หอมปากหอมคอ

อ่าน: 1868

หอมปากหอมคอ เป็นสำนวนที่เคยได้ยินทั่วไป แต่ตรงกับกิจกรรมปูพื้นฐานให้กับหนุ่มเท่ก็ประมาณนี้ เท่เป็นเด็กที่มาจากครอบครัวอบอุ่น เท่รักคุณยาย คุณพ่อคุณแม่ พี่และเพื่อนๆ แต่ก็ไม่ถึงกับติดเพื่อน บางคราก็อยู่แบบปลีกวิเวกได้ ตอนแรกเราก็หวั่นๆเหมือนกัน เท่จะนอนบนตึกใหญ่คนเดียวได้ไหม 4 คืนผ่านไปเป็นข้อพิสูจน์ว่าสบายมาก ถ้าเท่สนใจไปฝึกงานที่อื่นอีก คุณพ่อแม่ก็สนันสนุนอยู่แล้ว ด้วยวิธีนี้หนุ่มน้อยจะได้ฝึกการช่วยเหลือตนเอง ตัดสินใจได้เอง ซึ่งเป็นประสบการณ์สะสมที่ดีสำหรับวัยที่ค้นหาตัวตน

เท่เก็บผักมะละกอไปฝากคุณยาย ส่วนคุณแม่สนใจจะทดลองเลี้ยงวัวขุนที่อุบล และหารือเรื่องจะตั้งร้านอาหารเพื่อสุขภาพที่อุบล นอกจากจะขายอาหารแล้วยังเป็นสถานที่ฝึกงานนักศึกษาพยาบาลอีกด้วย แหม..ถ้าเท่เรียนวิศวะที่อุบลแทนไปเรียนที่ลาดกระบัง ..คุณยายคงดีใจ ก่อนจะกลับอุบลคุณแม่บอกว่า  เท่นวดเก่งนะครูบา อยู่ที่บ้านนวดให้คุณยายประจำ ไหนๆก็ประชาสัมพันธ์แล้ว เท่ลุกมานวดให้ผม พลังนิ้วไม่เบาเลยเชียวแหละ

วันนี้ได้กฤษ์ทำมะตูมไข่หวานเสียที

ผมกับอาจารย์สุรีย์ช่วยกันทำ

เอามะตูมมาย่างไฟให้ผิวเหลืองเข้ม

เนื้อข้างในสุกดีแล้ว เอาไปแช่น้ำขูดผิวส่วนที่ไหม้ดำออก

ยกหม้อตั้งไฟพอน้ำเดือดปุดๆ

เอามะตูมที่เผามาทุบให้แตกเป็นชิ้นใหญ่ๆใส่ลงหม้อ

เติมน้ำตาลมะพร้าวกับบุบแง่งขิงใส่ โรยเกลือเล็กน้อย

เอาไข่ไก่มาตอกลงเท่าจำนวนที่จะเสิร์ฟ

สุกแล้วตักแจกสมาชิกพิสูจน์

อื้อฮือๆ..เป็นของหวานที่หอมกลมกล่อมอร่อยจริงๆขอบอก

มะตูมเป็นไม้ผลที่มีคุณสมบัติแปลก กลิ่น รส มีลักษณะพิเศษ

ถ้าสามารถช่วยกันดึงเอาความพิเศษออกมาได้หลากหลาย

เราก็จะได้อาหาร-ของหวานหลากรส ลองทำไอครีมรสมะตูมดูไหมละเธอ ..

การนำมะตูมมาทำประโยชน์เพิ่มขึ้น

จะได้จูงใจให้ใครๆปลูกมะตูมๆๆๆๆ..

« « Prev : คนยิ้มแป้น

Next : อย่ามองข้ามเขยร้อยเอ็ด » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

5 ความคิดเห็น

  • #1 Suree ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2011 เวลา 20:19

    ขอบพระคุณพ่อครูบา แม่หวีที่เมตตา ลูกหลาน คุยกับแม่หวีว่าบทเรียนที่ให้เท่ห์หากในช่วงนี้เท่ห์ยังถอดรหัสได้ไม่หมด แต่สิ่งที่ได้ประสบการณ์ตรง ได้เรียนรู้หลาย ๆ อย่างนั้นจะเกิดผลในช่วงเวลาที่เติบโตต่อไป

    ครูบาสอนวิชาโดยการสร้างโจทย์ ครูบาเล่าว่าวานนี้เท่ห์ถามครูบาว่าไม่เห็นครูบาทานข้าวเที่ยง
    ครูบาตอบว่าเป็นการอยู่อ่างเสือให้ดู คือในบางครั้งสามารถกินอยู่อย่างง่ายตามที่มีเหมือนสัตวืที่สามารถหาอะไรกินได้เสมอในป่า

    โอกาสที่ดี ๆ แบบนี้หากเป็นไปได้อยากขยายสู่พื่อนของลูก ๆ ขออนุญาตครูบาไว้ล่วงหน้านะค่ะจะขอเป็นโต้โผพาเพื่อนลูก ๆ ให้มีโอกาสเรียนรู้เช่นเท่ห์บ้าง โดยให้เท่ห์เตรียมเพื่อน ๆ ให้ดี และวางแผนร่วมกับพ่อครู แม่หวีอีกครั้งในโอกาสต่อไปค่ะ

    สำหรับนักศึกษาพยาบาลปีนี้จะพาไปในช่วงเดิมคือ 22-25 ตุลาคม 54 นะค่ะขอคิวพ่อครูไว้ล่วงหน้าค่ะ

    ขอยืนยันว่ามะตูมไข่หวานอร่อยมากจริง ๆ เป็นของหวานพิเศษมากค่ะ หอม หวาน มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

    ครูออตค่ะหากจะขยาย ฮักสคูลมาที่อุบล ขอสมัครเป็นเครือข่ายนะค่ะ

  • #2 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2011 เวลา 21:16

    ยาย–หลาน–เจอกันคงดีใจนะครับ

  • #3 Suree ให้ความคิดเห็นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2011 เวลา 5:16

    ดีใจมากค่ะ และยายบอกภูมิใจที่หลานสามารถเรียนรู้ได้มาก
    ชวนกันออกแบบว่าจะไปทำสวนป่า เลี้ยงวัว บ้างค่ะ
    ยายเห็นแบบบ้านที่หลานถ่ายรูปจากการไปดูงานกับแม่หวี
    ก็บอกหลานว่าบ้านโบราณแบบนี้แหละจะไปสร้างไว้ที่สวนต่อไป

    และชวนกันว่าจะหาทำเลทดลองเปิดร้านเพื่อสุขภาพค่ะ

    ประเด็นการจัดการศึกษาตลอดชีวิต สำหรับวัยผู้สูงอายุ มีมุมมองเพิ่มเติมคือ
    หากผู้สูงอายุมีการศึกษา เรียนรู้อยู่เสมอ(ไม่ต้องมีใบปริญญา)จะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาครอบครัว
    ชุมชน และประเทศได้เป็นอย่างดีค่ะ

  • #4 sutthinun ให้ความคิดเห็นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2011 เวลา 5:55

    มีการบ้านรออยู่ข้างหน้า
    ที่น่าจะทำๆๆๆทั้งนั้น
    บ้านเราบ้าปริญญา การศึกษาชุมชน ผู้ใหญ่ วิทยาลัยชุมชน มุ่งไปทางนั้น ทำให้เนื้อหาและวิธีการเรียนการสอนอ่อนด้อยวิทยายุทธวิทยาการ การเรียนของท่านผู้อาวุโส ควรจัดการเรียนเพื่อแลกเปลี่ยนทักษะ ยกระดับภูมิปัญญาประสานกับเทคโนโลยีที่เหมาะสม ผู้สูงอายุก็จะสูงด้วยคุณวุฒิที่มีอยู่ในตัวเองมากยิ่งขึ้น ไม่แน่นะครับ พลังสร้างชาติ อาจจะนำร่องด้วยพลังคนแก่นี่แหละ จะลองขายความคิดดูนะครับ อาจารย์

  • #5 Suree ให้ความคิดเห็นเมื่อ 6 พฤษภาคม 2011 เวลา 20:54

    การเรียนที่ให้ค่ากับใบปริญญาทำให้มีความคับแคบ
    แต่การเรียนเพื่อชีวิตโจทย์หรือเป้าหมายจะกำหนดวิธีการ

    จะลองนำร่องที่อุบลหากมีเครือข่ายชัดจะคุยกับทางสมัชชาสุขภาพ ตั้งเป็นประเด็นเข้าไปปีหน้าค่ะ
    อยากให้นักศึกษาได้เรียนรู้ปฏิบัติจริง ไปกับงานที่ครูทำด้วยค่ะ

    คงลงสักหมู่บ้านก่อนขยายเป็นตำบล ผ่านชมรมผู้สูงอายุ ร่วมกับ อบต และโรงพยาบาลตำบล

    โจทย์คือผู้สูงอายุควรมีศักยภาพที่จำเป็นใดบ้างในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และจะพัฒนาได้อย่างไร

    ควรเตรียมการใดบ้าง คิดว่าอาจเริ่มจากการเปลี่ยนทัศนคติว่า สูงอายุ แล้วต้องเสื่อมถอย ต้องคอยพึ่งพิง
    ในยุคที่ความรู้ด้านสุขภาพมีมากมาย เทคโนโลยีมีเยอะแยะทำอย่างไรจะให้ผู้สูงอายุเข้าถึง และใช้ประโยชน์ได้


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.031562089920044 sec
Sidebar: 0.061117887496948 sec