ถามมาตอบไป

อ่าน: 1637
หนาวไหม หนาวไหม คนดี
คนไหนมีคู่ก็คงสุขล้น
คนไหนรักหล่นก็ต้องทนหนาวไป อิ อิ
และแล้วสวรรค์ก็ประทานลมหนาว มาให้คนชอบหนาวได้ระรี้ระริก หลายครอบครัววางแผนเดินทางไปสัมผัสหนาวที่ยอดดอย ไปกางเต็นท์ ไปหุงหาอาหาร ใช้ชีวิตช่วงสั้นอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่เยือกเย็นแต่อุ่นอิงใจ ก็ ดี น ะ ค รั บ .. ออกไประบายอากาศเสียเก่าๆออกทิ้งบ้าง สูดโอโซน ผิงไฟ ใส่เสื้อหนาว ชมดาว ชมทะเลหมอก จิบชา อาบแดด ไปเยี่ยมแม่คะนิ้ง ถ่ายภาพที่ระลึก
รอยต่อกาลเวลา..ระหว่างปีเก่าเข้ามาหาปีใหม่
คนสวยมีแผนไว้ในใจแล้วหรือยัง
มีคนถามว่า พ่อปีใหม่ไปไหนหรือเปล่า
คงไม่ไปไหนหรอกนะครับ ?
จะอยู่กับน้องหนาวให้จุใจ
ห่วงใยการเดินทางในช่วงนี้..
รถราประจัญบานกันมากเหลือเกิน
จราจรแทบจราจล..
ถ้าจำเป็นต้องเดินทาง ควรคืบคลานใจเย็นๆนะน้อง
กลางดึกเมื่อคืนนี้ ระหว่างหลับอย่างสุขารมณ์ ลมหนาวกระโชกแรงมาก ชายมุ้งปลิว เสียงสิ่งของตกหล่นเปรี้ยงปร้าง ร่มปลิวไปหลายเมตร ใบไม้ที่ร่วงอยู่ก่อนแล้ว ลอยปลิวไปจนลานซีเมนต์เกลี้ยงเกลา เออ..เทวดาก็มาช่วยกวาดบ้านด้วย ลมแรงจริงๆนะเธอ ยังดีที่ไม่แตกตื่นนึกว่า โลกแตก.. ลุกมาปิดชายมุ้ง ..แล้วมุดเข้าไปนอนคลุมผ้าผวยเหมือนเดิม รู้สึกหนาวเหน็บ.. คนมีคู่อยู่คนละบ้านละเตียงก็ต้องทำใจ
แต่ก็ดีนะ ที่ไม่ต้องเดินทางไปหาความหนาวเย็นบนยอดดอย
นอนสัมผัสหนาวแบบพอเพียง
จะนอนเอียง นอนแผ่ นอนคุดคู้ ก็อยู่บนเตียงเราเอง
จึงไม่กลัวหนาว หนาวมาเล๊ยๆๆ
เย็นวานมีคณาจารย์หลายท่านมาเยี่ยม บางท่านเคยเป็นอธิการบดี บางท่านเป็นคณะบดีที่รู้จักกันมานาน ท่านเคยมาเยี่ยมยามผมเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว การมาครั้งนี้จึงมีคำถามใหม่ๆ คณะฯเล่าว่า..ระหว่างเดินทางก็เกิดคำถามขึ้นในหมู่กันเอง ตอบได้บ้างไม่ได้บ้าง..เมื่อมาพบหน้าก็มาเอาคำถามจากตัวเป็นๆดีกว่า
อาจารย์พจน์ พรหมบุตร ผู้ทรงคุณวุฒิสภามหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
เปิดประเด็นว่า..คำถามอะไร? ที่ผมเจอมากที่สุด
คำตอบ
1. มีที่ดินเท่าไหร่
2. มีรายได้จากอะไร
3. ดูแลรักษาสุขภาพอย่างไร
4. ยังเที่ยวตระเวนไปนอกบ้านมากไหม?
5. หมู่นี่ยังเขียนหนังสือเขียนและพิมพ์หนังสืออะไรบ้าง?
6. เรื่องอื่นทั่วไป
หลังจากผมเรียงลำดับคำถาม อาจารย์ก็สรุปว่า..คนทั่วๆสนใจเรื่องเศรษฐกิจเป็นหลัก เรื่องความรู้ความคิดไม่ค่อยจะใส่ใจกันเท่าที่ควร สิ่งนี้เป็นวัฒนธรรมของคนไทยสมัยนี้ไปแล้วก็ไม่รู้นะ
ข้อที่ 1 เรื่องที่ดิน ทุกคนอยากจะมีพื้นที่ทำกินกันมากๆ ในระดับครัวเรือนทั่วไป ในความคิดผมมีที่ดิน10 ไร่ ก็ทำไม่ไหวแล้วละครับ แค่ปลูกผักกินเองไร่เดียวนี่ก็ไม่ได้พักได้ว้างเว้นเลย ไม่เชื่อก็ลองดู คนที่มีที่ดินมากควรจะมีความรู้ความเข้าใจมากๆ ถ้ากึ๋นไม่พอ มีที่ดินมาก ก็จะทำลายสภาพความอุดมสมบูรณ์ของพื้นดินให้เสื่อมโทรม ทำให้โลกร้อน โลกวิบัติ ตนเองก็ใช่ว่าจะได้อะไรจากการทำเกษตรฯแบบมักง่าย เรื่องน่าคิดนะครับ
กลายเป็นว่ามีที่ดินมากหรือน้อย
ถ้าความรู้จิบจ้อย..มันก็นำมาสู่ความเสื่อมโทรม!
ปรากฏการณ์เรื่องนี้ดูได้จากการทำการเกษตรในบ้านเมืองเรา
มีเกษตรกรสักกี่ครัวเรือนที่ทำการเกษตรแบบไม่ล้างผลาญแผ่นดิน
ข้อที่ 2 มีรายได้จากอะไร?
ข้อนี้มีคนสงสัยมาก ด้วยไม่เห็นผมทำกิจการอะไรที่พอจะมีรายได้เป็นน้ำเป็นเนื้อ ทำอะไรเล่นๆ เลี้ยงสัตว์ ปลูกผัก ปลูกต้นไม้ เผาถ่าน ไม่เห็นการรูปแบบการจำหน่าย ใครเห็นก็งงและมึนตึบ ผมจะขออธิบายว่า ผมไม่มีรายได้แน่นอน มีแค่ไหนก็ใช้แค่นั้น ไม่มีก็ไม่ทำ..ไม่ขยายงานอะไร นอนดูใบไม้หล่นไปวันๆ อยู่ได้เพราะไม่มีหนี้สักกะบาท คนไม่มีหนี้นี่มีอิสระนะเธอ มีหนี้ก็เหมือนมีไฟลนก้น อยู่นิ่งๆเฉยๆไม่ได้ ต้องดินรนหาเงินไปถวายให้คนอื่น เป็นขี้ข้าของระบบการเงินที่เอามาใช้ล่วงหน้า คนเป็นบ้าเป็นหลังก็เพราะเป็นทาสเงินกู้ทาสหนี้จิปาถะนี่แหละ ที่ผ่านมาผมเป็นคนที่เทวดาเลี้ยง ถ้าช่วงไหนไม่มีเงินใช้ ก็มักจะมีคนอุปการะ เงินลอยมาจนได้แหละ ไม่มากหรอก แต่ก็ไม่ขาดมือ แต่เราต้องสำเนียกว่า ..มีน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง
ขอเปิดเผยว่า..
ผมไม่มีเงินเดือน มีแต่เงินดิน
เงินดินเหมือนไข่ห่านทองคำ หรือน้ำซึมบ่อทราย
อย่างที่เคยเล่าไปแล้วว่า..ไม่มีต้นไม้ต้นไหนมันขี้เกียจ
การที่ต้นไม้..เจริญเติบโตขึ้นทุกวัน..แสดงว่ามูลค่าเพิ่มทวีคูณทุกวัน
ต้นไม้ยิ่งโตก็ยิ่งแพงใช่ไหมละเธอ
บางคนคิดว่าปลูกต้นไม่มันนาน รอไม่ไหว ไม่ทันกิน ไม่เข้าใจวิธีทำวิธีได้ ขออนุญาตขยายความดังนี้..ต้นไม้นั้นมีหลายประเภท..ไม้ผักยืนต้น ไม้สมุนไพร ไม้ใช้สอย ไม้เศรษฐกิจ ไม้เพื่อพลังงานทดแทน พืชผักผลไม้ พืชผักตามฤดูกาล ไม้ล้อม ไม้ประดับ ไม้ประแดก ไม้ติดแผ่นดิน คนที่มีไม้สารพัดชนิด ก็เท่ากับมีต้นทุนปัจจัยการผลิตอยู่ในมือใช่ไหมละเธอ อยู่เฉยๆก็มีรายรับจากดอกเบี้ยของต้นไม้ทุกๆต้นทุกๆนาที
คนที่ปลูกต้นไม้ด้วยความรักความเข้าใจ มักจะมองข้ามเรื่องรายได้ ความร่ำรวย จะมองทะลุไปถึงการสร้างเสริมหน้าตาที่ดินที่อยู่อาศัยให้ร่มรื่น ช่วยสร้างความปกติให้แก่โลก ตอบแทนแผ่นดิน ตอบแทนโลก งานที่ทำควรเป็นการสะสมความอุดมสมบูรณ์ในอัตราก้าวหน้าขึ้นตามเดือนปีที่ผ่านไป สิ่งนี้ต่างหากที่เป็นความรุ่มรวยที่แท้จริง เข้าใจไหมละน้อง
ค น โ ง่ จึ ง ไ ม่ ค ว ร มี ที่ ดิ น ม า ก ด้ ว ย ป ร ะ ก า ร ล ะ ฉ ะ นี้
ท่ามกลางกระแสสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยการบริโภคอย่างมาก ซึ่งสร้างผลกระทบต่อทรัพยากรสิ่งแวดล้อมที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบันนั้น เราทุกคนควรบ่มเพาะความเข้มแข็งของจิตใจ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันเสียตั้งแต่บัดนี้ ด้วยการฝึกควบคุมความอยาก มีความเฉลียวในการใช้ชีวิตอย่างรู้ประมาณ รู้จักเกื้อกูลต่อเพื่อนร่วมโลก ทั้งคน สัตว์ สิ่งแวดล้อม และเมื่อฝึกฝนจนกลายเป็นนิสัย เราก็จะเข้าใจและเข้าถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้โดยไม่ต้องท่องนิยาม” จาก-เปิดเล่ม สื่อพลัง
ข้อที่ 3 ดูแลรักษาสุขภาพอย่างไร?
เสียดายที่คณะอาจารย์มาไม่แจ้งเวลาและจำนวนคนล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นจะอธิบายเรื่องนี้แบบจะๆให้ดู จะชวนเข้าสวนครัวสวนผัก แล้วเด็ดพืชอาหารมาประกอบให้ชิม ชวนรับประทานกันสดๆร้อนๆ จะได้เข้าใจวิถีดูแลสุขภาพ ที่ผมและแม่บ้านกำลังศึกษาหากระบวนการอย่างเข้มข้น ชมภาพข้างล่างก็แล้วกันนะครับ
เช้าๆโฉมยงเดินไปเด็ดผักสดมาล้าง ผักชนิดไหนรับประทานสุกเธอก็จะลวก เรียงไว้ในจาน อบปลาทูตัวหนึ่ง ผสมน้ำพริกปลาป่น (ตั้งชื่อให้ว่าน้ำพริกสด เพราะใช้พริกสดแทนพริกเผา/พริกป่น) ผมหุงข้าวกล้องแดงรอไว้แล้ว เธอกางโต๊ะเอาอาหารมาเรียง เอาน้ำชาสมุนไพรอุ่นๆวางข้างๆมื้อเช้ารับประทานกันง่ายๆยังงี้ละครับ ผักสดๆกรอบหวาน น้ำพริกผสมใส่น้ำปู๋รสเด็ด อร่อยเหาะ
หยิบใบชะพลูมาวาง ซ้อนด้วยใบพลูคาว
ตักน้ำพริกสดมาหยอด ตักชิ้นปลาทูมาวาง เติมงา-ขิง-หอม
พับม้วนใบ..แล้วก็เปิบ เคี้ยวตุ้ยๆ คุยกันท่ามกลางแดดอุ่น
ภัตตาคารที่ไหนก็สู้ไม่ได้หรอกนะเธอ อิ อิ ..
น่าจะชื่อ..ภัตตาคารผึ่งพุงกลางแดดอุ่น
ข้อที่4 ยังเที่ยวตระเวนไปนอกบ้านมากไหม?
เรื่องนี้พยายามลดลงมากแล้วละครับ เว้นแต่งานไหนที่เห็นว่าสำคัญ/จำเป็น/และเป็นงานที่เราถนัด ก็จะไปช่วยตามกำลัง มีงานประชุมบ้าง ไปโม้บ้าง และอยากไปช่วยคุณญาติผู้อารี ยกตัวอย่างกรณีของหนู๋ไพ ที่ร้องขอมาให้ไปช่วยดูแลแปลงปลูกผักและต้นไม้ ผมชอบใจตรงที่..
หนู๋ไพ สารภาพว่า..ไม่รู้การปลูกต้นไม้ ปลูกผักสวนครัว
ผมชื่นชมนะ ..ที่หนู๋ไพถามหาความรู้ก่อน..
ผมจะหาโอกาสไปยุให้หนูไพ๋..ทำการเกษตรแบบประณีต
เพื่อเป็นตัวอย่างของจังหวัดหนองบัวลำภู
รักแล้วรอหน่อยนะหนู๋ไพ ..เรื่องนี้ต้องไปตามคิว..
ข้อที่ 5 หมู่นี่ยังเขียนหนังสือเขียนและพิมพ์หนังสืออะไรบ้าง?
เรื่องการเขียน ก็เขียนเปรอะไปทุกวัน ทำให้เหมือนการบันทึกไดอารี วันวันหลังเราก็ยังมาสืบค้นได้ว่า..ช่วงนั้นช่วงนี้เรามีกิจกรรมอะไร เรากำลังดำเนินการในเรื่องใด เราได้รู้จักใคร เราได้รับความเมตตาจากใคร เป็นการบันทึกเรื่องราวชีวิตคนบ้านป่า ที่ไม่ได้เขียนเชิงวิชาการอะไร เพราะไม่มีวิชากงวิชาการอะไรกับใครเขา คิดและทำอย่างไรก็เขียนไปอย่างนั้น ดื้อๆทื่อๆตามสไตล์คนบ้านนอก
อาจารย์บอกว่าเคยได้อ่านหนังสือคนนอกระบบ
ตอนนี้หมดไปแล้วละครับ ยังไม่ได้พิมพ์ใหม่
แต่มีหนังสือ โมเดลบุรีรัมย์
หนังสือเจ้าเป็นไผ จากนาซาสู่รากหญ้า และหนังสือเจ้าแห้ว
จะไปวางจำหน่ายแบบอึกกะทึกครึกโครม!
ซื้อหนังสือแถมหน่อกล้วย เมล็ดผัก และแถมกอด อิ อิ
ในงานที่มหาวิทยาลัยราชภัฏร์บุรีรัมย์เป็นเจ้าภาพ
จัดงานวันคนบุรีรัมย์ขับเคลื่อนให้บุรีรัมย์น่าอยู่
ข้อที่6 เรื่องอื่นๆทั่วไป “การตัดไม้ทำลายป่า ตลอดจนผลกระทบที่เกิดจากการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ อาจเรียกได้ว่าเป็นปัญหาดึกดำบรรพ์ ที่เราได้ยินได้ฟังพอๆกับการรณรงค์ให้ทุกคนเห็นคุณค่าและรักษาป่า ทว่าสถิติของกรมป่าไม้ กลับแสดงให้เห็นว่า จำนวนพื้นที่ป่าไม้ของประเทศลดลงทุกปี ภาพที่สะท้อนสวนทางกันเช่นนี้ คงเป็นคำตอบได้ว่า เราจริงใจกับการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมากน้อยเพียงไร? “
วันที่ 5 มกราคม 2556
. ห้องประชุมวิชชาอัตศาสตร์
ขอเรียนเชิญพี่ป้าน้าอาจังหวัดใกล้เคียง
มาแย้มดูหัวใจของคนเมืองแปะก็ดีนะครับ
ม า แ ล้ ว ท่ า น จ ะ รู้ ว่ า ..
บุรีรัมย์นั้นไฉไลนัก แล้วท่านจะรักบุรีรัมย์

« « Prev : บุรีรัมย์ตำน้ำกิน *****

Next : บ่ายนี้มีรอยยิ้ม » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

ความคิดเห็นสำหรับ "ถามมาตอบไป"

ไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.053133964538574 sec
Sidebar: 0.088160991668701 sec