ศึกดวลตะหลิวทอง

อ่าน: 1150

พี่น้องครับ  ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก..ก็พี่แต๋วของเรานะสิครับ ชวนพรรคพวกจะบุกสวนป่าปลายเดือนนี้ พี่เขาก็ธรรมดาที่ไหนเล่า ในรัศมี50ตารางกิโลเมตรนี่ลุยไปชิมอาหารร้านดังๆมาหมดแล้ว ไม่เชื่อก็ลองชวนคุยเรื่องนี้ดูเถิด ทุกซอกทุกซอยร้านไหนฝีมือเป็นยังไง พี่เขาไปชิมยิ่งกว่าแฟนพันธุ์แท้

ไม่ได้บอกแค่ว่า “อร่อยหรือไม่อร่อย”

แต่รู้ทะลุก้นครัวไปจนกระทั้งบอกได้ว่า

“อร่อยเพราะอะไร”

ไอ้ตรงนี้ละสำคัญ..ที่บ่งบอกว่า..เชลชวนชิมเรียกเจ๊ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ

ผมเคยได้ฟังกับหูตัวเองมาแล้ว

ระหว่างเซียนเจี๊ยะขาใหญ่ กับ พี่แต๋วคนสวยของชาวFB.

อึ้งกิมกี่ตาค้างลิ้นไก่แห้งเลยละครับ

หลังจากพบปะกันครั้งนั้น..พี่แต๋วก็มุ่งมาดปราถนาจะบุกมาสวนป่าให้ได้ ทำการบ้านมาตลอด ถ้าเราสังเกตุจะเห็นว่าพี่แต๋วขู่ผมอยู่เรื่อย ..จะบุกเต็มที่ กระโดดกอดบ้างละ ปลุกระดมสมาชิกของพี่เขาอยู่เรื่อยๆ ทำเอาผมหวาดหวั่นมิใช่น้อย ต้องเร่งทำการบ้านบ้างเหมือนกัน เพราะโปรแกรมทองของนักชิมระดับภาคพื้นเอเซียมา ถ้าตั้งรับไม่ดีมีหวังตกม้าตาย

กิจกรรมสัมพันธ์หนึ่งที่ออกแบบไว้

ก็คือการดวลทำอาหารระหว่างทีมเมืองกรุง กับ ทีมลูกทุ่ง

ฝ่ายพี่แต๋วก็ทำอาหารตามถนัดมื้อละ 2 อย่าง

ฝ่ายครัวบ้านป่าก์ก็จะทำอาหารพื้นถิ่นมื้อละ 2 อย่าง

ตั้งชุดครัวแยกอยู่คนละฝั่งของป่าไผ่ จ้องหน้ากัน แอบดูกันได้ อิ อิ..

จัดโต๊ะอาหารไว้ตรงกลาง แล้วรับประทานอาหารร่วมกัน แลกเปลี่ยนความรู้กัน แบบจะๆ ต่อหน้ากะทะและกาละมัง เอาตะหลิวเป็นพะยาน ส่วนกรรมการผมจะเชิญขาใหญ่เพื่อนผมมาด้วย ตะกี้คุยกันแล้ว..ยังโต๋เต๋อยู่เมืองจีน ยืนยันว่าจะกลับมาทันแน่นอน อยากจะเชิญอ.แป๋วกับป้าหวานมาเป็นกรรมการด้วย ไม่ทราบว่าจะมาได้หรือเปล่า ให้รอกอดส์เป็นผู้คุมระฆังเวลา และทำการบันทึกคลิปวีดีโอไว้ทุกระยะ เพื่อส่งขึ้นFB.ให้แควนๆได้ชม ส่วนเจ้าแห้วกันเอาไว้เป็นลูกมือผม ไม่งั้นจะออกไปเต้นเชียร์จนป่าแตก

เพื่อความไม่ประมาท วันนี้ผมลองซ้อมทำแกงบ้านๆป่าๆพื้นถิ่น กว่าจะถึงวันดวลกันผมคงซ้อมไว้ได้หลายเมนู วันนี้ทำแกงอ่อมประยุกต์ ไม่ใส่เนื้อนะครับ อาจจะมีปลาป่นที่ติดมากับพริกแกงบ้าง ชูรสด้วยผักประจำถิ่นใส่ แมงลัก ชะอม ใบมะกรูด และน้ำสลัดโฉมยงที่มีรสขามเปียก ความหวานมีในผักสดๆอยู่แล้ว ยังได้จากมะเขือเทศและต้นหอม เรื่องต้นหอมกับแกงอ่อมอีสานนี่ยังกะกิ่งทองใบหยก จึงไม่ใส่หัวหอมหรือหอมหัวใหญ่ เพราะจะหวานเกินไป

ความกลมกล่อมที่ภาษาอีสานเรียกว่า “อำลำ” นั้น ผมใช้ยอดชะอม ยอดมะระขี้นก และยอดอ่อนยอ แม่ครัวหัวป่าบางแห่งจะตำข้าวสารใส่เพื่อให้แกงข้น ภาษาพื้นถิ่นบอกว่า “ให้มันนัว” บางถิ่นก็ใส่ข้าวคั่ว แต่เมื่อเราแกงไม่ใส่เนื้อ ผมจึงใส่เผือกแทน เผือกยักษ์ที่ใส่มีคุณสมบัติพิเศษ ต้มกับผักแล้วจะเปื่อยยุ้ยแทนข้าวสารตำได้ดี อาหารอีสานยังนิยมใส่น้ำปลาร้า บ้างก็ใส่ปลาทูเค็ม ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นปลาเค็ม แต่ผมเห็นว่าแค่นี้ก็อร่อยจนสะอื้นแล้ว จึงตัดของเค็มๆออกไป

ผมเป็นเศรษฐีผักตามที่อาจารย์สมบูรณ์ตั้งให้

จะแกงแต่ละหม้อมีผักให้เลือกไม่หวาดไม่ไหว

แต่แกงหม้อนี้จะเน้นผักพื้นถิ่นเป็นหลัก

เท่าที่เลือกมาวันนี้มี มะเขือพวง หน่อไม้ ยอดตำลึง ยอดมะกล่ำ ยอดมะรุม ยอดผักปลัง ยอดน้ำเต้า ดอกชมจันทร์ ผักอ่อมแซบ ยอดกระดุมเงิน ก้านตูน ใส่ฟักทองอ่อน ส่วนผลน้ำเต้าอ่อนยกยอดไปทำเมนูอื่น รสแซบแบบอีสานต้องเผ็ดนิดๆ ผมใช้พริกอ่อน ถ้าพริกแก่จะเผ็ดและไม่หอมเท่าพริกอ่อน ถ้าจะใส่พริกไทยสดกับดีปลีน่าจะเหมาะกับแกงใส่เนื้อแบบแกงป่า

เดี๋ยวเผ็ดมากไป..คนกรุงจะน้ำตาร่วง

ใช้น้ำปลาแทนซ็อสนะครับไม่งั้นรสจะเพี้ยนเกินไป

ถามว่า..ผักชูรสใส่หลากหลายด้วยกันอย่างนี้ ..กลิ่นมันจะไม่เตะกันรึ

ก็แหม..ตอนนี้เราซ้อมใหญ่ลับฝีมือ..เดี๋ยวก็รู้

ปกติแม่ครัวหัวป่าส์ เขาจะรู้คุณสมบัติของผักแต่ละชนิดอยู่แล้ว สุกช้าสุกเร็ว กลิ่นกลางๆหรือกลิ่นเข้มข้น คุณสมบัติออก-รสหวาน-เผ็ด-ขมหน่อยๆ เราต้องรู้น้ำหนัก ใส่มากใส่น้อย ใส่หน้าใส่หลัง แม้แต่น้ำปลา หรือผักชูรสก็มีกำหนดระยะใส่ ไม่งั้นความหอมหายหมด ถ้าไม่รู้รายละเอียดพวกนี้ เสน่ห์ปลายจวักจะเกิดขึ้นได้อย่างไรละครับ

ส่วนคุณค่าทางด้านโภชนาการนั้นไม่ต้องห่วง

คุณหมอสารภีเขียนไว้ผักสดๆไทยๆนี่แหละดีที่สุดในโลก

ไม่มีบ้านไหนเมืองไหมมีผักสารพัดประโยชน์มากเท่ากับบ้านเรา

ถ้าเปลี่ยนแนวคิดมากินผักแทนยา

เราก็จะรู้ว่ากินผักอร่อยกว่ากินยามากมายนัก ใช่ไหมละเธอ

 

ไหนๆที่รักจะมากะตู้วู้กันแล้ว แม่หวีจะทำเมี่ยงคำ ตำน้ำพริกกุ้งให้ชิม มื้อเช้าจะเลี้ยงข้าวต้มมะลิแดงกับขนมครก ชวนแคะขนมครกท่ามกลางแดดอุ่น ใครจะชิมต้องเอายิ้มแลก ชา กาแฟ เลือกได้ ผมจะอาสาอบไก่ อบหมู กับเตาดาโกต้า มีน้ำมะสังใส่น้ำแข็งแถมตอนบ่าย ของหวานนอกจากผลไม้แล้ว จะชวนทำมะตูมไข่หวาน

รายการพี่แต๋วถล่มสวนป่าครั้งนี้ ถ้ามีจำนวนสมาชิกสัก 10 คนกำลังดี ถ้าลูกทีมยังไม่ครบก็ประกาศชี้ชวนสิครับ พี่เล็ก หนูจู หนูกุลฯ ถ้าว่างก็ลองพิจารณาดู เพราะจากนี้ไปสวนป่าก็จะยุ่งๆๆและยุ่งกับการดูงานของคณะต่างๆ และมีงานก่อสร้างติดต่อกัน ไม่สะดวกจัดรายการประชันตะหลิวอย่างนี้ได้อีก ประกอบกับยังมีคิวตะเร๊ดแต๊ดแต๋ค้างอยู่อีก2-3รายการ ถึงเป็นฤๅษี..บางทีก็ต้องออกไปช่วยสุดสาคร..

อ้อ..พี่แต๋วไม่ต้องเตรียมชุดโยคะมาหรอกนะ

ไปเลี้ยงแพะ เลี้ยงนกกระจอกเทศ ปลูกผัก ก็เอวอ่อนเอวหวานแล้ว

ผมเผยไต๋ให้ฟังบางส่วนแล้ว

แต่จุดเด็ดขืนบอก..เกรงว่าต่อมพี่แต๋วจะแตกเสียก่อน นะสิ

จึงเรียนมาด้วยความเคารพรักสม่ำเสมอ ชิมิ ชิมิ  ..

 

 

 

« « Prev : ไม่ใช่แฟนทำแทนได้ แต่ไม่ดีพอ

Next : ขอปลูกไผ่ในหัวใจเธอได้ไหม » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

2 ความคิดเห็น

  • #1 sumethee ให้ความคิดเห็นเมื่อ 16 เมษายน 2012 เวลา 20:44

    When diet is wrong medicine is of no use. When diet is correct
    medicine is no need. - Ancient Ayuravedic proverb
    เมื่อเรารับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง ยาก็ไร้ประโยชน์ และเมื่อเรารับประทานอาหารที่ถูกต้อง ยาก็ไม่จำเป็น
    - สุภาษิตอายุรเวทโบราณ

  • #2 mytomtam ให้ความคิดเห็นเมื่อ 16 พฤษภาคม 2012 เวลา 11:04

    กราบสวัสดี พ่อครูค่ะ ^___^

    วันนี้สมัครสมาชิกลานปัญญาเรียบร้อย
    หลังจากที่แอบเข้ามาอ่าน มาส่อง แล้วไม่ส่งเสียง มาพักใหญ่
    ตามต่อมาจาก fb ที่คุณคอนฯ ท่านแปะลิ้งค์เสมอ ๆ หนูก็ตามอ่านค่ะ

    ประเดิมคอมเม้นท์แรกในเรื่อง ศึกวันดวลตะหลิวนี่ล่ะค่ะ
    เพราะอ่านอยู่ที่ fb ต้องตามมาที่นี่อีก

    ขอบพระคุณพ่อครูมากค่ะ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.019752979278564 sec
Sidebar: 0.047652006149292 sec