มึนจังตู

อ่าน: 1355

ชุมชนท้องถิ่น: ฐานรากการพัฒนาประชาคมเศรษฐกิจอาเชี่ยน เป็นโจทย์การจัดประชุมทางวิชาการ ประจำปี 2555 จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 400 ท่าน ส่วนมากจะเป็นการนำเสนอของนักวิจัยจากสำนักต่างๆทั่วปะเทศ นับเป็นการชุมนุมอาจารย์,นักศึกษาที่ต้องการนำเสนอผลงานวิจัยอีกงานหนึ่ง จากที่เคยไปร่วมเป็นวิทยากรที่มหาวิทยาลัยทักษิณ ที่หาดใหญ่ เมื่อปีที่ผ่านมา และไปร่วมงานของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดที่เชียงใหม่เมื่อเดือนที่แล้ว

ก่อนหน้านี้คนไทยจะเจอคำว่า..เศรษฐกิจพอเพียงจนจำเจ

ต่อไปนี้ก็จะเจอคำว่า..ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจนหูอื้อ

และจะเจอคำว่า.>.> การประชุมระดับนานาชาติบ่อยๆ

สิ่งเหล่านี้จะเรียกว่าการโหนกระแสหรือสร้างกระแสก็ไม่ทราบได้

เพราะเท่าที่รับฟังไม่ค่อยมีเนื้อมีแต่น้ำ

เหมาะกับคนรับประทานมังสวิรัติอย่างผม

เมื่อเช้าตื่นสะโหลสะเหล่เพราะนอนดึก ชวนโฉมยงลงมารับประทานอาหารเช้านอกบ้านเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เลิกรับประทานเนื้อ เนื่องจากเป็นอาหารในโรงแรมเราจึงมีอาหารให้เลือกพอสมควร เลือกผักสลัด ชิมน้าสลัด5-6ชนิด เลือกผลไม้ เลือกน้ำขิง แค่นี้ก็อิ่มไปขึ้นเวทีได้

เจ้าหน้าที่มาตามไปห้องรับรอง ฟังคณะผู้ใหญ่คุยกันสนุกสนาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นมาในฐานะประธานเปิดงาน รศ.ดร.สุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง อดีตรองเลขาธิการอาเซียน และอดีตผู้แทนการค้าไทย เป็นองค์ปาฐก

2 ท่านแรกให้ความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆไว้ดีมาก

ต่อจากนั้นเป็นการอภิปรายคณะของผม

คุณจิตนา ชัยยวรรณการ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

คุณธีรศักดิ์ ฑีฆายุพันธ์ ประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่นและรองนายกเทศมนตรี

ในชั้นแรกตกลงกันว่าจะเอาผมไว้คนสุดท้าย แต่พอขึ้นเวทีไหงผู้ดำเนินรายการโยนไมค์มาให้ผมจ้อเป็นคนแรก ให้เหตุผลว่า..หัวข้อเขากำหนดมาว่า..ชุมชนเป็นฐานรากการพัฒนาประชาคมอาเซียน ก็ต้องให้ตัวแทนเป็นพระเอก..

ผมขอเกริ่นว่า..ชุมชนถูกชวนให้ออกมายืนหน้าฉากยังงี้แหละ ในความเป็นจริงก็รู้ๆกันอยู่ว่า ไม่ได้เป็น”พระเอก”หรอก เป็น “เสี่ยวอ้อ” ต่างหาก และเรื่องอาเซียนนี่ ชาวบ้านก็ไม่ได้รู้อิโหน่อิเหน่ อยู่ทุกวันนี้ก็แทบเอาตัวไม่รอด ชักหน้าไม่ถึงหลัง จะไปเป็นฐานรากอะไรได้ คงเป็นได้แต่รากเน่าๆผุๆละมั๊ง ใครๆก็รุมกินโต๊ะชุมชน ไปขายข้าวก็ถูกแกล้งหักความชื้น หักสิ่งเจือปน ไปขายยางพาราก็อ้างว่าไม่ได้มาตรฐาน โดนสูบเลือดสูบเนื้อต่อหน้าต่อตา ยังจะมาบอกว่า..ชุมชนเป็นฐานทั้งๆที่เป็นหนูลองยาให้ใครต่อใคร..มานานแสนนาน

การที่จะเอาชุมชนเป็นฐาน

ถามว่ารู้จักชุมชนแค่ไหน

พวกเราๆนี่แหละ..กว่าจะออกไปหาชุมชนได้แต่ละที

ต้องติดกฎเกณฑ์ ระเบียบ วัฒนธรรมขององค์กร

บางแห่ง..จะออกมาหาผม..ฝ่ายบริหารถามว่ามันเกี่ยวกับKPI.รึเปล่า อีโธ่อีถังเอ๋ย ..มันจะทันกินได้อย่างไร สมัยนี้เป็นยุคของโลกการสื่อสารสายฟ้าแลบ ทุกอย่างต้องรวดเร็วฉับพลัน จะมาแต่งตัวเป็นแม่สายบัวไม่ทันกินหรือ ชุมชนบางแห่งเขาไปโลดแล้ว เขาไม่มารอเรือก้นทะลุหรอกนะครับ

· นักวิชาการนักวิจัยควรจะออกไปเรียนรู้ร่วมกับชุมชน

· โจทย์วิจัย/หัวข้อวิทยานิพนธ์จะเอากี่กระบุ้ง

· ผมเดินเตะตรงไหนก็เป็นโจทย์วิจัยทั้งนั้นแหละ

· จะเอาสักกี่1,000 หัวข้อก็ได้

· ถ้าออกไปถามชุมชนว่าเขาติดขัด/หรือต้องการสิ่งยกจะรู้สิ่งใด

· งานวิจัยก็จะลดขั้นตอน ไม่ต้องวิ่งหาคนใช้ประโยชน์จากงานวิจัย

· มาตั้งเองชงเรื่องเองเอาแค่พอจบๆมันก็ไอ่แค่นั่นแหละ

เท่าที่อ่านในเอกสารบทคัดย่องานวิจัยที่ตีพิมพ์ในเอกสารของงานนี้ ต้องขอขอบคุณหลายท่านที่ทำในหัวข้อที่ชุมชนสามารถเอาไปใช้ประโยชน์ได้ ด้านหน้าห้องนี้มีแม่ใหญ่หลายคนมานั่งสานกระติบไม้ไผ่ บอกว่าเป็นงานโอท็อป ผมเห็นแล้วชอบใจ จึงซื้อกระติบยักษ์มา1ใบ ราคา600 บาท มีคนบอกว่าอย่างเพิ่งเอาไปได้ไหม ขอเอาไว้โชว์ก่อน อ้าว! ตอนคณะผู้ใหญ่เดินผมก็ได้อวดผลงานไปแล้วนี่ ผมจะกลับแล้ว จึงขออุ้มกลับบ้าน ขอชื่นชมว่าฝีมือดีมาก แต่ก็ยังพัฒนาต่อไปได้อีกถ้านักวิจัยเข้าไปช่วย

ตามโผ ผมต้องพูดในกรอบ..-สถานการณ์และความตื่นตัว หรือเข้าใจต่อการดำเนินการตามข้อตกลงของภาคประชาชน หรือภาคเกษตรกรรมรายย่อยมีมากน้อยเพียงใด และในส่วนที่คิดว่าตื่นตัวแล้ว เข้าใจว่าผลกระทบในเชิงบวกหรือลบ เป็นอย่างไร? และได้เตรียมการอย่างไร?

ถ้าจะพูดตามโผให้มา..ก็ขอบอกว่ามึนพะยะค่ะ ชุมชนไม่ได้รู้เรื่องตามที่โผบอกสักหน่อย เป็นการตั้งข้อสมมุติฐานเอาเอง ทำไมไม่ถามใจกันดูก่อน หรือให้อิสระในการที่จะแสดงความเห็น ผมคิดว่า..ผมพูดได้นะ ไม่งั้นไม่ถ่อทิ้งงานขับรถมาร่วม200 .. เพื่องานนี้หรอก ผมจึงทิ้งโผนะสิครับ..

ด้านความเข้มแข็ง..ชุมชนแตกซ่าน ไม่มีความรู้ที่จะอยู่ในท้องถิ่น ทิ้งถิ่น

ด้านวิชาความรู้..ความรู้ไม่พอใช้

ด้านจารีตประเพณีและวัฒนาธรรม ..โดนแจจังกึมครอบจนลายพันธุ์ไปแล้ว

ด้านความมั่นคงอาหาร ..แต่อาหารที่คนไทยรับประทานเต็มไปด้วยสารพิษ

ด้านเศรษฐกิจ..จะเป็นครัวโลก ส่งอาหารไปEU. ถูกเขาตีกลับกระเจิง

ด้านความปกติสุข ปลอดภัย ก็กินใจแบ่งกันออกเป็นฝักเป็นฝ่าย

เล่าถึงการสร้างเครือข่ายแบบอิงระบบ

อวดว่ามีเพื่อนอยู่ทั่วโลก

รักใคร่เสมือนญาติสมานไมตรี

ทราบว่าผมปลูกผักก็ส่งเมล็ดพันธุ์ผักมาให้ทั้งในและต่างประเทศ

ผมไม่มีน้ำยาหรอก แต่เพื่อนๆที่ยืนเคียงข้างผมล้วนเป็นจอมยุทธด้านต่างๆ

กำลังสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ผ่านเฟสบุกค์

ประเทศในกลุ่มอาเซียนผมก็ตระเวนมาแล้ว

พอที่จะเห็นเรื่องหยาบๆที่เป็นพื้นฐานของเขา.>.>

คุยเรื่องจะชวนคนกรุงออกป่า เรื่องหมู่บ้านโลกได้นิดหน่อย

กำลังโม้เพลินๆ อ้าว! หมดเวลาแล้ว

ต่อด้วยท่านรองอธิบดีจินตนา และท่านประธานหอการค้าขอนแก่น เนื่องจากท่านทำมากับมือ จึงมีสาระประโยชน์ในการสะท้อนมุมมองเกี่ยวกับอาเซียนได้ดีมาก จบรอบแรกขึ้นรอบที่2 คราวนี้ท่านรองอธิบดีเปิดฉากก่อน..ต่อด้วยท่านประธานหอฯ ตามที่ตกลงกันรอบนี้น่าจะได้เวลาคนละ 10-12นาที เนื่องจากเวลาบีบเข้ามาบ่ายแล้ว ท่านผู้ดำเนินรายการ ขอลดเหลือ 5-6 นาที

ผมพูดเป็นคนสุดท้าย

ก็ทิ้งทุ่นไว้ว่า..

· การประชุมลักษณะนี้มักจะจัดทำนองเดียวกันทั่วประเทศ

· ไปเวทีไหนก็อย่างนี้แหละ

· จะให้พูดเรื่องอนาคต/การแข่งขัน/เรื่องเป็นเรื่องตายแต่ไม่มีเวลาให้

· ผมก็จนใจ..ดีนะที่ผมเจอบ่อยจึงไม่เตรียมPowerPoint ให้เสียเวลา

เมื่อไหร่เราจะประชุมเพื่อเอาแก่นสารกันจริงๆ ถกกันจริงๆ ให้ได้ความจริงออกมา อย่าไปก็อปรูปแบบการสัมมนาแบบเก่าๆอยู่เลยครับ ยุคของการเปลี่ยนแปลง ถ้าไม่ปรับเปลี่ยนอะไรเลย มันบ่งบอกอะไรหลายอย่างนะครับ

หลังจากนั้นก็ถ่ายรูปหมู เอ๊ย! รูปหมู่ แจกของที่ระลึก

ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยขอนแก่น

เป็นกลุ่มงานวิจัยที่เหมาะกับนำไปใช้กิจการ SPA

มีกลิ่นดอกโมก-บัวหลวง-พลับพลึง-กุหลาบ-ดอกแก้ว-

คุณภาพดี กลิ่นหอมเยี่ยมเลยละครับ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ชวนเข้าห้อง..รับประทานอาหาร มีอาจารย์หลายท่านเข้ามาชวนไปกินข้าวจะได้คุยกันด้วย แต่ผมบ่กินอาหารประเภทที่โรงแรมจัด จึงออกมาหาสุกี้MK. สั่งชุดผักมาเจี๊ยะแก้ขัด เห็นผักของMK.แล้วสงสารท้องตัวเอง เทียบไม่ได้หรอกกับผักเราปลูก ชวนกันกินพอปะทะประทัง กลับมาถึงบ้านจวน6โมงเย็น ไปรดน้ำผัก ปลูกผัก อาบน้ำ นอนรำพึงรำพัน

ลุงเอกโทรมาหา

มองเห็นแต่โรงแรมที่พักใกล้เคียงกัน

ต่างคนต่างยุ่งจึงไม่ได้เจอกัน

นี่แหละสังคมไทยยุคบ้าๆบอๆ

อยู่ใกล้กันแค่ตะโกนได้ยิน..ก็ยังไม่ได้พบหน้า

แล้วคนรักที่อยู่ห่างไกลออกไป.10 ..100 ..500..5,000..

จะพบกันได้อย่างไร?

ยังมิรู้เลยยยยยย..

โอ้ย.. มึนจังตู !


โมเดลสวนป่า

อ่าน: 1724

ผมมีแผนพัฒนาอยู่ในใจมานานแล้ว

แต่กึ๋นไม่พอ..ทำอะไรก็ยักแย่ยักยัน

ผมคิดอย่างนี้ครับ > >

อยากจะชวนคนกรุงมุ่งออกมาสู่ชนบท

จากโจทย์ที่ว่า..จะพัฒนาอะไรต้องใช้คนที่มีความรู้ความสามารถ

ทรัพยากรมนุษย์ที่ว่านี้จะใครเสียอีกละ..ถ้าไม่ใช่ชาวกรุง

เก่ง ดี มีความพร้อม เหมาะที่จะชักชวนมาสร้างอนาคตให้กับชนบท

แทนที่จะไปอัดแน่นแข่งกันซังกะตายในบางกอก

ไม่ได้ใช้ฝีไม้ลายมือ..สมกับความสามารถที่เอกอุ

มันน่าเสียดายเป็นบ้าเลย..เธอว่าไหม?

อ้าว ! แล้วคนชนบทละ ทำไมไม่ชวนมาพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนด้วยเล่า   ก็ไม่ได้มองข้ามญาติโกโหติกาเหล่านี้หรอกนะครับ เพียงแต่ว่า..คนที่มีฝีไม้ลายมือหนีเข้าบางกอกหมด ปล่อยให้แม่ใหญ่เลี้ยงดูลูกหลานอยู่ในหมู่บ้าน พ่อบ้านแม่บ้านวิ่งเข้าวิ่งออกระหว่างโรงงานกับหมู่บ้าน อิหลักอิเหลื่อเหลือเกิน ไม่มีกระจิตกระใจที่จะก่อสร้างแปงเมือง ถูกกระแสอยากจะรวยมากๆ รวยง่ายๆ รวยเร็วๆ ถูกปั่นหัวเหมือนลิงเมายาบ้า ทำมาหากินอะไรก็ทุนหายกำไรหด เป็นหนี้เป็นสินหัวโต เมื่ออยู่ชนบทไม่เห็นอนาคตก็เผ่นสิครับ ไปเป็นผู้อพยพแรงงานกันบานเบอะ

  • การศึกษาก็สอนแต่วิชาทิ้งถิ่น
  • ชาวไร่ชาวนาถูกกระทำ ถูกเอารัดเอาเปรียบ
  • ทำงานแทบตาย..กลายเป็นทำให้คนอื่น
  • หาได้เท่าไหร่ต้องเอาไปจ่ายจิปาถะ
  • จ่ายค่าน้ำมูกน้ำมัน ค่าเครื่องจักร ค่ายาปุ๋ย ค่ายา ค่าดอกเบี้ย ค่าโง่
  • เป็นหนูลองยาให้กับโครงการส่งเสริมพัฒนาอาชีพ
  • ลองไปลองมาหนูที่ว่านี้หมดตัว หมดภูมิปัญญา หมดอนาคต
  • ทำมากทุกข์มากลำบากนักหนา
  • หนี้สินพัวพันเกี่ยวกันเรื่อยมา
  • ไปถามพ่อค้า..ราคาก็ร่วงรูด
  • ทีวีก็ดีแต่พูดๆ..ชวนให้กินไก่ขี้โรค
  • ชวนให้เสี่ยงโชคกับหวยเอื้ออาทร

นักสู้ลูกทุ่งหมดเรี่ยวหมดแรง

เปลี่ยนจากเกษตรกรไปเป็นกรรมกร

เมื่อเป็นฉะนี้..ผมจะไปชวนน้องพี่ที่ไหนละครับมาพัฒนาชนบท

ชวนใคร..ก็เอาแต่ทำตาปริบๆ

เพื่อนบ้านทิ้งถิ่นทิ้งผมไปเฉยเลย

เมื่อละครพัฒนาชนบทส่งผลลัพธ์ออกมาเช่นนี้

จะให้ผมทำฉันใด ..ละขอรับ

มองไปไหนก็เห็นแต่หมาผอมโซไม่มีแรงแม้จะโงหัวขึ้นมาเห่า

ผมจึงวางแผน ยั่วยุ ยั่วเย้า ยั่วยวน ชวนคนกรุงทิ้งกรุง

จะทิ้งถาวร หรือทิ้งเป็นครั้งเป็นคราวก็มาจับเข่าคุยกัน

ผมเชื่อแน่ว่า..ถ้าท่านเต็มใจช่วยชาติ วาสนาท่านดีแน่

จะแจกบัตร ATM. เบิกความคิด ความหวัง ความสงบสุข

ผมเป็นคนจริงใจและจริงจังนะบอกไว้ก่อน

คิดเล่นๆเบาๆแต่เอาจริงนะเธอ

รักแล้วรักเลย ไม่มีเกียร์ถอย..

บางคนถามว่า..เกษียณแล้วมาได้ไหม?

มาได้ โธ่ ! อาวุโสประสบการณ์ยิ่งต้องการเป็นพิเศษ

หนุ่มสาวละมาได้ไหม > >

โธ! จะเสียเวลาถามทำไมก็ไม่รู้

คนอกหัก คนถูกแฟนทิ้ง  ก็มาได้

ผมนะมีลูกสาวลูกชายสุดหล่อให้เลือกเป็นกะตัก

บางคนถามมายังไง ..อ้าว! จะให้จัดกองยาวไปเห่ไหมละ

มาให้ถึง..ไม่ต้องห่วง

จะต้อนรับดูแลเครือญาติยิ่งกว่าไข่ในหิน

จะชวนทำเรื่องสนุกๆและตื่นเต้น

เช่น..ยังไงบ้างค่ะ > >

เมื่อเช้านี้ เดินไปคุยกับนกกระจอกเทศ

เจ้านกกระจอกยักษ์เดินยิ้มมาหาเชียว..

ผมหยิบไอโฟนเพื่อจะถ่ายรูปแม่ตาหวานใกล้ๆ

คาดไม่ถึง.. แม่คุณอ้าปากจิกคาบเอาไอโฟนไปเฉยเลย

กว่าจะวิ่งตามไปขอคืนมาได้

ไอโฟนก็คลุกฝุ่นไปเสียแล้ว !

คิ คิ ..


อยู่บ้านนาใครว่าไม่ดี

อ่าน: 2277

ตื่นมาย่ำรุ่ง ได้ยินเสียงไก่ขันคร๊อกๆแคร๊กๆไม่แจ่มใสเหมือนทุกวัน สงสัยพวกละเมอตื่นมาขัน หรือพวกไก่กระทงหัดขันก็ไม่รู้ นึกไปไกลถึงคนที่นอนคุดคู้อยู่ที่ไกลโพ้น จะฝันหวานหรือฝันเปรี้ยวหวานหนอคนดี ตื่นมาพรุ่งนี้อย่าลืมเดินไปอาบแดดอุ่น ให้ผิวผ่องได้รับวิตามินดีบ้างนะ จะได้สดชื่นชวนให้หน้าแฉล้มแจ่มใส

ถ้าจำเป็นต้องการสวยเป็นพิเศษก็แต่งหน้าบ้าง

แต่ถ้าอยู่เบาๆสบาย ปัดแป้งนิดหน่อยแต่งด้วยรอยยิ้มก็พอแล้ว

ใครนะพูด..คนจะสวยใช่สวยที่ใบหน้า

พูดให้ตายก็ไม่สำเร็จหรอก

หน้าตาเป็นใบโฆษณาประจำตัว

เอาให้ดูดีไว้ก่อนนะใช่แล้ว

ถ้าผสมผสานกับความยินดีจากข้างในจะทำให้ใบหน้าหวานชื่น

น่าเห็นใจคนบางกอก..ที่ต้องบริหารเวลาเผื่อรถติด จึงต้องทอนเวลาที่จะทำอะไรๆหดหายไปเยอะ จะเดินทอดน่องชมรอบบ้านเช้าๆยังยากเลย จะแต่งตัวสบายๆก็ไม่ได้อีก เสียเวลาแต่งกายาและหน้าตาไปมิใช่น้อย มันเป็นไฟล์บังคับยังไงไม่รู้น๊ะ ในเมื่อเราชอบเราเลือกภาพตัวเองเทรดนี้ ก็ต้องรักษาเอกลักษณ์ไว้ตลอดไป เว้นแต่บางคนที่ชอบเปลี่ยนแปลง อาจจะยุ่งอยู่กับทรงผมสีผมเครื่องประดับผม กิ๊บเก๋พอปลึ้มอกปลึ้มใจ ใช้เวลาสิ้นเปลืองไปกับเรื่องตัวเองจนเคยชิน

เรื่องของข้าใครอย่าแตะ

เออสินะ ไม่มีเรื่องอื่นหรือไงไปแหย่รังแตนเช้าๆ

§ ที่เกริ่นนำอย่างนี้

ก็เพื่อจะนำเข้าไปสู่การชนวนโต้วาทีนะสิเธอ

ซึ่งน่าจะเป็นวิธีสนุกๆในการหาเหตุผลเข้าข้างตนเอง

คุณเป็นคนกรุงใช่ไหม

ลองบอกหน่อยสิว่า..อยู่ในกรง เอ๊ย! อยู่ในกรุงดีอย่างไร?

ผมคนบ้านทุ่งก็จะบอกว่า..อยู่บ้านนอกดีอย่างไร?

การที่ไม่เห็นข้อมูลแวดล้อม ไม่ใคร่ครวญให้ดี

ทำให้คนบ้านทุ่งมุ่งสู่กรุงจนบางกอกแทบแตก

จึงหาวิธีย้อนศรดีกว่า

Ø ปล่อยให้คนบ้านนอกเข้ากรุง

Ø ผมชวนคนกรุงออกบ้านนอก..ดีกว่า ?

Ø บ้านนอกวันนี้..เหมาะกับคนกรุงมาก

Ø คนที่จะอยู่บ้านนอกได้ดีมีความสุข คือคนที่มีความรู้

Ø คนมีความรู้..จะใครเสียอีกละ..ก็พวกคุณนั่นแหละ

Ø มาไม่มาขึ้นอยู่กับวาสนา..และ ความตั้งใจ

Ø ตั้งใจดีไม่มีขาดทุน

Ø เอ๊ะ น่าจัดวงสนาทนาจิบน้ำชาหัวข้อนี้นะครับพระอาจารย์วรภัทร

· อยู่บ้านทุ่งไปไหนสะดวก รถไม่ติด รถไม่ต้องคลานไปเหมือนหนอนทีละกระดึบๆ นอกจากจะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและเวลาแล้ว ยังเครียดตอนไปนั่งกัดฟันกรอดๆรอไฟเขียวไฟแดง อ้อมีหลายเขียวหลายแดงมากเหลือเกิน อยู่บ้านทุ่งมีไฟสีเขียวสีเดียว ไปไหนก็ฉะลุย ไม่หน้ามุ่ยหน้าดำหน้าแดงเหมือนคนกรุง

มิน่าละ..ต้องแต่หน้าแต่งตาทาปาก เพราะอารมณ์มึนตึงนี่เอง

· อยู่บ้านทุ่งอากาศดี ไม่มีมลพิษมลภาวะ หายใจเต็มปอด น้ำฝนหล่นมาปล่อยให้ชะล้างฝุ่นแล้ว น้ำฝนยังรองใส่ตุ่มต้มดื่มได้ปลอดภัย ไปไหนก็ประหยัด ไม่ต้องจ่ายค่าเข้าห้องสุขา มองหาที่ลับตาตามพุ่มไม้ก็แอ่นได้เลย

เป็นการเติมปุ๋ยยูเรียให้ต้นไม้แบบชิวๆ

· อยู่บ้านทุ่งอาหารการกินปลอดภัย

อาหารตามร้านในบางกอกดูดีน่าเจี๊ยะ แต่เราไม่รู้ว่าปรุงมายังไงใส่อะไรบ้าง จะไปจู้จี้ถามมีหวังโดนตะเพิด ต้องจำยอมกล้ำกลืนไปอย่าคิดมาก เจ็บป่วยเมื่อไหร่ค่อยไปว่ากันวันข้างหน้า รับประทานอาหารหรือรับสารพิษก็ไม่รู้ อยู่บ้านเรา มีที่ทางปลูกผัก จะเอาให้อวบกรอบยังไงก็ได้ เด็ดมาผัดกระทะร้อนควันโฉ่หอมฟุ้ง ขนาดพยาธิยังน้ำลายไหล

คนบางกอกถึงมีลิ้นเป็นพลาสติกยังไงละ

· อยู่บ้านทุ่งทำตัวสบายๆ ไม่ต้องแต่งกายประหลาดก่อนออกจากเคหา นุ่งผ้าสะโสร่งปะแป้งเดินแกว่งแขนยังได้เลย คนบางกอกทำยังงั้นไม่ได้หรอก อยู่เมืองร้อนแท้ๆยังแห่กันแต่งสูท ผูกเชือกจูงคอ ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องสุขา ห้องทำงาน ห้องประชุมต้องติดแอร์ เพราะคนกรุงแต่งตัวเหมือนคนอยู่เมืองหนาว ร้อนแทบตายก็เลียนแบบให้มันดูเหมือนหนาวเข้าไว้ หลอกกระทั่งตัวเอง จ่ายค่าเสื้อผ้า ค่าความเย็น ไม่รู้ในหัวกะโหลกมีความรู้ความคิดอะไรบ้าง ถ้าจะเปิดแอร์หน้าร้อนบ้างก็เห็นควร แต่นี่เคยชินเสียแล้ว ไม่เปิดแอร์นอนฝันไม่สะดวก เฮ้อ!

กับอีแค่แต่งตัวก็มีผลให้ต้องจ่าย ค่าแอร์ ค่าโง่ บานเบอะ

· อยู่บ้านทุ่งก็มีความพร้อมนะ ไฟฟ้าก็มี โทรทัศน์โทรศัพท์เข้าถึงทุกท้องถิ่น อินเตอร์เน็ทก็มาแล้ว จะค้นคว้าจะเรียนรู้อะไรก็ทำได้สะดวกเท่าคนกรุง อาจจะช้าไปบ้าง อีกหน่อย 3G. 4G. 5G. ก็มาแล้ว จะเอาอะไรอีกละ จะต้องงกๆไปทำงานเหมือนบ้าหอบฟาง

ไม่ทำนาแต่ไปบ้าหอบฟางทำไมละน้อง

· อยู่บ้านทุ่งก็มีงานมีรายได้มีอนาคต เพียงแต่เปลี่ยนจากการหางานทำ มาเป็นคนสร้างงาน ซึ่งก็ไม่อยากหรอก เปิดกิจการส่วนครอบครัว ใครชอบด้านไหนก็ทำด้านนั้น ไม่ต้องไปฝืนใจให้เขาชี้นิ้วสั่งให้ทำนั่นทำนี่ โจทย์ง่ายๆ ปลูกผัก ปลูกผลไม้ ปลูกสมุนไพร ปลูกต้นไม้ ทุกอย่างค่อยๆโตขึ้นๆ ให้หมากผลมากขึ้น เอาความรู้เรื่องการแปรูป การตลาดเข้าไปจัดการ ผลิตอาหารคุณภาพดีๆ ทำไมจะอยู่ไม่ได้ แถมยังกินเอง ปลอดภัยเองไว้ก่อน

ถามว่าจะมีรายได้แน่นอนไหม มากไหม มั่นคงไหม โธ่ ! มันขึ้นกับความขยันความสามารถของเราเอง ทำให้ตัวเองยังจะอู้ทำไม่ละ ทำดีมันต้องออกมาดี เพียงแต่เราไม่เคยสัมผัสกระบวนการนี้ จึงดูเหมือนยุ่งยาก ไปทำโอให้เจ้านายมานานแล้ว ลองมาทำโอให้ตัวเองบ้างสิ

· คิดล่วงหน้าแบบปอดกระเส่า ก็เหมือนผีเข้าตลอดชีวิต

· เกิดในแผ่นดินทอง จะต้องกลัวอะไร

· เลี้ยงแพะมันก็ออกลูกเป็นแพะ

· ปลายังเข้าไปอยู่ในกระป๋องได้

· เธอออกมาเที่ยวบ้านทุ่ง..ง่ายกว่าปลาเยอะเลย

Ø ไม่กล้า ร้อยไม่กล้า พันไม่กล้า

Ø อันนี้เข้าใจได้ ..ตราบใดที่เธอยังไม่ได้มา

Ø นอนจิบน้ำชาใบสะระแหน่ที่มหาชีวาลัยอีสาน

Ø สถานที่ ปรุงยาขมหม้อใหญ่ เพื่อรักษาใจคนบางกอก

Ø ไม่เฉพาะที่โดนหักอก..จากเรื่องรักๆหลอกๆกันเท่านั้น

Ø อกหักเพราะสังคม..ก็รับพิจารณา

Ø อย่าลืม..จองบัตรคิวก็แล้วกัน

มาถึง..จะขอดูลายมือก่อน..

ดูว่าลายแทงแห่งโชคชะตาประมาณไหน

เป็นนักสู้ชีวิต หรือนักชีวิตไม่สู้

ไม่มีนักสู้คนไหนไม่เคยตกม้าหรอกนะเธอ..

เพียงแต่ไม่ตกม้าตายเหมือนมือสมัครเล่นเท่านั้นเอง

§ ผมน่ะ..สงสารคนบางกอกเป็นบ้า

§ ไม่งั้นไม่บ้าตื่นมารำพึงรำพันนี่หร๊อก จิบอกไห่


วันบอกรักพ่อ

อ่าน: 4760

ไอ่ตาหวานลูกพ่อ

วันนี้ขอให้เป็นวันพ่อลูกบอกรักกันทั่วประเทศดีไหม?

พ่อ ดีใจนัก ที่มีชีวิตยืนยาวมาจนถึงวันนี้ วันที่ได้เห็นพิธีที่คนไทยหลอมรวมใจถวายความจงรักภักดีพ่อหลวงของเรา มีคนชวนพ่อยิกๆให้ไปบางกอก ไปร่วมงานวันเฉลิมฯไปดูแสงสีไฟประดับถนนราชดำเนิน แต่พ่อขอเลือกปักหลักถวายพระพรที่นี่แหละ งานวันเฉลิมพ่อไปบ่อย จำที่พ่อเคยพาเจ้าเดินชมไฟราชดำเนินได้ไหม ไปลุยถนนข้าวสาร เดินกันจนขาฉิ่ง..

โรงแรมรัตนโกสินทร์เป็นเหมือนบ้านหลังที่2 มาครั้งใดก็จะเข้าพักจนคุ้นเคยนานนับสิบๆปี ท้องสนามหลวง วัดพระแก้ว พระบรมมหาราชวัง ภูเขาทอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เป็นถิ่นคุ้นเคยของพ่อ ภาษานักเลงยกให้เป็นขาใหญ่ ขาโจ๋ พ่อชอบเดินดูตลาดแบกะดิน พักที่นี่ไปไหนมาไหนสะดวก บอกแท็กซี่ว่าสนามหลวงใครๆก็รู้จัก ประกอบกับใกล้ที่ประชุมด้วย พักหลังห่างๆไป เพราะพวกม็อบชอบไปก่อหวอดแถวนั้น จึงย้ายมาแถวพหลโยธิน เร็วๆนี้อาจารย์ขจิต ฝอยทองไปพัก ..ประชาสัมพันธ์ยังถามถึง พ่อหายไปไหน..อิ อิ..

ถนนราชดำเนินเยื้องกองสลากฯ มีร้านข้าวต้มอร่อย

พ่อชอบชวนใครๆไปชิมซุปขาไก่ร้าน “สกายไฮ”

เป็นเมนูเด็ดที่ร้านไหนๆก็ไม่สามารถเลียนแบบได้

ใครไปราชดำเนินไม่ได้ชิมถือว่า..วาสนาอักเสบ

ช่วงที่คุณชายคึกฤทธิ์มาก่อตั้งสำนักหนังสือพิมพ์สยามรัฐ

ก็ได้อาศัยฝากท้องเลี้ยงลูกน้องร้านนี้ประจำ

วันนี้ เมืองไทยสวยงามที่สุด น้ำ ที่เคยเจิ่งนองยังหลีกหลบให้พสกนิกรชาวไทย ได้จัดงานเทิดพระเกียติพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์นานที่สุดในโลก ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินดื่มด่ำในหัวใจมากที่สุดในโลก ไม่ต้องมีการนัดหมายใดๆ รู้แค่ว่าพระองค์จะเสด็จไปที่ไหน ก็มีคนเดินทางมาจับจองที่นั่งรอกราบตั้งแต่เช้ามืด บุญบารมีของพระองค์ท่วมท้นสำนึกคนไทยทุกหมู่เหล่า

คำว่า “มหาราช” ยังน้อยไป

ในหมู่เหล่าพระประมุขด้วยกัน เขายกย่องพระองค์เป็นราชันแห่งพระราชา

วันนี้มีแต่เรืองปิติยินดี

คน ไทยที่ไหนๆคงได้ชมงานมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา7รอบ พ่อยืนบันทึกภาพประวัติศาสตร์หลายชั่วโมง ฟังเสียงกึกก้องแซ่ซ้องพสุธาเมื่อรถพระที่นั่งเสด็จผ่าน เพียงได้เห็นภาพแว็บเดียวก็เอา ขอชมพระบารมีให้เต็มตาสักครั้งหนึ่ง ได้ฟังพระราชดำรัสสดๆ ได้ยินเสียงผู้เข้าเฝ้าร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี น้ำตาพ่อซึมออกมาทำไมก็ไม่รู้

ขอแค่นี้แหละ..เลิกอิจฉาคนได้ ไปเฝ้าที่พระบรมมหาพระราชวัง ด้วยพ่อรู้สึกว่า..มุมไหนๆของแผ่นดินนี้ ก็มีพ่อหลวงอยู่ในหัวใจของเราสม่ำเสมอ ใครๆในทีวีเปล่งเสียง ทรงพระเจริญๆๆ พ่อก็เผลอตะโกนซะลั่นบ้าน ตะโกนมันคนเดียวนี่แหละ ไก่กาจะแตกตื่น  ก็ขอสักวัน เพื่อจะบอกว่า..

เสียงนี้ไม่ได้ดังอยู่เฉพาะที่บางกอกหรอกนะ

ในสวนแห่งนี้ก็ดังลั่นแทบป่าแตกเหมือนกัน

การทำดีถวายวาระอันเป็นมหามงคลนี้

ทำได้สารพัดอย่าง

พ่อเป็นคนป่า ก็คิดทำแบบป่าๆ

..ต้นไม้ อยู่ในกระถาง ถึงมันจะดียังไง ถ้าเราไม่เอาออกมาปลูก ความดีความงามก็ถูกจำกัดอยู่ตรงนั้น ถ้าเราเอาออกมาลงหลุม ความดีก็จะหยั่งรากลึกแตกดอกออกผล เกิดความเจริญเกิดความงดงาม ยังมีเมล็ดเผยแผ่ให้ขยายยิ่งๆขึ้นไป ใครอยากเห็นบุญก็ปลูกต้นไม้เถิด คนที่ยังไม่ลึกซึ้งบุญเรื่องทาน เข้าใจไม่ได้ว่า..ทำบุญแล้วไม่เห็นบุญ กุศลอยู่ตรงไหน ผลบุญเป็นอย่างไร ก็จะได้เห็นได้รับผลบุญจากหมากผลที่เกิดด้วยน้ำพักน้ำแรงของเราแน่นอน..”

ทีมพลังบวกอิ๊กไนน์ไทยแลนด์ตั้งคำถามดีมาก>>

“คนหนึ่งคนทำอะไรได้”

ตะกี้ พ่อชวนแม่หวีไปปลูกต้นละมุดมาเลฯคนละต้น

พ่อขอถวายการปลูกต้นไม้แทนพุ่มดอกไม้ธูปเทียน

(ผลสุกละมุดมาเลฯ)

เรา2คน ช่วยกันขุดหลุมใส่ปุ๋ย แกะต้นละมุดลงปลูก รดน้ำ ทั้งๆที่ละมุดไทยก็มีลูกเต็มเต้น แต่พ่อชอบละมุดพันธุ์นี้มากกว่า มะมุดมาเลเซีย ลูกสุกสีเหลืองๆเหมือนสีธงที่โบกสะบัดหน้ารถพระที่นั่ง ผิวเปลือกบางๆแกะออกจะเจอเนื้อสีเหลืองเข้ม  รสชาติอร่อยไม่หวานมากมีรสมันๆอร่อย จึงเลือกเอาความชอบและสีสันสีเหลืองเป็นไม้มงคลปฐมฤกษ์

(ปลูกไม่กี่ปีก็มีผลออกมาให้เก็บแล้ว)

ปีนี้ พ่ออยากจะชวนลูกหลานทุกคนร่วมกันปลูกต้นไม้ที่สวนป่า84ต้น

ใครมาเมื่อไหร่ก็มาขุดดินปลูกด้วยมือของตนเอง พ่อจะเตรียมต้นไม้/ปุ๋ย/รอไว้ให้

คณะเจ้าแห้วกับคุณคอนดรั๊กเตอร์จะไล่กันมาเร็วๆนี้ ก็จะให้ปลูกคนละต้น

หลังจากนั้นใครมาก็จะชวนปลูกๆๆจนครบจำนวน 84 ต้น

ถ้าวาสนายืนยาวปีต่อๆไปก็จะปลูก 85-86-87-88 ต้นไปเรื่อยๆ

ทำตามที่เขาประชาสัมพันธ์

“ปลูกต้นไม้คนละต้นทุกแห่งหนจะร่มเย็น”

ที่จริงควรจะปลูกหลายๆต้น

รักในหลวงมากเท่าไหร่ก็ปลูกต้นไม้มากเท่านั้น

ถ้าช่วยกันอย่างนี้แผ่นดินไทยร่มเย็นแน่

ต้น เอกมหาชัย ที่ท่านอัยการ/ท่านบางทราย/คุณหมอจอมป่วน/น้าอึ่ง/อุ้ย/ครูอึ่ง/อารามฯลฯ มาปลูกไว้คราวก่อนมันงามผิดหูผิดตา เพียงระยะ2-3ปี ยอดแทบพุ่งไปชนสายไฟฟ้าแรงสูง แสดงว่าต้นไม้มันก็เป็นใจกับเรา ต้นกล้วยที่ตาหวานมาปลูกคราวโน้น พ่อขยายกอตกลูกตกเครือยาวเกือบเมตร รู้สึกแปลกๆนะ มะละกอ เสาวรส กล้วย ผักต่างๆ มันแย่งกันออกผล ออกมาร่วมถวายพระพรพ่อหลวงของเรา

สำหรับคนที่มาไม่ได้จริงๆ

เช่น หลานไทยีสที่อยู่ต่างประเทศ

แจ้งความจำนงมาพ่อก็จะเป็นตัวแทนปลูกให้

รดน้ำเมื่อไหร่..ก็จะพูดว่า..หนูไทยีสเขาฝากมารดนะพี่ต้นไม้

รีบๆโตๆจะได้ออกผลเร็วๆ

ปีนี้ลูกๆหลายคนโพสข้อความอวยพรวันพ่อไว้หลายที่

ตามเจอบ้างไม่เจอบ้าง แต่พ่อก็คิดถึงทุกคนนะ ..บางคนก็ส่งข่าวดีมาบอก..

พ่อจ๋า..ลูกพ่อขายออกแล้วนะ หนูลูกหว้ารายงานชื่นมื่นจากพิษณุโลก

พ่อค่ะ..หนูอยากจะอกหักไวๆ..จะได้ไปสวนป่าอีก อ้าวมันยังไงกันยายหนู10ล้อ

ละอ่อนขอนแก่น..โพสข้อความสนุกๆ..ไม่รักแต่คิดถึง อิๆๆๆๆ ยาวเป็นกิโล

พรทั้งหล้า วราภรณ์ อยู่กรมอนามัย ขอให้พ่อสุขภาพแข็งแรง คิดถึงๆๆ

เจ้าแห้ว  เตรียมลงมาหาพ่อ จะแอบเอาอะไรมาให้อึ้งกิมกี่ก็ไม่รู้นะ

เจ้าดอกลำดวน แอบมากอดพ่อวันสงกรานต์ วันนี้ส่งภาพดอกพุทธรักษามาให้อยากจะบอกว่า..พ่อนี่นะ เป็นคนมีต้นลำดวนมากที่สุดในโลก มีนับพันต้น หลายคนมาเห็นถึงกับอึ้ง ยามออกดอกกลิ่นหอมไม่ตระหลบไปทั้งป่ารึ มีลูกสาวชื่อลำดวนก็ปลูกลำดวนนะสิ

ลูกคนไหนที่ยังไม่ได้เอ่ยถึงอย่าเพิ่งน้อยใจ

คนญาติเยอะลูกหลานเป็นกะตักก็อย่างนี้แหละ..

กำลังจับความคิดถึงมาเข้าแถว ..เรียงตามลำดับไหล่

วันนี้..เราส่งมอบความสุขความดีงามกันทั้งประเทศ

เจ้าหนูมหิดล โทรอวยพรจากจันทบุรี

มีคนโทรมาอวยพรเรื่อยๆ

ส่งความระลึกถึงกันผ่านอักษร ผ่านเสียง ผ่านความรำลึกถึง

บางคนแอบอวยพรในใจ ..ยังไงๆก็รู้ ..พ่อมีญาณวิเศษนะโว้ยยย ขอบอก ! คิคิ

คนไหนอกหัก.. ก็ขอให้มีคนมาดามหัวใจเร็วไว

คนไหนสมัครใจเป็นหญิงแกร่ง.. ก็ขอให้มีหัวใจเสริมใยเหล็กหนักแน่นยิ่งขึ้น

คนไหนกำลังเหล่หนุ่มหล่อ.. ก็ขอให้ได้รับโทรศัพท์นัดไปปลงใจในเร็ววัน

คนไหนยังว่างเปล่าว่างเว้น.. ก็ขอให้มีศรรักมาปักอก ฉึก ฉึก !

คนไหนยังไม่มีจุดมุ่งหมายอะไร..มาปลูกต้นไม้ก็ได้เน้อ

เขียนมากไปเสียแล้ว

มันห้ามมือไม่ได้นะตาหวาน

คิดถึงมากก็เผลอเขียนซะยาวเหยียด

ขอจำกัดจุดระลึกถึงไว้แต่เพียงนี้

หลับฝันดีนะคนสวย คิ คิ.


คุณเป็นพสกนิกรพันธุ์ไหน?

อ่าน: 1875

คนไทยโชคดีที่สุดในโลกรู้ไหมเธอ

เป็นไปได้ไง ที่ไม่มีคนไหนเลยกำพร้าพ่อแม่ปู่ย่ายายาย

ก่อนหน้านี้เรามีคุณย่าคุณป้าที่คนอิจฉาทั้งโลก..

สมเด็จพระบิดา ท่านเป็นปู่ของทุกคน

สมเด็จย่า ท่านเป็นย่าของทุกคน

พ่อหลวง ท่านเป็นพ่อของทุกคน

สมเด็จพระพี่นาง ท่านเป็นป้าของทุคน

ท่านห่วงใยเสด็จไปเยี่ยมลูกหลานที่เจ็บป่วย

เสด็จไปไหนท่านย่าพาแพทย์และพยาบาล พอสว.ไปด้วย

พาไปให้รู้ว่า..นอกรั้วโรงพยาบาลยังมีผู้ทุกข์ทรมานอีกมากนัก

คนยากจนเขาไปไม่ถึงหมอก็มาก

จะเนื่องจากทุรกันดารหรืออะไรก็สุดแล้วแต่..

ถ้ามีหมอพยาบาลออกไปหาเขาบ้าง

ก็จะได้สืบทอดเจตนารมณ์ของสมเด็จพระบิดา

คู่ชีวิตของย่าเป็นใครทำอะไรเสียสละยังไง

ยังจะต้องให้แจกแจงอีกหรือเธอ

พระจิริยาวัตรท่านงามนัก

คนในภาคเหนือนั้นโชคดีจนน่าอิจฉา

ท่านปู่ท่านย่าทิ้งบางกอกออกไปวางรากฐานการสาธารณสุขที่เชียงใหม่

เธอเป็นคนเหนือใช่ไหม เ ค ย คิ ด ไ ห ม ว่ า . .

ทำไมท่านย่าถึงผูกพันเมืองเหนือนัก

ท่านไประลึกถึง..ถิ่นที่คนรัก..เคยปักหลักทำงานอยู่ที่นี่

ท่านย่าไม่เคยเสียเวลาไปเปล่าๆก็ความหลัง

ท่านเนรมิตความหลังเป็นดอยตุง

ดอยสูงที่เปล่าเปลี่ยวกลายเป็นดอยสวรรค์

ดินแดนที่ท่านเก็บมาลัยร้อยบูชาส่งไปถึงคนรักที่อยู่สรวงสวรรค์

ท่านย่าวางตัวเองในบั่นปลายเพื่อถวายงานต่อจากสมเด็จพระบิดา

ล ง จา ก ด อ ย ท่านเสด็จ ไ ป ทั่ ว แ ด น

ท่านย่าทำให้ดู อยู่ให้เห็น สอน สอน ด้วยการทำให้ดู

ท่านสองวิธีทำงานเชิงรุก..ชวนลุกจากเก้าอี้เสียบ้าง>>

มีจังหวัดไหนบ้างที่ท่านย่าไม่เคยไปเยี่ยมยาม

เราเสียอีก..สักกี่คนที่ได้ไปทุกจังหวัด

สาละวนอยู่กับตัวเองจนไม่มีเวลาเผื่อแผ่ให้ใครอื่น

ท่านย่าตื่นแต่เรายังงัวเงีย

ท่านย่าเสด็จไปสวรรค์แล้ว ..เธอยังไม่ลงจากเตียง

งานครองแผ่นดินโดยธรรมเป็นหลักการของทุกพระองค์

แตะมือ..รับงานสืบสานกันมาอย่างเต็มสติกำลัง

ผ่านโครงการหลวง ผ่านพระราชดำริไม่รู้กี่หมื่นกี่แสนโครงการ

ลูกหลานทุกพระองค์ไม่ได้สุขสบายอย่างเราหรอกนะเธอ

พิธีพระราชทานปริญญาแต่ละปีนั้น..ไปใคร่ครวญดู

ถ้าเป็นเธอ..จะอดทนนั่งยื่นๆ ฉับ ฉับ ไม่รู้กี่หมื่นกี่แสนชั่วโมง

เรียนเล่นๆท่านก็ประทานให้ เรียนจริงๆท่านก็ประทานให้

เธอ ฉัน จะมานั่งรำพัน..รักในหลวงอย่างนั้นหรือ

ใครจะทิ้งพระองค์

ใครจะใจร้ายใจดำ..พระองค์ ทำ ทำ ทำ

เราก็เอาแต่ พูด พูด พูด

วันนี้ก็คงจะพูด..จงทรงพระเจริญ จงทรงพระเจริญ จงทรงพระเจริญ

วัดใจกันไม่ได้หรอก วัดไม่ได้จริงๆ

สิ่งที่คนไทยพูดคนไทยกระทำทั้งหมด

ช่วยกันทำเห็นผลในเชิงรูปธรรมสักกึ่งหนึ่งของพระองค์ก็ยังดี

  • มีเหตุผลอะไรที่จะชักช้า
  • มีเหตุผลอะไรที่จะลังเล

วันนี้..ถามหัวใจเธอเองเถิดนะ

เธอรักในหลวงนั้นไม่สงสัยหรอก

แต่รักแบบไหน รักอย่างไร

รู้จักรัก รู้จักตอบแทนความรักจริงหรือ

คิดและทำแค่ที่ผ่านมาก็จงรักภักดีพอแล้วใช่ไหม

พระองค์บอกรักเรา ด้ ว ย ก า ร ทำ ง า น ใ ห้ แผ่นดิน

เราเอาแต่ ม า นั่ ง สำ นึ ก ถึ ง บุ ญ คุ ณ  โ ธ่ . .

ปั้มความรักใน Facebook ก็ดีหรอก

แต่ถ้าเพิ่มกิจกรรมรักสังคมรักคนอื่นด้วยละเยี่ยมเลย

ประคองกันลุกขึ้นเถิดคนดี..

อย่าไปรอวันนั่งร่ำไห้หน้าอนุสาวรีย์

เวลาเหลือน้อยแล้ว

น้อยจริงๆ..ไ ม่ ก ล้ า แ ม้ แ ต่ จะ คิ ด

วันที่น้ำตาท่วมแผ่นดินจะเป็นอย่างไร?



Main: 0.27686595916748 sec
Sidebar: 1.6009669303894 sec