ชวนสาวๆเข้าป่า

โดย sutthinun เมื่อ 10 มีนาคม 2011 เวลา 13:19 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 4407

เมื่อวานไปเดินหาซื้อรองเท้าไว้เดินป่า ตื่นเช้ามาก็ได้เรื่อง มีสาวๆมารายงานว่าต้นหวดข่าในสวนออกลูกเต็มต้นอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน แหมอะไรมันจะพิลึกพิลั่นอย่างนั้น แล้งๆยังงี้นะรึ..ผลไม้ป่าจะเกิดปรากฎการณ์อะไรๆมาให้เราเห็น คิดในใจว่าไปแน่ คณะที่ชวนส่งข่าวแล้วเขาไม่ได้รอเราหรอกนะ พากันไสรถ2ล้อดุ่มเดินไปล่วงหน้า อะไรทำให้คณะนี้กระดี๊กระด๊าขนาดนั้น ไม่ตามไปดูเราก็จะเสียโอกาส แต่ก่อนจะโกยอ้าวก็มาตั้งโจทย์สมทบว่าเราจะไปสังเกตอะไรบ้าง

1. สอดส่องมองหารังมดแดง

2. มองหารังผึ้งหลวง

3. พิจารณาความความแห้งแล้งโดยภาพรวม

4. ประเมินจำนวนไม้ยืนต้นตายที่จะตัดมาเข้าเตาถ่าน

5. ประมวลผลไม้ป่าที่มีชื่อว่าหวดข่า

:: เทวดาช่างดีเหลือเกิน สร้างอะไรไว้ให้มนุษย์เราเยอะแยะ ทั้งๆที่เราทำลายธรรมชาติอย่างยับเยิน แต่บรรณาการจากสวรรค์ที่เรียกว่าหวดข่าสามารถเกิดขึ้นได้ในพื้นที่ๆแห้งโหด แถมยังออกดอกออกผลมากมาย หวดข่าเป็นไม้พืชถิ่นขนาดเล็กเกิดขึ้นเป็นกลุ่มตามธรรมชาติ ขยายพันธุ์โดยเมล็ดและแตกต้นอ่อนตามรากที่ไชตามผิวดิน มีบ้างที่สัตว์เล็กๆหรือนกช่วยขยายพันธุ์ เป็นไม้ทนแล้งที่ขึ้นปะปนในป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง พบทั่วไปในพื้นถิ่นอีสาน เป็นผลไม้ป่าที่เด็กๆสมัยก่อนชื่นชิม มีรสหวานอมฝาด เป็นบรรณาการจากสวรรค์ที่ส่งมาให้ในช่วงร้อนแล้ง

ปีที่แล้วหวดข่าติดผลหรอมแหรม แต่ปีนี้ที่เราบ่นกันเรื่องฝนทิ้งช่วง 5 เดือนมาแล้วที่ไม่มีฝนหล่นมาสักแปะ แต่หวดข่ากลับติดผลเต็มต้นอย่างน่าทึ่ง ธรรมชาติมักจะมีอะไรให้เราประหลาดใจอยู่เสมอ หวดข่าออกผลเป็นช่อเป็นพวง ลูกแก่จัดจะมีสีดำเข้ม ที่ยังไม่แก่จะมีเฉดสีลดหลั่นกันลงไป บางช่อจึงมีสีสันสวยงาม โน้มลำต้นเก็บผลได้ง่าย บางต้นเล็กๆสูงประมาณ1ฟุตก็มีผลเช่นกัน ข้อพิเศษของไม้ผลชนิดนี้ ขั้วผลจะเหนียว ถึงจะโน้มกิ่งหรือเด็ดช่อแรงไปบ้างผลก็ไม่ร่วงหล่น

คาดว่าจะเก็บผลหวดข่าได้ประมาณวันละ 1 รถไส

ธรรมชาติของหวดข่าจะหวานปะแล่มๆผสมรสฝาด

เราคุยกันว่าจะลองหมักทำไวน์

ถ้าเก็บไปเรื่อยๆอีก1สัปดาห์

น่าจะได้หวดข่ามาหมักประมาณ 2 โอ่งมังกร

นับเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการเรียนรู้ที่ไม่เลว

ถ้าญาติโกแซ่เฮสันทัดกรณีเรื่องการทำไวน์ก็แนะนำด้วยนะครับ

บางทีไวน์หวดข่าขวดแรกในโลกอาจจะเกิดขึ้นที่นี่ก็ได้

:: ในแง่ของการสร้างความรู้ประจำถิ่น

เมื่อก่อนเก็บผลหวดข่ามากินแล่น

แต่วันนี้้จะเก็บหวดข่ามาทำไวน์

ไม่แน่นะครับ ทำดีๆบางทีไวน์หวดข่าอาจจะแซงหน้าไวน์องุ่นก็ได้

ถ้าเป็นจริงดั่งว่านะเธอ

จะชวนดวลไวน์กันให้หัวใจฉ่ำชื้น อิอิ

:: หมายเหตุ

” ให้เหล้าเหมือนแช่ง แต่ให้ไวน์พอหอมปากหอมคอ บ่เป็นหยังดอก “

ระหว่างที่ไปดูสาวๆเก็บหวดข่า ผมด้อมๆมองๆและช่วยเด็ดช่อผลด้วยอดใจไม่ไหว เด็ดเพลินไปตรงโน้นตรงนี้ สักพักก็เมื่อยคอ จึงขอกลับก่อน ระหว่างทางก็แวะไปเยี่ยมต้นอื่นๆที่ขึ้นประปราย เธอเอ๋ย ทุกต้นติดผลครึดไปเหมือนกัน นึกถึงพี่ป้าน้าอาชาวเฮ ถ้ามาช่วงนี้จะแจกตะกร้าให้คนละไป ให้ไปเก็บผลหวดข่ากันอย่างสนุก

นึกถึงตาหวาน น่องหวาน น้าอึ่ง ครูอึ่ง ครูอาราม ป้าหวาน แป๊ด ป้าหวาน อ.แป๋ว เจ้าหนูจิ หนูจอมกวน ลูกหลานพยาบาล ม.อุบล ลูกศิษย์ครูปู ชาวค่ายSCGและคณะTT&Tของโยธิน ถ้ามาช่วงนี้จะชวนลุยดงหวดข่า ป่าจะแตกหรือคนจะแตกก็ไม่รู้ได้

(โฉมยงเอาเข้าเตาไมโคเว็ปอบแบบกุ๊บกร๊อบ)

ส่วนมากผู้คนมักจะเข้าใจผิด จะรับประทานเช่นเดียวกับลูกหว้า ชิมเฉพาะเนื้อแล้วก็คายเมล็ดทิ้ง ปากลิ้มแดงเถือกจนถึงสีม่วง เท่าที่โฉมยงทดลองเอาไปอบเตาไมโคเว็ป เราพบว่าเมล็ดหวดข่าสุกแล้วจะคล้ายกับมันป่ารสมันๆ อร่อยใช้ได้เลยละครับ เพียงแต่จะมีรสฝาดๆบ้างนิดหน่อยและต้องคายกากทิ้ง แต่ถ้าเรารับประทานสด *** ลองเคี้ยวทั้งเมล็ดเลยนะครับ จะได้รสหวานมันอร่อย ไม่ต้องคายเมล็ดทิ้งแต่อย่างใด ทดลองดูนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าหล่อไปบอก อิ อิ

(หน้าตาหวดข่าที่ผ่านการอบแห้ง)

สรุป

อีกสัปดาห์จากนี้ไปคงมีมหกรรมเก็บหวดข่าทุกวัน หลายกลุ่มผลยังไม่แก่จัด ต้องทยอยเก็บไปเรื่อยๆ ส่วนรังมดแดงเดินดูทั้งสวนแล้ว เจอรังเล็กๆรังเดียว แสดงว่าที่รายงานข่าวว่ามดแดงที่นี่จะสูญพันธุ์มีความเป็นไปได้ ส่วนผึ้งหลวงยังไม่เจอรัง แต่ทุกคืนจะเจอบางตัวบินมาเล่นไฟ แสดงว่ามีผึ้งหลวงอพยพมาอยู่ที่สวนป่าแน่นอน

ตามธรรมเนียมของชาวป่า

ถ้าผึ้งหลวงย้ายรังมาพึ่งพิงใกล้ๆ

มีความเชื่อว่าจะโชคดี

จะทำกิจการใดจะประสบผลดีอย่างใหญ่หลวง

คนอกหักก็จะมีอกให้ซบ

ยามเหงาเศร้าก็จะมีคนเล่าเรื่องตลกให้หัวเราะ  คิ คิ

« « Prev : มดแดงยังโดน

Next : ปลูกมะละกอกับพี่ไหมน้อง » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

15 ความคิดเห็น

  • #1 silt ให้ความคิดเห็นเมื่อ 10 มีนาคม 2011 เวลา 14:13

    คิดถึงเม่าหลวงที่ภูพานครับพ่อครู
    ทำไวน์หมากเม่า น้ำหมากเม่า ล่าสุดทำน้ำเม่าสะกัดเข้มข้น เขาว่าเอาไปตรวจในห้องแลป ได้ผลว่ามีอนุมูลอิสระมากกว่าน้ำพรุนสกัดเข้มข้นที่ติดยี่ห้อขายในตู้แช่เซเว่นหลายเท่าตัว
    สวนป่าเราจะมีน้ำหมากหวดสกัด คุณภาพคับแก้วไปเลยก็ได้ครับ

    สาวเจียงฮายอาจมีวิธี เอาหวดมาต้มน้ำตาลทรายแดงเคี่ยวจนงวด แล้วเก็บใส่ขวดไว้ในตู้เย็นไว้ทำน้ำหวดข่ารับแขกได้นานๆก็ได้นะครับ

  • #2 rattiya ให้ความคิดเห็นเมื่อ 10 มีนาคม 2011 เวลา 15:22

    ตอนที่บ้านยังไม่เสร็จ มีผึ้งบินมาอยู่ได้สักอาทิตย์ค่ะ แล้วก็บินหายไป

  • #3 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 10 มีนาคม 2011 เวลา 18:57

    ช่วงนี้อาจจะทำ 2 วิธีครับ
    1 ทำตามสาวเจียงฮาย เอาหวดมาต้มน้ำตาลทรายแดงเคี่ยวจนงวด แล้วเก็บใส่ขวดไว้ในตู้เย็นไว้ทำน้ำหวดข่ารับแขกได้นานๆก็ได้นะครับ
    2 หมักเหมือนน้ำหมักผลไม้ทั่วไป

  • #4 ทวิช จิตรสมบูรณ์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 10 มีนาคม 2011 เวลา 18:58

    เพีงเคยได้ยินได้เห็นเป็นคร้งแรกในชีวิต ขออนุญาตว่าจะขอมาปลูกในสวนป่า มทส.ด้วย (ถ้ามีบุญได้ทำจริงๆ ตามที่ขอมหาลัยไว้นานแล้ว)

    ไม่ทราบบาท่านรู้จัก ลูก นมช้างไหมครับ หลวงพ่อผมท่านเล่าว่ามันต้นสูงใหญ่มาก ลูกมันประมาณมะตูม กินลูกเดียวอิ่ม ผมตามหามาทั่วประเทศไทยไม่เจอสักที แต่มีคนเล่าว่าเขาใหญ่มีลูก หำช้าง ไม่รู้ลุกเดียวกันหรือเปล่า

    การทำไวน์นั้นผมลองมาได้ผลดีมากสองอย่าง อร่อยกว่าบอร์กโดซ์ คือ ผลกระบก และมะม่วงกะล่อนครับ หอมจริงๆ สีก็ทองสุกปลั่งอีกด้วย ลองดูนะครับ

    ผมว่ากระบกนี้น่าจะเป็นไม้เศรษฐกิจอีกอย่าง เพราะเนื้อไม้ก็ดี ผลก็ทำไวน์อร่อย เม็ดก็เป้น nut และผมเชื่อว่าน้ำผลไม้กระบกนี้จะมีวิตามินบำรุงกระดูกมากเป็นพิเศษเพราะชาวบ้านป่าเล่าเป็นเสียงเดียวกันว่า สัตว์มีเขาชอบกินผลกระบก ถ้าจะไปซ่มยิงสัตว์พวกนี้ตั้งแต่เก้งถึงกระทิงต้องไปซุมแถวต้นกระบก ..นีแสดงว่าสัตว์พวกนี้มันมากินเพื่อบำรุงเขาของมันให้แข็งแรง เอาไว้สู้ข้าศึกนั่นเอง

  • #5 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 10 มีนาคม 2011 เวลา 18:59

    แป๊ด ถ้าผึ้งเคยมาแสดงว่ามันมีเชื้อ
    วันหลังอาจจะมาอีก
    แต่ส่วนมากมักจะอยู่ตามวัด และสถานที่ราชการ
    ส่วนตามบ้านมักจะเป็นผึ้งโพรง
    ถ้าเป็นผึ้งหลวงละเยี่ยมเลย อิอิ

  • #6 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 10 มีนาคม 2011 เวลา 19:05

    พันธุ์หวดข่าขยายง่าย ขุดต้นเล็กๆไปก็ได้
    ส่วนลูกนมช้างเพิ่งเคยได้ยิน ต้องถามอาว์เปลี่ยนซะแล้ว
    กะบกในไทยเยอะ ชาวบ้านนิยมเอาไปเผาถ่าน เพราะได้ถ่านชั้นเยี่ยม
    ไม้ดีๆจึงไร้ค่าในสายตาชาวบ้าน
    ฝั่งลาวผ่ากะบกมาขายเป็นคันรถ
    เรื่องที่ท่านจอหงวนทดลองน่าสนใจอย่างยิ่ง
    ช่วงนี้ของทดลองทำแยม กับทำน้ำหมักผลไม้หวดข่าดูก่อนนะครับ

  • #7 ออต ให้ความคิดเห็นเมื่อ 10 มีนาคม 2011 เวลา 20:04

    โห ไวน์กระบก กะไวน์มะม่วงเริดมาก
    อยากได้สูตรครับท่านอาจารย์

  • #8 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 10 มีนาคม 2011 เวลา 20:26

    ถ้าออตมีสูตรดีๆก็เอามาแบ่งปันกันบ้างเน้อ
    วันนี้ลองอบดูแล้ว เคี้ยวทั้งเมล็ดรสชาติมันดี อิ

  • #9 สาวตา ให้ความคิดเห็นเมื่อ 10 มีนาคม 2011 เวลา 23:38

    จำได้ว่าตอนเด็กๆเคยปีนต้นเก็บมากินเล่นจนฟันดำม่วง ตอนนั้นกินก็คายเม็ดทิ้ง ไม่กล้าเคี้ยว ดีใจที่ได้เห็นมันอีกครั้งหลังจากไม่ได้เห็นมานานกว่า ๔๐ ปี

    สะกิดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นที่พ่อครูเล่า อากาศแถวสวนป่าชักจะคล้ายป่าละเมาะทางใต้ขึ้นเรื่อยๆแล้ว

    เจ้าไม้ชนิดนี้ตอนเด็กๆคุ้นกับมันที่พังงา พบมันมีมากมายตามแนวเชิงเขาบรรทัดที่อยู่เลียบไปตามแนวเขาหลัก

    ส่วนที่ภูเก็ตก็จะพบตามป่าละเมาะที่อยู่ใกล้คลองที่เป็นป่าจากซึ่งเดี๋ยวนี้ก็กลายเป็นบ้านเรือนของผู้คนบ้าง โรงแรมบ้าง ร้านค้าบ้างไปหมดแล้ว

    หรือว่าดินแถบที่พบเจ้าพืชนี้ เปรี้ยวขึ้น เค็มขึ้นค่ะ

  • #10 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 11 มีนาคม 2011 เวลา 4:33

    ไม่แน่ใจนะครับ หมอเจ๊
    เอาไว้ลงใต้จะลองไปดู
    แต่ที่อีสานขยายพันธุ์เองได้ดี
    ถ้าไม่มีใครไปทำลาย จะขยายพื้นที่ไปเรื่อยๆ
    เป็นไม้ให้ร่มเงา แถมยังมีผลให้เก็บ เป็นอาหารนก ต้นไม่โตมากนัก

  • #11 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 มีนาคม 2011 เวลา 17:35

    หวานปะแล่มๆปนรสฝาด ?!? นึกรสไม่ออก แสดงว่าไม่หวานมาก? สุกจนสีม่วงแก่ก็ยังมีรสฝาดเหรอคะ ?

    การทำไวน์ไม่สันทัดค่ะ แต่แปรรูปแบบอื่นน่าสนใจ ถ้ามีรสหวานอมฝาดทำน้ำผลไม้ควรมีรสเปรี้ยวแซมนิดจะอร่อยกว่า แลยนึกถึงหม่อน(มัลเบอรี่)ค่ะ ลูกหม่อนทำน้ำหม่อนอร่อยมากเหมือนๆกระเจี๊ยบเลย และมีสรรพคุณป้องกันอัลไซเมอร์ด้วยสิคะ ถ้านำมาผสมตามสัดส่วนที่เหมาะคงน่าสนุก

    กำลังคิดว่าใส่น้ำพริกจะเป็นยังไง อิอิอิ (มีน้ำพริกลูกหม่อนนะคะ แทนมะนาวได้ อร่อยซะด้วย แต่นี่รสหวานอมฝาด อืม..)

  • #12 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 มีนาคม 2011 เวลา 17:39

    ทำเป็นวัสดุตกแต่งอาหารก็น่าจะได้ค่ะ น่ารักดีแบบนี้ไงคะ
    http://rung0901.blogspot.com/2011/02/blog-post_9434.html

    หรือทำซอส อิอิอิ

  • #13 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 มีนาคม 2011 เวลา 19:27

    เรื่องรส หวานอมฝาด เป็นรสเฉพาะ
    -ยีเอาเนื้อมาปั่นใส่น้ำผึ้งหน่อย+เกลือหน่อย+ตะลิงปิงหน่อย-ใส่น้ำแข็งเกล็ดซดยามร้อนๆ สดชื่นเหมือนยืนอยู่เมืองเชียงราย อิอิ
    -การทดลองอย่างอื่นๆกำลังแสวงหา มีผลผลิตจำนวนมากทยอยออกมาในช่วงนี้
    -ทำแยมได้อยู่แล้ว
    -แต่ทำไวน์ ยังบ่มีความฮู้
    -กินเล่นก็ไม่ไหว ลิ้นดำ ปากดำ
    อิ อิ

  • #14 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 มีนาคม 2011 เวลา 20:34

    ผลไม้ที่มีรสฝาด น่าจะเป็นยางที่เปลือก กำลังคิดว่าเอาไปย้อมฝ้าย/ไหมได้มั้ยน่ะค่ะ หรือเป็นสีผสมอาหารตามธรรมชาติเช่นทำวุ้นผลไม้ หรือไอศกรีมเพราะสีเขาเข้มน่าจะสวย

  • #15 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 มีนาคม 2011 เวลา 22:05

    ไอครีม น่าจะทำได้ อิ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.065325975418091 sec
Sidebar: 0.092394113540649 sec