวบๆว่าท่านผู้นี้มีนิวาสถานอยู่เกาะเกล็ด นนทบุรี เป็นผู้ที่มีความสามารถเอาเศษไม้เล็กน้อยๆมาทำเป็นหุ่นไม้ ชักให้เคลื่อนไหว ทุกอย่างเกิดจากการผลักจินตนาการให้ออกมากระโดดโลดเต้น ทำไป ฝึกฝนไป ไปดูงานแสดงของคนอื่นบ้าง เพื่อเอามาต่อเติมความคิด ค่อยอดจินตนาการตนเองให้บรรเจิด


คุณชุมพล กลัดทอง ออกรายการไทยคิดไทยทำ ช่องMEDIA NEWS ออกอากาศทุกวันอังคาร เ ว ล า จำ ไ ม่ ไ ด้ (ออกรายการซ้ำช่วงกลางดึกอีกด้วย) ควรค้นในเน็ทอีกที ที่ชอบใจเพราะเห็นว่า..คุณชุมพล กลัดทอง ได้ค้นพบตัวเอง ทำตัวเองให้มีความสุข คิดได้และได้คิดในมุมที่สงบสุขและยังได้เจือจานความดีงามให้แก่สาธารณชนอีกด้วย มีเด็กๆไปเรียนกับคุณชุมพลพอสมควร งานของคุณชุมพลวางที่สยามพารากอน มีชาวต่างชาติสนใจเอาไปโพสในสื่อต่างๆ ทำให้งานเล็กๆน้อยไม่น้อยเสียแล้ว เมื่อคนเริ่มเห็นคุณค่าและความหมายที่ซ่อนอยู่


เข้าทำนองผ้าขี้ริ้วห่อความสุขห่อความงดงาม


ที่สำคัญมันเป็นงานที่เหมาะกับเจ้าตัว เป็นการเอาเศษไม้มาทำงานศิลปะ ที่ไม่ต้องใช้เครื่องไม้เครื่องมืออะไรมากมาย ไม่ต้องใช้วัสดุราคาแพง สามารถที่จะเอาเศษไม้เล็กๆน้อยๆมาสร้างงาน เรื่องอย่างนี้ละครับ ที่คนปลูกป่าแสวงหา ผมชอบชมงานศิลปะทำนองนี้ อยากจะเรียนจะทำอย่างนี้บ้าง ตั้งใจว่า..ว่างเมื่อไหร่จะไปดูงานที่บ้านคุณชุมพล ไปที่บ้านถวายเชียงใหม่ ไปที่ด่านเกวียน ไปที่สวนจตุจักร ฯลฯ ญาติโกท่านใดมีข้อมูลช่วยแนะนำสถานที่ด้วยนะครับ


คนขาดคลานความรู้อย่างผม

จะทำอะไรก็ต้องไปจูนใจ สร้างแรงบันดาลใจก่อนนะสิ


ผมคิดว่า บัดนี้ควรปลดล็อคเวลาล่วงเลยได้แล้ว ถึงจะมีต้นไม้มาก ผมก็ไม่อยากตัดไม้ เอาเฉพาะกิ่งกับต้นที่ตายมาใช้ก็ปะเลอะแล้ว การเลือกงานที่เหมาะกับตัว เราจะได้อยู่บ้านประดิษฐ์ประดอยงานไม้ที่สนใจมานานให้เป็นรูปธรรม ที่สวนป่ามีเศษไม้ทุกขนาดแถมยังมีปะเลอะ ยังมีเมล็ดไม้ มีน้ำเต้า เปลือกไม้ ใบไม้ ฝักเมล็ดไม้ สวยๆแปลกๆ พร้อมที่จะทำเฟอนิเจอร์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยประดับบ้าน ใช้จินตนาการเชิงสร้างสรรค์ได้ไม่อั้น ปัจจุบันเครื่องไม้เครื่องมือก็หาได้ไม่ยาก คุณชายก็เพิ่งให้โต๊ะสำหรับงานช่างมา ปัมท์ลมก็มีแล้ว ซื้อเลื่อยวงเดือนตั้งโต๊ะเล็กๆมาตัวหนึ่ง สว่านแท่นเล็กตัวหนึ่ง เครื่องขัดกระดาษทรายตัวหนึ่ง แค่นี้ก็ลื่นไหลแล้วละครับ


พรุ่งนี้ฤๅษีจะมาเยี่ยมยาม ที่ผ่านมาฤๅษีได้ประดิษฐ์งานพวกนี้มาอวดเสมอ คุณชายเองก็มีแผนงานเรื่องพวกนี้อยู่ ยังเคยเอาไม้เนื้อแข็งแกะพระพุทธอย่างห้าวหาญ ต่อไปก็จะง่ายและสนุกขึ้น เรามีไม้หลากหลายคุณสมบัติ ไม่ชวนกันทำธุรกิจบ้าบออะไรหรอกนะครับ หันมาทำงานบ่มเพาะความรู้ความสุขกันดีกว่า ทดลองโน่นนี้ให้สนุกจนสำลัก..ยิ่งคิดก็ยิ่งกระดี๊กระด๊า อยากจะทำใจรอนๆ ช่วงนี้มีงานเฉพาะหน้าต้องประดิษฐ์น้ำเต้าเอาไปแสดงในงานบุรีรัมย์น่าอยู่ หลังปีใหม่ก็จะตระเวนดูงาน หาเครื่องมือมาเพิ่ม แล้วคนป่าก็นั่งทำงานจากเศษไม้ของป่าอย่างสุขโข


การใช้ชีวิตแบบเล็กๆน้อยๆอย่างมีคุณภาพนี่แหละ..สวรรค์บนดิน

ปลูกผักปลูกหญ้าปลูกต้นไม้เสริมตามกำลัง

มีอาหารดี มีอากาศดี มีอนามัยดี มีความปกติสุขดี

พี่เมี้ยวบอกว่า.สวนป่ารวยโอโซน

แ ค่ นี้ ก็ ป ลึ้ ม เ ป็ น บ้ า เ ป็ น แ ล้ ว ล ะ ค รั บ

แ ค่ นี้ ก็ พ อ เ พี ย ง แ ล้ ว ล ะ น้ อ ง เ อ๊ ย อิ อิ


ถามมาตอบไป

อ่าน: 1612
หนาวไหม หนาวไหม คนดี
คนไหนมีคู่ก็คงสุขล้น
คนไหนรักหล่นก็ต้องทนหนาวไป อิ อิ
และแล้วสวรรค์ก็ประทานลมหนาว มาให้คนชอบหนาวได้ระรี้ระริก หลายครอบครัววางแผนเดินทางไปสัมผัสหนาวที่ยอดดอย ไปกางเต็นท์ ไปหุงหาอาหาร ใช้ชีวิตช่วงสั้นอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่เยือกเย็นแต่อุ่นอิงใจ ก็ ดี น ะ ค รั บ .. ออกไประบายอากาศเสียเก่าๆออกทิ้งบ้าง สูดโอโซน ผิงไฟ ใส่เสื้อหนาว ชมดาว ชมทะเลหมอก จิบชา อาบแดด ไปเยี่ยมแม่คะนิ้ง ถ่ายภาพที่ระลึก
รอยต่อกาลเวลา..ระหว่างปีเก่าเข้ามาหาปีใหม่
คนสวยมีแผนไว้ในใจแล้วหรือยัง
มีคนถามว่า พ่อปีใหม่ไปไหนหรือเปล่า
คงไม่ไปไหนหรอกนะครับ ?
จะอยู่กับน้องหนาวให้จุใจ
ห่วงใยการเดินทางในช่วงนี้..
รถราประจัญบานกันมากเหลือเกิน
จราจรแทบจราจล..
ถ้าจำเป็นต้องเดินทาง ควรคืบคลานใจเย็นๆนะน้อง
กลางดึกเมื่อคืนนี้ ระหว่างหลับอย่างสุขารมณ์ ลมหนาวกระโชกแรงมาก ชายมุ้งปลิว เสียงสิ่งของตกหล่นเปรี้ยงปร้าง ร่มปลิวไปหลายเมตร ใบไม้ที่ร่วงอยู่ก่อนแล้ว ลอยปลิวไปจนลานซีเมนต์เกลี้ยงเกลา เออ..เทวดาก็มาช่วยกวาดบ้านด้วย ลมแรงจริงๆนะเธอ ยังดีที่ไม่แตกตื่นนึกว่า โลกแตก.. ลุกมาปิดชายมุ้ง ..แล้วมุดเข้าไปนอนคลุมผ้าผวยเหมือนเดิม รู้สึกหนาวเหน็บ.. คนมีคู่อยู่คนละบ้านละเตียงก็ต้องทำใจ
แต่ก็ดีนะ ที่ไม่ต้องเดินทางไปหาความหนาวเย็นบนยอดดอย
นอนสัมผัสหนาวแบบพอเพียง
จะนอนเอียง นอนแผ่ นอนคุดคู้ ก็อยู่บนเตียงเราเอง
จึงไม่กลัวหนาว หนาวมาเล๊ยๆๆ
เย็นวานมีคณาจารย์หลายท่านมาเยี่ยม บางท่านเคยเป็นอธิการบดี บางท่านเป็นคณะบดีที่รู้จักกันมานาน ท่านเคยมาเยี่ยมยามผมเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว การมาครั้งนี้จึงมีคำถามใหม่ๆ คณะฯเล่าว่า..ระหว่างเดินทางก็เกิดคำถามขึ้นในหมู่กันเอง ตอบได้บ้างไม่ได้บ้าง..เมื่อมาพบหน้าก็มาเอาคำถามจากตัวเป็นๆดีกว่า
อาจารย์พจน์ พรหมบุตร ผู้ทรงคุณวุฒิสภามหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
เปิดประเด็นว่า..คำถามอะไร? ที่ผมเจอมากที่สุด
คำตอบ
1. มีที่ดินเท่าไหร่
2. มีรายได้จากอะไร
3. ดูแลรักษาสุขภาพอย่างไร
4. ยังเที่ยวตระเวนไปนอกบ้านมากไหม?
5. หมู่นี่ยังเขียนหนังสือเขียนและพิมพ์หนังสืออะไรบ้าง?
6. เรื่องอื่นทั่วไป
หลังจากผมเรียงลำดับคำถาม อาจารย์ก็สรุปว่า..คนทั่วๆสนใจเรื่องเศรษฐกิจเป็นหลัก เรื่องความรู้ความคิดไม่ค่อยจะใส่ใจกันเท่าที่ควร สิ่งนี้เป็นวัฒนธรรมของคนไทยสมัยนี้ไปแล้วก็ไม่รู้นะ
ข้อที่ 1 เรื่องที่ดิน ทุกคนอยากจะมีพื้นที่ทำกินกันมากๆ ในระดับครัวเรือนทั่วไป ในความคิดผมมีที่ดิน10 ไร่ ก็ทำไม่ไหวแล้วละครับ แค่ปลูกผักกินเองไร่เดียวนี่ก็ไม่ได้พักได้ว้างเว้นเลย ไม่เชื่อก็ลองดู คนที่มีที่ดินมากควรจะมีความรู้ความเข้าใจมากๆ ถ้ากึ๋นไม่พอ มีที่ดินมาก ก็จะทำลายสภาพความอุดมสมบูรณ์ของพื้นดินให้เสื่อมโทรม ทำให้โลกร้อน โลกวิบัติ ตนเองก็ใช่ว่าจะได้อะไรจากการทำเกษตรฯแบบมักง่าย เรื่องน่าคิดนะครับ
กลายเป็นว่ามีที่ดินมากหรือน้อย
ถ้าความรู้จิบจ้อย..มันก็นำมาสู่ความเสื่อมโทรม!
ปรากฏการณ์เรื่องนี้ดูได้จากการทำการเกษตรในบ้านเมืองเรา
มีเกษตรกรสักกี่ครัวเรือนที่ทำการเกษตรแบบไม่ล้างผลาญแผ่นดิน
ข้อที่ 2 มีรายได้จากอะไร?
ข้อนี้มีคนสงสัยมาก ด้วยไม่เห็นผมทำกิจการอะไรที่พอจะมีรายได้เป็นน้ำเป็นเนื้อ ทำอะไรเล่นๆ เลี้ยงสัตว์ ปลูกผัก ปลูกต้นไม้ เผาถ่าน ไม่เห็นการรูปแบบการจำหน่าย ใครเห็นก็งงและมึนตึบ ผมจะขออธิบายว่า ผมไม่มีรายได้แน่นอน มีแค่ไหนก็ใช้แค่นั้น ไม่มีก็ไม่ทำ..ไม่ขยายงานอะไร นอนดูใบไม้หล่นไปวันๆ อยู่ได้เพราะไม่มีหนี้สักกะบาท คนไม่มีหนี้นี่มีอิสระนะเธอ มีหนี้ก็เหมือนมีไฟลนก้น อยู่นิ่งๆเฉยๆไม่ได้ ต้องดินรนหาเงินไปถวายให้คนอื่น เป็นขี้ข้าของระบบการเงินที่เอามาใช้ล่วงหน้า คนเป็นบ้าเป็นหลังก็เพราะเป็นทาสเงินกู้ทาสหนี้จิปาถะนี่แหละ ที่ผ่านมาผมเป็นคนที่เทวดาเลี้ยง ถ้าช่วงไหนไม่มีเงินใช้ ก็มักจะมีคนอุปการะ เงินลอยมาจนได้แหละ ไม่มากหรอก แต่ก็ไม่ขาดมือ แต่เราต้องสำเนียกว่า ..มีน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง
ขอเปิดเผยว่า..
ผมไม่มีเงินเดือน มีแต่เงินดิน
เงินดินเหมือนไข่ห่านทองคำ หรือน้ำซึมบ่อทราย
อย่างที่เคยเล่าไปแล้วว่า..ไม่มีต้นไม้ต้นไหนมันขี้เกียจ
การที่ต้นไม้..เจริญเติบโตขึ้นทุกวัน..แสดงว่ามูลค่าเพิ่มทวีคูณทุกวัน
ต้นไม้ยิ่งโตก็ยิ่งแพงใช่ไหมละเธอ
บางคนคิดว่าปลูกต้นไม่มันนาน รอไม่ไหว ไม่ทันกิน ไม่เข้าใจวิธีทำวิธีได้ ขออนุญาตขยายความดังนี้..ต้นไม้นั้นมีหลายประเภท..ไม้ผักยืนต้น ไม้สมุนไพร ไม้ใช้สอย ไม้เศรษฐกิจ ไม้เพื่อพลังงานทดแทน พืชผักผลไม้ พืชผักตามฤดูกาล ไม้ล้อม ไม้ประดับ ไม้ประแดก ไม้ติดแผ่นดิน คนที่มีไม้สารพัดชนิด ก็เท่ากับมีต้นทุนปัจจัยการผลิตอยู่ในมือใช่ไหมละเธอ อยู่เฉยๆก็มีรายรับจากดอกเบี้ยของต้นไม้ทุกๆต้นทุกๆนาที
คนที่ปลูกต้นไม้ด้วยความรักความเข้าใจ มักจะมองข้ามเรื่องรายได้ ความร่ำรวย จะมองทะลุไปถึงการสร้างเสริมหน้าตาที่ดินที่อยู่อาศัยให้ร่มรื่น ช่วยสร้างความปกติให้แก่โลก ตอบแทนแผ่นดิน ตอบแทนโลก งานที่ทำควรเป็นการสะสมความอุดมสมบูรณ์ในอัตราก้าวหน้าขึ้นตามเดือนปีที่ผ่านไป สิ่งนี้ต่างหากที่เป็นความรุ่มรวยที่แท้จริง เข้าใจไหมละน้อง
ค น โ ง่ จึ ง ไ ม่ ค ว ร มี ที่ ดิ น ม า ก ด้ ว ย ป ร ะ ก า ร ล ะ ฉ ะ นี้
ท่ามกลางกระแสสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยการบริโภคอย่างมาก ซึ่งสร้างผลกระทบต่อทรัพยากรสิ่งแวดล้อมที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบันนั้น เราทุกคนควรบ่มเพาะความเข้มแข็งของจิตใจ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันเสียตั้งแต่บัดนี้ ด้วยการฝึกควบคุมความอยาก มีความเฉลียวในการใช้ชีวิตอย่างรู้ประมาณ รู้จักเกื้อกูลต่อเพื่อนร่วมโลก ทั้งคน สัตว์ สิ่งแวดล้อม และเมื่อฝึกฝนจนกลายเป็นนิสัย เราก็จะเข้าใจและเข้าถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้โดยไม่ต้องท่องนิยาม” จาก-เปิดเล่ม สื่อพลัง
ข้อที่ 3 ดูแลรักษาสุขภาพอย่างไร?
เสียดายที่คณะอาจารย์มาไม่แจ้งเวลาและจำนวนคนล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นจะอธิบายเรื่องนี้แบบจะๆให้ดู จะชวนเข้าสวนครัวสวนผัก แล้วเด็ดพืชอาหารมาประกอบให้ชิม ชวนรับประทานกันสดๆร้อนๆ จะได้เข้าใจวิถีดูแลสุขภาพ ที่ผมและแม่บ้านกำลังศึกษาหากระบวนการอย่างเข้มข้น ชมภาพข้างล่างก็แล้วกันนะครับ
เช้าๆโฉมยงเดินไปเด็ดผักสดมาล้าง ผักชนิดไหนรับประทานสุกเธอก็จะลวก เรียงไว้ในจาน อบปลาทูตัวหนึ่ง ผสมน้ำพริกปลาป่น (ตั้งชื่อให้ว่าน้ำพริกสด เพราะใช้พริกสดแทนพริกเผา/พริกป่น) ผมหุงข้าวกล้องแดงรอไว้แล้ว เธอกางโต๊ะเอาอาหารมาเรียง เอาน้ำชาสมุนไพรอุ่นๆวางข้างๆมื้อเช้ารับประทานกันง่ายๆยังงี้ละครับ ผักสดๆกรอบหวาน น้ำพริกผสมใส่น้ำปู๋รสเด็ด อร่อยเหาะ
หยิบใบชะพลูมาวาง ซ้อนด้วยใบพลูคาว
ตักน้ำพริกสดมาหยอด ตักชิ้นปลาทูมาวาง เติมงา-ขิง-หอม
พับม้วนใบ..แล้วก็เปิบ เคี้ยวตุ้ยๆ คุยกันท่ามกลางแดดอุ่น
ภัตตาคารที่ไหนก็สู้ไม่ได้หรอกนะเธอ อิ อิ ..
น่าจะชื่อ..ภัตตาคารผึ่งพุงกลางแดดอุ่น
ข้อที่4 ยังเที่ยวตระเวนไปนอกบ้านมากไหม?
เรื่องนี้พยายามลดลงมากแล้วละครับ เว้นแต่งานไหนที่เห็นว่าสำคัญ/จำเป็น/และเป็นงานที่เราถนัด ก็จะไปช่วยตามกำลัง มีงานประชุมบ้าง ไปโม้บ้าง และอยากไปช่วยคุณญาติผู้อารี ยกตัวอย่างกรณีของหนู๋ไพ ที่ร้องขอมาให้ไปช่วยดูแลแปลงปลูกผักและต้นไม้ ผมชอบใจตรงที่..
หนู๋ไพ สารภาพว่า..ไม่รู้การปลูกต้นไม้ ปลูกผักสวนครัว
ผมชื่นชมนะ ..ที่หนู๋ไพถามหาความรู้ก่อน..
ผมจะหาโอกาสไปยุให้หนูไพ๋..ทำการเกษตรแบบประณีต
เพื่อเป็นตัวอย่างของจังหวัดหนองบัวลำภู
รักแล้วรอหน่อยนะหนู๋ไพ ..เรื่องนี้ต้องไปตามคิว..
ข้อที่ 5 หมู่นี่ยังเขียนหนังสือเขียนและพิมพ์หนังสืออะไรบ้าง?
เรื่องการเขียน ก็เขียนเปรอะไปทุกวัน ทำให้เหมือนการบันทึกไดอารี วันวันหลังเราก็ยังมาสืบค้นได้ว่า..ช่วงนั้นช่วงนี้เรามีกิจกรรมอะไร เรากำลังดำเนินการในเรื่องใด เราได้รู้จักใคร เราได้รับความเมตตาจากใคร เป็นการบันทึกเรื่องราวชีวิตคนบ้านป่า ที่ไม่ได้เขียนเชิงวิชาการอะไร เพราะไม่มีวิชากงวิชาการอะไรกับใครเขา คิดและทำอย่างไรก็เขียนไปอย่างนั้น ดื้อๆทื่อๆตามสไตล์คนบ้านนอก
อาจารย์บอกว่าเคยได้อ่านหนังสือคนนอกระบบ
ตอนนี้หมดไปแล้วละครับ ยังไม่ได้พิมพ์ใหม่
แต่มีหนังสือ โมเดลบุรีรัมย์
หนังสือเจ้าเป็นไผ จากนาซาสู่รากหญ้า และหนังสือเจ้าแห้ว
จะไปวางจำหน่ายแบบอึกกะทึกครึกโครม!
ซื้อหนังสือแถมหน่อกล้วย เมล็ดผัก และแถมกอด อิ อิ
ในงานที่มหาวิทยาลัยราชภัฏร์บุรีรัมย์เป็นเจ้าภาพ
จัดงานวันคนบุรีรัมย์ขับเคลื่อนให้บุรีรัมย์น่าอยู่
ข้อที่6 เรื่องอื่นๆทั่วไป “การตัดไม้ทำลายป่า ตลอดจนผลกระทบที่เกิดจากการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ อาจเรียกได้ว่าเป็นปัญหาดึกดำบรรพ์ ที่เราได้ยินได้ฟังพอๆกับการรณรงค์ให้ทุกคนเห็นคุณค่าและรักษาป่า ทว่าสถิติของกรมป่าไม้ กลับแสดงให้เห็นว่า จำนวนพื้นที่ป่าไม้ของประเทศลดลงทุกปี ภาพที่สะท้อนสวนทางกันเช่นนี้ คงเป็นคำตอบได้ว่า เราจริงใจกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมากน้อยเพียงไร? “
วันที่ 5 มกราคม 2556
. ห้องประชุมวิชชาอัตศาสตร์
ขอเรียนเชิญพี่ป้าน้าอาจังหวัดใกล้เคียง
มาแย้มดูหัวใจของคนเมืองแปะก็ดีนะครับ
ม า แ ล้ ว ท่ า น จ ะ รู้ ว่ า ..
บุรีรัมย์นั้นไฉไลนัก แล้วท่านจะรักบุรีรัมย์


ความสุขแบบสุกๆดิบๆ

อ่าน: 3833

ความสุขแบบสุกๆดิบๆ

เอกสารประกอบการบรรยาย นักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย

เรื่อง : เศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาความสุข

ขออนุญาตรวบรัดตัดความดังนี้นะขอรับ..สภาพของผมก็คือ ได้ทำการเกษตรแบบถูลู่ถูกัง เพราะไม่ได้เล่าเรียนมาอย่างเป็นระบบ เป็นแต่ศึกษาหาความจริงเอาเท่าที่จะทำได้ ระหว่างทางของการลงมือมันจึงถลอกปอกเปิก สิ่งที่ได้รู้ได้ทดลองมันคละกันไปทั้งในแง่ความเจ็บใจที่ตัวเองโง่ และภูมิใจที่ตนเองลดอาการโง่ให้กระเตื้องขึ้นบ้าง การทำงานกับธรรมชาติมันไม่มีอะไรตายตัว ทุกอย่างพลิกผันไปตามปรากฏการณ์ที่ต้องคาดเดาเอาทั้งนั้น ฝนจะตกแดดจะออกนกกระจอกจะเข้ารัง ..ใ ค ร จ ะ ไ ป สั่ ง ไ ด้.. มีทางเดียวต้องตั้งรับ ทำตัวให้กลมกลืนกับธรรมชาติ อย่าไปก๋าๆกับดินฟ้าอากาศเป็นอันขาด ควรอยู่อย่างมีสำนึก มีความเคารพต่อเทพยาดาฟ้าดิน เช่นที่คนโบราณเขาทำพิธีไหว้เจ้าป่าเจ้าเขาความน้อมน้อม.

แม่พระธรณี แม่คงคา คุณแม่เหล่านี้ผลิตความอุดมสมบูรณ์ให้โลก

พวกที่ไม่ดูตาม้าตาเรือมักจะประสบเหตุเกิดอาเพศต่างๆนานา

ไม่งั้นมันจะมีคน โดนฟ้าผ่า โดนพายุ โดนแผ่นดินไหว โดนน้ำท่วมตายรึ

มันไม่มีเทคโนโลยีอะไรหรอกที่หวังผลได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ช่วงนี้นานาประเทศสร้างเขื่อนกันแม่น้ำกันยกใหญ่ แม่น้ำโขงสายเดียวก็ไม่รู้ประเทศจีนจะกั้นอีกกี่เขื่อน ลาวเองก็เพิ่งประกาศหยกๆว่าจะสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงที่แขวงไชยบุรี ก็มีพี่ไทยนี่แหละดอดอยู่เบื้องหลัง อ้างว่า..เตรียมแผนสำรองไฟฟ้าในอนาคต เรื่องท้าทายธรรมชาติเปลี่ยนแปลงธรรมชาติจนเกิดควร ทำให้มนุษย์ได้รับผลร้ายมาแล้วแต่จำ เช่น โรงงานไฟฟ้านิวเคลียของรัสเซียระเบิด โรงไฟฟ้าแบบเดียวกันที่ญี่ปุ่นก็เจอสึนามิจนเจ๊ง ไม่เห็นเจ้านักวิทยาศาสตร์คนไหนสามารถดูแลป้องกันให้ปลอดภัยได้ ที่รัสเซียทำเอาประเทศแทบล่มจม ของญี่ปุ่นเองก็ทำให้เศรษฐกิจทรุดเท่าเดี๋ยวนี้

เราจะเอาอะไรแน่นอนกับธรรมชาติไม่ได้หรอก

วันดีคืนนี้ถ้าเกิดแผ่นดินไหว ทำให้เขื่อนกันแม่น้ำแยงซีเกียง เขื่อนกั้นแม่น้ำโขงพังทะลาย มวลน้ำมหาศาลจะไหลบ่าท่วมแผ่นดินอย่างไม่เคยมีมาก่อน บางทีวิกฤติโลกที่มีคนเฝ้าทำนาย ว่าโลกจะประสบเหตุร้ายต่างๆนานา อาจจะรวมสาเหตุนี้ไว้ด้วยก็ได้นะเธอ มนุษย์สูบเอาของเหลวออกจากพื้นพิภพไปไม่รู้เท่าไหร่ มันน่าจะเกิดช่องไหมละ ภูเขาไฟใต้โลกที่รอปะทุอีกละ ถ้าขนมผสมน้ำยาเมื่อไหร่ ก็ตัวใครตัวมันนะโยม!

วิกฤติน้ำท่วมใหญ่ในประเทศไทยปีที่แล้ว แค่รอบแรกก็ขี้หดตดหายไปตามๆกัน ตอนนี้รัฐบาลกู้เงินมาก่อสร้างกำแพงกั้นน้ำท่วมทั่วกรุงเทพ เมื่อ2-3เดือนที่แล้ว..ก็ปล่อยน้ำในเขื่อนทิ้ง อ้างว่าจะทดลองระบบป้องกันน้ำท่วมเมืองหลวง หลอกกันจนปอดแหกว่าน้ำจะท่วมอีก คนกรุงนี่นะเธอ ทุกข์เพราะโดนน้ำท่วมใหญ่แล้ว ยังมาทุกข์เพราะเจอรัฐมนตรีปั้นน้ำให้เป็นตัว..จนตกกะไดพลอยโจนอีก

เจ็บใจ หั ว ใ จ ถ ล อ ก กั น บ้ า ง ไ ห ม ล ะ เ ธ อ ..

ตอนนี้นักเชี่ยวชาญนั่งกุมขมับ..น้ำในเขื่อนเหลือไม่ถึง30%

ปีนี้ก็ทำท่าจะแล้งวอดวายส่ายหน้ากันทั้งบางเสียด้วยสิ

จ ะ เ อ า ยั ง ไ ง ดี ล ะ พี่ น้ อ ง

คุณคนสวยเตรียมงบประมาณไว้จ่ายค่าบรรเทาภัยแล้งให้พอก็แล้วกัน

ที่ตีโพยตีพายไปครึ่งค่อนโลกก็เพื่อจะบอกว่า มนุษย์มีความบกพร่องเรื่องการบริหารทรัพยากรธรรมชาติ พวกมือยาวพวกขาใหญ่ทั่วโลกต่างทำลายห่วงโซ่ของธรรมชาติจนยับเยิน พวกตาดำๆก็รับกรรมกระจองอแง เคยสังเกตไหมเธอ ว่าทำไมหมู่นี้ภัยพิบัติมันถึงเกิดกระหน่ำและหนักหนาสาหัสขึ้นไปทุกที

คำว่าทรัพยากรธรรมชาติ

ทรัพยากรทางการเกษตร

ต้องตีความกันให้ดี

อย่าไปดีดข้อมูลเข้าข้างตนเอง แล้วก็พากันรุกป่ารุกพื้นที่ของธรรมชาติ ชอบอ้างว่า..ที่ล้างผลาญธรรมชาติเพราะมันจำเป็น พลโลกเพิ่มมากขึ้น จึงจำต้องขยายพื้นที่ทำการเพาะปลูกมารองรับ ถ้าเส้นตื้นคิดได้อย่างนี้มันก็กรรมของพวกเราแล้วละเธอ ทำเท่าไหร่จึงจะพอสนองกิเลสของมนุษย์ได้

· ทำไมไม่หาวิธีลดความฟุ่มเฟือย

· อยู่อย่างประหยัดอดออมพอเพียง

· เรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติอย่างสมดุล

แต่งงาน..ก็อย่าไปเอาลูกมาก

การลดจำนวนประชากรมีความจำเป็นอย่างแน่นอน

· ส่วนหนึ่งมนุษย์ก็ถูกกำจัดด้วยโรคระบาดและอุบัติเหตุ

· ส่วนหนึ่งธรรมชาติก็ช่วยกำจัดด้วยการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ

· ส่วนหนึ่งมนุษย์เราก็ฆ่าแกงกันเอง บางแห่งลุกลามเป็นสงคราม

· ส่วนหนึ่งมนุษย์ก็กระทำร้ายตนเอง เสพย์ยาบ้า ดื่มด่ำสุราสูบยา

การที่มนุษย์มีความรู้ไม่พอที่จะอาศัยอยู่ในโลกใบนี้ได้อย่างปกติสุขและสงบสุข เ ป็ น เ รื่ อ ง น่ าคิ ด น ะ เ ธ อ พลังความรู้ความสามารถของมนุษย์ยังไม่เพียงพอและถูกต้อง แนวคิดแนวทางปฏิบัติที่ถูกที่ควรก็ละเลย การอยู่อย่างพอเพียงแต่พอดี การเดินสายกลาง มันไม่ถูกจริตของมนุษย์สายพันธุ์เว่อร์ๆๆ พระท่านเทศน์จนคอแทบแตกก็ฟังไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจ เพราะมันไม่สนุกเหมือนเต้นกำนังสไตล์เกาหลี

เรื่องการออกพิมพ์เขียว การออกลายแทง การตีพังสร้างความพอดีพอเพียง เพื่อให้เกิดความผาสุก ไม่มีสูตรตายตัว ขึ้นอยู่กับเราจะออกแบบอย่างไรให้พอเหมาะพอควรแก่ตัวของเรา สภาวะกายใจควบคุมได้แค่ไหน ต้นทุนของเราประกอบด้วยอะไรบ้าง ผมเป็นชาวไร่ชาวสวน ผมก็ออกแบบตามสไตล์ของชาวสวน แต่ก็นั่นแหละเธอ ..ถ้าไม่มีความรู้จะมาทำเรื่องพวกนี้ไม่ได้หรอก

วิถีของผมไม่มีหลักการแต่ใช้วิธีหลักเกิน ผมนอนที่กระต๊อบเล็กๆ เปิดโล่ง3ด้าน นอนมันโปร่งๆเปลือยๆอย่างนี้แหละ เช้า-สาย-บ่าย-เย็น ก็มองเห็นพืชผักและต้นไม้ที่อยู่รอบบ้าน หมอกเย็นๆแดดอุ่นก็สาดส่องถึงได้ ที่ชอบมากคือสามารถนอนดูแสงดาวแสงเดือนจากบนเตียงนอนได้ เมื่อคืนนี้จันทร์รูปเคียวเกี่ยวกิ่งฟ้า ส่องแสงนวลตายามดึกสงัด ..ทำให้นึกถึงคนใครต่อใครที่อยู่ไกลโพ้น

ตื่นเช้ามา กระโดดตุ๊บ! ก็ถึงแปลงผักแล้วละเธอ ต้มน้ำเตรียมไว้ ไปเด็ดใบมะกรูด-ใบหูเสือ-ใบยี่หร่า-ใบสะระเหน่-มาหั่นเล็กๆโปรยลงในถ้วยน้ำชา แค่นี้ก็ได้ดื่มชาสมุนไพรสดๆแล้วละเธอ สมุนไพรพวกนี้มีน้ำมันหอมระเหย ช่วยให้จิตใจเบิกบานกระชุ่มกระชวย ขมีขมันออกไปรดน้ำผักที่อยู่รอบกระต๊อบ ปัดกวาดลาน ฝึกถอนหายใจยาวๆ..

เราชอบรับประทานผักชนิดไหนก็ปลูกชนิดนั้น

หมั่นดูแลเอาใจใส่ตามสมควร

ไม่ต้องปลูกมากหรอกนะเธอ

อย่างละต้นสองต้นก็เด็ดมาทำอาหารจนล้นหม้อทุกวัน

ความสุข ความพอเพียง ความพอใจ ไม่มีจำหน่าย

เป็นเรื่องเฉพาะตัวที่ต้องมุ่งมั่นปั้นแต่งขึ้นมาเอง

อยากได้ความสุข ก็ลงมือได้เลยตั้งแต่บัดนี้

เมื่อคืนคณะญาติสั่งการฉับๆๆ

พ่อต้องกินลิดท็อกซ์(Lidtox) ครั้งละ1ช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่นสะอาด1แก้ว

วันละ3เวลา เช้า9.00. กลางวัน 12.00.บ่าย15.00.

แล้วให้ดีท็อก3ครั้ง เตรียมตับไตไส้พุงไว้ให้สะอาด

พรุ่งนี้หนูไปถึง.จะจับพ่อล้างพิษ ฝังเข็ม ทำกัวชา และพอกหน้า แช่เท้า

โอ้โห ..กว่าจะมีสุขภาพดี มันต้องลงทุน ลงแรง ลงความตั้งใจ

ถามว่าวิธีนี้ดีไหม? ถูกต้องไหม?

มันก็ไม่มีอะไรเสียหายนี่เธอ..ที่เราจะเรียนวิชาแสวงหาความปกติสุข

· เจ้าความสุข บางคราเจ้าก็โผล่มาเอง

· เจ้าความสุข บางทีเราก็ต้องร่วมมือกับสวรรค์

บางที..แค่ได้เขียนนี้แบ่งปันแฟนFB.อ่าน ก็มีความสุขแล้วละเธอ

ถ้าเธออยากจะร่วมสุข..ก็ต้องติดตามตอนต่อไป..นะคนสวยนะ อิ อิ


เป็นนักเลงบ้านนอก ดีกว่าเป็นกิ๊กก๊อกในเมืองหลวง

อ่าน: 4001

ถ้าท่านใดได้ฟังเพลงที่ลูกหลานจุฬา-น่านร้อง ในคริปที่เราเอามาลงไว้แล้วนั้น จะเห็นนัยสำคัญอย่างยิ่ง เรื่องมุมมองของคนรุ่นใหม่ที่มีต่อชนบทไทย ทั้งๆที่คนรุ่นเก่าต่างโหยละห้อยมองหาทางออกไปพำนักอาศัยในชนบท โดยเฉพาะท่านที่ทำงานรุกรี้รุกรนเหมือนหนูติดจั่นมาตลอดชีวิต กว่าจะลากยาวจนผ่านเกษียณอายุมาได้ก็หืดขึ้นคอ ทนทุกข์ทรมานอัดกันแย่งกันอยู่เหมือนปลากระป๋อง

ทุกครั้งที่เราขับรถออกต่างจังหวัด

ฝ่าจราจรผ่านวังน้อยอยุธยาทะลุมาได้

ทุกคนจะโล่งอกโล่งใจเหมือนหลุดภัยสงครามมาได้หวุดหวิด

ส่วนพวกที่หนีไม่ออกทนทรมาทรกรรมในกรุงนั้นเล่า..

ก็ต้องหวานอมขมกลืนเผชิญวิกฤติจราจรจลาจลแบบไม่มีน้ำยาอะไร?

ใหญ่แค่ไหน?..ก็ต้องรอ ไ ฟ เ ขี ย ว – ไ ฟ แ ด ง !

ถึงจะมีทางด่วนสักร้อยชั้น มีรถไฟใต้ดินสักร้อยสาย มันก็ยังต้องตะกายอยู่ตะกายกินอยู่นั่นแหละ ทำไงได้ ในเมื่อพัฒนาประเทศแบบเอาทุกอย่างมากองไว้ในเมืองหลวง ผังเมืองก็ห่วยแตก ระบบสาธารณูปโภคก็เลวเละ ฝนตกทีก็ติดเป๊กกันทั้งเมือง เวลาชีวิตแต่ละวันหมดไปบนท้องถนนนี่แหละ ลองคิดดูเถิดว่าถ้ามีลูกน้อยต้องไปส่ง-ไปรับที่โรงเรียน คุณแม่แทบจะเสียสติในบางวัน ถ้ามีญาติเจ็บป่วยต้องฝ่าจราจรไปโรงพยาบาล คุณภาพชีวิตจะไปอยู่ตรงไหน? มีชีวิตอยู่ท่ามกลางความวิตกกังวลไม่เว้นแต่ละวัน มันสนุกมากรึไง

ขอยืนยันว่าคุณภาพชีวิตเลือกได้ถ้าหัวใจเต็มร้อย

รึคุ้นชินเสียแล้วที่จะทนทุกข์ทนใจไปวันๆ

เครียดมากๆก็หน้าเหี่ยวใจเหี่ยว

ต้องหาเครื่องสำอางมาโป๊ะเอาไว้หนาๆ

นั่ ง ๆ ไ ป ก็ ค วั ก ก ร ะ จ ก ม า ส่ อ ง ที ..

เกรงว่าผนังแป้งที่ใบหน้าจะร่วงกราว

เมื่อก่อนเคยเห็นแต่พวกงิ้วพวกหมอลำแต่งหน้า ทุกวันนี้คนกรุงบางส่วนไม่แต่งหน้าออกจากบ้านไม่ได้ วันไหนลืมขนตาปลอม ถือเป็นความเสียหายร้ายแรงแห่งวันเลยเชียวแหละ มันสำคัญยิ่งกว่ากระเป๋าสะตังค์เสียอีก เคยส่องกระจกมองตัวเองจนเคยชิน วันหยุดอยู่บ้านเดินผ่านกระจกยังเผลอตัวต๊กกะใจ ต้องรีบไปใส่ขนตาปลอม ..แยกไม่ออก ทำใจไม่ไม่ได้ ว่าจะอยู่กับใบหน้าไหน?

หน้ากาก หรือหน้าตัว

หลอกตัวเองว่ามีความสุขมีความสะดวกสบาย สิ่งร้ายๆเหล่านี้นำพาความเครียดสะสมไว้ไม่รู้ตัว ก่อเกิดให้ความเห็นแก่ตัว ไม่ค่อยได้ดูดำดูดีกับสังคมภายนอกเท่าไหร่ เรื่องร้ายๆจึงมักจะเกิดขึ้นในเมืองหลวง เพราะมันเหมาะที่จะหาเรื่องกันดีนัก ความเครียดมันเข้าใครออกใครที่ไหนละเธอ  ต่อให้สวยสะอางแค่ไหน? ถ้าตกอยู่ในความเครียดกังวลบ่อยๆ อีกหน่อยใบหน้าก็แก่เกินวัย โรคความดันโรคระบบประสาทและโรคมะเร็งก็จะถามหา

สัจธรรมแปรรูปได้ที่ไหนละเธอ?

ผมฟังลูกหลานจุฬา-น่านร้องเพลงแล้วมันเขี้ยวนัก ..

ห ล า ย ค น บ อ ก ไ ม่ ก้ า ว ห น้ า  ไ ม่ มี ค ว า ม มั่ น ค ง

แ ต่ เ ร า ทุ ก ค น ตั้ ง ใ จ  ใ ช้ ค ว า ม รู้ ฟื้ น ฟู แ ผ่ น ดิ น

เพลงท่อนนี้มีความหมายอย่างมาก ..ใครนะที่บอกว่าไม่ก้าวหน้า เธอก็ทำแซงหน้าให้ดูเสียสิ ใครนะบอกว่า..ไม่มีความมั่นคง เธอก็สร้างความมั่นคงให้ดูได้นี่ ตั้งใจใส่ใจใช้ความรู้ฟื้นฟูแผ่นดิน เท่าที่พบมีแต่คนใช้ความรู้ทำลายระบบความสมดุลของธรรมชาติ ทำการเกษตรแบบล้างผลาญ คิดง่ายๆโง่ๆแบบบ้องตื้น ทำลายภูเขา ทำลายป่าไม้ แม่น้ำลำธาร ทำเอาหน้าดิน อินทรียวัตถุ แม้แต่จุลินทรีย์ในดินก็สูญพันธุ์ สิ่งที่จรรโลงความเป็นธรรมชาติย่อยยับ น้ำหมอกน้ำค้างหายไป ต้นทุนธรรมชาติเสื่อมโทรมลงตามลำดับ พวกเกษตรพันธุ์ห่วยแตกนี้ ไปอยู่ที่ไหนทำลายระบบนิเวศพังยับ นำสารพิษสารเคมี นำความโง่เขลามาหากิน กระทำตรงกันข้ามกับห่วงโซ่ของธรรมชาติ คิดจะเอาแต่ได้ ไม่คำนึงถึงความเป็นจริง เรียนและหลอกกันมาเป็นทอดๆ ไม่ได้กล่าวหาใครหรอกนะ

ลองพิจารณาดูพื้นที่เกษตรกรรมของประเทศนี้ดูเถิด มีที่แหล่งใดบ้างที่ทำการเกษตรแล้วมันเอื้อต่อความปกติของธรรมชาติ มีหมู่บ้านไหนตำบลไหนที่มนุษย์กับธรรมชาติอี๋อ๋อไปด้วยกันได้ พากันโค่นทลายสภาพแวดล้อม เพื่อจะได้ผลผลิตเฉพาะหน้าแบบตีหัวเข้าบ้าน ความรู้ผิดๆนำมาซึ่งวิกฤติธรรมชาติที่นับวันจะหนักข้อขึ้นทุกที

สังคมเกษตรบ้านเราเกิดวิกฤติจนล่มสลาย

ไม่มีไอ้บ้าคนไหน ทำมาหากินบนผืนดินที่แต่แดดกับลมแล้วยั่งยืนหรอกนะเธอ นอกจากนี้ยังเจ็บป่วยด้วยสารพิษสารเคมี แถมยังมีหนี้สินล้นพ้นตัว ภาพที่เห็นล้วนเป็นเกษตรกรที่ดูดี แต่ไม่มีอะไรดีสักอย่าง ส่งเสริมหลอกหลอนกันมาซ้ำซากเต็มที ทุกวันนี้มีพื้นที่การเกษตรที่ปนเปื้อนสารเคมีเต็มประเทศ ผู้บริโภคก็เจอมลพิษและยาฆ่าแมลงอยู่ในสายเลือด ป่วยกันแทบจะล้นโรงพยาบาลอยู่แล้ว ยังไม่สะดุ้งสะเทือนอะไร

ถามว่าเกษตรไทยใช้วิชาอะไรทำมาหากิน

กรมกองที่ส่งเสริม..ส่งเสริมความรู้อะไร

สถาบันที่สอนภาคการเกษตร..สอนวิชาเกษตรจากกรุไหน?

ทำไมมันถึงเจ๊งกะโบ๊ะกันตั้งแต่หัวจรดเท้ายังงี้ละครับ

ส่งเสริมกันจนภาคการเกษตรล้มละลายขายตัว

ชาวบ้านเผ่นหนีอาชีพเกษตรกรรมไปเป็นกรรมกร เพราะทำตามที่ส่งเสริมแล้วมันไปไม่รอด เดี๋ยวนี้ทุกอย่างเดินมาจนถึงเส้นตาย เส้นยาแดงที่ต้องออกมาตรการเยี่ยวยากันทั้งปี ไม่ว่าน้ำท่วม ฝนแล้ง ผลผลิตราคาตก จำนำโน่นนี้ อีกไม่นานหรอกจะเอาอนาคตมาจำนำ..มันก็ไอ้แค่เรื่องแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปวันๆแค่นั้นแหละ ยังไม่มีระบบการเกษตรที่ถูกต้องเหมาะสมและยั่งยืนอย่างแท้จริงในประเทศนี้

เรื่องที่น่าเศร้าสลดที่เล่ามานี้ เป็นเพียงน้ำจิ้มเท่านั้นแหละลูกหลานเอ๋ยยังมีเบื้องหลังบ้าบอคอแตกอีกเยอะ ถ้าเราไปสนใจก็เสียเวลาเปล่า อยากจะให้มองว่า..โจทย์ชีวิต โจทย์สังคม โจทย์ประเทศที่เกิดวิกฤติขึ้นนี้ เป็นเพราะความรู้ไม่พอใช้ และมีความรู้ที่ไม่ถูกต้อง น่าจะเป็นโอกาสทองของเรา ที่ศึกษามาทางด้านทรัพยากรการเกษตร จะนำพาวิชาความรู้ที่ถูกต้องแหละเหมาะสมออกไปปักธงในบ้านเกิดของเราเอง

ไปทำให้ดู อยู่ให้เห็น ว่าการเกษตรที่ถูกต้องนั้นทำได้ ทำให้ดี ให้ยั่งยืนและมั่นคงแค่ไหนก็ได้ ใช้วิชาความรู้ฟื้นฟูแผ่นดินให้ถิ่นเกิดของเรา ให้มันกลับมาเขียวสะพรั่ง มีอยู่มีกิน อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่เราลงแรงไป เรื่องนี้พิสูจน์ไม่ยากหรอก ถ้าคนเราไปอยู่ตรงไหน แล้วใช้วิชาความรู้ความตั้งใจสร้างสภาพแวดล้อมให้เจริญเติบโตขึ้นทุกปีๆ แล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นภาคีของธรรมชาติก็หวนกลับมาอยู่กับเธอ เธอเพียงแต่ใช้วิชาความรู้ด้านทรัพยากรการเกษตรแนวใหม่ มาสร้างชีวิตใหม่ ชีวิตเธออนาคตเธอจะมั่นคง จนพวกปากหอยปากปูต้องเหล่ตามอง..

น้ำค้างน้ำหมอกก็จะกลับมาช่วยเธอเพิ่มความชุ่มชื้น

ไส้เดือนจุลินทรีย์ก็จะมาช่วยเธอบำรุงดิน

พันธุ์พืชพันธุ์ไม้ป่าก็จะกลับมาช่วยเธอแต่งแต้มธรรมชาติ

ใบไม้ใบหญ้า  ดอกไม้ก็จะเบ่งบานให้กำลังใจเธอ

นกหัวขวาน  ก็จะมาสับโพรงไม้ โป๊กๆ กล่อมเธอนอนพักผ่อน

นกเขาก็จะมาขันคู ร้องเพลงให้เธอได้ยินทุกเช้า-บ่าย

ผึ้งก็จะออกบินหึ่งตั้งแต่เช้ามืดเพื่อมาชวนเธอไปรดผัก

ดูสิเธอ..ไม่มีผึ้งตัวไหนงอแงบินหาน้ำหวานยามเช้าตรู่

ดูสิเธอ..ปลวกตัวไหนขี้เกียจสักตัว

ดูสิเธอ..ไม่มีมดตัวไหนลงพุง ทุกตัวล้วนมีเอวมาตรฐานทั้งนั้น

ดูสิเธอ..ไม่มีเช้าใดที่ไม่มีแสงแดดอุ่นมาทักทายเธอ

ดูสิเธอ..ไม่มีต้นไม้ต้นไหนไม่ขยันขันแข็ง

ดูสิเธอ..ทรัพยากรธรรมชาติล้วนมาอยู่เคียงข้างเธอเป็นเพื่อนเธอ

เสียดาย เสียดาย และเสียดาย

ที่พ่อไม่มีลูกชายลูกสาวเข้าศึกษาที่จุฬา-น่าน เช่นพวกเธอ

ไม่งั้น..พ่อจะพาเขาทำการเกษตรให้สะบึมส์ไปทั้งโลก


รักต้นไม้ดีกว่ารักคนเจ้าชู้

อ่าน: 1662

พรุ่งนี้  หมูไม่กลัวน้ำร้อนจะไปขึ้นเขียงที่กรมป่าไม้

ในการประชุมการป่าไม้ ประจำปี 2555

หัวข้อหลัก “ป่าไม้ให้ชีวิต สร้างเศรษฐกิจไทย”

ณ ห้องประชุม 1 อาคารเทียมคมกฤส กรมป่าไม้

ระหว่างวันที่ 12-17 กันยายน 2555

กรมป่าไม้จัดตารางให้ขึ้นเวทีไม่ตรงกับตารางบิน จึงต้องเดินทางมาล่วงหน้า1วัน ระหว่างเหิรหาวได้พิจารณาสภาพน้ำฝนบนที่สูง พบกว่าภาคอีสานชุ่มฉ่ำกำลังดี แต่พอเข้าเขตภาคกลางเห็นน้ำปริ่มพื้นที่ในวงกว้าง คาดว่า..ถ้าฝนกระหน่ำลงมาอีก รายการลอยคอก็อาจจะเกิดขึ้นได้ไม่ยาก พี่น้องที่อยู่ในลุ่มอย่าประมาทก็แล้วกันนะครับ

ระหว่างที่นกขมิ้นเหลืองอ่อนมาเอ้อระเหยลอยชายในบางกอก ฝนตกพร่ำๆ..จึงขยาดที่จะออกไปไหน ไม่กล้านัดพบญาติโกทั้งหลายด้วยเกรงว่าจะทุลักทุเลเรื่องรถติด แต่บ่ายวันนี้ก็หนีไม่ออก ขาใหญ่โทรมาให้ไปเลี้ยงต้อนรับขาที่ใหญ่กว่าจากประเทศจีน ที่ภัตตาคารฮั่วเซ่งเฮง อยู่แถวๆปากซอยสุขุมวิท101 ดูเหมือนจะมีชื่อเสียงเรื่องหูฉลาม ..เจ้าภาพสั่งอาหารชั้นเลิศมาเต็มโต๊ะ ลิ้นบ้านนอกชิมแล้วก็ยังงั้นๆแหละ  หูฉลาม หมูหัน เป๋าฮื้อ ปลานึ่ง กุ้งแก้ว ปูผัด สลัด ฯลฯ ค่าอาหารนับหมื่น แต่ก็อร่อยสู้ซุปผักสดสวนป่าราคา10บาทไม่ได้หรอกนะเธอ

ยังนั่งงงว่า..ค ว า ม อ ร่ อ ย วั ด จ า ก อ ะ ไ ร ?

เ ร า ค ว ร จ ะ ตี ร า ค า แ ล ะ คุ ณ ภ า พ อ า ห า ร จ า ก อ ะ ไ ร ?

หลังจากกลับมาถึงโรงแรม ก็นั่งคิดการบ้านที่จะไปโม้พรุ่งนี้สิเธอ ว่าเราจะสะท้อนมุมมองตามโจทย์ที่ได้รับมาในหัวข้อ “การพัฒนาทางเศรษฐกิจกับการจัดการป่าไม้อย่างยิ่งยืน”อย่างไร?

ผู้ดำเนินการเสวนา : รองอธิบดีกรมป่าไม้

ผู้ร่วมเสวนา

-      ผู้แทนสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ

-      ผู้แทนกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

-      ผู้แทนจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

-      ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติสาขาปลูกป่าและFAO..

ในประเด็น : เศรษฐกิจก็จะเอา ความยั่งยืนก็จะเอา

เราจะจับปลา2มือสำเร็จได้อย่างไร?

ผ ม ข อ อ นุ ญ า ต เ ส น อ ค ว า ม รู้ สึ ก นึ ก คิ ด อ ย่ า ง นี้ ค รั บ พี่ น้ อ ง

1. ในกรณีความเป็นไปของการป่าไม้ไทย ข้อเท็จจริงก็คือยังตกอยู่ในสภาพน่าเป็นห่วง เรายังไม่สามารถปลูกฝังให้คนไทยรักและเข้าใจป่าไม้ได้อย่างที่ควรจะเป็น ทุกขั้นตอนอยู่ในสภาพลูบหน้าปะจมูก มีคนรักป่าไม้แค่หยิบมือเดียว แต่มีคนจดจ้องเขมือบป่าไม้และพื้นที่ป่าตาเป็นมันจำนวนมาก ใครมือยาวก็สาวเอาได้มาก ใครมือน้อยก็ตกกุ้งฝอยกันยุบยับ คำถามก็คือว่า..เราจะสร้างศรัทธาการป่าไม้เข้าไปในสำนึกคนไทยได้อย่างไร? ที่ผ่านมามีความพยายามอยู่ไม่น้อย แต่ผลลัพธ์ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร

ต้นไม้/ป่าไม้ของประเทศนี้

ยังตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกประหารโดยไม่รู้ว่ามีความผิดอะไร?

2. สังคมไทยบางส่วนยังไม่ตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรป่าไม้อย่างแท้จริง สนใจแต่มูลค่าที่ได้มาง่ายๆ จะเห็นว่า..เราส่งออกไม้สักเป็นสินค้าหลักในอดีต ส่งขายๆๆจนป่าหมดเกลี้ยงประเทศปัจจุบันต้องสั่งเข้าไม้จากต่างประเทศมาใช้ มั น เ กิ ด อ ะ ไ ร ขึ้ น กั บ ป ร ะ เ ท ศ นี้  เราควรฉุกคิดเรื่องความบกพร่องเชิงนโยบายบ้างหรือไม่? เราเอาสมบัติของชาติมาปู้ยี่ปู้ยำโดยไม่มีแผนจัดการให้อยู่ในกรอบที่สมดุลทางระบบนิเวศ ทุกวันนี้ยังพูดไม่ได้ว่า..เราจะยับยั้งการบุกรุกทำลายป่าได้อย่างมีประสิทธิผลด้วยวิธีใด ไม่ว่าจะใช้เชิงรุกหรือเชิงรับ ..ก็ยังอยู่ในสไตล์ไทยแลนด์ ถามว่า..เราจะยกเครื่องเรื่องนี้ให้สำเร็จด้วยกุศโลบายใด และเมื่อไร องค์กรไหนเป็นเจ้าภาพรับผิดชอบตัวจริง?

3. ปัจจุบันเกิดภัยพิบัติรุนแรงขึ้นตามลำดับ แทนที่จะหยิบยกต้นเหตุของการเกิดผลกระทบโดยตรงจากอะไรมาสังเคราะห์ เรายังเล่นละครโทษปี่โทษกลองและโยนกลองกันสนุก ถ้าศึกษาและวิจัยให้ถ่องแท้ ก็จะเห็นว่า..ถ้าประเทศเราช่วยกันดูแลรักษาป่าไม้ให้สมบูรณ์มากกว่านี้ ป่ า ก็ จ ะ เ ป็ น เ ค รื่ อ ง มื อ บ ร ร เ ท า ส า ธ า ร ณ ภั ย ไ ด้ อ ย่ า ง วิ เ ศ ษ ช่วยลดปัญหาได้ดี ดีกว่าการขุดคลอง ทำกำแพงกั้นน้ำ และวิธีตำน้ำพริกละลายแม่น้ำหลายแสนล้านบาท ถ้าเราเอางบประมาณบางส่วนของงบป้องกันน้ำท่วมประมาณ100,000ล้านบาท มาส่งเสริมปลูกป่า คุณค่าที่จะเกิดขึ้นคงจะช่วยการทำกำแพงคอนกรีต การทำประตูน้ำ การเตรียมบรรจุถุงทราย ฯลฯ ให้เกิดเป็นแผนงานป้องกันภัยพิบัติถาวรในระยะยาว เราต้องการเห็นแผนปลูกป่าแทรกอยู่ในแผนป้องกันอุทกภัยของชาติ ไม่ทราบว่าในเวลาอันใกล้นี้จะได้เห็นไหมหนอ..ในเมื่อท่านที่เกี่ยวข้องตาบอดสี มองไม่เห็นพลังของธรรมชาติที่แฝงอยู่ในบริบทป่าไม้ ว่ามันมีคุณประโยชน์หลากหลายวัตถุประสงค์อย่างไร?

4. ทำอย่างไรจะให้คนในชาติทุกหมู่เหล่า เห็นป่าไม้เป็นสมบัติของชาติที่ล้ำค่า นอกจากช่วยกันทะนุถนอมแล้ว ยังรณรงค์มุ่งมั่นที่จะปลูกป่าไม้เสริมสร้างสภาพแวดล้อมกันด้วยความเข้าใจและตั้งใจ จนเกิดเป็นกระแสรักชาติรักป่าไม้ เกิดความตระหนักตรงกันว่า การช่วยกันรักษาป่าคือการรักษาความปกติสุขของชาติ

5. ช่วยกันขยายแนวคิดให้แก่ประชากรในประเด็นที่ว่า..คนเราทำมาหากินในพื้นที่ตรงไหน ควรจะทะนุบำรุงสภาพแวดล้อมตรงนั้นให้อุดมสมบูรณ์ด้วยความรับผิดชอบต้นทุนของธรรมชาติ ให้ตระหนักอย่างท่องแท้ว่า ป่าไม้คือต้นทุนที่สำคัญของชาติ คุณภาพของทรัพยากรป่าไม้คือความมั่นคงของชาติ และเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ชาติ

6. ปัจจุบันเทคโนโลยีเรื่องวัสดุและอุปกรณ์ก่อสร้างบ้านเรือนก้าวหน้าไปไกล มีวัสดุก่อสร้างชนิดใหม่ๆที่สามารถใช้ทดแทนไม้ได้เป็นอย่างดี ราคาถูก คุณภาพแข็งแรงคงทน ประหยัดค่าแรงและลดเวลาในการก่อสร้าง จากการทดลองสร้างอาคารในหมู่บ้านโลก เราได้ทดลองใช้อิฐดินซีเมนต์ เหล็ก ไม้เชอร่า แผ่นสมาร์ทบอร์ดและยิปซั่มบอร์ท ฯลฯ ซึ่งใช้ประโยชน์ทดแทนไม้ได้แทบทั้งหมด ถ้ารณรงค์ให้ใช้วัสดุเหล่านี้ก่อสร้างอาคารบ้านเรือน หรือส่งเสริมการสร้างบ้านดิน ก็จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในทุกระดับ ไม้ควรใช้ในกรณีตบแต่งภายในในรูปของเครื่องเรือน ของใช้ไม้สอย ก็จะเป็นแนวทางลดการใช้ไม้ได้อย่างเป็นรูปธรรม

7. ควรส่งเสริมการปลูกไม้ไผ่ ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่นำมาใช้ประโยชน์นานัปการในเวลาสั้นกว่าการปลูกไม้ยืนต้น ควรเผยแพร่เทคโนโลยีใหม่ๆที่ค้นคิดได้จากไม้ไผ่มาส่งเสริมให้แพร่หลาย ปัจจุบันเทคโนโลยีด้านการแปรรูปไม้ไผ่ก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ถ้าหยิบยกเอาเรื่องไม้ไผ่มานำเสนออย่างเป็นเรื่องเป็นราว อานุภาพของไม้ไผ่ก็จะปรากฏให้เห็นทางเลือก/ทางออกที่เป็นรูปธรรมทางด้านเศรษฐกิจและการจัดการป่าไม้ทั้งทางตรงและทางอ้อม จะช่วยลดอัตราการใช้ไม้ธรรมชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม

8. ปัจจุบันประเทศเรามีการส่งเสริมการปลูกยางพาราอย่างแพร่หลาย การปลูกยางพาราแบบกระต่ายตื่นตูม โดยหวังผลเรื่องรายได้สูง (ซึ่งก็ไม่แน่ไม่นอน ยังมีอัตราความเสี่ยงซับซ้อนอยู่เบื้องหลัง) เป็นการขยายพื้นที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่ควรระแวดระวัง ยางพาราไม่มีรากแก้ว ลักษณะลำต้นรูปทรงจะมีใบไปกองอยู่ข้างบน ถ้าเจอพายุเข้าในสักครั้ง สวนยางก็ล่มได้ง่ายๆชาวสวนยางก็จะได้รับความเสียหาย น่าจะมีแปลงทดลองปลูกยางพาราร่วมกับไม้ยืนต้นอื่นนอกจากได้ความหลากหลายแล้ว ยังช่วยป้องกันหายนะจากพายุดังกล่าวได้อีกทางหนึ่ง อนึ่งกระแสยางพาราเกิดขึ้นทั่วทั้งอาเซียนและเอเซีย ในไม่กี่ปีข้างหน้า..ถ้าสวนยางกรีดยางพร้อมกัน ความต้องการใช้ยางจะก้าวกระโดดมารองรับปริมาณยางพาราได้จริงหรือ การที่ประเทศนี้รณรงค์ปลูกยางพารา มากกว่าการปลูกไม้ทั่วไป  แสดงว่าหลักการปลูกป่าไม้เพื่อการค้าและอุตสาหกรรมยังไม่ชัดเจน ยังตอบข้อมูลเชิงคุณค่าและผลประโยชน์เปรียบเทียบใช่หรือไม่?

9. นอกจากเรามีปัญหาเรื่องการบุกรุกป่า บุกรุกที่ทำกิน บุกรุกสร้างรีสอร์ต ปัญหาที่รุนแรงขึ้นในขณะนี้คือการลักลอบตัดไม้พยุง พบว่าไม้พยุงในป่าธรรมชาติหมดไปอย่างรวดเร็ว ขณะนี้ไม้พยุงที่อยู่ในเรือกสวนไร่นาเกษตรกรก็ไม่หลงเหลือเช่นกัน ถ้าเราไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเหิมเกริมของมอดไม้ก็จะลามปามไปขโมยตัดไม้ของสวนป่าเอกชน และไม้ที่ชาวบ้านรักษาไว้ตามหัวไร่ปลายนา อนึ่ง โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าพลังชีวมวลบางแห่ง ก็มีส่วนสนับสนุนการลักลอบตัดไม้ทางอ้อมอยู่ไม่น้อย

10. ปัจจุบันเกิดโรคระบาดเกี่ยวกับไม้โตเร็วทั้งประเทศ ทำให้ผลผลิตมีประมาณลดลง อีกทั้งจะเป็นเงื่อนไขให้กับเกษตรกรที่จะปลูกไม้โตเร็วลดหรือล้มเลิกพื้นที่ปลูกไม้ดังกล่าว ประเด็นเหล่านี้เกษตรกรกำลังรอคำตอบ ควรที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอุตสาหกรรมเกี่ยวกับไม้โตเร็วควรจะค้นหาคำตอบให้พบโดยเร็วไว ก่อนที่พื้นที่ป่าไม้ส่วนนี้จะหายไป

11. กรมป่าไม้คัดเลือกเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติสาขาปลูกป่ามาเป็นเวลานาน ทรัพยากรบุคคลเหล่านี้กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ มีพื้นที่ปลูกป่าไม้เชิงประจักษ์ มีชุดความรู้ มีทักษะและประสบการณ์ตรง ที่สำคัญมีวัฒนธรรมพื้นถิ่น ถ้าได้รับการสนับสนุนให้ทำหน้าที่ขยายความคิดเรื่องการปลูกป่าไม้ในระดับต่างๆ โดยรัฐฯจัดงบประมาณให้ศูนย์เหล่านี้เป็นสถานที่ฝึกอบรมเรื่องการปลูกสร้างสวนป่าในบริบทต่างๆ ก็จะเป็นการกระจายจุดขยายนโยบายป่าไม้ได้อย่างกว้างขวางมากขึ้น อาจจะทดลองในศูนย์ที่มีความพร้อม ให้เสนอหลักสูตรการอบรม ประมาณการค่าใช้จ่ายรายหัว ทำการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องปีละพันกี่หมื่นราย ก็จะทำให้ทราบข้อมูลการฝึกอบรมทำความเข้าใจเรื่องการป่าไม้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ก็จะเป็นงานเชิงรุกด้านการป่าไม้ได้อีกทางหนึ่ง ช่วยเสริมการจัดอบรมโดยหน่วยงานของรัฐฯ

12. ควรให้เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติสาขาปลูกสร้างสวนป่าได้ทำการวิจัยในเรื่องที่พื้นที่เหล่านั้นสนใจ เช่น การผลิตน้ำควันไม้,การผลิตถ่านไบโอชา, การสร้างธนาคารแม่ไม้, การปลูกไม้เพื่อพลังงานทดแทน, การประดิษฐ์เครื่องเรือนจากไม้โตเร็ว, การใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีใหม่ ๆ , การใช้ใบไม้เลี้ยงปศุสัตว์ โดยเบื้องต้นจัดให้มีนักวิชาการป่าไม้เป็นพี่เลี้ยง เราก็จะได้นักวิจัยการป่าไม้ต้นทางที่เกิดจากการปฏิบัติเพิ่มขึ้น การแสวงหาความร่วมมือลักษณะนี้ เป็นการถ่ายทอดวิชาความรู้ลงสู่พื้นที่เป้าหมายได้อีกทางหนึ่งค่อนข้างชัดเจน

13. ควรสนับสนุนให้เกิดการส่งเสริมปลูกป่าและดูแลพื้นที่ป่าไม้ต้นแบบในระดับระดับ ครัวเรือน ชุมชน อบต. โรงเรียน สถาบันการศึกษา วัด และสำนักสงฆ์ทั่วประเทศควรจะกำหนดเป็นนโยบาย1หมู่บ้าน1ป่าไม้1ต้นแบบ ภาคราชการจะได้มีแนวร่วมจากภาคประชาคม เป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์กิจกรรมและกิจการป่าไม้ในแบบการมีส่วนร่วมอีกแนวทางหนึ่ง

14. รัฐฯควรสะสางกฎหมายป่าไม้ที่เป็นอุปสรรคต่อการส่งเสริมปลูกป่าไม้ และความเกี่ยวเนื่องให้ชัดเจนทันสมัยทันต่อเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน เพื่อโน้มน้าวให้เกษตรกรและกลุ่มอุตสาหกรรมปลูกป่าไม้หันมาร่วมมือเป็นพันธมิตรกับภาครัฐมากขึ้น

15. ควรใช้สื่อปลุกกระแสให้คนไทยรัก

และใส่ใจกับการปลูกและดูแลต้นไม้มากขึ้น

ประชาสัมพันธ์ให้เห็นว่า..

“การปลูกป่าไม้ปลูกต้นไม้เป็นหน้าที่ของประชาชนไทยทุกคน”

“คุณภาพของป่าไม้ คือคุณภาพของสังคม”

“ป่าไม้เป็นทรัพยากรที่เป็นต้นทุนหลักขอชาติ”

“ความมั่นคงของป่าไม้คือความมั่นคงของชาติ”

“ภัยพิบัติไม่น่ากลัวถ้าคุณมีป่าไม้เป็นเพื่อน”

“ปีนี้คุณปลูกต้นไม้แล้วหรือยัง”

“ช่วยกันสร้างประเพณีปลูกป่าไม้ให้เกิดขึ้นในชุมชน”

“ไม่มีต้นไม้ต้นไหนขี้เกียจแม้แต่ต้นเดียว”

“ปลูกต้นไม้ไม่มีคำว่าขาดทุน”

“ต้นไม้ให้อากาศสดชื่น ให้หมากผล ให้ปัจจัยที่จำเป็น ฯลฯ “-

“คุณจะส่วนแก้ปัญหาชาติได้อย่างแน่นอนถ้าคุณปลูกต้นไม้”

“ป่าไม้เป็นสมบัติของชาติเป็นมรดกของคุณทุกคน”

“ต้นไม้ช่วยให้คุณภาพชีวิตของคุณดีขึ้น”

“ต้นไม้ทุกต้นรักคุณ”

“รักต้นไม้ปลอดภัยจากการอกหักแน่นอน”

“รักคนเจ้าชู้ เปลี่ยนมารักต้นไม้ดีกว่า”

:: เอกสารประกอบการนำเสนอหัวข้อ

“การพัฒนาทางเศรษฐกิจกับการจัดการป่าไม้อย่างยิ่งยืน”

วันที่16 กันยายน 2555  เวลา 9.30-12,00 น.

ยานพาหนะเหิรหาว

คุณค่าป่าไม้

ท้องฟ้าพร้อมที่จะแฉะ

วิถีชีวิตที่เรียบร้อย

ขาใหญ่เลี้ยงขาที่ใหญ่กว่า

ประโยชน์ของใบไม้

ป่าไม้สั่นคลอนเพราะมนุษย์บั่นทอน

ป่าเป็นที่รวมของดีที่สุดในโลก

ไม่ควรเอาอนาคตป่าไม้ของคนรุ่นลูกหลานมาปู้ยี่ปู้ยำ



Main: 0.076457977294922 sec
Sidebar: 0.047395944595337 sec