คิดเบาๆ >>

อ่าน: 944

วิกฤติเที่ยวนี้

ทำให้ภาพที่ราบสูงอีสานมีความจะแจ้งขึ้นเยอะเลยเธอเอ๋ย

ที่ลุ่มภาคกลางนั้นยากที่จะซ่อมแซมอะไรให้มั่นคงได้

เพราะองค์ประกอบส่วนใหญ่มันเน่าหมดแล้ว

มีแต่จะโกลาหลขึ้นไปเรื่อยๆ

น้ำท่วมเที่ยวนี้พยายามเช็คข่าวไปถึงพี่น้องชาวเฮ มีใครได้อาบน้ำฝนจนล้นเหลือบ้าง ได้คำตอบว่ายังบ่เป็นหยัง โดนนิดหน่อยๆยังไม่ถึงกับมะล๊อกมะแล๊ก ฟังแล้วก็เบาใจ นึกล่วงหน้าไว้แล้วว่า ถ้ายังไงๆภัยพิบัติจะท่วมโลกในภายหน้า ขอให้มองมาที่บ้านสวน เพราะได้เตรียมการไว้ให้ญาติโกเฮโลมาพักได้สบายๆ อาหารการกินก็เพียบ เชื้อเพลิงก็ไม่มีปัญหา น้ำท่าก็กักเก็บไว้พอประมาณ หัวเผือกหัวมันก็ปลูกกันโรคตานขโมย

ให้คนงานเผาถ่านเตาใหญ่ไว้เรียบร้อย

มีถ่านตุนไว้ประมาณ 300 กระสอบป่าน

มีคนมาติดต่อขอซื้อไปจำหน่าย

เรื่องอะไรจะขาย

ปล่อยให้มันนอนเอ้งเม้งอยู่ในเตาอย่างนั้นแหละ

มีมูลสัตว์มากพอที่จะผลิตแก๊สไว้ให้แสงสว่าง

พืชผักยืนต้น อาหารสด อาหารแห้ง สะสมไว้เรื่อยๆ

ต่อไปนี้อาจจะต้องคิดอย่างจริงจังแล้วว่า

ถ้าเกิดวิกฤติจริงๆจะอยู่รอดด้วยวิธีใด

ไม่เกิดก็แล้วไป

แต่ถ้าภัยพิบัติไล่ต้อนจะได้ไม่จนมุม

แทนที่จะทุกข์กลับนึกสนุกเสียอีก

ที่พี่น้องชาวเฮจะมาชุมนุมกันได้อย่างยาวนาน

คงต้องแบ่งแผนกแล้วละนะ

หมอเจ๊ มาคราใดไม้ทิ้งไม้กวาด ขยันทำความสะอาดเหลือเกิน

ป้าหวาน กับป้าจุ๋ม อยู่โยงโรงครัวแสดงเสน่ห์ปลายจวัก

เบิร์ด อยู่แผนกดูสุขภาพจิต ใครคิดถึงบ้านเข้าไปโอ๋

ไอ่ตาหวาน ครูสุ อยู่แผนกเก็บผัก หาเสบียง

น้าอึ่ง ครูอาราม อาว์เปลี่ยน อยู่แผนกควงตะหลิว

เจ้าแห้ว เป็นโฆษก ร้องเพลงก็ได้ เรียกร้องก็เก่ง

อ.ไพลิน พรพรรณ นอกจากแต่งหนังสือเก่งแล้ว แอบทราบว่าร้องเพลงบรรเจิดมาก

อุ้ย ครูอึ่ง อยู่แผนกชิม ไม่อร่อยมีสิทธิ์โละแม่ครัวได้

สุวรรณา อยู่แผนกแจกบัตรคิว

รอกอด อยู่แผนกเติมไฟ ชวนเล่นไฟยามค่ำคืน

อัยการชาวเกาะ ร้องเพลงก็ได้ บรรยายก็ดี

.แป๋ว ถ่ายรูปเก็บประวัติ ทำแกงกระหรี่ญึ่ปุ่นเธอเอ๋ยอร่อยเป็นบ้า

ท่านจอมป่วน ชวนยั่วยุให้กระบวนการดิ้นได้

ท่านบางทราย กำกับงานสรุปประมวลผล

คนทางถาง ชิมไวน์กับย่างไก่

พระอาจารย์Handy อยู่แผนกกำกับระบบไฟฟ้าและเครื่องเสียง

ไอ่หนูจิ กับ จอมยุ่งลูกจอมป่วน ทำหน้าที่เสริมสุขบรรยากาศ

ออต กับ แม่ใหญ่ ให้อยู่ฝ่ายศิลปะบันเทิง

ใครอีกละ นึกได้ช่วยต่อขบวนด้วยก็เน้อ

อิ อิ ..


ดิน น้ำ ลม ไป

อ่าน: 954

มีคนตั้งข้อสังเกตุว่า

รัฐบาลที่แล้วยุ่งอยู่กับไล่ม็อบ

รัฐบาลนี้ยุ่งกับการไล่น้ำ

การไล่น้ำกับการไล่คน

อย่างไหนจะลำบากมากกว่ากัน

รึว่ามันเป็นวิบากกรรมให้ต้องมีเรื่องไล่ล่ากันมิเว้นวาย

อุทกภัยเที่ยวนี้มีคนคาดคะเนความเสียหายแห่งละเท่านั้นเท่านี้ล้าน แต่ไม่มีใครประเมินความเสียใจ จะตีค่าเสียหายประมาณไหน ฝนตกก็แช่ง ฝนแล้งก็ด่า แสดงว่ามนุษย์เราโดยเฉพาะภาคการเกษตร จะต้องประสบกับความเป็นไปของธรรมชาติ ซึ่งไม่สามารถกำหนดได้ บังคับให้เกิดพอดีได้ มนุษย์จึงประยุกต์วิถีชีวิตให้สอดรับกับธรรมชาติ ไม่ไปโทษไปโวยวายต่อว่าฟ้าดิน ฝนไม่ได้รู้เรื่องด้วยหรอก ฝนมีสิทธิ์ที่จะตกมากตกน้อยก็ได้ ฝนไม่มีผลประโยชน์กับใคร แต่หลายใครๆต่างหากเล่าที่มีผลประโยชน์กับฝนตกและฝนแล้ง ภูมิปัญญาดั่งเดิมจึงเชิดชูแม่โพสพ แม่คงคา แม่ธรณี การทำความเข้าใจกับธรรมชาติ ทำให้มนุษย์ไม่บกพร่องขาดๆเกินๆ ไม่ทำอะไรเกินเลยกับธรรมชาติ

ถ้าเธอไม่รู้จักธรรมชาติ ธรรมชาติก็จะไม่รู้จักเธอ

ถ้าเธอทอดทิ้งธรรมชาติ ธรรมชาติก็จะทอดทิ้งเธอ

ปีนี้ไม่ต้องแห่นางแมวหรือจุดบ้องไฟขอฝนจากพระยาเถร ฝนก็เทลงมาโดยมิรั้งรอ พายุฝนเข้าลูกแล้วลูกเล่า ไล่กันมาโดยไม่รอบัตรคิว เรื่องที่อึกกระทึกครึกโครมอย่างนี้ มีผู้อธิบายไว้หลายกระแส นักวิทยาศาสตร์บอกว่าหิมะขั้วโลกละลาย แสดงว่าโลกร้อนขึ้นกว่าเดิม สาเหตุมาจากการปล่อยก๊าซขึ้นไปสะสมเป็นฉนวนไม่ให้แสงผ่านไปมาได้สะดวก เกิดการสะสมความร้อนในชั้นบรรยากาศ ความร้อนที่ว่านี้ไปแผดเผาแผดไอน้ำให้จับกลุ่มเป็นเมฆ และพัฒนาเป็นความกดอากาศ เป็นพายุ เป็นดีเปรสชั่น นักทรัพยากรศาสตร์บอกว่า มนุษย์พากันทำลายสภาพแวดล้อมมากเกินไปจนเกิดวิกฤติ ป่าไม้ลดลงทั่วโลกเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่ง และยังมีเหตุผลแวดล้อมอีกยุบยับ

ความเปลี่ยนแปลงสุดโต่งได้เปลี่ยนผลกระทบวิกฤติจนเกินวิกฤติ ทั่วโลกจึงเจออภิมหาภัยต่างๆ อเมริกาเจ้าแห่งเทคโนโลยีก็ยังเจอจนหน้าซีด บางประเทศเจอแผ่นดินไหวให้วิ่งกระเจิดกระเจิง ยังมีสึนามิอีกละ ก่อนหน้านี้พี่ไทยก็เจอคลื่นยักษ์พุ่งสูงไปถึงยอดมะพร้าวโน่น สร้างความเสียหายทั้งชีวิตมนุษย์และทรัพย์มหาศาล ญี่ปุ่นเองก็โดนเข้าจังหนับ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิด มันจะเป็นเรื่องเล็กๆได้ที่ไหนเล่า วิกฤติแต่ละหมัดล้วนเป็นชนิดมัดโป้งจอดทั้งนั้น

ปีนี้ทั้งปี บ้านเราเอาเจอบททดสอบเรื่องอุทกภัยเรื่อยมา เฉลี่ยไปทุกภาค ดินถล่มน้ำท่วมภาคใต้ แล้วก็ย้ายมาภาคเหนือ ไล่มาภาคกลางภาคอีสาน ใครจะคิดละครับว่าแถวปักธงชัยน้ำจะท่วมจนลอยคอ พอช่วงกลางปีก็มีมหกรรมน้ำท่วมชนิดท่วมแล้วท่วมอีก ท่วมจนมึนงง เป็นโจทย์ใหม่ที่ยากจะคาดการณ์ ยากที่จะตั้งรับ เพราะความสดใหม่ของวิกฤตการณ์ทำให้ต้องเอาสถิติต่างๆโยนลงตะกร้า แผนตั้งรับเดิม ทำอุโมงค์ผันน้ำ ทำแก้มลิง ทำคันคูป้องกัน ทำกำแพงกึ่งถาวร ทำประตูน้ำ พอมาเจออภิมหาวาตภัยก็ไหลยุ่ยไปกับน้ำ

ถ้าไม่รื้อโครงสร้างแผนการบริหารจัดการน้ำใหม่คงจะทำยังไงละครับ

อุทกภัยเที่ยวนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นจุดรับจุดอ่อนของแผนเดิมอย่างปรุโปร่ง

ความเหนื่อยยากในระหว่างแก้ไขวิกฤตินั้นพอที่จะกระตุ้นให้คิดใหม่ได้แล้วนะ

ปีนี้ยังเพียงนี้ ถ้าเจอปีหน้า ปีโน้นอีกจะเพียงไหน

ถ้าไม่แก้ไขให้ถ่องแท้ก็ยากที่จะเดินหน้าต่อไปได้

ชาวบ้านยังเรียกร้องให้เรื้อคันดิน นักวางแผนจะไม่เรื้อแผนได้อย่างไร

วิกฤติน้ำเที่ยวนี้ ทำให้เกิดวิกฤติในใจคน ในสังคม ในวงการธุรกิจ ในนักวิชาการ ในกระทรวงกรมกองและในทำเนียบรัฐบาล อย่าบอกนะว่าปีหน้าจะไม่ผวาอีก หลังจากน้ำท่วมมีการบ้านรอยู่ไม่รู้กี่ร้อยข้อ ในระหว่างรีๆรอๆลมหนาวก็จะโหมกระหน่ำมาอีก ภั ย ค ว า ม ห น า ว เ ย็ น จ า ก ก า ร แ ช่ น้ำ ยั ง ไ ม่ ห า ย ภั ย ค ว า ม ห น า ว เ ห น็ บ จ า ก ไ ซ บี เ รี ย ก็จะหวีดหวิวมาให้สั่นงันงกกันอีก เรื่องหนาวๆร้อนๆนี่ละครับที่สำคัญ ไม่รู้ว่าใครจะเป็นเจ้าภาพหลักเจ้าภาพรองในเรื่องนี้ ถ้าไม่รวมพลังไทยกัดฟันสู้ร่วมกันเหมือนชาติญี่ปุ่นคงลำบากแย่

“น้ำท่วมนาจมหายหลายล้านไร่

จะเอาข้าวที่ไหนไปขายหวา

ข้าวจะกินไม่มีถึงปีหน้า

ทำเหมือนว่าปิ้งปลาประชดแมว”

มีอาการน่าเป็นห่วงพอประมาณ

ท่านพี่ลงมาตรวจการฯดูแล้วแอ๊บแบ๋วเหลือเกิน

มันไม่ทำให้เกิดความเชื่อมั่นอะไรได้เลย

คำพูดคำจาอาสาสมัครปอเต๊กตึ้งยังน่าเชื่อถือมากกว่า

วิกฤติน้ำว่าหนักแล้ว วิกฤติคนคุมนโยบายหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าอีก

เราจะต้องรู้อย่างไรจึงจะบรรเทาเรื่องน้ำให้อยู่ในระดับที่พอรับได้

รู้อย่างไร นี่ไล่ไปตั้งแต่ชาวนาจนถึงหอคอยงาช้าง

จะวางผังวางแผนให้เป็นแนวเดียวกันอย่างไร

ออกกฎหมายภาษีน้ำท่วมดีไหมละ

ชาวนาจะไม่ได้รู้สึกว่าถูกกระทำข้างเดียว

น้ำบ่ามาปล่อยให้ชาวนาตกน้ำป๋อมแป๋ม

แต่คนเมืองมีอภิสิทธิ์ปกป้องดูแลอย่างกับไข่ในหิน

สูบน้ำออกมาซ้ำเติมไร่นาให้เป็นทะเลหนักเข้าไปอีก

ประพฤติเยี่ยงนี้ความชอบธรรมอยู่ตรงไหนมิทราบ

ชาวไร่ชาวนาเอาพื้นที่รับน้ำรับความเสี่ยงแทนท่านผู้มีอันจะกิน

ร้านค้า-ธุรกิจ-อุตสาหกรรม-เขตพื้นที่พิเศษ-ควรจะจ่ายภาษีนี้

ยามเกิดอุทกภัยจะได้เอาเงินภาษีน้ำท่วมมาบริการจัดการช่วยเหลือ

ถ้ามองกว้างมองไกลคนที่เดือดร้อนอาจจะพอรับได้

เรื่องที่จะพอรับได้นี่ต้องตีให้แตกนะเธอ

แค่เงินชดเชยจิ๊บจ้อยคงรับสถานการณ์นี้ไม่ได้หรอก

คนหมดเนื้อหมดตัวถ้าไม่ดูแลให้ดี

วันดีคืนดีม็อบพันธุ์แท้อาจจะลุกฮือขึ้นมาเป็นระลอก

:: ชวนฉุกคิดง่ายๆ

1 ปีนี้น้ำท่วมไร่นาที่ราบลุ่มทุกภาคนับล้านไร่

ชาวนาจะเอาข้าวที่ไหนมาจำนำเกวียนละ 15,000 บาท

โยกงบจำนำข้าวมาช่วยการฟื้นฟูอาชีพได้ไหม

2 ค่าชดเชยความเสียหายที่พักอาศัยที่ทำกินจะชดเชยอย่างไร

อย่าบอกนะว่าครอบครัวละ 5,000 บาท ไร่ละ 2,000 บาท ก็พอแล้ว

3 โครงการประชานิยม ไหนๆจะทำนอกกรอบแล้ว ทดลองทำอย่างนี้ดีไหม

3.1 โครงการรถคันแรก โยกมาช่วยซ่อมรถที่ถูกน้ำท่วมได้ไหม?

3.2 โครงการบ้านหลังแรก โยกมาช่วยซ่อมบ้านน้ำท่วมได้ไหม?

4 หลังน้ำท่วมจะมีมาตรการสงเคราะห์ภาคเกษตรกรรม

ให้เป็นรูปธรรมอย่างไรบ้าง

จะใช้นโยบายประชานิยมก็ไม่ว่า

จะทำให้เป็นที่นิยมถึงอกถึงใจแค่ไหน เ ชิ ญ แ ส ด ง . .

แ ส ด ง ใ น โ จ ท ย์ ที่ ตำ ต า ตำ ใ จ นี่ แ ห ล ะ

จะดูฝีมือรัฐบาล ดูได้จากการแก้ไขวิกฤติของชาติในคราวนี้

ง่ายๆตรงๆชัดๆ จะสอบได้ หรือสอบตก

พวกเราคอยเอาใจช่วยด้วยนะเธอ

อีกหน่อยลมหนาวก็จะมา

ข้าไม่ได้หนาวลมหรอกนะ

แต่หนาวที่รัฐฯจะต้องไปหาเงินกู้มาอีกกี่แสนล้าน

คราวก่อนเงินไทยเข้มแข็งก็ละเลงกันไปมิใช่น้อย

คราวนี้เงินกู้ที่จะมาแก้น้ำท่วมจะตกน้ำไปกี่ต๋อมก็ไม่รู้ได้

“จะสั่งการสั่งงานสั่งไปเถิด

จะฉายเฉิดรำพันฉันไม่ว่า

จะจัดการอย่างไรให้ชาวนา

ได้รู้ว่าเลือกผู้แทนไม่ผิดตัว”


คำนิยม

อ่าน: 1272

ผมรู้จักครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ ผู้เขียน “โมเดลบุรีรัมย์” เล่มนี้มานานหลายปีแล้ว ผมรู้สึกประทับใจในความละเอียดอ่อนของท่านที่มีต่อสภาพสิ่งแวดล้อม และความมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่ได้แพร่ขยายในสิ่งที่รู้ให้แก่ผู้อื่น โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ครูบาสุทธินันท์ ได้เปิดบ้านให้เป็นโรงเรียนเรียกว่า “มหาชีวาลัยอีสาน” เพื่ออธิบายองค์ความรู้ที่สะสมมาและถอดองค์ความรู้ให้แก่ผู้อื่น บ้านจึงเป็นเสมือนสถานที่สาธารณะที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใฝ่หาความรู้

“โมเดลบุรีรัมย์”เล่มนี้ เป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ส่วนหนึ่งของครูบาสุทธินันท์ในการทำการเกษตร เพื่อยกระดับเกษตรกรให้เป็นเกษตรกรมืออาชีพที่แข็งแรงและพึ่งตนเองได้ โดยให้ความรู้ในเรื่องการประกอบอาชีพการเกษตร โดยเฉพาะการปลูกต้นไม้ยืนต้นและการเลี้ยงปศุสัตว์ให้มีคุณภาพดี ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ผู้เขียนได้มาจากการปฏิบัติจริง

ผมมีความเห็นว่า หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่มีประโยชน์ ให้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลิน ทั้งจากเนื้อหาและวิธีในการเขียนที่ได้อรรถรสชวนให้ติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ ผู้ที่ยังไม่ได้อ่านควรจะได้หาอ่านเพื่อเพิ่มความรู้ต่อไป

(ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล)

หมายเหตุ ฝากถึงป้าหวาน งานที่ป้ากรุณาสำเร็จดั่งใจหมาย แล้วละครับ

ผมมองอย่างนี้ครับ >>

คำนิยมหลักจากพระอาจารย์ใหญ่ ดร.สุเมธ ตันนิเวชกุล ได้เมตตามอบมาให้แล้ว ถ้าตีความคำว่า “คำนิยม” ผมก็ไม่ทราบว่ามีที่มาเป็นอย่างไร เมื่อก่อนจะมีสมุดเยี่ยมให้ท่านที่มาเยือนเขียนเป็นที่ระลึกไว้ แต่ถ้อยคำในสมุดเยี่ยมมันก่อเกิดกำลังใจให้แก่เจ้าสำนักเท่านั้น ไม่สามารถออกไปเปิดเผยภายนอกได้

ผมมองอย่างนี้ครับ>>

การมีส่วนร่วมมือร่วมใจระหว่างชาวเฮนั้น สามารถที่จะออกแบบให้บรรเจิดอย่างไรก็ได้ เพราะคุณสมบัติในตัวตนแต่ละท่านนั้นธรรมดาที่ไหนเล่า ยิ่งกว่าผมมีห่านออกไข่เป็นทองคำเสียอีก ปัญหาอยู่ที่ทำอย่างไรหนอ ห่านถึงจะเบ่งไข่ให้ ผมจะได้ถือตะกร้าเดินไปเก็บทุกๆเช้า

ผมมองอย่างนี้ครับ >>

หนังสือโมเดลบุรีรัมย์ ที่จริงชื่อนี้ออกจะเฝือไปแล้ว แต่ทำไงได้ ในเมื่อกำหนดลงไปแล้ว
เราทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน ผมก็จะเขียนตามควานนึกคิดเท่าที่จะมีน้ำยา
..เหลียวหลังบ้าง มองไปข้างหน้าบ้าง..ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของบ้านเมืองอย่างนี้ มีประเด็นชวนขนหัวลุกอยู่ไม่น้อย จะชนตรงๆก็คงไม่เหมาะ กองขี้หมาเอาเท้าไปเตะก็เหม็นเปล่าๆ เอาแค่เขียนให้มั่นไส้พอหอมปากหอมคอ ซึ่งอาจจะหกคะเมนเค้เก้ได้ เพื่อไม่เป็นการประมาท ผมถึงชวนให้ญาติโกเขียนอะไรมาร่วมขบวนแห่กันหลอนที่ชื่อ “โมเดลอีสาน” ไงละครับ

ผมมองอย่างนี้ครับิ>>

เท่าที่ตามอ่านเรื่องในลานปัญญา ผมเห็นสไตล์ของแต่ละท่านบรรเจิดนัก ล้วนสะท้อนความรู้สึกนึกคิดผ่านร้อนผ่านหนาวจนผะผ่าว ลองพิจารณาเส้นอักษรของแต่ละท่าน ยิ่งอ่านก็ยิ่งเสียดาย ทำยังไงความพิเศษเหล่านี้จะกระโดดออกมาจากหน้ากระดาษได้ ผมไม่รู้นะครับ ท่านจะเขียนทิ้งเขียนขว้างไปทำไม ขอให้รู้เถิดว่า ผมอ่านด้วยความชื่นชม เที่ยวเอาไปโม้เป็นบ้าเป็นหลัง ว่าตนเองมีจอมยุทธยืนอยู่รอบข้าง จะรู้จะเรียนอะไรละ ขอร้องได้ ถามได้ อยากจะบอกว่า ..เจ้าเป็นไผ ได้ไปแสดงอภินิหารอยู่ในที่ต่างๆทั่วประเทศ บางท่านอ่านแล้วเอาไปขยายผลกับนักศึกษา บางท่านเอาไปอ้างอิง

บางท่านเจอหน้าบอกว่า

ผมอ่านแล้ว 3 รอบ

ฮ้า ! ยังงั้นเลยหรือครับ

ด้วยเหตุผลนี้ละครับพี่น้อง >>

โปรดช่วยทำให้คนขี้โม้ได้โม้สะบัดช่อขึ้นไปอีกได้ไหมครับ

ขอสั้นๆ ท่านละ 1 หน้า แล้วท่านจะรู้ว่า

ท่านน่ารักน่ากอดที่สุดในโลก

:: ยกตัวอย่างที่ส่งมาแล้ว

อุ้ย ละเมียดละไมให้ความรู้เรื่องสุขภาพใจควบคู่กับสุขภาพกายได้อย่างเฉิดฉาย

อาว์เปลี่ยน กะเทาะวิถีชีวิตในลาวมาให้เราออนซอนหลาย

บางทราย ผมขออนุญาตคัดเอาตอน : ที่ว่างของชาวบ้าน

มุมคลิกของผู้ที่คร่ำหวอดงานติดดินเท่านั้นที่จะกระแซะแก่นออกมาได้

เบิร์ด เขียนเรื่องทิ้งหมัดเข้ามุม สะเด็ดสะเด่าเหลือกำลัง

เป็นไปได้ไง..ผู้หญิงตัวเล็กๆหวานๆจะทิ้งน้ำหนักอักษรแบบโป้งเดียวจอดเยี่ยงนี้

คิดเรื่องนี้แล้วสนุกครับ

ถ้ามีท่านอุปการข้อเขียนกันมามากๆ

ผมจะขยายเป็นโมเด็ลเล่มที่ 2

อาจจะใช้ชื่ออื่นที่ไม่โหลแบบเล่มแรก

ไม่ได้คิดเอาสนุกนะครับ

คิดเบาๆ แต่เอาจริงนะเธอ

ได้ขอคำนิยมท่านอาจารย์ เกษม วัฒนชัย ไว้แล้ว


รางวัลชีวิต

อ่าน: 2449

(ที่นวดฝ่าเท้าแบบง่ายๆแต่ประสิทธิภาพยอดเยี่ยม)

เมื่อวานมีนักข่าวจากเนชั่น - สื่อสารมวลชนมาถ่ายทีวี

ถาม..

เห็นมีรางวัลมากมายโชว์อยู่ในตู้

ไม่ทราบว่าได้รับรางวัลอะไรมาบ้าง

ตอบ..

..อย่าให้แจกแจงเลยคนจะหมั่นใส้เปล่าๆ

ที่จริงแล้วผมได้รับรางวัลทุกวัน

อ่านต่อ »


ปลาหมอ ปากหวาน

อ่าน: 1296

ผมแอบชื่นชมการบริหารงานของบริษัททัวร์นครชัยแอร์มานานแล้วละครับ ที่สามารถยกระดับการบริการขนส่งมวลชนได้อย่างมีมาตรฐาน ไม่เอาเปรียบ ไม่หาเศษหาเลยกับผู้ที่มาใช้บริการ ได้รับความไว้วางใจจากชาวต่างจังหวัดมากขึ้นจนกระทั้งบริษัทหงำเหงือกแทบเจ๊งไปตามๆกัน ค่าโดยสารก็สมเหตุสมผลนะครับ จากบางกอก-บุรีรัมย์ราคา 340/เที่ยว เลือกที่นั่งได้ จองที่นั่งผ่านร้านเซเว่นได้ แถมยังจ่ายข้าวกล่องไม่ต้องแวะพักที่ไหน ใช้พนักงานขับรถ2คน มีพนักงานสาวคอยดูแลลูกค้า จำนวนที่นั่ง21และ32/คัน เบาะนั่งยังมีปุ่มนวดปุ่มฟังเพลง  อากาศเย็นก็ขอผ้าห่มได้ มีใบกำกับกระเป๋ากันการสับสน ก่อนจะถึงจุดหมายปลายทางยังแจกนมถั่วเหลืองกับผ้าเย็น ช่วงหัวค่ำเปิดทีวี-เปิดเพลง-เปิดซีดีตลกให้กลั้นยิ้มแทบแย่

ก่อนล้อเคลื่อนออกจากสถานีต้นทาง

โชเฟอร์จะประกาศบอกชื่อและ..

ผ ม ข อ สั ญ ญ า ว่ า ..จะนำท่านเดินทางโดยปลอดภัย

อ่านต่อ »



Main: 0.090600967407227 sec
Sidebar: 0.35986304283142 sec