ฝันที่ยังค้างเติ่ง

อ่าน: 3665

(ดอกโมกบานไสวรับแดด-ลม-ฝน)

เรื่องหนูเสื้อสีส้มรายงานฉบับล่าสุด อ่านแล้วกระตุกให้สะท้อนไปถึงความฝัน ที่วางไว้ว่าจะแบ่งปันปัจจัยสื่อการเรียนรู้ตัวเป็นๆ อยากเห็นวิธีเรียนที่มีชีวิตชีวา ถ้าบทเรียนกระโดดโลดเต้นได้ อุ้มได้ ร้องได้ ชิมได้ มันน่าสนใจกว่าสื่อการเรียนที่แห้งๆเยอะเลย กระบวนการเรียนที่ดิ้นได้เหล่านี้ ยังขาดแคลนอย่างมากในการเรียนการสอนในบ้านเรา แม้แต่จะเอาเด็กออกไปเรียนรู้นอกห้องโรงเรียน ก็ยังยักแย่ยักยัน..มีเหตุผลรุงรังมาพัวพันจนขาเป็นเหน็บ หัวใจเย็นชา เข้าใจไม่ได้ว่าจะออกไปอย่างไร ไปเรียนที่ไหน เรียนกับใคร เรียนเรื่องอะไร เรื่องอย่างนี้คิดเฉยๆไม่ได้หรอก คุณครูต้องเคยผ่านทักษะการนำลูกศิษย์ไปเรียนรู้ในโลกกว้าง..

เคยเสนอเรื่องนี้ให้คณะกรรมการโครงการพิเศษ สำนักนายกรัฐมนตรี

ที่จะเสริมสร้างการเรียนการสอนให้แก่โรงเรียนในเป้าหมาย

“สมาร์ท&สมายด์”

ตั้งใจว่าจะพาคณะกรรมการฯไปเยี่ยมโรงเรียนของหนูเสื้อสีส้ม ท่านรองประธานโครงการติดไปประชุมที่แอฟริกา โอกาสที่จะพานักพัฒนาระบบการศึกษามาชมสิ่งดีๆที่น้องหนูเสื้อสีส้มบอกเล่า จึงอ้อยอิ่งมาจนถึงวันนี้ แต่ก็อยากจะบอกว่า ..มงคลวิทยาดำเนินการนั้นชอบด้วยประการทั้งปวง เราไม่ได้ทำรอใครหรืออวดใคร แต่เราทำเพื่อเราชาวประชาคมมงคลวิทยาทั้งมวล ส่วนใครจะมาชม/ชื่นชม ถือเป็นฝนหลงฤดู เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ยังไงๆครูและเด็กๆก็เดินดุ่ยๆไปเรื่อยๆตามปกติสบายๆอยู่แล้ว

การชื่นชมเติมกำลังใจให้แก่ผู้ที่ก่อการดีนั้น ตรงนี้เรายังอ่อนด้อยกว่าประเทศญี่ปุ่นมาก บางคนอาจจะมองดูเหมือนเรื่องเล็กๆ แต่จริงๆแล้วมันเป็นฐานการสร้างความรักสามัคคีของคนในชาติ ถ้าท่านสนใจเรื่องนี้จะเห็นว่า ..เมื่อใดที่มีการพูดถึงความสามัคคีของคนในชาติ เราจะพบแต่ทฤษฎี ..แต่ปฏิบัติได้น้อยมาก เพราะเราตกหล่นประสบการณ์ตรง

ถามว่า..

เราจะเพาะเชื้อความสมัครสมานในองค์นั้นๆได้อย่างไร

ในการปลูกฝังความรักโลกใบนี้ให้งอกงามในจิตใจลูกหลานของเรา จะได้ลดเชื้อบ้าๆ แข่งขันเอาเปรียบเอาเป็นเอาตาย กิจกรรมเลี้ยงไก่ เพาะเห็ด ผับผ้า เก็บใบไม้มาทำปุ๋ย ช่วยกันสร้างบ้านไดโนเสาร์ สิ่งนี้ไม่ใช่หรือที่ไปจุดประกายให้เด็กๆได้ทดลองด้วยมือน้อยๆ แล้วซึมเข้าไปสู่จิตใจที่สะอาดผ่องแผ้ว

(มะเขือการ์ตูน-พริก 100 ครก เพาะไว้รอหนูเสื้อสีส้ม)

มหาชีวาลัยอีสานฝันไว้ว่า จะขอมีส่วนช่วยสิ่งละอันพันละน้อยให้แก่ลูกหลานชาวมงคลวิทยาได้บ้าง ก็วางแผนตามประสาคนอยู่ป่า..พยามยามเพาะพันธุ์ไก่สวยงาม ไก่หัวจุกฮอลแลนด์ ไก่ป่า ไก่แจ้ที่มีสีสันสวยงาม เจ้าโอกตัวกลั่นส่งเสียงขันเอ๊กอิเอ้กเอ๊กทั้งวัน ไข่สีขาวฟองเล็กๆ ลูกเจี๊ยบที่ขนฟองฟูอ่อนนุ่ม แอบซุกเอาใต้ปีกแม่ ในยามที่โดนรบกวน ..

(ไก่หัวจุกฮอลแลนด์)

เราจะสอนความอ่อนโยนด้วยธรรมชาติ เอาธรรมชาติมาเป็นสะพานเชื่อมไปสู่ธรรมะอย่างประณีต ถ้ากระโดดไปจับเด็กนุ่งขาวห่มขาว บังคับในนั่งสมาธิ โดยเด็กไม่เข้าใจ ไม่มีการเตรียมตัว ผลลัพธ์ที่คาดหวัง จะเกิดได้ง่ายๆฉับพลันอย่างนั้นรึ ปลุกเสกได้เลยเชียวหรือ

เด็กสมัยนี้นั่งอยู่หน้าจอเล่นอินเตอร์เน็ทวันละหลายชั่วโมง

ถ้าจะออกแบบให้ถอยจากจอเล็กมาสู่จอใหญ่จอโลกกว้าง

เราต้องเตรียมการเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยกว่าเรื่องที่เด็กชอบในหน้าจอ

(น้ำเต้ารูปร่างสวยๆแปลกๆ)

ฝนนี้ มหาชีวาลัยอีสานมีพันธุ์หญ้าที่ได้จากเวียดนามแจก ปลูกแล้วจะแตกกอใหญ่มาก ลำต้นอวบใหญ่ใบเขียว ปลูกไว้ประดับมุมสวน ประดับมุมใดมุมหนึ่ง ช่วยกันเติมสีเขียวให้แก่โรงเรียน ถ้าจะดัดแปลงให้เป็นกิจกรรม ก็ชวนเด็กตัดๆๆๆมาปั่นๆๆๆทำเป็นน้ำดื่มคลอโรฟิล จะได้สอนให้เด็กคิดใหม่ทำใหม่..หญ้า คนเราก็รับประทานได้นะจ๊ะ ถ้าให้สนุก..ก็คิดสูตรแปลกๆมาชิมกัน เป็นการเสริมกิจกรรม “วิชาที่ชิมได้” ถ้าเด็กได้เรียนด้วยการกระทำ ถึงไม่บันทึก หน่วยความจำก็จะตราตรึงไว้ไม่คลอนแคลน

เรามักจะยินคำว่า “แผนการสอน”

ลองทบทวนดูดีไหมครับ

แผนการสอนโดนใจ น่าสนใจ จูงใจ น่าสนุก เท่าที่ควรหรือเปล่า

เท่าที่ฝัน.. แต่ยังฝันค้างก็คือ

จะแจกลูกแพะ แพะก็ยังไม่คลอดสักที

จะแจกลูกไก่สวยงาม ลูกเจี๊ยบก็ยังเล็กไป

ที่ พ ร้ อ ม แ จ ก ต อ น นี้ > > >

แจกผลน้ำเต้าแห้งรูปร่างแปลกๆ

แจกเมล็ดน้ำเต้าพันธุ์ต่างๆ

แจกต้นกล้าพันธุ์มะเขือการ์ตูน

แจกหน่อพันธุ์ขมิ้นขาว กระชาย และอีทึก

แจกต้นกล้าพันธุ์พริก 100 ครก เผ็ดมากแต่สีสวยฉูดฉาดบาดตา

แจกหน่อกล้วยน้ำหว้าพันธุ์ต้นใหญ่เตี้ยเครือย้าวยาวๆๆ

แจกเมล็ดผักพื้นเมืองยืนต้น มะกล่ำ มะตูม ยอบ้าน ฯลฯ

ที่แจกได้ไม่อั้น ..แจกความรัก ความปรารถนาดี

แต่สิ่งอยากจะแจกมากที่สุด..

คือที่ดินติดโรงเรียนขยายออกไป

อย่าให้หัวไอ้เรืองมีเงินบ้างก็แล้วไป

ฝันจะบอด ฝันจะแห้ว ฝันลมๆแล้งๆ ก็ไม่เป็นไร ?

ยังดีกว่าไม่มีความฝันใช่ไหมละเธอ..

เสียดายที่อยู่ห่างไกลกันเหลือเกิน

ถ้าอยู่แถวนี้..เธอเอ๋ย..

ชิ มิ.. ชิ มิ.. ชิ มิ..

« « Prev : ธรรมชาติของความสุข

Next : คุณสมบัติความรู้ » »


ผู้ใช้ Facebook สามารถให้ความเห็นที่นี่ได้ โดยกด Like เพื่อแสดงตัว

3 ความคิดเห็น

  • #1 dd_l ให้ความคิดเห็นเมื่อ 26 เมษายน 2011 เวลา 10:42

    ถ้าสวนป่าอยู่แถวนี้….ฮึ่มๆๆ คิดแบบนี้หลายครั้งแล้วค่ะครูบา..
    อ่านแล้วมีประเด็นอยากคิด อยากเขียนหลายเรื่องนะคะ หลายครั้งที่อ่านบันทึกของครูบา ของแม่ใหญ่ แล้วคิดอยากจะเขียนเกี่ยวกับการศึกษา ได้แต่เก็บเป็นการบ้าน พอมีงานเข้ามาก็หมดแรงไปเสียก่อนทุกที

    นี่เพิ่งกลับจากไปประชุมเกี่ยวกับโรงเรียนเอกชนมา แวะพักระหว่างทางกลับบ้านค่ะ อีกสองสามวันต้องไปประชุมอีกแล้ว

    ทำโรงเรียนก็มีเรื่องให้เรียนรู้ไปด้วย ทำงานไปด้วยไม่รู้จบนะคะ ยิ่งมงคลวิทยามีหลายโจทย์ที่ต้องหาจุดสมดุลย์ระหว่างการต้องอยู่ในระบบของกระแสหลัก ในขณะที่ก็พยายามทำตามความฝัน ความเชื่อ ที่แตกต่า่งด้วย จะเป็นโรงเรียนทางเลือกไปเสียเลย ก็ไม่มีกำลัง ไม่มีความสามารถมากมายถึงเพียงนั้น คงเป็นได้เพียงโรงเรียนธรรมดาที่แตกต่าง ก็ทำในสิ่งเล็กๆ ใกล้ตัวนี้ให้ได้มากที่สุด บริหารงานท่ามกลางทรัพยากรทุกประเภทที่มีจำกัด และคงความเชื่อในการทำสิ่งดีเข้าไว้ เชื่อว่าอานิสงส์ของการตั้งใจทำนี้ก็ส่งผลให้ได้พบคนดีๆ ได้มีกัลยาณมิตรที่ดี เช่นที่เป็นอยู่นี้เสมอ ยังมีงานที่ต้องทำตามความฝันอีกเยอะ ที่ต้องคอยแผ้วถางทางไปทีละนิด ทีละนิด ยังมีบททดสอบอีกมากมายที่ได้รับ ซึ่งก็ได้ข้อเรียนรู้จากชาวลาน(แบบเงียบๆ ตามเคย) ไปช่วยในการทำงานอยู่เรื่อยๆ ค่ะ

    ปิดเทอมนี้ ให้การบ้านเจ้าหนูเสื้อสี้ส้มให้เป็นผู้รายงานข่าว ลึกๆ ก็แอบใช้เป็นตัวแทนเล่าเรื่องราวให้พี่ป้าน้าอาอ่าน แทนอาไปก่อน แต่สิ่งที่ได้รับมีมากกว่านั้น นอกจากเจ้าหนู่ได้ฝึกฝนตนเองในหลายเรื่องแล้ว ยังดึงคุณพ่อของเธอมาใช้คอมพิวเตอร์ได้เป็นถึงขั้นแย่งกันเล่นเก้าอี้ดนตรีกับลูก (เรื่องนี้ยุเธอให้เล่าอยู่ค่ะ) ยังติดตามเธออยู่ เพื่อจะได้แนวคิดบางอย่างไปจัดประสบการณ์เรียนรู้ให้เด็กอื่นๆ ในโรงเรียนกันด้วยค่ะ

    ขอบพระุคุณสำหรับกำลังใจในการทำงานที่ได้รับจากครูบาเสมอมานะคะ ยังติดค้างคุณหลานทั้งคนโต คนเล็ก ที่จะพามาสวนป่าอยู่เลยค่ะ ถ้าอยู่ใกล้ๆ ละก็..อิอิอิ

  • #2 maeyai ให้ความคิดเห็นเมื่อ 26 เมษายน 2011 เวลา 10:44

    พัฒนาเด็ก ขอมาเข้าร่วมเรียนรู้ด้วยจ้า

    #1 มงคลวิทยา ทำหลายอย่างที่น่าชื่นชมและยกย่องนะคะ (เท่าที่ตามอ่านในบล็อก)ไม่ต้องประกาศกับใครหรอกว่าเป็นโรงเรียนทางเลือก หรือทำตามแนวอะไร เพราะถ้าเรามีความตั้งใจดีที่จะให้เด็กเรียนรู้อย่างมีความสุข คนทั่วๆไปเขาก็จะมาเลือกเราเอง โรงเรียนพัฒนาเด็กก็ไม่เคยประกาศว่าเป็นทางเลือกหรือไม่ หรือทำตามแนวทฤษฎีของใคร ที่ไหน เราบอกครูของเราว่าเราคือ พัฒนาเด็ก ทางสายกลาง อะไรเป็นเรื่องดี ที่เด็กจะได้พัฒนา เราฉกฉวยเอาเข้ามาหมด โดยไม่ลืมมาปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของเราเองด้วย ที่แน่ๆคือต้องไม่หยุดอยู่กับที่ พร้อมเรียนรู้ตลอดเวลาค่ะ

  • #3 ออต ให้ความคิดเห็นเมื่อ 26 เมษายน 2011 เวลา 13:48

    อ่านบันทึกนี้เต็มอิ่มจริง ๆ อ่านคมคิดของนักการศึกษาทั้งสามท่านข้างบน
    อิ่ม ๆๆๆๆ


แสดงความคิดเห็น

ท่านอยากจะเข้าระบบหรือไม่


*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word


Main: 0.038731098175049 sec
Sidebar: 0.056879997253418 sec