คนยิ้มแป้น

โดย sutthinun เมื่อ 4 พฤษภาคม 2011 เวลา 18:58 ในหมวดหมู่ สวนป่าฮาเฮ #
อ่าน: 940

ดร.วรภัทร ภู่เจริญ จัดอยู่ในคนยิ้มแป้นทั้งปีทั้งชาติ อารมณ์บรรเจิดครึกครื้น เข้าไปวงไหนเปิดฉากความสนุกตรงนั้น ให้ความเป็นกันเอง เผลอเมื่อไหร่ก็จะกระชับพื้นที่ความรู้ใหม่ให้สะท้อนคิด เป็นเจ้าของคำเด็ด “รู้ลึกโง่กว้าง” “คุย คิด คลิก คลำ” “หัวเหลี่ยม” “เค็มๆมันๆ” “ความรู้มือ2” “ฐานคิด ฐานใจ ฐานกาย” อาจารย์เคยเล่าให้ฟังว่า..เมื่อก่อนไม่หวานเจี๊ยบอย่างนี้หรอก..เข้าวงไหนวงนั้นแทบแตก ลุยแบบหัวหมู่ทะลวงฟัน ฉับๆๆ.. หลังจากวิ่งชนกำแพงเมืองจีนจนหัวสั่นหัวคลอน จึงนึกได้ว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปปะทะทื่อๆ ความตั้งใจชำรุดเปล่าๆ..ค้นพบว่า..เอารอยยิ้มเบิกนำแล้วตามด้วยเสียงหัวเราะฮ่าๆๆเบิกบานสนุกสนาน กลับพบว่า..วิธีนี้ดีจังเลย

หลังจากที่ค้นพบวิธีจุดประกายความรู้คู่ความสนุก

ก็ขยายผลขยับต่อๆๆไป

ในวงน้ำชากับลูกศิษย์ลูกหา

ในวงเสวนาเวทีต่างๆ

ในวงฝึกอบรมให้แก่หน่วยงานและองค์ต่างๆ

ในเฟรสบุกส์

ในรายการทีวีบ่อยครั้ง

ในการเขียนหนังสือ พิมพ์หนังสือออกมาปีละหลายเล่ม

ตอนนี้มีแฟนคลับคับบ้านคับเมือง..

ผมเป็นแฟนหางแถวพระอาจารย์มาหลายปี ได้รับหนังสือที่อาจารย์กรุณาส่งมาให้อ่านทุกครั้งที่พิมพ์ เล่มไหนที่มอบให้กับมือจะมีลายเซ็นเล่มไหนส่งมาทางไปรษณีย์บ่มีลายมือ คงเป็นเพราะบอกให้เจ้าหน้าที่จัดส่งมาให้

อ่านประเทืองปัญญาดีเหลือหลาย

ตีประเด็นแตกดังโผละ !

ด้วยลีลาขมวดให้คิดเหมือนการเคาะจังหวะ

ง่ายๆสั้นๆกระชับ..

ถ้าคิดตาม..ก็จะรู้ว่าโดนทุบเข้าแล้วสิหนอเรา

หนังสือฉบับล่าสุด โปรยตัวหนังสือที่หน้าปก ..พลิกโฉมวงการบริหารงานบุคคล HRD 3.0 พัฒนาคนพัฒนาใจ เติมหัวใจให้องค์กร เรื่องนี้สำคัญอย่างยิ่งยวดต่อองค์กรต่างๆในบ้านเมืองเรา ที่ส่วนใหญ่อยู่ในอาการแห้งเหี่ยวหัวใจ ขาดกำลังใจ ขาดการใส่ใจ ขาดการยกระดับจิตใจ เมื่อใจเสียทุกอย่างก็ระส่ำระสาย สุดท้ายก็ลงเอยกับคำว่าเสียใจ เสียบ่อยๆมันก็แห้งเหือดน้ำใจ ทางออกอยู่ที่ไหน..ตอบง่ายครับ ไปซื้อหนังสือเล่นนี้มาชวนให้อ่านกันทั้งห้อง ลองอ่านหนังสือเล่มนี้ดูนะครับ ของเขาดีจริงๆ ขอบอก..

หนังสือเล่มนี้ ดูเหมือนอาจารย์จะบอกว่ามี 3 ยุค

HRD 0.1 มนุษย์เห็นแก่ตัว เอาตัวรอดผลิตและขายเพื่อความสุขส่วนตน เป็นลักษณะ”อยู่รอด” หรือเอาเปรียบประชาชนด้วยการใช้สื่อโฆษณากระตุ้น”อารมณ์”ของผู้ซื้อให้หลงใหลในสินค้า..

ระบบการศึกษาในยุคอุตสาหกรรม มีมุมมองด้านเดียว คือ เก่ง (ขาดความดี และขาดความสุข) ทำให้ผลผลิตทางการศึกษาไม่ได้คุณภาพ ไม่เข้าใจทั้งทางโลกและทางธรรม ใช้ปัญญาไม่ครบ3ฐาน ดังนั้นหลายๆองค์กรจึงไม่ดูใบแสดงผลการศึกษา นั่นคือไม่สนใจ เกรด วุฒิ สถาบัน แต่พิจารณาเรื่องพฤติกรรม นิสัย ทัศนคติ ทักษะต่างๆ และหันมาพัฒนาบุคลากรเองตั้งแต่เนิ่นๆ พึ่งพาตนเองฯ

HRD 0.2 เป็นยุคที่เราทุกคนต้องหันกลับมาดูตัวเอง เราทำอะไรลงไปกับโลก กับผู้คนบ้าง เราเห็นแก่ตัวไปเพื่ออะไร เราต้องกลับมาถามตัวเอง “เราเกิดมาเพื่ออะไร” “เปิดองค์กรมาเพื่อตอบสนองกิเลศของใคร” ฯลฯ

HRD 3 เรายกระดับจิตใจขึ้นไปอีก เป็นการอยู่อย่างมีความหมายในชีวิต ค้นหาความสุขที่แท้จริง อยู่เพื่อยกระดับจิตใจ นั่นคือ นอกเหนือจากกำไร มนุษย์และสิ่งแวดล้อมแล้ว เรายังฝึกสติ เข้าใจธรรมชาติในตนเอง และแสวงหาความหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด

ถึงผมจะเขียนเล่าอย่างไร

ก็ไม่เหมือนกับท่านได้อ่านด้วยตนเองหรอกนะครับ

เหมือนมีแม่แรงคอยโยกให้ความคิดเขยื้อน

ขอบคุณพระอาจารย์ที่อุปการะความรู้เสมอมา

ชิมิ ชิมิ ..

« « Prev : การเรียนแบบสดๆ

Next : หอมปากหอมคอ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

2 ความคิดเห็น

  • #1 maeyai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 4 พฤษภาคม 2011 เวลา 20:03

    เป็นแฟนคลับอาจารย์วรภัทรเหมือนกัน ตามไปฟังทุกที่เท่าที่โอกาสอำนวย ครั้งหนึ่งไปนั่งฟังอยู่ที่บัณฑิตวิทยาลัยขอนแก่น ได้ยินอาจารย์ที่นั่งข้างๆสองคน พูดกันว่า “นี่เรามานั่งให้เขาด่าอยู่ทำไมนะ แต่ เออ มันก็จริงของอาจารย์นะ ”
    อาจารย์มีวิธี “ตีหัวเข้าบ้าน” และ “ตบหัวลูบหลัง”ดีมาก คนฟังม่โกรธ เผลอหัวเราะ เออ ออ ห่อหมกไปด้วย กลับไปถึงบ้านแล้วเพิ่งรู้ตัวว่า นี่มันปอกเปลือกตัวตูชัดๆ นี่หว่า

    ขอตอบคำถามพ่อครูตอนท้ายหน่อย ในฐานะที่อยู่ในวงการศึกษาตรงๆ เอาเป็นข้อๆเลยนะคะ

    เรากำลังอยู่กับความรู้อะไร
    -เราในที่นี้ ถ้าหมายถึงโรงเรียนทางเลือกทั้งหลาย และโรงเรียนที่กำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้อง “เรากำลังอยู่กับความรู้ที่นำไปใช้ในชีวิตจริงได้ค่ะ”

    เราอยู่ในสังคมวิปริตนี้อย่างไร
    -ทุกสังคมมีเรื่องวิปริต มีเรื่องดี เมื่อมันจำเป็น เราก็เลือกอยู่ในส่วนดีสิคะ ทำส่วนเล็กๆที่เราพอพัฒนาแก้ไขได้ตามกำลังของเรา มันอาจไม่สามารถแก้ไขได้ทั้งประเทศ ได้ทั้งโลก แต่อย่างน้อย เราก็ไม่ได้ไปทำให้มันวิปริตมากไปกว่านี้

    เราคาดหวังกับอนาคตของประเทศนี้อย่างไร
    -ไม่คาดหวังค่ะ อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด วิวัฒนาการมันมีมาช้านานจนถึงปัจจุบัน ไม่คาดหวัง แต่ไม่อยู่เฉย ทำวันนี้ที่อยู่ต่อหน้าให้ดีที่สุดค่ะ

    เราจะเอาตัวเองไปวางไว้ในสังคมที่ผิดปกตินี้อย่างไร
    -เอาวางไว้ตรงที่เราอยู่และเราเป็นนี่แหละค่ะ ถ้าเรายังยกมือไหว้ตัวเองได้สนิทใจ มันก็น่าจะพอแล้ว อย่าเผลอใจไปสับสนกับมัน

    เป็นข้อคิดเฉพาะตัวนะคะ อาจไม่ตรงใจหลายๆคน

  • #2 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 4 พฤษภาคม 2011 เวลา 20:36

    ม๊องๆๆ ..มาแล้ว 1 ชุดคำตอบ ขอบคุณคร๊าบบบบ
    ท่านใดจะตอบอีก ขอเชิญ อิ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.030790090560913 sec
Sidebar: 0.065635919570923 sec