เพลงยาวกรุงรัตนโกสินทร์ ฉบับที่ 1

อ่าน: 1877

หลังจากได้ฟังม็อบกับรัฐบาลจีบกัน

คน 6 คนจาก 2 ฝ่ายพบปะกันตามมารยาทไทย

มีคนใส่ใจฟังอย่างจดจ่อทั่วประเทศ

และสนใจฟังไปทั่วโลก

เป็นการคุยกันนัดประวัติศาสตร์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ที่ได้บันทึกไว้ในใจของคนไทยเรียบร้อยแล้ว

การสื่อสารของประเทศนี้ทำหน้าที่ได้ดี

กราบขอบคุณพระสยามเทวาธิราช

ที่ดลบันดาลให้ 2 ฝ่ายตกลงปลงใจมานั่งคุยกัน

ขอบพระคุณ ศ.บวรศักดิ์ สุวรรณโณ มือประสานสิบทิศ

ขอบคุณสำนักสันติวิธีและสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งเป็นเวทีกลาง

ขอบคุณคนไทยที่สละเวลามาร่วมรายการฉุกคิดประเทศไทย

เราได้เห็นความเหนียมอายเล็ก ๆ ที่น่ารักของทั้ง 2 ฝ่าย

ที่สะท้อนถึง..ยังไง ๆ เราก็ยังเป็นคนไทยเหมือนกันวันยังค่ำ

ถึงจะใส่เสื้อสีไหน ๆ แต่เลือดเนื้อยังเป็นชาติเชื้อไทย

ชีวิต-จิตใจ-ยังมีวัฒนธรรมไทยหลงเหลืออยู่

เป็นการคุยกันท่ามกลางความเครียดและกังวล

แต่ก็มีความปรารถนาดี ที่พร้อมแปลงเป็นความหวังดีร่วมกัน

หลังจากจับไม้จับมือกันแล้ว

การบ้านที่แต่ละฝ่ายทำมาก็เริ่มเปิดเผย

คนไทยได้เห็นวิธีการยกเอาปัญหาบ้านเมืองมาวางกลางแจ้ง

ให้คนทั้งโลกได้รู้เห็นไปพร้อม ๆ กัน

ผมคิดเอาเองนะครับว่า..นี่ไงประชาธิปไตยที่เราอยากเห็น

ความในใจ..มีอะไรก็ว่ามา

จะว่าอย่างไร..ก็มีคนร่วมฟังร่วมพิจารณา

ที่ไม่ใช่การพูดข้างเดียว แต่ร่วมกันพูดร่วมกันฟัง ร่วมกันใคร่ครวญ

ถ้ามีการนำวิธีนี้มาใช้บ้านเมืองเราคงจะสันติสุขไปนานแล้ว

จังหวะต่าง ๆ ช่วยถ่างความในใจไหลออกมาเป็นคำพูดได้มากมาย

ถึงแม้จะมีการสงวนท่าทีบ้าง

แต่ก็ให้วิจารณญาณอิสระ ที่จะเปิดและเผยแค่ไหนอย่างไร

เราจึงเห็นคำต่อว่าต่อขานที่นิ่มนวลน่ารัก

โดยเฉพาะ 3 เกลอหัวขวด ที่จำเป็นต้องแสดงบทฉีกหน้าใครต่อใคร

ถ้าเรามองอย่างเข้าใจจะถือสากันน้อยลง

ไม่มีม็อบประเทศไหนหรอก ที่ขึ้นเวทีแล้วจะจำนรรจา คะ ขา คุณ ผม

นึกอย่างเดียว จะก่นหาคำมาใช้จนสุดขั้วบรรณานุกรม

ซึ่งคนผู้นำม็อบนั้น ไม่ใช่ใครก็จะเป็นได้

ต้องถือว่าเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง

วันข้างหน้าถ้าเขาแปลงความมีศักยภาพพิเศษ ถูกที่ ถูกกาลเวลา

ประเทศนี้ก็จะได้ประโยชน์อย่างมหาศาล

คุณค่าในตัวคนไทยก็คือคุณประโยชน์ของแผ่นดิน

ทรัพย์ในตัวคนเป็นต้นทุนที่ดีที่สุดของประเทศนั้น ๆ

ผมหวังลึก ๆ ว่าในวันใดที่เขาเล่นบทพระเอกเขาจะมีเสน่ห์มาก

ผมเห็นความน่ารักในตัวของคุณจตุพร-คุณหมอเหวง-และคุณวีระ

ความอัดอั้นในอกแผ่รังสีทางใบหน้าและแววตา

เราก็ยังความยินดีท่ามกลางความหวังดีเจือจานออกมา

เมื่อพกคำตอบอย่างมั่นยืนมาแล้ว

ก็เสนอสิ่งที่รับปากกับผองเพื่อนไว้ตามเจตจำนงทุกประการ

ถ้าคนฟังรับฟังอย่างเห็นใจจะเข้าใจ

ดังนั้นการฟังเรื่องหนัก ๆ ประเภทนี้ผู้ฟังไม่ควรตัดสินใด ๆ..

พระอาจารย์ไร้กรอบ (ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ)

กล่าวไว้ในหนังสือ ฉลาดได้อีก..

ฉลาดได้อีก! ถ้า..ห้อยแขวนคำพิพากษา

ห้อยแขวนคำพิพากษา หมายถึง

ถ้าได้เห็นอะไร ได้ยินอะไร ก็อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ

จงมองว่า..จริง ๆ แล้วเขาต้องการอะไร?

ในเบื้องลึก ๆ แล้วมันคืออะไร? จงสังเกต ๆ ๆ ๆ ๆ

ที่ผ่านมา

การสร้างกติกาใหม่ขึ้นมาใช้กันเอง

สร้างทุกข์ แบ่งแยกชนชั้นด้วยคำพูดขึ้นมาเอง

เอาคำพูดมาตัดสินกันภายนอก ฯลฯ

ท่านสอนให้หัดสังเกต ๆๆๆๆ

เมื่อสังเกตหรือฟังไปจนสุด ก็จะปล่อยวาง

การปล่อยวาง ก็คือ เห็นแล้ว เข้าใจแล้ว

ยอมรับสภาพแล้ว สังเกตสุดแล้ว

ที่นี้เราจะฉลาดได้อีกไหม

คำตอบก็คือ ได้

ถ้าเราฟังให้ครบ

ดีดความคิดจรออกไปก่อน

ดีดความคิดปรุงแต่งออกไปก่อน

อย่าเพิ่งออกนอกเรื่อง

อย่าเพิ่งจิ๊ด ๆ ๆ ๆ

อย่าเบื่อฟัง ๆ ๆ ๆ ต่อไป..

เฮ้อ! จวนตี 4 แล้วพี่น้องเอ๊ย

ขออาบน้ำแต่งตัวไปสุวรรณภูมิก่อนเน้อ

จะไปขอนแก่น แล้วต่อไปมหาวิทยาลัยราชภัฏสารคาม

ไปหาป้าหวาน ไปหาเล่าฮู

แล้วจะกลับมามาเขียนต่อ..

เพอ่งจะเขียนได้ใจความ 20~%

พูดถึงเล่าฮูแสวง..ท่านก็ส่งข้อความมาถาม

เรียกแท็กซี่แล้วหรือยัง

ห่วงใยกันมันเป็นเช่นนี้แหละพี่น้องเอ๊ย!

บ๋าย บาย แทน แคว๊ก ๆ

« « Prev : จดหมายรักฤดูร้อน

Next : แ่อ่วเชียงใหม่แล้วไปลำพูน » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

3 ความคิดเห็น


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.027451038360596 sec
Sidebar: 0.051481962203979 sec