: คนบ้านป่า 1 ตอนหลวงพี่ในดวงใจ

อ่าน: 1917

แสงสลัวรัวรางทางซีกฟ้าตะวันออก

ดั่งแสงเทียนไขอรุโณทัยค่อยๆกระจ่างขึ้น

ชั่วไม่ถึงอึดใจพลังแห่งสุริยาเทพได้ปกคลุมทั่วผืนปฐพี

ทุกชีวีเริ่มเคลื่อนไหวขยับรับพลังงาน

หยดน้ำค้างก็ยังรับประกายแวววาวอยู่ใต้สายไฟฟ้า

เอาใจเราใจเขาใจใครๆเปิดใจรับร่วมกันแต่บัดนี้เถิด

จะชวนเดินไปบนเส้นแห่งการแสวงหาชีวาในธรรมชาติ

ของมนุษย์คนหนึ่งที่ได้ชื่อว่าคนนอกระบบ

” ถ้าเริ่มต้นตอนเช้าด้วยการให้ อะไรที่แบกไว้ก็จะลดโหลดลงไป ใจเราจะเบาสบาย”

โจทย์ที่ว่านี้เกิดจากการสะดุ้งตื่น

มาเจอผึ้งหลวงตัวหนึ่งบนวนเวียนที่หน้าต่าง

ทำให้ฉุกคิดขึ้นมาว่า..

ผึ้งบินออกทำหน้าที่การงานแล้วนะ

แล้วเจ้าละจะทำอะไร?

หมู่นี้มีการบ้านมาให้คิดให้เขียนเยอะมาก
แต่เรียงลำดับความสำคัญแล้ว น่าจะเลือกเรื่องเปลือยครูบามากกว่า เพราะมีคนอยากจะปลิ้นครูบา ครั้นจะให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมากระทำข้างเดียว มันจะสนุกตรงไหนละครับ ผมจึงขอแอบเข้ามาร่วมด้วยช่วยเปลือย

เอาเป็นว่าตอนนี้แก้โสร่งรอแล้วนะขอรับ..อิ อิ..

ประเด็นที่คนถามกันเยอะ นอกจากจะตั้งคำถามว่า เจ้าเป็นไผ แล้วยังเคาะต่อว่า..เจ้าทำอะไร ทำยังไง ผลลัพธ์เป็นประการใด การจะทำอะไรให้ได้นั้น น่าจะขึ้นอยู่กับวิธีการเรียนรู้เป็นหัวใจสำคัญ วิธีการเรียนของคนที่รู้งูๆปลาๆนั้นสาหัสสากรรจ์นัก กว่าจะค้นหาเจอก็เล่นเอาอ่วมอรทัย

ขอตั้งต้นอย่างนี้ครับ ผมไม่ได้มีอาชีพเหมือนคนอื่น การงานจึงไม่แน่นอน ฐานะและสถานภาพทางสังคมเป็นที่สงสัย อยู่มาจนป่านนี้ยังหาสังกัดไม่ได้ เป็นพ่อค้า นักการเมือง ข้าราชการ ครูบาอาจารย์นักเทคนิค นักวิชาการ เกษตรกร ชาวไร่ชาวนา ล้วนไม่เป็นไม่ใช่ ไปข้องแวะทุกเรื่องแต่ไม่ใช่ตัวตนตัวเองสักอย่าง ตรงนี้ละสำคัญเจ้าเป็นไผ..

ในเมื่ออยู่แบบแปลกแตกต่างสิ่งทั่วๆ ทุกอย่างที่เข้ามาพัวพันจึงพลิกผันออกจากกฎเกณฑ์ มันเป็นอะไรยังไงก็ได้ ตามแต่จะสวรรค์จะมีตา วันไหนสวรรค์บอดเว้นวรรคไปบ้างเป็นธรรมดา ก็เซอะซึมนะสิครับ..

ผมเป็นคนเรียนน้อยการศึกษาต่ำ แต่เรื่องใฝ่เรียนพอมีอยู่บ้าง จึงดิ้นรนแสวงหาวิชาความรู้อย่างสะเปะสะปะเรื่อยมา เส้นทางที่ทอดระยะออกไปๆ บางทีก็เลี้ยวเข้ารกเข้าพง กว่าจะปีนเกลียวขึ้นมาได้ก็น้ำลายเหนียวซี่โครงบาน มะงุ้มมะง่าหราจนจวนจะไปนอนวัด เพิ่งจะมีเวลามาสรุปผลลัพธ์การเรียน พบว่า..ยังโง่เหมือนเดิม แถมทำท่าจะโง่ถาวรเสียด้วย ยังดีที่ค้นพบวิธีเรียนที่แยบยล ฟันธงได้เลยว่า ถึงผมจะโง่..แต่คนที่อยู่รอบข้างผมนั้นเป็นเซียนขี่นกกระเรียนเหิรหาวทั้งนั้น เมื่อจับมาเรียงก็พบว่ามีครบถ้วนทุกสาขาทั้งวิชาการและวิชาชีพ
แถมยังเป็นมือโปรในด้านนั้นๆ
ยกตัวอย่าง เช่น

ด้านศาสนา

หลวงพี่ติ๊ก#พระ+ครู+นักบริหารกิเลศ=พระชั้นครู

นอกจากจะอ่านตำรับตำราบ้าง
ไปเที่ยววัดวาบ้าง เต๊าะเตะตามคนอื่นไปทำบุญบ้าง ที่แย่ก็คือไม่ได้บวชเรียน
ยังเป็นคนดิบคนเถื่อน เรื่องสวนมนต์ไหว้พระจำได้เท่าที่เคยนำนักเรียนสวนตอนเป็นประธานนักเรียน
..ได้แค่ นโมตัสสะ เรื่องลึกซึ้งกว่านั้นอย่าได้มาถามไม่ได้รู้เรื่องอะไรหรอก หลวงพี่ติ๊กทราบดีว่าผมดิบและเถื่อนอย่างไร ท่านจึงมีเมตตาสอนเชิงประจักษ์เฉพาะหน้า การที่ได้มาพบหลวงพี่ก็เหมือนได้ครูดีสอนแบบรวบเรียนลัด ข้องใจตรงไหนก็ถามๆๆ เอากระบวนการสุจิปุลิมาใช้เต็มที่ ขั้นตอน พิธีการเรียกว่าแทบจะจับมือทำ ดังนั้นที่ใครๆใส่หัวโขนเรียกว่าปราชญ์ชาวบ้านอย่าไปเชื่อนะครับ ผมไม่มีน้ำยาพอที่จะไปเป็นอะไรๆที่สูงส่งอย่างนั้น ตัวตนจริงๆนั้นเป็นเปรตไม่ใช่ปราชญ์ ตัวจริงเลยละขอครับ

หลวงพี่พระมหานภันต์ สนติภทโท เรียนจบทางโลกไม่มากนัก แต่การเรียนทางธรรมนั้นท่านจบชั้นสูงสุด ที่น่าระทึกใจได้แก่การที่ท่านหวุดหวิดจะสร้างตำนานจารึกไว้ในวงการนักศึกษาสงฆ์
ท่านเล่าว่า
..ในระหว่างเป็นสามเณรท่านได้เล่าเรียนธรรมะคู่คี่มากับพี่ชาย
สอบได้เปรียญธรรม
6-7-8เรื่อยมา ท่านสอบได้เปรียญธรรม8ประโยคก่อนพี่ชาย จึงชะลอคอยพี่ชายด้วยการไปทำกิจกรรม แต่ครั้นเมื่อสอบเปรียญธรรม9ประโยค หลวงพี่ของผมเกิดพลิกล็อคสอบตก สาเหตุคงมาจากการทำกิจกรรมมากเกินไปจนร่างกายไม่พร้อมเท่าที่ควร พี่ชายท่านสอบได้เปรียญธรรมขั้นสูงสุดก่อน จึงได้เป็นนาคหลวงได้เข้าไปอุปสมบทในอุโบสถวัดพระแก้ว ส่วนหลวงพี่ของกระผมมาสอบได้ในภายหลัง ซึ่งอายุได้ผ่านเลยการเป็นสามเณรไปแล้ว จึงได้อุปสมบทนอกวัดพระแก้ว

ที่ใครๆเสียดายกันมาก
ก็คือยังไม่พี่น้องคู่ไหนในกรุงรัตนโกสินทร์

เคยสอบเปรียญธรรม9ประโยคได้พร้อมกันมาก่อน

พี่น้องคู่นี้จึงถูกวงการสงฆ์จับตาลุ้นมาที่ละประโยคๆ..

จาก5ไปประโยค6-7-8

โยมแม่ท่านเองก็คอยห่วงใยเกรงว่าลูกชายคนเล็กที่สอบไม่ผ่านจะคิดมาก

หลวงพี่ติ๊กท่านได้มุมานะจนสอบได้เปรียญธรรม9ประโยคในภายหลัง

ถึงจะไม่ได้สอบผ่านปีเดียวกันสร้างตำนานให้แก่วงการร่วมกับพี่ชาย

แต่การที่มีลูกชายบวชเรียนจบเปรียญธรรม9ประโยคทั้งคู่

ก็ยังหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร์

วันที่ท่านสอบได้เปรียญธรรม9ประโยค

ตั้งใจจะแจ้งข่าวดีให้โยมแม่ทราบ

วันนั้นโยมแม่ไปทำบุญที่วัดแล้วประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

ข่าวดีที่จะบอกโยมแม่จึงวืดไปอย่างสุดแสนระทวยใจ

เรื่องนี้ท่านเล่าให้นักศึกษาฟังเพื่อเป็นอุทาหรณ์ไม่ให้ประมาท

ใครมีหน้าที่การงานอะไรก็ให้เร่งรีบทำเสียในระหว่างที่มีโอกาส

ขืนอ้อยสร้อย ..โอกาส ก็จะเป็นโอขาด

ขอย้อนมาถึงเรื่องการแต่งเติมความรู้ทางด้านพุทธศาสนาของผม
ที่มีอยู่ดุจแสงหิ่งห้อย จะสว่างแว๊บขึ้นได้บ้างในยามที่กราบเรียนถามท่าน
ผมจึงโชคดีที่มีพระครูดี ท่านเมตตาถ่ายเทความรู้ให้อย่างลื่นไหล
ขอความรู้อะไรก็ได้ ขอคำแนะนำอะไรก็ได้ แม้แต่ติดขัดเรื่องคอมพิวเตอร์
ท่านยังกรุณามาสอนถึงห้อง
814หลายครั้ง ไปเห็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ดีๆแปลกๆ ท่านยังซื้อมาฝาก

ผมเป็นศิษย์มีครูทางด้านธรรมมะธรรมโมด้วยประการฉะนี้

ท่านพระอาจารย์ได้ให้ความเมตตาแก่ชาวเฮฮาศาสตร์มาก

ท่านเข้ามาทำความรู้จักพวกเราในบล็อกลานปัญญาเสมอ

เจอหน้าก็ทักทาย ไม่เจอหน้าก็ถามถึง

นิมนต์ไปบรรยายที่ไหนถึงใจประเดชพระคุณเสมอ

ที่สำคัญท่านบันทึกภาพและเนื้อหาไว้ด้วยทุกขั้นตอน

ถ้ามีใครไปขออนุญาตเอามาถอดบทเรียนจะได้ความรู้มหาศาล

พูดแล้วจะหาว่าคุย..

เรื่องนี้นับเป็นวาสนา

การที่คนระดับหลังเขาจะได้พบปะพระผู้ใหญ่ไม่ใช่เรื่องจะเกิดขึ้นได้ง่าย

แถมจะให้ท่านเมตตาด้วยนั้นยิ่งมองไม่เห็นรู

แต่กับหลวงพี่ ผมนิมนต์ท่านไปงานไหนท่านเมตตาช่วยเสมอ

ไปอังกฤษท่านยังซื้อน้ำผึ้งมาฝากศิษย์วัดคนนี้

ไปต่างประเทศด้วยกันท่านก็ฟุตฟิตฟอไฟแปลให้

ผมมีกิ๊กมากกว่าคนอื่นๆ

ก็เพราะท่านซื้อแฮนดี้ไดรท์ 8 กิ๊กมาฝาก

สรุปว่า..ในสายธรรมะ คิดอะไรไม่ออกบอกหลวงพี่ติ๊ก จบ!

ล่าสุดผมได้ขอบันทึกKey Word จากหลวงพี่ติ๊ก

เรียนๆลอกๆไปนอกก็เยอะ

เรียนๆเลอะๆไปเจอะเสื้อครุย

เรียนๆลุยๆไปคุยโรงพัก

เรียนๆรักๆไปพักโรงแรม

เรียนกระป๋อมกระแป๋มก็หน่อมแน้มไปหน่อย

: ขอเกริ่นไว้ก่อนว่าเรื่องนี้จะเขียนเพื่อรวมพิมพ์

ดังนั้นใครอ่านตอนไหนช่วยComment ด้วย

จะได้ปะติดปะต่อไปยังตอนต่อๆไปได้สะดวก

ใครอ่านผ่านๆเฉยๆไม่แสดงอะไรไว้ขอให้จู๊ดๆไปจนถึงชาติหน้า

อิ อิ..ไม่ใช้ไฟล์บังคับ

สะกิดไว้ไปอย่างนั้นเอง..

เพราะแบกใจตัวเองคนเดียวนี่ก็จะแย่แล้ว..

« « Prev : : ตอนหลวงพี่จีวรปลิว

Next : บ้านป่า 2 ตอนเสี่ยปริญญาเอก » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

20 ความคิดเห็น

  • #1 tdin ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 กันยายน 2009 เวลา 12:11

    อ่านแล้วได้อรรถทีเดียวเชียวละครับ
    แต่มีข้อที่ยังสงสัยอยู่ว่า ครูบามีกลเม็ดเคล็ดลัพธ์ เก็บความรู้ที่พระอาจารย์ถ่ายเทให้แบบไหล ปรื๊ดๆๆ ทันได้อย่างไร
    เพราะถ้าเป็นผมคงจะเป็นแบบ เทปรื๊ดมา แล้วคงปรืี๊ดไหลออกไป เก็บไว้ไม่ทันเป็นแน่แท้

    หรือ ผมอาจจะมีกิ๊กน้อยกว่าครูบาครับ (มีแค่ 2 กิ๊กเอง) ฮิ ฮิ

  • #2 tdin ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 กันยายน 2009 เวลา 12:12

    ขออภัยครับขอแก้คำว่า “อรรถ” เป็น “อรรถรส” นะครับ (บอกแล้วว่ากิ๊กน้อยจริงๆ)

  • #3 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 กันยายน 2009 เวลา 12:20

    การเรียนไม่มีผิดมีถูก ถ้าเราเรียนรู้เฉพาะเรื่องที่ถูก เราจะรู้เรื่องผิดได้อย่างไร
    ถูกก็ได้เรียน ผิดก็ต้องเรียน
    เรามาเรียนเพราะเราไม่รู้ใช่ไหม
    ไม่มีใครรู้ดีไปทุกเรื่องหรอกนะ
    การเปิดรับความรู้ จะทำให้เราได้รับสิ่งที่ควรรู้ทุกมิติ

    หลวงพี่เป็นพระที่ไม่ธรรมดา
    การเรียนกับครูที่ไม่ธรรมดา
    เราก็ควรทำตัวให้เป็นศิษย์ประเภท กัดไม่ปล่อย นะโยม

  • #4 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 กันยายน 2009 เวลา 14:04

    เกี่ยวไปแล้วค่ะพ่อ และกำลังรอตอนต่อไป อิอิอิ

  • #5 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 กันยายน 2009 เวลา 14:09

    จะไล่จากท่านอาวุโสก่อน
    เช่น กลุ่ม ศ.ทั้งหลาย ศ.เสน่ห์ ศ.นพ.ประเวศ ศ.ระพี ฯลฯ
    แล้วทะยอยลงมาที่พวกเรา

  • #6 น้ำฟ้าและปรายดาว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 กันยายน 2009 เวลา 14:11

    กราบขอไผหลวงพี่ติ๊กได้มั้ยคะพ่อ ถ้าได้ล่ะเล่มนี้สนุก อิอิอิ

  • #7 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 กันยายน 2009 เวลา 14:22

    ต้องไปกราบนิมนต์เองละมั๊ง คิ คิ

  • #8 จันทรรัตน์ ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 กันยายน 2009 เวลา 14:35

    อ่านแล้ว ลงชื่อ (กันจู๊ดๆ อิอิ)

  • #9 silt ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 กันยายน 2009 เวลา 14:50

    ลงชื่อตามติดหน้าจอครับ กลัวจู๊ดๆ
    หลวงพ่อรูปอื่นท่านมีโยมอุปัฏฐาก
    แต่ครูบาฯมีหลวงพี่อุปถัมภ์ คิ คิ

  • #10 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 กันยายน 2009 เวลา 16:35

    -เรื่องจู๊ดๆชักได้ผล คิคิ

  • #11 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 กันยายน 2009 เวลา 16:37

    ใครมองหาคนที่อยากอุปถัมภ์
    ก็ขอเชิญตามหลวงพี่มาได้นะครับ คิคิ

  • #12 ออต ให้ความคิดเห็นเมื่อ 12 กันยายน 2009 เวลา 20:37

    อย่ากำลังสนุก มาจ๊ากเอาย่อหน้าสุดท้ายนี่เอง
    เห็นแบบนี้ไม่แสดงความคิดเห็นก็นับว่า จังงังเป็นแน่
    ที่แท้ทิ้งรอเอาไว้ป้องกัน จู๊ด  สาธุ

  • #13 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 กันยายน 2009 เวลา 8:21

    ออตจะกลับขอนแก่นวันไหน
    และวันไหนจะไป กทม อีก
    ใครจู๊ดๆยกมือขึ้น อิอิ

  • #14 pmnapan ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 กันยายน 2009 เวลา 9:53

    เจริญพร ครูบา
              เพราะเกรงจะเจออานิสงส์จู๊ดๆ ไปด้วย อาตมาจึงถือโอกาสรีเซ็ทพาสเวริ์ดใหม่ได้ ล็อกอินได้เรียบร้อย..^_^ ความกลัว บางครั้งก็ทำให้คนกล้า..ทำอะไรมากขึ้น..สำหรับด้านศาสนา อาตมาว่าครูบา ไม่ “ดิบและเถื่อน” แน่ๆ ออกจะทั้ง “สุก” และ “สุข” ด้วยซ้ำ..ทั้งสุขด้วยตน และทำผู้คนให้สุข (แถม “สุก” บ้าง เมื่อเหตุปัจจัยพรั่งพร้อม ไม่เชื่อถามอาเหลียง:) ความ “สุก” และ “สุข” ทางศาสนาของครูบา อาจไม่ได้แสดงออกมาผ่านการสวดมนต์ หรือนำธรรมะมาพูด (ให้เห็นโต้งๆ) แต่สัมผัสได้จากวิธีคิด วิถีชีวิต และความเป็นกัลยาณมิตรที่มีให้กับทุกคน..สำหรับอาตมาเอง ได้ความเป็นกัลยาณมิตรจากครูบาผ่านตัวหนังสือราวๆ ปี 41 ทำให้ได้มอง..คิด..และเห็น อะไรหลายๆ อย่าง อย่างที่เคยเล่าให้ญาติโยมบางท่านฟัง ยิ่งมาสัมผัสตัวจริง ก็ยิ่งถือเป็นโอกาสทองสำหรับการเรียนรู้ แต่อาตมา อาจจะเป็นคนเงียบๆ (อยู่คนเดียว มักจะไม่พูดอะไร) ..เรียนรู้บ้าง แต่ไม่ค่อยแสดงออก..จึงยังไม่มีบล็อกเป็นผลิตผลให้คนอ่าน คนชักนำเข้าสู่วงการ อาจเริ่มเหนื่อยใจ..แต่ใกล้แล้ว ญาติโยม..เหตุปัจจัย ใกล้สุกงอม ความพรั่งพร้อมใกล้ถึงที่ เตรียมอ่าน เตรียมเมนท์กันให้ดีนะญาติโยม..สาธุ
    ปล.ขอแก้ข่าวกับครูบา.. “พระผู้ใหญ่” อาตมาคงยังไม่ใช่ แต่ “พระตัวใหญ่” นี่ ไม่แน่ แต่อย่ามาบอกว่าเป็น พระ “ตัวแม่” ก็พอ..สาธุ ^_^

  • #15 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 กันยายน 2009 เวลา 10:07

    สาธุ  ดีใจหลายที่ท่านมาโปรด
    ชาวฮากำลังตั้งตารอท่านอยู่นะขอรับ
    กราบนิมนต์เขียนให้กระเจิงไปเล๊ย
    นมัสการ และ อิอิ พระคุณเจ้า
    ลูกศิษย์จะไป กทม.บ่ายพรุ่งนี้
    วันที่ 15 ถ้าท่านว่างอาจจะแว๊บไปนมัสการตอนเย็นๆ

  • #16 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 กันยายน 2009 เวลา 10:57

    สาธุ คงต้องปล่อยวางมากกว่านี้อีก ไม่งั้นจะจุ๊ดๆ ได้

  • #17 ออต ให้ความคิดเห็นเมื่อ 13 กันยายน 2009 เวลา 15:01

    พ่อครับ
    -สอนครั้งสุดท้ายวันที่ 18 กย นี้
    -หลังจากนี้คงประจำที่ขอนแก่น
    -พ่อมีงานให้ช่วย สะดวกนะครับ

  • #18 khajitf ให้ความคิดเห็นเมื่อ 14 กันยายน 2009 เวลา 8:41
    • ผมว่า   หลวงพี่ติ๊กเป็น   พระตัวพ่อ ฮ่าๆๆ
    • กลัวจู๊ดๆๆเหมือนกันเลยรีบมา
    • รออ่านอีกครับ
  • #19 แป๋ว ให้ความคิดเห็นเมื่อ 15 กันยายน 2009 เวลา 21:40

    มาเมนท์ อ่านไปอมยิ้มไป และจะขอ Keyword ไปฝากนักศึกษาค่ะ ต้องเรียนให้พ่อครูบาทราบก่อน เพราะกลัวจู๊ดๆๆ …อิอิ

  • #20 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 16 กันยายน 2009 เวลา 7:03

    ตามอ่านเรื่องลุยเกาหลีอาจารย์แป๋ว สนุกมาก ๆ ๆ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.053838014602661 sec
Sidebar: 0.060799837112427 sec